เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3251 : เผชิญหน้ากับขั้นอัครสูงสุด
ตอนที่ 3251 : เผชิญหน้ากับขั้นอัครสูงสุด
เจี้ยนเฉินมองไปยังชายวัยกลางคนด้วยแววตาแปลก ๆ มันคือความแปลกใจและตะลึง เขาถึงกับผงะกับความจริงที่เขาได้พบกับศัตรูของนางฟ้าเฮายู่ที่นี่
“ หนานป้อเทียน มีข่าวลือว่าเจ้าตายไปแล้ว เจ้าถูกฆ่าโดยจ้าวปีศาจชั้นฟ้า ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่พร้อมกับร่างที่สร้างขึ้นใหม่ ดูเหมือนว่าหากให้เวลาเจ้ามากกว่านี้ เจ้าคงฟื้นฟูพลังทั้งหมดกลับมาได้” เจี้ยนเฉินเอ่ยออกมา
หนานป้อเทียนไม่ได้พูดอะไร สีหน้าเขาหม่น เขามองไปที่เจี้ยนเฉินพร้อมสายตาที่เย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
เจี้ยนเฉินอาบไปด้วยแสงจากฎแห่งกระบี่ มันทำให้ร่างเขาไม่อาจจะมองเห็นได้ เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหนานป้อเทียนพร้อมพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ “ ข้าติดค้างพวกเขาสามคนที่เจ้าขังไว้ในค่ายกล หากข้าช่วยพวกเขาไม่ทัน หากรุยตี้ไม่ปกป้องพวกเขา งั้นผู้อาวุโสทั้งสามอาจจะต้องตายไปแล้ว”
“และนางฟ้าเฮายู่อีก นางไม่ได้เป็นแค่หนึ่งในสหายที่ข้าเชื่อใจมากที่สุด แต่นางยังช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้ง ข้าติดหนี้นางจนไม่อาจจะประเมินได้ ดังนั้นเรื่องของนางก็เหมือนกับเรื่องของข้า ศัตรูของนางก็เท่ากับศัตรูของข้าเช่นกัน” เจี้ยนเฉินพูดขึ้นช้า ๆ
เสียงของเขาเย็นชาขึ้นมา เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต “ ผลก็คือไม่ว่าจะเป็นการที่คิดร้ายต่อผู้อาวุโสรุยจิน, หงเหลียนและเฮยยู่ รึความแค้นที่เจ้ามีกับนางฟ้าเฮายู่ ไม่ว่าจะเป็นอันไหนก็เป็นเหตุผลที่ข้าไม่อาจจะปล่อยเจ้าไปได้”
“ด้วยความแข็งแกร่งของข้าแล้ว ข้าฆ่าเจ้าได้ในพรบตา แม้ว่าข้าจะไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด แต่เจ้าก็ไม่อาจจะเป็นคู่มือของข้าได้ ข้าแค่ไม่อยากจะเสียเวลากับการสร้างร่างขึ้นมาใหม่ ยังไงซะค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายในการฆ่าเจ้าก็ส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อตัวข้า เจ้าคิดจะบังคับให้ข้าสู้จริง ๆ รึ ? ” หนานป้อเทียนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาไม่คิดที่จะสู้จริง ๆ
เขาเห็นแล้วว่าความแข็งแกร่งที่เจี้ยนเฉินแสดงออกมาในค่ายกลกลืนกินหัวใจของมหาภูตินั้นต้องไม่ใช่พวกขั้นบรรพกาลทั่วไป ด้วยการควบคุมของเขากับค่ายกลกลืนกินหัวใจแล้ว เขายังไม่อาจจะเห็นความแข็งแกร่งทั้งหมดของเจี้ยนเฉินได้ด้วยซ้ำ
ด้วยสภาพของเขาตอนนี้แล้ว เขามั่นใจว่าจะฆ่าขั้นบรรพกาลได้ แต่เขาไม่อยากจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเพื่อทำเช่นนั้น
เขาเพิ่งสร้างร่างใหม่ขึ้นมา ร่างและวิญญาณของเขายังไม่ฟื้นฟูสมบูรณ์ หากต้องสู้ในสภาพนี้แล้ว คงส่งผลกระทบต่อตัวเขา
แต่ตอนนั้นเองกลับมีแสงพุ่งตัดจักรวาลเข้ามา
เจี้ยนเฉินได้ทำลายความหวังสุดท้ายของหนานป้อเทียนทิ้ง เขาได้โจมตีออกมาโดยไม่ลังเล
เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่เคยเป็นขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 1 เจี้ยนเฉินก็ไม่กล้าจะประมาท เขาใช้พลังทั้งหมดออกมาตั้งแต่แรกและใช้กฎแห่งกระบี่ออกมาถึงขีดสุด
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ! ” หนานป้อเทียนตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด สีหน้าเขาหม่นลง เขาได้แผ่แสงจันทร์ออกมาจากร่าง ดวงจันทร์ได้ปรากฏขึ้นมาด้านหลังเขาพร้อมแผ่แสงอันบริสุทธิ์ออกมาทำให้เขาดูราวกับพระเจ้า
เขาได้โจมตีออกมา เขาไม่มีอาวุธ แต่กลับใช้มือเปล่ารับมือการโจมตีเอาไว้ พลังอันน่ากลัวปะทุออกมาผ่ามิติออก ด้วยแรงกดดันของขั้นอัครสูงสุด เขากลับรับปราณกระบี่ที่ฟันลงมาไว้โดยตรง
อันที่จริงในตอนที่เกิดวิกฤตของโถงเทพจันทรานั้น เขาพึ่งของที่เหลือทิ้งไว้จากเปลวเพลิงที่น่านับถือถึงได้หนีออกมาได้ เขาเสียร่างและทรัพยากรทั้งหมด เขาไม่มีวัตถุเทพอยู่กับตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
นี่ไม่ต้องนับวัตถุเทพเลย เม้แต่ยาทั่วไปรึของที่ใช้ในการบ่มเพาะ เขาก็ยังไม่มี
ด้วยการที่ร่างถูกทำลาย สมบัติทั้งหมดที่เก็บไว้ในแหวนมิติก็หายไปด้วย เขาไม่อาจจะเอาอะไรคืนกลับมาได้เลย
ตอนนี้คือตอนที่เขาอ่อนแอที่สุด แต่เขาก็ยังเป็นขั้นอัครสูงสุด แม้ว่าจะบาดเจ็บอยู่ก็ตาม แต่ความแข็งแกร่งที่เขามีตอนนี้ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี
ตูม !
เสียงระเบิดดังขึ้นในห้องโถง หนานป้อเทียนได้ทำลายปราณกระบี่ของเจี้ยนเฉินด้วยฝ่ามือ หลังจากนั้นเขาก็ได้โผล่มาตรงหน้าเจี้ยนเฉิน แสงจันทร์ได้อัดแน่นเป็นหอกในมือแล้วแทงเข้าใส่ที่อกของเจี้ยนเฉินด้วยพลังที่เพียงพอจะแทงทะลุมิติได้ แต่เจี้ยนเฉินน่ะหายตัวไปนานแล้วด้วยกฎแห่งมิติ หนานป้อเทียนโจมตีได้แค่ภาพติดตาของเจี้ยนเฉิน
“มิติที่นี่ปั่นป่วนอยู่แล้ว เจ้ายังใช้กฎมิติที่นี่ได้อีกรึ ? ” หนานป้อเทียนหรี่ตาลงพร้อมกับสายตาที่แสดงความแปลกใจออกมา แต่ไม่นานเขาก็ฮึดฮัดออกมาพร้อมกับนิ้วที่ไขว้กัน แรงกดดันของโลกปกคลุมพื้นที่โดยรอบทันที เขาได้ใช้ทักษะระดับเทพออกมา
ดวงจันทร์อัดแน่นขึ้นมาเหนือหัว แสงจันทร์ได้แผ่ออกมาก่อตัวเป็นศักดิ์สิทธิ์ผนึกมิติที่นั่นเอาไว้และจำกัดกฎมิติของเจี้ยนเฉิน
ต่อมาดวงจันทร์ก็ได้พุ่งลงมาพุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินด้วยแรงกดดันที่น่ากลัวเพียงพอที่จะทำลายโลกได้
แต่เจี้ยนเฉินไม่แม้แต่มองทักษะระดับเทพแม้แต่น้อย เขาได้ใช้เจตจำนงสูงสุดของเขาออกมา เจตจำนงได้เข้าไปในมิติไร้ตัวตนและหาการเชื่อมต่อระหว่างทักษะระดับเทพกับวิถีสวรรค์ หลังจากนั้นเจตจำนงของเขาก็ฟันเข้าใส่การเชื่อมต่อนั้นทันที
ทักษะระดับเทพของหนานป้อเทียนแตกออกราวกับลูกโป่ง แรงกดดันทั้งหมดหายไปในทันที สุดท้ายแล้วพลังอันน่ากลัวของทักษะระดับเทพก็กลายเป็นพลังงานกระจายไปโดยรอบ
“กะ กะ …เกิดอะไรขึ้นกัน ? ” หนานป้อเทียนทั้งแปลกใจและสับสน ด้วยประสบการณ์ที่เขามีตลอดเวลาที่เขามีชีวิตมานั้น เขาไม่เคยเห็นรึได้ยินปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดแบบนี้มาก่อน
ตอนนั้นเขากลับรู้สึกสังหรณ์ใจแย่ ๆ ขึ้นมา เขารีบก้มหน้าลงและพบว่ามีแสงพุ่งตัดเข้ามาจนตัดผมของเขาไปได้
แต่หนานป้อเทียนมีประสบการณ์การต่อสู้มากมาย ตอนที่แสงนี้พุ่งผ่าน เขาก็ได้ใช้ฝ่ามือฟาดเข้าไปที่อกของเจี้ยนเฉิน
อกของเจี้ยนเฉินยุบลงไป ซี่โครงของเขาหัก อวัยวะภายในสั่นไหวไปตามจนทำให้เจี้ยนเฉินต้องกระอักเลือดออกมา
ยังไงซะหนานป้อเทียนก็เป็นขั้นอัครสูงสุด ถึงระดับการบ่มเพาะยังไม่ฟื้นฟูกลับมา แต่เขาก็ยังมีกฎอยู่ การโจมตีทั้งหมดของเขามีพลังมหาศาลเพียงพอที่จะทำให้ร่างบรรพกาลของเจี้ยนเฉินตอนนี้บาดเจ็บสาหัสได้
หากเป็นขั้นบรรพกาลคนอื่นแล้ว พวกนั้นคงลำบากอย่างมากกับการรับมือกับการโจมตีของหนานป้อเทียน ถึงอย่างนั้นเจี้ยนเฉินก็แค่กระอักเลือด แต่พลังของเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
พลังบรรพกาลได้ปะทุออกมาจากร่างพร้อมบาดแผลบนร่างกายที่ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
เขาหายตัวแล้วใช้กฎมิติพันรอบตัวหนานป้อเทียนเอาไว้ จากนั้นเขาก็ได้ระดมโจมตีเข้าใส่หนานป้อเทียน
“ก่อนหน้านี้ข้าประเมินเจ้าต่ำเกินไป เจ้าแกร่งกว่าที่ข้าประเมินเอาไว้ แต่ขั้นบรรพกาลก็ยังเป็นขั้นบรรพกาลอยู่วันยังค่ำ” หนานป้อเทียนฮึดฮัดออกมา แสงจันทร์ส่องประกายพร้อมกฎที่ก่อตัวขึ้นในอากาศ เขาได้ใช้กฎของอัครสูงสุดเพื่อลดระยะการเคลื่อนไหวของเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินรีบถอยกลับไป นอกจากกระบี่ที่ส่องแสงสีม่วงในมือ เขาได้เอาวัตถุเทพขั้นกลางอย่างกระบี่จือหยิงออกมา !
ด้วยกระบี่จือหยิงในมือ พลังของเจี้ยนเฉินก็เปลี่ยนไปจากเก่า เขาเหมือนกับจะหลอมรวมกับกระบี่ พลังของอมตะกระบี่ได้แผ่ออกมาจากตัวเขาพร้อมกับที่เจี้ยนเฉินฟันออกไป
แสงได้พุ่งตัดท้องฟ้า มิติโดนแสงสีม่วงกลืนกินไปในทันที ปราณกระบี่สีม่วงกับกฎกระบี่ได้เข้าปะทะกับกฎของหนานป้อเทียนโดยตรง
แต่กฎกระบี่ของขั้นบรรพกาลนั้นไม่อาจจะเทียบกับขั้นอัครสูงสุดได้
หลังจากการโจมตีนี้เจี้ยนเฉินก็หายตัวไป พลังที่เหลือจากกฎของหนานป้อเทียนอัดเข้ากับกำแพงด้านหลังและทะลุโถงศักดิ์สิทธิ์ไป
เจี้ยนเฉินฟันอากาศออกไปอีกครั้ง ตอนที่เขาฟันออกไปนั้น กระบี่จือหยิงในมือและแขนของเขาเหมือนกับจะหลอมรวมเข้ากับมิติและหายไป
ทักษะการจู่โจมไร้ร่องรอย !
หน้าของหนานป้อเทียนซีดไปทันที สายตาเขาแสดงความตะลึงออกมาเป็นครั้งแรก เขาอ้าปากค้างพร้อมกับกระอักเลือดออกมา
แสงสีม่วงได้พุ่งทะลุร่างของเขาไป แสงได้ทะลุจากร่างเขาจากด้านในเปิดแผลใหญ่ขึ้นมา แสงนี้ได้ทะลุอกของเขาไป
การโจมตีของเจี้ยนเฉินนั้นทะลุการป้องกันภายนอกทุกอย่างฟันเข้าไปในร่างของหนานป้อเทียน ไม่ใช่แค่ทิ้งบาดแผลเอาไว้ แต่ยังทำให้อวัยวะภายในเสียหายเพราะพลังของมันด้วย
นอกจากนี้แล้วพลังอมตะกระบี่ในร่างหนานป้อเทียนก็ได้เปลี่ยนเป็นปราณกระบี่เข้าโจมตีในร่างของเขาอีกครั้ง
“ จะ..เจ้า ! เจ้าเด็กนี่ ! ” หนานป้อเทียนเบิกตากว้างและมองไปที่เจี้ยนเฉิน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น