เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3252 : ค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือ
ตอนที่ 3252 : ค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือ
สายตาของหนานป้อเทียนเต็มไปด้วยความแค้น เขาไม่เคยอยากจะฆ่าเจี้ยนเฉินมากขนาดนี้มาก่อน สายตาของเขาซึ่งมองไปที่เจี้ยนเฉินนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาต ราวกับนี่คือศัตรูคู่แค้นของเขา
ในอดีตนั้นตอนที่เขาเสียร่างไปนั้น เขาได้เสียทุกอย่างไป มีแค่วิญญาณของเขาที่หนีมาได้ ตลอดหลายปีมานี้เขาต้องพยายามอย่างมากที่จะรวบรวมทุกอย่าง สุดท้ายหลังจากที่ลำบากมามากมาย ในที่สุดเขาก็สร้างร่างกลับขึ้นมาใหม่ได้
หลังจากที่ได้ร่างมาแล้ว เขาก็สามารถใช้พลังได้ดีกว่าเก่า ด้วยระดับการบ่มเพาะขอบเขตอัครสูงสุด อีกไม่นานเขาจะกลับไปอยู่ระดับเดิมได้
แต่ตอนนั้นความแข็งแกร่งของเขายังไม่ฟื้นฟูกลับมาทั้งหมด วิญญาณและร่างของเขายังไม่ได้รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์ แต่กลับต้องบาดเจ็บสาหัสเพราะเจี้ยนเฉิน นี่คือเรื่องที่ไม่อาจจะให้อภัยได้กับการที่สร้างความเสียหายให้กับร่างกายที่เพิ่งสร้างขึ้นมาของเขา
ไม่ใช่แค่เจี้ยนเฉินทำให้หนานป้อเทียนบาดเจ็บด้วยทักษะการจู่โจมไร้ร่องรอย แต่เขาถึงกับได้ทำลายการทำงานของร่างกายและทำให้ร่างกายนั้นพังทลายไป
ยังไงซะนี่ก็คือร่างกายที่เพิ่งสร้างขึ้นมา มันไม่ได้ใกล้เคียงกับร่างกายเดิมทั้งด้านความแข็งแกร่งและความสามารถอื่น ๆ มันเปราะบางและไม่อาจจะทนความเสียหายร้ายแรงได้
“ข้าจะฆ่าเจ้า ! ข้าจะฆ่าเจ้า ! ข้าจะสับเจ้าเป็นพัน ๆ ชิ้น ! ” หนานป้อเทียนกัดฟันแน่น ความแค้นที่มีได้แสดงออกมาจากสายตาของเขา
ต่อมาร่างกายของเขาก็ลุกไหม้ พลังที่เหลือได้ถูกปล่อยออกมาด้วยความเร็วที่น่ากลัว ร่างกายถูกทำลาย เขาเลือกที่จะสละร่างที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาด้วยความยากลำบากเพื่อแลกกับพลังที่ยิ่งใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
พลังในร่างได้ถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้พลังของหนานป้อเทียนนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มันราวกับเขาได้กลับไปอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิม
“เจ้าจะต้องตายโดยไร้ที่ฝังศพ ! ” ร่างของหนานป้อเทียนสลายไปพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เจี้ยนเฉิน กฎของอัครสูงสุดปะทุออกมาจนมิติรอบข้างปั่นป่วนไปตาม
ครั้งนี้โถงศักดิ์สิทธิ์ต้องระเบิดแตกออกเป็นชิ้น ๆ ภายใต้แรงกดดันนี้
หนานป้อเทียนราวกับได้กลับไปอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดังเดิมหลังจากที่สละร่างกายไปแล้ว โถงศักดิ์สิทธิ์ถึงกับเริ่มพังไปในทันที
สีหน้าของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไป เขาราวกับเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง กระบี่จื่อหยิงในมือส่องแสงออกมาก่อนที่เขาจะฟันออกไป
การฟันนี้มีกฎมิติอยู่ด้วย มันจึงรวดเร็วอย่างมาก
แต่ตอนนั้นหนานป้อเทียนก็แข็งแกร่งอย่างมากเช่นกัน แค่สะบัดมือก็มีพลังอันน่ากลัวปะทุออกมาอัดเข้าใส่กระบี่ปราณ
ตูม !
มีเศษหินตกลงมากระจายไปทั่ว การโจมตีของพวกเขาน่ากลัวอย่างมาก มันมีพลังทำลายล้างมหาศาล รอยแตกนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นที่ผิวดาวเคราะห์ ไม่นานก็ปกคลุมทั่วทุกที่
หลังจากที่ปัดกระบี่จือหยิงไปได้ หนานป้อเทียนก็เดินหน้าต่อ เขามาถึงตรงหน้าเจี้ยนเฉินพร้อมแรงกดดันของขั้นอัครสูงสุดที่ปะทุออกมา ก่อนที่เขาจะใช้มือโจมตีเข้าที่อกของเจี้ยนเฉิน
ร่างบรรพกาลของเจี้ยนเฉินนั้นไม่อาจจะทนการโจมตีของขั้นอัครสูงสุดได้ มือของหน้านป้อเทียนทะลุอกของเขาไปและโผล่มาที่หลัง มือนั้นเป็นสีแดงพร้อมเลือดที่หยดลงมา
นี่คือเลือดบรรพกาล เลือดทุกหยดนั้นมีพลังมหาศาล
“ร่างข้าโดนทำลายก็เพราะเจ้า เจ้าต้องใช้ร่างของเจ้าชดเชยให้กับข้า” ร่างของหนานป้อเทียนลุกไหม้อย่างต่อเนื่อง มีร่างหลายส่วนที่กลายเป็นเถ้าไป เขาคงอยู่ในสภาพนี้ได้ไม่นาน
เขาได้ใช้นิ้วแทงไปที่หน้าผากของเจี้ยนเฉินโดยไม่ลังเล
เจี้ยนเฉินหน้าซีดแต่ไม่ได้ลนลาน ในตอนวิกฤตนั้น เขากลับเผยสายตาเยาะเย้ยออกมา
หนานป้อเทียนเห็นสายตาของเจี้ยนเฉิน เขาหรี่ตาลงและรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที
แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดทบทวนนั้นก็มีปราณกระบี่ขนาดเท่ากับนิ้วโผล่มาที่หัวของเจี้ยนเฉินและแผ่เจตจำนงกระบี่สูงสุดออกมา
ปราณกระบี่ลึกซึ้ง !
ฟรึด !
หลังจากที่ปราณกระบี่ลึกซึ้งปรากฏตัวขึ้นมาได้ไม่นานนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นแสงพุ่งเข้าที่หน้าผากของหนานป้อเทียนก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ตั้งตัว
ต่อมาหนานป้อเทียนก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด วิญญาณเขาเสียหายอย่างหนักเพราะปราณกระบี่ลึกซึ้ง ความเจ็บปวดที่ไม่อาจจะอธิบายได้นี้แทบทำให้เขาสลบ เขารู้สึกได้ว่าโลกรอบตัวน่ะหมุน
เจี้ยนเฉินสะบัดนิ้วไปมาราวกับกระบี่ แสงได้พุ่งตัดอากาศเข้าโจมตีร่างของหนานป้อเทียนด้วยกฎกระบี่ ปราณกระบี่ก่อตัวขึ้นมาราวกับพายุเข้าทำลายร่างของหนานป้อเทียนจนเหลือแค่วิญญาณ
ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา ตั้งแต่ตอนที่ปราณกระบี่ลึกซึ้งเข้าโจมตีวิญญาณของหนานป้อเทียนจนถึงตอนที่เจี้ยนเฉินได้ทำลายร่างอีกฝ่าย มันกินเวลาแค่พริบตาเดียว มันผ่านไปไม่ถึง 1 ใน 10 ของ 1 วินาทีด้วยซ้ำ
ในเวลาเดียวกันเจี้ยนเฉินก็ยกกระบี่จือหยิงขึ้นมา เขาอาศัยตอนที่หนานป้อเทียนยังจมอยู่กับความเจ็บปวดนั้นฟันกระบี่เข้าใส่ที่วิญญาณของหนานป้อเทียนอย่างไร้ปราณี
“อ๊าก ! ” หนานป้อเทียนกรีดร้องออกมา วิญญาณของเขาไม่เคยเสียหายขนาดนี้มาก่อน วิญญาณของเขาแทบสลายไป
ยังไงซะวิญญาณของผู้บ่มเพาะนั้นก็เปราะบางอย่างมากหากไม่มีร่างให้อาศัย
แต่เขาเป็นขั้นอัครสูงสุด วิญญาณของเขานั้นแข็งแกร่ง หลังจากที่รับการโจมตีของเจี้ยนเฉินไป วิญญาณของเขาก็ยังไม่สลายไป มันแค่อยู่ในสภาพอ่อนแอ
เจี้ยนเฉินได้ทำลายวิญญาณของเขาไปกว่า 8 ส่วน ตอนนี้เหลือวิญญาณอยู่แค่ 1-2 ส่วนเท่านั้น
“เจ็บ ! เจ็บเหลือเกิน ! จะ เจ้าทำลายวิญญาณข้าได้ ! บัดซบ ! บัดซบ ! เจ้าต้องตาย ! ” หนานป้อเทียนกรีดร้องออกมา สีหน้าเขาแสดงความแค้นเคืองออกมา วิญญาณของเขาราวกับจะหายไปได้ทุกเมื่อ
วิญญาณของเขาได้รับความเสียหายรุนแรงมากยิ่งกว่าร่างกายเสียอีก บาดแผลของวิญญาณคือสิ่งที่รักษาได้ยากที่สุด
ตอนนั้นเองก็มีลูกปัดสีแดงโผล่มาจากวิญญาณของเขา มันมีพลังของกฎไฟอันน่ากลัวอยู่
เขาได้ใช้ลูกปัดนี้ออกมาโดยไม่ลังเล ตอนที่ลูกปัดปรากฏขึ้นมานั้นก็มีคลื่นความร้อนแผ่ออกมาด้วย ค่ายกลระดับสูงในลูกปัดทำงานผนึกพื้นที่โดยรอบในทันที
“นี่มัน ค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือ ! ” สีหน้าของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไป ในอดีตนั้นเพื่อที่จะปลดปล่อยโม่เทียนหยุนแล้ว เขาได้หลอมรวมกระบี่คู่เพื่อจะทำลายค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือ ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยกับพลังนี้ดี
การปรากฏตัวของค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือนั้นทำให้เจี้ยนเฉินใจหายวูบ เขาไม่ลังเลที่จะทิ้งหนานป้อเทียนและหนีออกมาโดยเร็วที่สุด
เปลวเพลิงที่น่านับถือนั้นเป็นยอดฝีมือชั้นสวรรค์ที่ 9 ของที่ได้จากชายคนนี้ต้องมีพลังทำลายล้างมหาศาล มันเหนือกว่าที่เจี้ยนเฉินจะรับมือไหว
แต่ค่ายกลด้านในลูกปัดนี้สมบูรณ์ได้ในทันที มันได้ผนึกพื้นที่โดยรอบไปตั้งนานแล้ว เจี้ยนเฉินโดนขังไว้ด้านใน แม้แต่กฎมิติของเขาก็ไร้ค่า
หลังจากที่ใช้ลูกปัดนี้ วิญญาณของหนานป้อเทีนก็ได้บินหนีออกมา ค่ายกลนั้นขังคนอื่นไว้ได้แต่ไม่อาจจะขังเขาไว้ได้
“หนานป้อเทียน เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีไปได้เพราะกักขังข้าไว้ที่นี่รึ ? ” สีหน้าของเจี้ยนเฉินหม่นลง เขากัดฟันแน่นและใช้ปราณกระบี่ลึกซึ้ง 2 เส้นพุ่งตามหนานป้อเทียนไป
วิญญาณของหนานป้อเทียนอ่อนแออย่างมาก มันจะทนปราณกระบี่ลึกซึ้ง 2 อันนี้ได้ยังไง ? เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาพร้อมกับวิญญาณของหนานป้อเทียนที่สลายไปในอากาศและโดนทำลายโดยปราณกระบี่ลึกซึ้ง
แต่ตอนที่หนานป้อเทีนตายไปนั้น เจี้ยนเฉินก็ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายที่หนักหนากว่าเก่า เขาโดนขังอยู่ในค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือ อุณหภูมิที่นี่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกฎไฟที่ทรงพลังแผ่ออกมาโดยรอบ
ต่อมาพลังของค่ายกลก็ปะทุออกมา ไฟก่อตัวขึ้นมาในอากาศ ไฟเหล่านี้มีกฎแห่งไฟอยู่ มันได้เข้ากลืนกินเจี้ยนเฉินในทันที