เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3256 : การกลับมาของราชันย์
ตอนที่ 3256 : การกลับมาของราชันย์
ต่อหน้าราชันย์เซียนแล้ว เจี้ยนเฉินไม่อาจจะปกปิดอะไรได้เลย ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากจากเผ่าปิศาจมายารึกระบี่คู่ที่เขาซ่อนไว้อย่างดีต่างก็ไร้ค่าต่อหน้าราชันย์เซียน ทั้งหมดเหมือนกับโปร่งใสมองทะลุได้อย่างง่ายดาย
กระบี่คู่ลอยอยู่เหนือหัวเจี้ยนเฉิน เพราะมันเพิ่งหลอมรวมกันจึงทำให้มันหม่นแสง ในเวลาเดียวกันก็มีรอยแตกเล็ก ๆ บนวัตถุเทพขั้นกลาง
แต่ตอนนั้นเองกระบี่คู่ไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้ มันโดนผนึกเอาไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็น
มันไม่ใช่แค่กระบี่คู่ แต่เจี้ยนเฉินเองก็โดนขังไว้เช่นกัน เขาราวกับโดนแช่แข็งไม่อาจจะกระดิกได้แม้แต่นิ้ว
พลังบรรพกาลในร่างไม่อาจจะโคจรได้อีก แม้แต่เลือดก็ยังหยุดไหล เขาไม่อาจจะใช้ได้แม้แต่วิญญาณ
คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือราชันย์เซียนหยั่งรู้สวรรค์จากตระกูลพันกลไก
ทั่วทั้งโลกเซียนนั้นมีราชันย์เซียนแค่หยิบมือ ทุกคนต่างก็เป็นขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 ที่บ่มเพาะด้วยวิธีของจอมปราชญ์สูงสุด พวกเขาได้รับการสืบทอดส่วนใหญ่ไม่ก็ทั้งหมดของจอมปราชญ์สูงสุด ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็มีวัตถุเทพราชันย์ติดตัวอย่างน้อย 1 ชิ้น
ผลก็คือราชันย์เซียนทุกคนนั้นเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อในโลกเซียน แค่กระดิกนิ้วก็เพียงพอที่จะทำลายโลกได้ ตัวตนสูงสุดที่เป็นรองแค่ราชันย์
เมื่อคนแข็งแกร่งเช่นนี้ลงมือด้วยตัวเองแล้ว นี่ไม่ต้องนับขั้นบรรพกาลเช่นเจี้ยนเฉินเลย แม้แต่ขั้นอัครสูงสุดก็ไม่ต่างอะไรจากมดต่อหน้าราชันย์เซียนที่สูงส่ง
“บัดซบ นี่คือกระบี่คู่จากโลกอมตะจริง ๆ ”
“พวกมันอาจจะเป็นแค่วัตถุเทพขั้นกลาง แต่พลังนี่ไม่ผิดแน่ มันคือกระบี่คู่ที่พลังอ่อนแอลง”
“กระบี่คู่นี่มันอะไรกัน ? พวกมันเป็นเหมือนกระบี่ในอดีต แค่ว่าจิตวิญญาณวัตถุของมันอ่อนแอลงไม่ใกล้เคียงกับในอดีตเลย”
“เจ้าสวรรค์ม่วงบัดซบไม่มีเกียรติของราชันย์ เขาหน้าไม่อายและฆ่ายอดฝีมือของเราไปมากมายแม้ว่าจะเป็นราชันย์ก็ตาม”
“ คนที่ได้รับการยอมรับจากระบี่คู่นั้นคือผู้สืบทอดของเจ้าเฒ่าบัดซบนั่น เราไม่อาจจะปล่อยให้ชายคนนี้มีชีวิตต่อไปได้”
…
กระบี่คู่เปิดเผยตัวต่อหน้าทุกคน มันทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลง ต่อมามิติที่นั่นก็เต็มไปด้วยรังสีอาฆาต แรงกดดันอันน่ากลัวแผ่ออกมาทำลายดวงดาวและอุกกาบาตที่อยู่ใกล้เคียงเป็นผุยผงเพราะแรงกดดันจากพวกเขา
ยังไงซะนี่ก็ไม่ใช่แรงกดดันจากคนรึสองคนเท่านั้นแต่เป็นแรงกดดันจากทุกคน แต่ละคนนั้นแข็งแกร่งและเป็นตัวตนที่น่ากลัวซึ่งชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเซียน
หลายคนมีความแค้นกับจอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วง คนที่พวกเขารู้จักหลายคนต้องตายไปด้วยฝีมือของจอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วง
“ไม่ใช่แค่ข้าจะฉีกผู้สืบทอดของเจ้าบัดซบสวรรค์ม่วงเป็นชิ้น ๆ แต่ข้าจะลากทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าออกมา ข้าจะไม่ปล่อยใครไปไม่ว่าจะเป็นคนรึทั้งตระกูลก็ตาม ข้าจะทำลายพวกนั้นด้วยมือข้าเอง” ชายแก่คนหนึ่งพูดขึ้นมา เขาใส่ชุดสีขาว ทำให้เขาดูราวกับเซียน แต่สายตาเขากลับเต็มไปด้วยความอาฆาต เขาพูดขึ้นมาพร้อมกับกัดฟันแน่น
ตอนที่เขาพูดนั้นเขาก็ได้ลงมือ แม้ว่าราชันย์เซียนทั้ง 7 จะอยู่ด้วย แต่เขาก็ไม่คิดเกรงใจ
“ช้าก่อน เจ้าไม่ใช่แค่คนเดียวที่มีความแค้นเคืองกับเจ้าสวรรค์ม่วง แม้ว่าชายคนนี้ควรถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องเป็นเจ้าที่ลงมือ” มีคนห้ามชายแก่เอาไว้ นางคือหญิงชราผมเทา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น นางเองก็อยู่ชั้นสรรค์ที่ 9 เช่นกัน นางเก็บตัวและหายตัวไปจากโลกเซียนมาหลายปีแล้ว
“สามีข้าต้องตายเพราะกระบี่ทั้งสองที่เจ้าเฒ่าบัดซบใช้ออกมา ข้าต้องการหัวของเขา เจ้าอย่าคิดมาแย่งข้าเลย” คนที่พูดนั้นคือผู้หญิงรูปร่างดีพร้อมใบหน้าที่งดงาม นางดูสวยสะดุดตาผิดกับใบหน้าที่เย็นชาของนาง
ทุกคนพากันพูดขึ้นมา สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความแค้นและเย็นขา พวกเขาอยากจะฆ่าเจี้ยนเฉินที่นี่ แม้ว่าจะเสื่อมเสียต่อฐานะพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย
แน่นอนว่ามียอดฝีมือส่วนหนึ่งที่มองไปที่กระบี่คู่อยู่ตลอดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภ
ด้วยจุดยืนของพวกเขาแล้ว มีของแค่ไม่กี่ชิ้นในโลกที่ทำให้พวกเขาสนใจได้ แม้แต่สมบัติระดับเทพขั้นสูงก็ยังไม่มีค่าสำหรับพวกเขา
แต่กระบี่คู่นี่เคยเป็นวัตถุเทพราชันย์ในอดีต พวกมันคือสมบัติที่ทำให้ทุกคนหวั่นไหวได้
แม้ว่าจะรู้ว่าผลกระทบจากการหลอมรวมกระบี่นั้นอันตรายอย่างมากรึไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะทนรับได้ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกับความจริงที่ว่าพวกเขาสามารถใช้มันเป็นไพ่ตายในการจัดการกับศัตรู
ด้วยกระบี่คู่นี้ พวกเขาไม่ต้องคิดเรื่องการหลอมรวมกระบี่แม้แต่น้อย ตราบใดที่พวกเขามีไพ่ตายนี่ คู่ต่อสู้ก็ต้องคิดทบทวนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา
“ชายคนนี้คือเจี้ยนเฉิน เขาก่อตั้งตระกูลเทียนหยวนทางใต้ของที่ราบเมฆา ในอดีตนั้นเขาได้สร้างผลงานมากมายให้กับพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงกับการคืนหอคอยอนัตตาให้กับเรา ที่สำคัญที่สุดคือองค์ชายเก้าของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงนั้นเหมือนจะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเขา อี้ซิน ในฐานะองค์หญิงใหญ่ของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงแล้ว เจ้าคิดเห็นยังไง ? ”
ในหมู่ดวงอาทิตย์ทั้ง 7 ดวงนั้นมีคนคนหนึ่งพูดขึ้นมา เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบและมองไปที่องค์หญิงใหญ่ของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง
เขาคือราชันย์เซียนเต๋าสวรรค์จากตระกูลเต๋า !
ได้ยินแบบนั้นหลายคนก็พากันชะงักไป พวกเขาพากันแปลกใจ บางคนรู้สึกเหลือเชื่อ
ผู้สืบทอดของสวรรค์ม่วงกลับสร้างผลงานให้กับพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงรึ ? เขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานขององค์ชายเก้าด้วยรึ ? นี่มันเรื่องตลกแบบไหนกัน ?
ยังไงซะเจ้าของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงอย่างจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตาก็เคยบาดเจ็บสาหัสเพราะกระบี่คู่ของจอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วง หลายคนถึงกับคิดว่าจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตานั้นตายไปแล้วด้วย
ตอนนี้ศิษย์คนใหม่ของจอมปราชญ์สูงสุดอนัตตากลับเป็นพี่น้องร่วมสาบานของผู้สืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุดสวรรค์ม่วง มันทำให้ทุกคนต่างก็แปลกใจ
นี่มันน่าเหลือเชื่อ
หากไม่ใช่เพราะคนที่พูดนั้นคือราชันย์เซียนเต๋าสวรรค์แล้ว พวกเขาคงไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
“เต๋าสวรรค์ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะรู้ดีเช่นนี้ “ ราชันย์เซียนสวรรค์อาฆาตจากตระกูลสุสานโบราณข้าง ๆ ราชันย์เซียนเต๋าสวรรค์พูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“อี้ซิน ที่เต๋าสวรรค์พูดมาเป็นความจริงรึ ? ” หนึ่งในราชันย์เซียนพูดขึ้น เขาคือราชันย์เซียนอาภรณ์โลหิตจากตระกูลไป่