เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 3255 : เปิดเผยตัว
ตอนที่ 3255 : เปิดเผยตัว
ในอวกาศภายนอกเจี้ยนเฉินได้เดินทางด้วยกฎมิติด้วยร่างที่ดำเป็นตอตะโก
เขาบาดเจ็บสาหัส ไม่ใช่แค่ร่างกายที่แห้งเหี่ยว แต่เลือดบรรพกาลส่วนมากก็ระเหยไปด้วย เขาต้องทนความเจ็บปวดจากพลังสะท้อนกลับจากการหลอมรวมกระบี่ ถ้าไม่ใช่เพราะอันตรายที่ถึงกับชีวิตที่เขาเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้แล้ว เขาอาจจะสลบไปแล้วก็ได้
นอกจากนี้เขาก็ได้ใช้ปราณกระบี่ลึกซึ้ง 3 อัน ดังนั้นพลังวิญญาณของเขาจึงหายไปจำนวนมาก ตอนนี้แค่เดินทางด้วยกฎมิติ เขาก็ต้องกัดฟันแน่นด้วยความพยายามอย่างมาก
เขาใส่หน้ากากจากเผ่าปิศาจมายา เขาพยายามปกปิดพลังตัวเองเอาไว้แล้วเดินทางออกที่ที่เขาต่อสู้เมื่อตะกี้แต่เขารู้ดีว่าไม่อาจจะเดินทางได้ไกลด้วยสภาพตอนนี้ ผลก็คือเขาต้องเอาโถงศักดิ์สิทธิ์ออกมาและปล่อยสวีเย่และรุยตี้ออกมาจากด้านใน
ตอนนี้ด้วยการใช้ดอกบัวแฝดที่ปนเปื้อนปราณหยานหวงก็ทำให้อาการบาดเจ็บของสวีเย่และรุยตี้ดีขึ้นมา รูปลักษณ์แก่ชราของรุยตี้จากการเสียพลังชีวิตไปนั้นก็เริ่มฟื้นฟูกลับมา
ด้วยดอกบัวแฝดนั้นก็ทำให้อาการบาดเจ็บของรุยตี้ดีขึ้นมาตามลำดับ เมื่อเขาฟื้นฟูได้สมบูรณ์แล้ว เขาก็สามารถกลับไปอยู่ในรูปลักษณ์เหมือนในอดีตได้
“เจี้ยนเฉิน ทะ ทะ ทำไมเจ้าถึงบาดเจ็บหนักเช่นนี้ได้ ? ”
ทันทีที่ทั้งสองออกมาจากโถงศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาก็เห็นสภาพของเจี้ยนเฉินซึ่งทำให้ทั้งสองต้องหน้าซีดไปเพราะความกลัว
ระหว่างที่พวกเขาอยู่ในโถงศักดิ์สิทธิ์ รุยตี้รู้จากสวีเย่เรื่องความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉิน ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 นั้นคือตัวตนที่สูงส่งในสายตาของรุยตี้ พวกเขาแข็งแกร่งกันอย่างมาก แต่ตอนนี้เจี้ยนเฉินกลับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ ไม่ใช่แค่ไม่เหลือผิวหนังแต่กล้ามเนื้อรึเลือดก็ยังหายไปด้วย กระดูกของเขาโดนเผาดำสนิท กระดูกบางส่วนถึงกับละลายไปด้วย
สภาพน่าอนาถนี้ทำให้รุยตี้ต้องกลัวขึ้นมา
แต่เจี้ยนเฉินไม่มีเวลาอธิบาย เขาได้บอกกับทั้งสองคนด้วยท่าทีร้อนใจ “อะ ออกจากที่นี่ไปซะ ลบพลังของพวกเจ้าแล้วออกจากที่นี่ไปโดยเร็วที่สุด เร็วเข้า ไม่งั้นจะสายเกินไป”
“เจี้ยนเฉิน เจ้าอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็เพื่อจะช่วยเรา เราจะทิ้งเจ้าได้ยังไง ? ”
“หากเราต้องหนี เจ้าก็ต้องไปกับเราด้วย เราไม่มีทางทิ้งเจ้าเป็นอันขาด เราจะเนรคุณเช่นนั้นได้ยังไงกัน ? ”
สวีเย่และรุยตี้ต่างก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าหนักแน่นและปฏิเสธเจี้ยนเฉิน พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาเข้าใจว่ามีศัตรูที่น่ากลัวอย่างมากที่ทำให้ขั้นบรรพกาลชั้นสวรรค์ที่ 4 ต้องบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้
แต่ถึงจะรู้ว่าความตายจะมาเยือน แต่ทั้งสองก็ไม่ขี้ขลาด พวกเขาไม่กลัวตาย พวกเขาแสดงแต่ความหนักแน่นออกมา
“พวกเจ้าต้องไป ไม่งั้นแล้วไม่ใช่แค่พวกเจ้าที่ต้องตาย แต่สำนักของพวกเจ้าก็อาจจะพินาศตามไปด้วย มันอาจจะถูกทำลายย่อยยับ” น้ำเสียงของเจี้ยนเฉินเคร่งเครียดอย่างมาก ตอนนี้เขายังไม่ถึงหมดสภาพแต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่านั้นเลย
“ผู้อาวุโสรุยจิน, หงเหลียนและเฮ่ยยู ข้าคงได้แต่ต้องลาพวกท่านที่นี่” เสียงของเจี้ยนเฉินดังขึ้นพร้อมกับยัดโถงศักดิ์สิทธิ์ใส่มือสวีเย่ เขาได้บอกกับรุยจิน, เฮ่ยยูและหงเหลียนที่อยู่ด้านใน
พูดจบ เขาก็ไม่เปิดโอกาสให้สวีเย่และรุยตี้ได้พูดอะไร เขาผลักมือออกไปด้วยความยากลำบากและใช้พลังเฮือกสุดท้ายในการส่งทั้งสองออกไปด้วยกฎมิติ
เขารับรู้ได้ถึงพลังอันน่ากลัวในมิติไกลออกไป พลังทุกอันนั้นแกร่งอย่างมาก พลังที่ปะทุออกมาจากการหลอมรวมกระบี่คู่นั้นมากกว่าที่เจี้ยนเฉินคาดเอาไว้
ตอนนี้เวลานั้นกระชั้นชิด เขาไม่อาจจะปล่อยให้พวกนั้นพบกับสวีเย่และคนอื่น ๆได้ ดังนั้นเขาถึงไม่คิดจะพบหน้ากับรุยจิน, หงเหลียนและเฮ่ยยูแม้แต่น้อยและส่งพวกนั้นออกไป
ตอนแรกเขาคิดจะให้สมบัติสวรรค์ที่ปนเปื้อนปราณหยานหวงกับรุยจินและคนอื่น ๆ แต่เมื่อคิดดูอีกทีแล้ว เขาก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไป เพราะกลัวว่าความหวังดีของเขาจะสร้างปัญหาให้กับพวกนี้
หากยอดฝีมือที่อยู่ไกลออกไปนั้นมองดูรอบ ๆ แล้ว งั้นคงไม่มีความลับไหนในโลกที่ปกปิดจากพวกนั้นได้ หากมีคนพบว่าสมบัติในมือรุยจินและคนอื่น ๆ บางทีพวกนั้นอาจจะเปลี่ยนใจและเลือกที่จะลงมือกับพวกนี้
รุยตี้และสวีเย่ถูกส่งเจี้ยนเฉินส่งออกไป แต่เพื่อที่จะกันไม่ให้พวกนี้มาหาเขาอีกโดยไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง เจี้ยนเฉินจึงไม่ได้อยู่ที่นั่นต่อ เลือกที่จะเดินทางไปต่อด้วยกฎมิติ
สุดท้ายหลังจากที่เคลื่อนย้ายไปกว่าสิบครั้งเขาก็หมดพลังทั้งหมด เขากลับอยู่บนอุกกาบาตลูกหนึ่ง
ด้านในอุกกาบาตนี้เจี้ยนเฉินได้พิงกำแพงอย่างอ่อนแรงและได้แต่โคจรพลังบรรพกาลเพื่อฟื้นฟูตัวเอง
เขารู้ว่าการหลอมรวมกระบี่นั้นทำให้ยอดฝีมือจำนวนมากของโลกเซียนแห่กันมาที่นี่เขาไม่รู้เลยว่าชะตาอะไรที่รอเขาอยู่ บางทีเขาอาจจะรอดจากวิกฤตนี้ไปได้รึบางทีเขาอาจจะต้องพบกับหายนะ
ระหว่างที่อยู่ในอันตรายนี้ เจี้ยนเฉินกลับเยือกเย็นอย่างมาก ตอนนั้นเขาเริ่มคิดถึงหลาย ๆ เรื่อง เขาคิดถึงตระกูลเทียนหยวนก่อน เพราะเขามีคนรู้จักจำนวนมากที่นั่นรวมถึงปู่ของเขาด้วย
หลังจากนั้นเขาก็นึกถึงหมิงตงและเถียต้ารวมถึงพี่สาวของเขาที่ที่ราบน้ำแข็งขั้วโลกซึ่งบางทีอาจจะไม่คิดว่าเขาเป็นน้องชายนางอีก
“หมิงตงเป็นองค์ชายเก้าของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิง ไม่ว่าข้าจะเกี่ยวข้องกับเขายังไง แต่เขาก็ไม่คงไม่เจอปัญหาไปด้วย เถียต้านั้นเป็นเทพเจ้าสงครามของเผ่าเทพ คงไม่มีใครกล้าพอที่จะหมายหัวเขา สำหรับพี่สาวข้าแล้ว นางคงไม่ได้รับผลกระทบไปด้วย”
“สิ่งที่ข้ากังวลมากที่สุดคือตระกูลเทียนหยวน” เจี้ยนเฉินคิดถึงกรณีเลวร้ายที่สุดและเริ่มรู้สึกเศร้าขึ้นมา
ในอดีตนั้นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกันไม่ให้ตระกูลเทียนหยวนขยายตัวออกไป เพราะหวังว่าตระกูลเทียนหยวนจะไม่ใหญ่โตเกินไป ด้วยวิธีนี้แม้ว่าเขาจะต้องออกจากโลกนี้ เขาก็สามารถสั่งรวมตัวทุกคนได้ง่าย ๆ และพาพวกนั้นไปจากโลกนี้พร้อมกับเขาได้
แต่แผนนั้นกลับต้องพังลงไป หนานป้อเทียนได้ใช้ค่ายกลของเปลวเพลิงที่น่านับถือ มันทำให้เขาตกอยู่ในอันตราย หากเขาไม่หลอมรวมกระบี่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาต้องตายแน่ ๆ รุยจิน, หงเหลียนและเฮ่ยยูก็ต้องเผชิญหน้าชะตากรรมแบบเดียวกัน
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องใช้การหลอมรวมกระบี่เพื่อปูทางรอดให้กับทั้งสามคนโดยเสี่ยงที่จะเปิดเผยตัวเอง
“ ตอนนี้ข้าได้แต่หวังว่าหน้ากากจากเผ่าปิศาจมายาจะซ่อนตัวข้าได้ “ เจี้ยนเฉินคิด เขาอ่อนแออย่างมาก ตอนนี้เขาไม่อาจจะทำอะไรได้เลย เขาไม่มีแม้แต่พลังที่จะเดินทางต่อ เขาได้แต่ต้องรออยู่ที่นี่
ตูม !
แต่ทันทีที่เขาคิดเช่นนั้นอุกกาบาตที่เขาอยู่นั้นกลับระเบิดออก ภายใต้แรงกดดันมหาศาลก็ทำให้ซากอุกกาบาตทั้งหมดนั้นถูกบดขยี้กลายเป็นผุยผง
ดวงอาทิตย์ทั้ง 7 ดวงที่เปล่งแสงต่างกันได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจี้ยนเฉิน แสงนี้จ้าจนแทบทำให้ตาบอด พวกนี้คือราชันย์เซียนทั้ง 7 ของตระกูลเก่าแก่ พวกนี้ราวกับเทพเจ้า
เจี้ยนเฉินเผยตัวต่อหน้าทั้ง 7 ทันที สำหรับหน้ากากของเผ่าปิศาจมายาแล้ว มันเหมือนทำอะไรไม่ได้เลย มันราวกับไม่มีตัวตนต่อหน้าราชันย์เซียนทั้ง 7
ใต้เท้าประกายดาวทั้งเก้า ผู้ปกครองคนแรกของพระราชวังสวรรค์แห่งบิเชิงและขั้นอัครสูงสุดชั้นสวรรค์ที่ 9 คนอื่น ๆได้ลอยอยู่ในมิติแห่งนี้
“ เจี้ยนเฉิน เป็นเจ้าจริง ๆ รึ ? ” อี้ซินแสดงสายตาแปลกใจออกมาเมื่อเห็นเขา
ตอนนั้นหนึ่งในร่างภายในดวงอาทิตย์ทั้ง 7 ก็ได้สะบัดนิ้วก่อนจะชี้ไปที่เจี้ยนเฉิน
พลังลึกลับแผ่ออกมาพร้อมกับกระบี่คู่ในร่างเจี้ยนเฉินก็ได้ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าทุกคน
“กระบี่คู่จริง ๆ ! ” คนที่ดึงกระบี่คู่ออกมานั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เขาคือราชันย์เซียนหยั่งรู้สวรรค์จากตระกูลพันกลไก หนึ่งในตระกูลโบราณ !