เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 182 ทดลองใช้บริการ
บทที่ 182 ทดลองใช้บริการ
หลังจากออกจากเขตของดาวเคราะห์หมายเลข 584 ได้อย่างราบรื่น ลู่จินกู้ก็ปล่อยใจให้ผ่อนคลายเต็มที่
เธอพิงพนักเก้าอี้ พลางหัวเราะเบา ๆ
แม้กระบวนการครั้งนี้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาดี ที่สำคัญที่สุดคือ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสามารถทำภารกิจสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังหรือความช่วยเหลือจากใครอื่น
สิ่งนี้แสดงว่าเธอเริ่มมีความสามารถในการป้องกันตัวเอง และไม่ต้องเป็นคนที่ใคร ๆ จะมากดขี่บีบบังคับได้ง่าย ๆ อีกต่อไป เธอจึงรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
ส่วนเรื่องที่ว่าตระกูลลู่จะลำบากแค่ไหน…แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?
เธอได้จดชื่อลู่จัวและคนอื่น ๆ ลงบัญชีดำไปตั้งแต่ออกจากดาวเคราะห์หมายเลข 584 แล้ว
หลังจากการวาร์ปหลายครั้ง ในที่สุดยานก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง นั่นคือดาวเคราะห์หมายเลข 43
ลู่จินกู้ยิ้มอย่างมีความสุข “อุทยานป่าไม้มีแผนที่จะเปิดให้สาธารณะเข้าชมในช่วงต้นปีใหม่ พวกคุณคือแขกกลุ่มแรกที่ได้รับเชิญเป็นพิเศษนะคะ”
ขณะที่ยานยังอยู่บนฟากฟ้า ลู่เหนี่ยนเจิ้นและคนอื่น ๆ ก็ถูกทิวทัศน์ที่งดงามดึงดูดเข้าไปแล้ว และเมื่อได้ก้าวออกจากยาน ก็พร้อมใจกันส่งเสียงด้วยความชื่นชมและหลงใหลในความงามตรงหน้าอย่างไม่สามารถหักห้ามใจได้
ลู่อวี๋กู้สัมผัสถึงความรู้สึกนี้ได้ทันที “อากาศที่นี่สบายยิ่งกว่าที่เขตพาราไดซ์หนึ่งอีกนะ”
แน่นอนละ เพราะอุทยานป่าไม้นี้เต็มไปด้วยพืชพรรณอันอุดมสมบูรณ์ เปรียบเสมือนสถานที่ที่เป็นโอเอซิสของออกซิเจน ในขณะที่เขตพาราไดซ์ 1 นั้นเต็มไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนไปมา ทั้งสองที่ย่อมไม่อาจเทียบกันได้
นอกเขตสถานีอวกาศ มีรถโดยสารลอยฟ้าหลายคันจอดรออยู่ เป็นรถที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเดินทางระหว่างประตูอุทยานป่าไม้กับสถานีอวกาศ พวกเขาในฐานะ ‘กลุ่มทดลองเล่น’ ก็ต้องลองใช้บริการกันดูสักครั้ง
การเดินทางนี้ไม่น่าจะไม่สบายแน่นอน เพราะรถลอยฟ้าเหล่านี้เป็นรุ่นหรูหราที่ตระกูลเซินสั่งซื้อโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นความนิ่งของการขับเคลื่อน หรือความสะดวกสบายภายใน ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เหนือชั้นทั้งสิ้น
ภายในรถยังมีของว่างและเครื่องดื่มจากพาราไดซ์ไว้บริการ เพื่อให้ผู้โดยสารที่เพิ่งลงจากยานอวกาศได้เพลิดเพลินและพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปยังอุทยานป่าไม้
นอกจากนี้ รถโดยสารลอยฟ้าแต่ละคันยังมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล หากนักท่องเที่ยวต้องการ เจ้าหน้าที่ก็จะทำหน้าที่อธิบายข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานป่าไม้ให้ฟังระหว่างการเดินทาง
ข้อมูลที่อธิบายนั้นรวมถึงเส้นทางท่องเที่ยว การแบ่งส่วนของแต่ละเขตสวน รวมไปถึง ‘เรื่องเล่าตำนาน’ ต่าง ๆ
ใช่แล้ว ลู่จินกู้ยังได้พยายามรวบรวมเทพนิยายและเรื่องราวในตำนานที่เคยสูญหายไปแล้วนำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่ในอุทยานป่าไม้ ซึ่งเป็นจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในที่แห่งนี้
ยกตัวอย่างเช่น พระราชวังจันทรา แน่นอนว่าต้องมีเรื่องเล่าของเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ สวนดอกไม้ก็ต้องมีนิทานเรื่องเจ้าหญิงนิ้วโป้ง และที่ริมชายหาด จะไม่มีตำนานนางเงือกน้อยได้อย่างไร?
โดยรวมแล้ว เกือบทุกจุดท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ล้วนมีเรื่องราวที่จับคู่เข้ากับสถานที่ ซึ่งดึงดูดผู้คนได้ดีกว่าข้อมูลวิชาการที่แห้งแล้งแน่นอน
อย่างน้อยจากการทดลองครั้งนี้ ลู่อวี๋กู้ก็ถูกเรื่องเล่าของสุนัขจิ้งจอกกับนักปราชญ์ดึงดูดเอาไว้เสียแล้ว ดูจากท่าทางที่เธอเปิดอุปกรณ์สื่อสารแล้วบันทึกอย่างขะมักเขม้น ก็คงเดาได้ว่าไม่นานนี้อาจจะมีเรื่องเล่าคล้าย ๆ กันออกสู่สายตาผู้คนอย่างแน่นอน
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงประตูใหญ่ของอุทยานป่าไม้ ที่นี่เป็นลานกว้างใหญ่และงดงาม รอบ ๆ มีร้านค้ามากมาย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เปิดให้บริการ โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีต่อจากนี้ ร้านค้าต่าง ๆ จะค่อย ๆ เปิดผ่านการประมูลและหาผู้ประกอบการที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีโรงแรมหลากหลายระดับให้เลือกพักอีกด้วย
“เนื่องจากทั้งดาวเคราะห์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานป่าไม้ เวลาเพียงแค่หนึ่งหรือสองวันย่อมไม่เพียงพอสำหรับการเที่ยวชม ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงสามารถเลือกพักในโรงแรมที่มีหลากหลายราคาได้ แน่นอนว่าภายในอุทยานก็มีโรงแรมอยู่ด้วย และเป็นโรงแรมที่มีธีมแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ตั้ง รวมถึงมีร้านค้าพื้นฐาน เพียงแต่ราคาของมันนั้น…”
ลู่จินกู้ผู้รับหน้าที่เป็นไกด์ชั่วคราวยักไหล่ “ก็คงจะค่อนข้างแพงหน่อยนั่นแหละค่ะ”
นี่เป็นแนวทางที่พบได้ทั่วไป คนอื่น ๆ จึงไม่แปลกใจอะไรนัก
อย่างไรก็ตาม ในฐานะ ‘ผู้ทดลองเล่นที่ได้รับเชิญเป็นพิเศษ’ ทุกกิจกรรมของพวกเขาย่อมฟรีทั้งหมด หลังจากดูคู่มือแนะนำแบบโฮโลแกรมของอุทยาน พวกเขาจึงตัดสินใจเลือกพักที่ ‘โรงแรมจันทรา’
แค่ฟังชื่อก็พอจะเดาได้ว่าโรงแรมนี้ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังจันทรา
หลังจากทำการศึกษา ลู่จินกู้พบว่าการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์เหล่านี้อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว การใช้ประโยชน์ในภายหลังนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอทั้งหมด
ในยุคนี้ สิ่งที่เรียกว่าเทวสถานหรือวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการบูชาเหมือนยุคก่อน แต่เป็นการนำมาใช้ในเชิงการท่องเที่ยวและการบริการแทน
โดยเฉพาะพระราชวังจันทราที่เป็นกลุ่มอาคารใหญ่โต การแบ่งส่วนหนึ่งออกมาและตกแต่งภายในเพื่อใช้เป็นโรงแรมย่อมทำได้สะดวก
ดังนั้น โรงแรมจันทราจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระราชวังจันทรา
ความหรูหราที่ดูราวกับโลกจินตนาการของที่นี่ทำให้แม้แต่ลู่อวี๋กู้ ผู้ใช้ชีวิตด้วยจินตนาการและการวางแผนอย่างมีเหตุผลถึงกับพูดไม่ออก
“ขอแค่ได้พักที่นี่สักวัน ฉันก็ยอมใช้เงินหมดหน้าตักเลย”
นี่คือความคิดเห็นของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ต่อโรงแรมจันทรา
พระราชวังจันทราตั้งอยู่บนภูเขา โดยที่บนยอดสูงสุดเป็นที่ตั้งของปราสาทขนาดใหญ่ ซึ่งถูกใช้เป็น ‘โรงละคร’
ลู่จินกู้ได้อธิบายให้พวกเขาฟังว่า “เมื่ออุทยานป่าไม้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ที่นี่จะมีการแสดงปกติและการแสดงพิเศษให้รับชม แขกที่พักในโรงแรมจันทราจะได้รับบัตรชมการแสดงฟรี”
เดาได้ว่าที่นี่จะกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของอุทยานป่าไม้ในอนาคต
วันนี้ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้ากันมามาก เมื่อมาถึงโรงแรมจันทรา ต่างคนก็ต่างเลือกห้องพักของตัวเองและเตรียมตัวพักผ่อน
ทว่ามิซึโนะ ยูมิโกะยังคงตามติดลู่เหนี่ยนเจิ้นไม่ยอมห่างราวกับสัตว์เล็กที่ถูกข่มขู่จนขวัญเสีย มีเพียง ‘นายหญิง’ คนเดิมเท่านั้นที่เธอรู้สึกว่าสามารถพึ่งพาได้ อย่างน้อยก็ดูจะเชื่อถือได้มากกว่าลูกสาวที่เคยลากเธอออกจาก ‘กรง’ โดยไม่สนใจอะไร
ดังนั้นไม่ว่าจะมีคนอื่น ๆ มาพยายามโน้มน้าวแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมที่จะออกห่างจากลู่เหนี่ยนเจิ้นแม้แต่ก้าวเดียว
หากพยายามแยกเธอออกไป เธอก็จะกรีดร้องออกมาเสียงแหลม ราวกับเสียงสูงของนักร้องโซปราโนที่เปรียบได้กับการโจมตีทางจิตใจที่ทรงพลัง ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด
ไม่แปลกใจเลยว่าเธอเป็นคนที่ร้องไห้ได้ยาวนานหลายชั่วโมง การกรีดร้องก็มีความอึดทนพอ ๆ กัน สุดท้ายลู่เหนี่ยนเจิ้นก็ทนไม่ไหว จึงเสนอให้ทั้งคู่กินนอนร่วมกันไปก่อนในช่วงนี้
ทั้งคู่เป็นผู้หญิง จึงไม่มีอะไรที่ไม่สะดวกมากนัก เพียงแต่ว่าการจัดการเช่นนี้ทำให้ทั้งสองคู่แม่ลูกแทบไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเลย
โชคดีที่ลูกสาวทั้งสองคนไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก คนหนึ่งงานยุ่ง อีกคนหนึ่งก็กำลังมีแรงบันดาลใจพลุ่งพล่าน ต่างก็หันหลังกลับเข้าห้องของตนโดยไม่เลือกที่จะพักผ่อน
ลู่จินกู้ได้เปิดใช้งานภารกิจก่อสร้างอาณาจักรแอตแลนติส โดยเลือกที่จะตั้งสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์นี้ในอุทยานป่าไม้ด้วย ตำแหน่งก็เลือกไว้อย่างเหมาะเจาะตรงส่วนที่ติดกับทะเล
ระบบไม่ได้ปฏิเสธการขอสร้างครั้งนี้ ดูท่าว่าพระราชวังจันทราและแอตแลนติสจะถูกมองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างจากอารยธรรมเดียวกันในสายตาของระบบ
กลุ่มคนที่เคยรับผิดชอบการสร้างพระราชวังจันทราเพิ่งจะได้พักเพียงไม่กี่วัน ก็ได้รับแจ้งว่างานใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
บางคนที่เดิมทีกังวลว่าจะถูกใช้แล้วทิ้ง ตอนนี้จึงได้วางใจได้เสียที
หลังจากวางตำแหน่งสิ่งปลูกสร้างมหัศจรรย์ใหม่แล้ว ระบบก็มีการแจ้งเตือนขึ้นมา
เมื่อเปิดดูก็พบว่าป้ายหน้าเพจของกลุ่มการค้ากำลังส่องแสงกะพริบอยู่
เมื่อคลิกเข้าไปยังหน้าต่างเดี่ยว เธอเพียงมองแวบเดียวก็เผยรอยยิ้มสดใสออกมา
ดาวเคราะห์หมายเลข 43 ไม่มีตลาดการค้า ดังนั้นเธอจึงไม่รีรอที่จะไปยังสถานีขนส่ง
ระหว่างทางเธอเจอกับกู้ตั๋ว เดิมทีเขากำลังศึกษามังกรเสาหินที่อยู่กลางลาน พอเห็นลู่จินกู้ก็ถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ข่าวดีน่ะ คุณอยากไปดูกับฉันไหม?”
คำเชิญนี้ดูเหมือนจะทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยินดีที่จะตอบรับและขึ้นรถม้าตามเธอไป