เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 622 ภาคการแตูนแหงชาติ 22 นามคุณนาย เฉิงยังใชประโยชนแไดดีกวาอีก
- Home
- เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
- ตอนที่ 622 ภาคการแตูนแหงชาติ 22 นามคุณนาย เฉิงยังใชประโยชนแไดดีกวาอีก
ก่อนจะเข้าประตู เถ้าแก่หลิ่วก็หยุดฝีเท้า เขามองฉินห ร่านแล้วก้มหน้าเล็กน้อย ออร่าเธอดูทรงพลังไปทั้งตัว “คุณ นายเฉิง อีกสักครู่คุณอย่าเพิ่งพูดอะไรออกไปตามอําเภอใจ นะครับ เราจะตัดสินใจตามสถานการณแ”
ฉินหร่านถอดหมวกออก เธอแค่พยักหน้าเมื่อได้ยินเถ้า แก่หลิ่วบอก
เธอไม่ค่อยสนใจเรื่องธุรกิจพวกนี้เท่าไหร่นัก
“เถ้าแก่ คุณเฉิงจินบอกว่าคนข้างในรับมือยากหน่อย คราวนี้คุณชายเฉิงไม่อยู่…” หลิ่วเจวี๋ยที่อยู่ข้างๆ หน้าเข้ม เล็กน้อย
กลัวว่าจะรับมือยากเข้าแล้ว
ทันทีที่เข้าไปก็เห็นคนชุดดํายืนอยู่สองฝใ่ง
คนเหล่านี้มีรังสีหนาวสะท้านกระดูกอยู่ในตัว แววตา ดุดัน รูปร่างกํายํา เข้าไปแหย่ไม่ได้ง่ายๆ
แน่นอนว่าตระกูลหลิ่วก็มีผู้คุ้มกันที่ได้รับการฝึกฝนเป็น การส่วนตัว แต่ไม่ว่ารังสีออร่าหรืออย่างอื่นก็ล้วนเทียบกับ กลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ พวกเถ้าแก่หลิ่วจึงเพิ่มความ ระแวดระวังมากขึ้น
หลิ่วเจวี๋ยและผู้ผ่านการฝึกฝนคนอื่นๆ ต่างก็ยิ่งรู้สึก กดดันขึ้นมาเท่าตัว
นอกจากหลิ่วเจวี๋ยกับเถ้าแก่หลิ่วแล้ว คนอื่นในตระกูล หลิ่วก็ถูกคนชุดดํากันไว้นอกประตู
ส่วนฉินหร่านกับเฉิงมู่ก็ยังเหมือนเดิม การแสดงออกทาง สีหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
เถ้าแก่หลิ่วเหลือบมองฉินหร่านอีกครั้ง มีความ ประหลาดใจอยู่ในแววตา
หลังจากเข้าไปในห้องโถง ก็เห็นคนต่างชาติคนหนึ่งกําลัง นั่งอยู่ริมโต฿ะกาแฟ
นัยนแตาล้ําลึก
“สวัสดีครับ ผมคือคนตระกูลหลิ่วที่จะเจรจากับคุณ หลิ่วเซียว” เถ้าแก่หลิ่วแนะนําตัวกับคนต่างชาติก่อนเป็น อันดับแรก
ระหว่างที่เขาพูด ฉินหร่านก็หาที่นั่งแล้วนั่งลง หลิ่วเจวี๋ย ที่คอยสังเกตฉินหร่านตลอดเวลามีสีหน้าเปลี่ยนไป ขณะที่เขา กําลังจะเอ่ยเตือนก็พบว่าคนของเคนเนธไม่มีการเคลื่อนไหว ใดๆ เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เคนเนธวางถ้วยชาลง กวาดตามองก็ไม่เจอเฉิงเจวี้ยน แต่ กลับเห็นฉินหร่านยืนอยู่ด้านหลังเถ้าแก่หลิ่ว
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าฉินหร่านไม่ได้คิดจะมาเจรจา เธอแค่นั่งตรงมุมโซฟาแล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพทแ ใบหน้าที่ก้ม ลงยังดูหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ
มือเขาชะงักไปครู่หนึ่ง วางชาในมือลง
“อืม ชื่อเคนเนธ” เคนเนธละสายตาจากฉินหร่าน เขา ตอบกลับเถ้าแก่หลิ่วสั้นๆ ง่ายๆ
คนที่ติดต่อกับเคนเนธมาตลอดคือคนระดับเดียวกับเฉิง เจวี้ยนหรือจระเข้ยักษแ เถ้าแก่หลิ่วยังห่างชั้นกับพวกเขาไป มาก
แต่เถ้าแก่หลิ่วก็ยังเป็นคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เขาไม่รู้ว่า เคนเนธเป็นใคร แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเคนเนธไม่ธรรมดา เถ้า
แก่หลิ่วยังคุยเรื่องปใญหาการส่งมอบสินค้ากับเคนเนธด้วยสี หน้าดังเดิม
เมื่อไม่มีเฉิงเจวี้ยนอยู่ด้วย เคนเนธย่อมเป็นฝุายกด สัญญา
เมื่อหลิ่วเจวี๋ยเห็นอาวุธที่เอวของเคนเนธ ใจก็ยิ่งระแวง มากขึ้น
บรรยากาศทั่วทั้งห้องราวกับอึดอัดขึ้นมา ไฟสงครามใกล้ ปะทุแล้ว
เมื่อเฉิงมู่ที่คอยจับตามองเคนเนธกับฉินหร่านอย่าง ใกล้ชิดพบว่าตอนที่ทั้งสองเจอกัน ไม่ได้มีอารมณแพลุ่งพล่าน อะไรมาก ตอนนี้จึงถอนหายใจในท้ายที่สุด
เขามองไปรอบๆ ก็เห็นชุดน้ําชาวางอยู่บนโต฿ะ และยังมี กาน้ําชาอยู่ด้วย
เฉิงมู่สาวเท้าเดินไปที่นั่น
ภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยไฟสงคราม กลุ่มของเถ้า แก่หลิ่วอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล มีแค่เฉิงมู่ที่กําลังเดินไป ข้างหน้า
หลิ่วเจวี๋ยที่อยู่ข้างๆ กดแขนเขาไว้ กระซิบบอก “คุณ เฉิงมู่ คุณจะทําอะไร?”
“ไปชงชา” เฉิงมู่กระซิบเบาๆ “คนของคุณเคนเนธชงชา ไม่เอาไหนเลย”
หลิ่วเจวี๋ยกระตุกมุมปาก พวกเขาประสาทเสียกันไป หมดแล้ว ไม่คิดว่าเฉิงมู่ยังคิดเรื่องพวกนี้อยู่ได้…
“คุณเฉิงมู่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาชงชา…” ถึงอย่างไรหลิ่วเจวี๋ย ก็นับว่าเป็นคนมีวิสัยทัศนแในที่แห่งนี้ เมื่อก่อนเขาก็เป็นคน
ติดต่อกับเฉิงจินโดยเฉพาะ ลําพังแค่TC-7152แบบสั่งทําที่ วางอยู่ตรงหน้าเคนเนธก็ทําเอาคนขวัญหนีดีฝุอแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอก” เฉิงมู่เห็นว่าเคนเนธกับฉินหร่านไม่ได้ ทะเลาะกัน เขาก็คลายใจลงแล้ว ถึงอย่างไรก็ยังเคยกินข้าวที่ ฉินฮั่นชิวทําที่บ้านตระกูลฉินด้วยกัน เขาค่อยๆ ยกข้อมือขึ้น แล้วสะบัดมือหลิ่วเจวี๋ยออก
เฉิงมู่สวมรองเท้าผ้าใบเดิน “แตะ แตะ แตะ” บนพื้นหิน อ่อน เสียงเดินของเขาไม่ได้ดังมาก แต่เนื่องจากในห้องโถง เงียบมากอยู่แล้ว เสียงเดินของเขาจึงได้ยินชัดขึ้นมาเล็กน้อย
“แตะ แตะ แตะ”
หลิ่วเจวี๋ยมองเฉิงมู่พลางสูดหายใจเข้า
แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่หลิ่วเจวี๋ยตกใจก็คือ เดิมทีเขายังนึกว่า เคนเนธกับลูกน้องเคนเนธจะลงมือโยนเฉิงมู่ออกไป เพราะถึง อย่างไรคนพวกนี้ก็ดูเหมือนไม่ใช่คนดีอะไร
แต่กลับคิดไม่ถึงว่าพวกเคนเนธจะคงสีหน้าดังเดิม ไม่ เปลี่ยนไปเลยสักนิด
เฉิงมู่ฝึกชงชาจนฝีมือดี หลังจากชงเสร็จไปหนึ่งกาก็ถือ กาดินเผามา เอียงศีรษะถามเคนเนธ “คุณเคนเนธ คุณซื้อ กาน้ําชาใบนี้มาเท่าไหร่?”
เคนเนธกําลังเจรจากับเถ้าแก่หลิ่วด้วยอารมณแเยือกเย็น และดุดัน
จู่ๆ ก็ได้ยินเฉิงมู่ถามอย่างเอาจริงเอาจัง เขาจึงหันหน้า มา นิ่งไปสักพักก่อนจะตอบ “ไม่รู้สิ พวกเขาเตรียมมาลวกๆ”
“ชุดน้ําชานี่ไม่ดีเลย ถึงจะเหมือนชุดของตระกูลฉินนั่น มาก แต่ก็ยังแย่กว่าหน่อย” เฉิงมู่ชงชาเสร็จก็ยกมาทางด้านนี้ เขารินชาให้ฉินหร่านก่อนแล้วมองมาทางเคนเนธ “คุณเคน เนธจะรับน้ําชาไหมครับ?”
เคนเนธรับชาในมือเขามา จิบคําหนึ่งก่อนจะพยักหน้า “จริงด้วย ชุดน้ําชาอันนี้ต่างจากที่บ้านพี่ฉินลิบลับ ถ้าไปเมือง หลวงคราวหน้าคงต้องให้พี่ฉินช่วยฉันซื้อมาสักชุด”
พูดจบก็มองมาทางฉินหร่าน “เธอมาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ได้ ยังไง?”
“มีงาน” ฉินหร่านเล่นเกมจบไปหนึ่งตาก็ปิดโทรศัพทแถือ ไว้ในมือ เธอรับชาที่เฉิงมู่ยื่นให้แล้วนั่งไขว่ห้างมองเคนเนธ “พวกคุณเจรจากันเสร็จหรือยัง?”
“อีกนิดเดียว” เคนเนธพูดภาษาจีนหยาบๆ
แม้เขากับฉินหร่านจะมีความแค้นต่อกัน แต่เคนเนธก็ ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว เขามองผลประโยชนแโดยรวม คนที่นั่งอยู่ตรง สองโต฿ะด้านหน้าในวันแต่งงานคราวนั้นเขาก็เห็นแล้ว ในนั้นมี เพื่อนฉินหร่านกับเฉิงเจวี้ยนครองพื้นที่กว่าครึ่ง
แม้วิธีการเคนเนธจะโหดเหี้ยม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีสมอง และยิ่งไปกว่านั้นแมทธิวที่อยู่ในงานยังเป็นเพื่อนของฉินห ร่านอีกด้วย
เฉิงมู่ไม่จําเป็นต้องกังวลเลยแม้แต่น้อย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เฉิงเจวี้ยนให้ฉินหร่านมาอย่างหมดห่วง
ฉินหร่านดูเวลาบนโทรศัพทแมือถือ เธอรอด้วยความ หงุดหงิดเล็กน้อย พูดไปตรงๆ “สิบนาทีแล้ว พวกคุณจะ เจรจากันอีกนานไหม?”
พูดกันตามความจริง สิบนาทีไม่ถือว่านาน การใช้เวลา เจรจาหนึ่งหรือสองชั่วโมงยังถือว่าปกติมาก นี่เพิ่งเริ่มต้น
“ก็โอเค สัญญาฉบับนี้ ข้อเรียกร้องของพวกเธอดูจะโหด ไป ไม่ใช่ว่าฉันจะต้องเซ็นสัญญากับที่นี่เสียหน่อย” เคนเน ธยื่นเอกสารให้ฉินหร่านอย่างส่งๆ “เธอลองดูสิ”
ฉินหร่านไม่ค่อยมีความอดทนกับเรื่องธุรกิจ
แต่เคนเนธให้เธอดู เธอก็ทนๆ ดู
จํานวนหน้ามีไม่มาก เธอเปิดอ่านเสร็จภายในเวลาไม่ถึง หนึ่งนาที จากนั้นก็โยนสัญญาลงบนโต฿ะลวกๆ เชิดคางมองไป ทางเคนเนธ “เซ็นซะ”
“60%” เคนเนธส่ายหน้า
แม้วันนี้จะมีเฉิงเจวี้ยนอยู่ เขาก็จะไม่ปล่อย60%นี้ไป
ฉินหร่านชี้ไปที่โต฿ะ “ฉันดูแล้ว 50%ไม่ได้เป็นผลเสีย สําหรับคุณเลย คุณแค่กังวลเรื่องการตรวจสอบสินค้า ส่วน ทางแมทธิวฉันจะช่วยคุณทําบัตรผ่านเอง”
แน่นอนว่าเคนเนธเคยได้ยินเรื่องแมทธิวกับฉินหร่าน
พอได้ยินฉินหร่านพูดแบบนี้ เขาก็หวั่นไหวขึ้นมาจริงๆ เขาคลําหาบุหรี่ในกระเปาออกมา ใช้นิ้วบีบไฟแช็ก “เธอทํา ได้แน่?”
“แน่นอน ตราบใดที่คุณไม่ละเมิดกฎหมายเกินไป” ฉินห ร่านได้อ่านข้อตกลงแล้ว ข้อตกลงนี้ก็เป็นผลประโยชนแ สําหรับแมทธิวเช่นกัน ขายน้ําใจให้เคนเนธคนเดียว เส้นทางแมทธิวในรัฐFก็ผ่านได้แล้ว
เคนเนธมองเธออยู่นาน เขารู้ว่าฉินหร่านไม่มีทางล้อเล่น เรื่องนี้กับเขา
“งั้นเอาแบบนี้ ฉันจะช่วยคุณติดต่อก่อน” ฉินหร่านหยิบ โทรศัพทแมาต่อหาสายหนึ่ง
เธอไม่ได้เซฟเบอรแของแมทธิว มันยังคงเป็นหมายเลข รหัส
หลิ่วเจวี๋ยที่ยืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลังเธอเห็นเลขของรัฐM
สิบนาทีต่อมา เคนเนธก็หยิบปากกาดําเซ็นชื่อลงบน สัญญา
หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เขาก็ดันเอกสารให้เถ้า แก่หลิ่ว
แต่เถ้าแก่หลิ่วกลับนิ่ง
เคนเนธขมวดคิ้ว เขากัดบุหรี่ที่ไม่ได้จุด ขบเขี้ยวด้วย ท่าทางดุดัน “ไม่อยากเซ็น?”
เถ้าแก่หลิ่ว “…”
เขาก็แค่คาดไม่ถึงว่ามันจะราบรื่นถึงเพียงนี้
แต่ใจยังหนักแน่น แค่สติหลุดลอย จากนั้นก็เซ็นสัญญา เสร็จเรียบร้อย
สัญญาฉบับนี้เซ็นแล้วเสร็จภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และออกมาพร้อมกับฉินหร่าน
พวกเขาเข้าไปในเวลาเก้าโมง เพิ่งจะเก้าโมงครึ่งก็ออกมา กันแล้ว
ฉินหร่านโบกมือให้เถ้าแก่หลิ่ว เธอสวมหมวกแก฿ปสีดําไว้ บนศีรษะอีกครั้ง “เถ้าแก่หลิ่ว เรื่องอื่นพวกคุณไปตัดสินใจ กันเอาเองแล้วกัน ฉันไปก่อนล่ะ”
กลุ่มคนตระกูลหลิ่วยืนส่งฉินหร่านออกไปด้วยอาการตก ตะลึง
จนกระทั่งเฉิงมู่ขับรถออกไปแล้ว
คนอื่นๆ ในตระกูลหลิ่วที่ยืนอยู่หน้าประตูอยู่แต่เดิมพูด อย่างเป็นกังวล “ออกมาภายในครึ่งชั่วโมงแบบนี้ได้ยังไง? เถ้าแก่ เจรจาไม่ราบรื่นเหรอครับ?”
เถ้าแก่หลิ่วมองหลังรถคันสีดําคันนั้นโดยไม่พูดอะไร
เมื่อเห็นเถ้าแก่หลิ่วไม่พูด พวกเขาก็มองหน้ากันแล้วหัน ไปทางหลิ่วเจวี๋ย พูดด้วยความร้อนใจ “หลิ่วเจวี๋ย มันเป็น ยังไงกันแน่?”
หลิวเจวี๋ยละสายตากลับ เขาหันมามองกลุ่มคนข้างๆ “พวกเราเซ็นสัญญาสําเร็จแล้ว”
“ไม่ใช่แค่สําเร็จเท่านั้น สัญญาชุดที่สอง55%ที่คุณเฉิง เตรียมไว้ไม่มีแล้ว สัญญาเป็นผลที่60%”
60%เป็นเพียงราคาที่พวกเขาตั้งไว้ตั้งแต่ทีแรก
การเจรจาธุรกิจย่อมมีการผ่อนปรน สัญญา60%นี้เดิมมี การเจรจากับเคนเนธ ซึ่งนั่นก็เหมือนกับสัญญาที่เคนเนธยื่น มา50%
สัญญาชุดที่สองที่เฉิงเจวี้ยนเตรียมไว้คือ55%
ชื่อเสียงคุณนายเฉิงยังใช้ประโยชนแได้ดีกว่า…คุณชาย เจวี้ยนเสียอีกมั้ง ? ?