เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 23 ดันเจี้ยน2
ตอนที่ 23 ดันเจี้ยน2
ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้เล่นหลายสิบคน เขาเป็นชายหนุ่มที่มีวัยใกล้จะเข้าสู่ชายวัยกลางคนถึงแม้ว่าจะไม่ได้หล่อเหลาแต่ชายคนนี้ก็มีสเน่ห์ที่น่าหลงใหล
เขามีคิ้วหนาและมีคู่ดวงตาที่ดุดันให้ความรู้สึกกดขี่ นอกจากนั้นประกายเล็กๆในดวงตายังฉายแววของความฉลาดปราดเปรื่อง ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เล่นที่มีนามเรียกว่าเทพสะท้านฟ้า ผู้เล่นอาชีพที่มีชื่อเสียงในอันดับต้นๆของเมืองไทย
ปัจจุบันเทพสะท้านฟ้ารับหน้าที่คล้ายกับผู้จัดการใหญ่ของกองกำลังจัสติค เขาคอยจัดการสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานบริหาร งานกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้เล่นในกองกำลัง เรียกได้ว่าเทพสะท้านฟ้านั้นเป็นเหมือนกับกระดูกสันหลังของกองกำลังจัสติคก็ว่าได้
แม้ว่าเทพสะท้านฟ้าจะมีภาระหน้าที่ที่หนักหนากว่าผู้เล่นคนอื่นๆแต่เขาก็ได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมกับหน้าที่ โดยเงินค่าจ้างที่เขาได้รับในแต่ละเดือนนั้นสูงถึงหลักล้านบาท นี่ยังไม่ได้รวมถึงโบนัสต่างๆที่เทพสะท้านฟ้าจะได้รับหลังจากนี้
เช่นเดียวกันกับผู้เล่นคนเข้าร่วมกับกองกำลังจัสติค เงินเดือนที่พวกเขาจะได้รับนั้นเรียกได้ว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปจึงทำให้ในปัจจุบันมีผู้เล่นมากมายที่สนใจจะเข้าร่วม
“ หัวหน้าเราจมอยู่กับดันเจี้ยนนี้มาหนึ่งวันเต็มๆแล้วนะครับ ผมว่าตอนนี้เราควรกลับไปเก็บระดับกับมอนสเตอร์ในแผนที่ทั่วไปก่อนดีกว่า ” ผู้เล่นชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นในระดับผู้นำของกองกำลังที่ซึ่งเป็นถึงอดีตหัวหน้ากิลด์ใหญ่ที่มีชื่อเสียง
เทพสะท้านฟ้ายังไม่ได้ตอบกลับ เขายืนนิ่งดูเหมือนว่ากำลังจมอยู่ในความคิด
การค้นพบดันเจี้ยนของทีมสำรวจทำให้เทพสะท้านฟ้าตัดสินใจที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนเป็นอันดับแรก เป็นที่รู้กันว่าดันเจี้ยนของเกมออนไลน์นั้นเป็นเหมือนกับขุมสมบัติ นอกจากค่าประสบการณ์แล้วดันเจี้ยนยังมอบวัตถุดิบและอุปกรณ์ล้ำค่าที่หาได้ยาก
ดังนั้นเพื่อการพัฒนาอย่างรวดเร็วของกองกำลังเทพสะท้านฟ้าจึงตัดสินใจแบ่งกำลังคนส่วนหนึ่งเพื่อมายังดันเจี้ยนแห่งนี้
ด้วยความอิสระในการเคลื่อนไหวและความสมจริงของตัวเกมทำให้เทพสะท้านฟ้าคิดว่าการเคลียร์ดันเจี้ยนนั้นจะเป็นเรื่องง่าย แม้ว่ามอนสเตอร์ภายในดันเจี้ยนจะมีความแข็งแกร่งโดยรวมมากกว่าผู้เล่นแต่ความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวอาจจะพอทำให้ผู้เล่นสามารถชดเชยความแตกต่างได้ด้วยแผนการ
สิ่งที่เทพสะท้านฟ้าคิดนั้นถูกต้อง ถ้าหากว่าเจมส์สามารถล่วงรู้ความคิดของผู้เล่นคนนี้เขาจะยกย่องในด้านความคิดสร้างสรรค์
จริงอยู่ที่ความแตกต่างเล็กๆน้อยๆอาจจะชดเชยได้ด้วยแผนการ แต่มอนสเตอร์ระดับบอสที่มีความแข็งแกร่งเกินกว่าระดับของผู้เล่นในปัจจุบันนั้นไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตรรกะดังกล่าว
ในปัจจุบันการสำรวจดันเจี้ยนของกองกำลังจัสติคที่เทพสะท้านฟ้านำมานั้นหยุดอยู่ที่กับที่ มันเป็นเพราะบอสมอนสเตอร์ตัวแรกที่อาศัยอยู่ในดันเจี้ยน
เป็นเวลากว่าหนึ่งวันแล้วที่พวกเขาติดอยู่กับห้องของบอส ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบของปาร์ตี้หรือการพยายามที่จะสร้างผลลัพธ์ด้วยตัวแปรที่หลากหลายแต่ในปัจจุบันผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม ปาร์ตี้ถูกล้างอย่างรวดเร็วโดยบอสมอนสเตอร์
“ ลองจัดวางตำแหน่งของคนในปาร์ตี้ใหม่อีกครั้ง ฉันไม่เชื่อว่าเราจะจบลงที่ผลลัพธ์คงเดิม ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ยขึ้น เสียงของเขาฟังดูเหนื่อย
เมื่อได้ยินคำตอบผู้เล่นที่อยู่รอบๆก็แสดงท่าทีลำบากใจ เวลาหนึ่งวันนั้นมากพอที่จะทำให้พวกเขาเพิ่มระดับได้สองถึงสามระดับแต่ทว่าพวกเขากลับใช้มันไปอย่างสูญเปล่า
เห็นท่าทีการแสดงออกของผู้เล่นรอบๆเทพสะท้านฟ้าก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างจำยอม “ เอาล่ะ ถ้าหากว่าวันนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเราจะพักการสำรวจดันเจี้ยนและไปเก็บระดับ ”
ในที่สุดคำตอบที่พวกเขารอคอยก็มาถึง ผู้เล่นทั้งหมดพยักหน้าอย่างพึงพอใจ พวกเขายอมรับคำสั่งของเทพสะท้านฟ้าด้วยความชื่นมื่น
ทันทีที่ผู้เล่นแยกย้ายกันออกไปเพื่อวางแผนมินาเสะก็เดินเข้ามา เทพสะท้านฟ้าไม่กล้าที่จะเสียมารยาทนี่คือผู้ว่าจ้างของเขา
“ คุณมินาเสะ ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ยคำทักทายพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย หลายวันที่ผ่านมาเทพสะท้านฟ้ารู้จักเจ้านายของเขามากขึ้น ในทีแรกเขาคิดว่าหญิงสาวผู้นี้คงจะเป็นคุณหนูที่เอาแต่ใจซึ่งเป็นนิสัยทั่วไปของลูกผู้ดีแต่หลังจากที่ได้ทำความคุ้นเคยแล้วมินาเสะนั้นแตกต่างจากสิ่งที่เทพสะท้านฟ้าคิดเอาไว้มาก
เธอคนนี้มีความเป็นมืออาชีพและที่สำคัญเธอยังมีไหวพริบและความหลักแหลม ปัญหาด้านการบริหารกำลังพลหรือการวางแผนสิ่งต่างๆที่ทำให้เทพสะท้านฟ้าปวดหัวก็ได้มินาเสะคอยให้คำแนะนำ แม้ว่าจะรู้จักเป็นเวลาสั้นๆแต่มินาเสะก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับเทพสะท้านฟ้าได้แล้ว
“ เราจะเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อไหร่ ? ” มินาเสะเอ่ยถาม
“ กำลังอยู่ในช่วงวางแผนจัดกำลังคน ตอนนี้ทุกคนหยุดอยู่กับที่มานานแล้วผมเลยตัดสินใจว่าถ้าวันนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเราจะพักการสำรวจดันเจี้ยนเอาไว้ก่อน ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ย
มินาเสะพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของเทพสะท้านฟ้า แม้ว่าเธอเองจะไม่รู้จักกับเกมออนไลน์มากนักแต่เธอก็ทราบถึงความสำคัญของการสูญเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์
“ เอาตามที่นายว่าไว้ . . . แต่ตอนนี้ฉันมีเพื่อนมาแนะนำให้นายรู้จัก เขาจะเข้าร่วมกับปาร์ตี้ของเรา ”
เมื่อได้ยินมินาเสะกล่าวเทพสะท้านฟ้าก็ชำเลืองมองไปที่ด้านหลัง ชายหนุ่มที่ดูธรรมดายิ้มเบาๆราวกับเป็นการตอบรับสายตาของเทพสะท้านฟ้า
“ สวัสดี นี่คงเป็นเทพสะท้านฟ้า ชื่อเสียงของคุณไม่เลวเลย ” เจมส์ก้าวออกมาและเริ่มต้นเอ่ยคำทักทาย
ในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้แม้ว่าเจมส์จะไม่คุ้นเคยกับกิลด์จัสติคแต่กิลด์ดังกล่าวก็มีชื่อเสียงอยู่พอสมควร นอกจากผีเสื้อจันทราแล้วเทพสะท้านฟ้าก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน
“ พวกนายรู้จักกันเหรอ ? ” มินาเสะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
เทพสะท้านฟ้าขมวดคิ้วจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความฉงน เขาจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับใครที่มีรูปร่างหน้าตาเช่นนี้
ในส่วนของเจมส์เขาเพียงแต่ส่ายหัวปฏิเสธ “ เปล่า ฉันรู้จักเขาจากทำเนียบผู้เล่นของประเทศไทย ”
“ ฉันชื่อเจมส์ ยินดีที่ได้รู้จัก ” เจมส์ได้เอ่ยต่อในทันทีพร้อมกับยื่นมือออกมา
เทพสะท้านฟ้าเอวก็ยื่นมือออกไปสัมผัสพร้อมกับเอ่ย “ ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกฉันว่าเทพก็ได้ ”
เมื่อได้ทำความรู้จักกันแล้วเทพสะท้านฟ้าก็เรียกสมาชิกคนอื่นๆเพื่อเตรียมพร้อมในการสำรวจดันเจี้ยน
สำหรับถ้ำผาแดนผีดิบนั้นเป็นดันเจี้ยนขนาดเล็กซึ่งเงื่อนไขในการเข้าไปในดันเจี้ยนก็คือสมาชิกในปาร์ตี้ต้องมีจำนวนไม่เกินสิบคน
ในตอนนี้ผู้เล่นชายหญิงจำนวนเจ็ดคนถูกเรียกให้มารวมตัวกัน ทั้งหมดคือผู้เล่นที่เทพสะท้านฟ้าไว้ใจ พวกเขาเปรียบดังเช่นขุนพลที่ร่วมรบและผจญภัยในโลกของเกมออนไลน์กับเทพสะท้านฟ้ามานานกว่าห้าปี ในเรื่องของฝีมือในการเล่นนั้นคงไม่ต้องกล่าวถึง ผู้เล่นที่เทพสะท้านฟ้ายอมรับนั้นมีอยู่ไม่มากนัก
“ พี่เทพ ไอ้เจ้าน้ำหมักไม่ได้มาด้วยเหรอ ? ” ผู้เล่นชายที่ชื่อไฟสวรรค์เอ่ยถามขึ้น โดยทั่วไปแล้วปาร์ตี้ของเทพสะท้านฟ้านั้นจะต้องมีน้ำหมักที่เป็นผู้ใช้ศาสตร์จอมดาบทำลายล้างเข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อไม่พบกับน้ำหมักซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ของตนเองไฟสวรรค์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ ครั้งนี้เพื่อนของคุณมินาเสะจะเข้ามาแทนที่กับน้ำหมัก เขาน่าจะใช้ศาสตร์จอมดาบทำลายล้างดังนั้นน้ำหมักจึงไม่จำเป็น ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ย อย่างไรก็ตามสายตาของเขาจ้องมองไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าในเชิงตรวจสอบความถูกต้อง
รับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองเจมส์เอ่ยไปตามความเป็นจริง “ ฉันไม่ใช่จอมดาบทำลายล้าง ศาสตร์ของฉันคือจอมขลังผีร้าย ”
ได้ยินเช่นนั้นทุกคนไม่เว้นแม้แต่มินาเสะก็จ้องมองมาที่เจมส์ด้วยความประหลาดใจ
“ แต่นายห้อยดาบอยู่ที่เอว ? ” ผู้เล่นอีกคนหนึ่งอุทานขึ้น
เจมส์เพียงแค่ยักไหล่อย่างไม่แยแส “ แล้วล่ะ มันเป็นความชอบของฉัน เกมไม่ได้จำกัดให้จอมขลังผีร้ายใช้คทาหรือยันต์นี่ . . . ”
“ ไอ้หมอนี่อินดี้เกินไปแล้ว !! ” ความคิดนี้ปรากฏขึ้นภายในใจของผู้เล่นหลายคน