เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 28
ตอนที่ 28
ใช้เวลาเพียงแค่สิบห้านาทีเจมส์ก็สามารถกำจัดฝูงซอมบี้ได้จนหมด เขาต้องใช้มนต์เรียกวิญญาณร้ายถึงสี่ครั้งในการเคลียร์คลื่นมอนสเตอร์ซึ่งโดยปกติแล้วการใช้มนต์เรียกวิญญาณร้ายสามครั้งคือขีดจำกัดของเขา แต่ด้วยผลของเม็ดยาเร่งวิญญาณจึงทำให้เจมส์สามารถใช้ทักษะดังกล่าวได้ติดต่อกันถึงสี่หนโดยที่ไม่ต้องหยุดพักเพื่อฟื้นคืนค่าพลังวิญญาณ
ในส่วนของผู้เล่นคนอื่นๆพวกเขาสามารถจัดการกับซอมบี้กลายพันธุ์ได้อย่างไม่ลำบากมากนัก เมื่อไม่ต้องรับมือกับมอนสเตอร์ที่มีจำนวนมากการประสานงานของทุกคนจึงเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลงสายตาของทุกคนก็ตกอยู่ที่ผู้เล่นที่มีนามว่าจักรพรรดิดวงดาว แม้ว่าทุกคนจะไม่สามารถสังเกตเห็นการต่อสู้ของผู้เล่นคนนี้ได้ตลอดเวลาแต่พวกเขาก็รู้ว่าซอมบี้กว่าร้อยตัวนั้นถูกจัดการโดยชายผู้นี้เพียงลำพัง
จากสายตารังเกียจแปรเปลี่ยนเป็นสายตาที่เคารพและผสมด้วยความหวาดกลัว ในปัจจุบันไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยคำใดๆต่อหน้าผู้เล่นคนนี้ นี่คือตัวตนที่อยู่คนละระดับกับพวกเขา
ความหยิ่งผยองจากการเป็นผู้เล่นอาชีพระดับสูงที่มีชื่ออยู่ในทำเนียบอันดับผู้เล่นของประเทศไทยถูกกลืนหายไปและถูกทดแทนด้วยความรู้สึกละอายใจ แม้แต่เทพสะท้านฟ้าที่มีชื่ออยู่ในสิบอันดับแรกของทำเนียบผู้เล่นก็ยังรู้สึกว่าเขาห่างไกลจากผู้เล่นที่มีนามว่าจักรพรรดิดวงดาวราวกับโลกและสวรรค์
มินาเสะเป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกแตกต่างจากผู้เล่นคนอื่น เธอไม่ใช่ผู้เล่นอาชีพหรือเป็นผู้เล่นที่ถูกจัดอันดับอยู่ในทำเนียบผู้เล่นของไทยดังนั้นมินาเสะจึงไม่ได้ถือศักดิ์ศรีความภาคภูมิของผู้เล่นระดับสูง เธอเป็นเพียงนักธุรกิจที่เข้ามาในโลกของเกมเพื่อผลประโยชน์ของครอบครัว
กล่าวได้ว่าการแสดงของชายหนุ่มนั้นทำให้เธอรู้สึกประทับใจอย่างแท้จริง เป็นครั้งแรกที่มินาเสะรู้สึกตื่นเต้นและหลงใหลในศิลปะการต่อสู้ การเคลื่อนไหวที่งดงามและทรงพลัง นี่เป็นการฝีมือของมนุษย์แน่หรือ ? มินาเสะรู้สึกสงสัยแต่ในใจเธอก็รู้ดีว่าชายคนนี้เป็นของจริง
เจมส์ไม่รอช้าในขณะที่จิตใจของผู้เล่นทุกคนกำลังหวั่นไหวจากการกระทำของตน เขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป
เมื่อไม้อ่อนลงมันก็ถึงช่วงเวลาที่จะดัด
“ เห้ ฉันรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไงแต่อย่าลืมว่าไม่ได้มีแค่พวกนายเท่านั้นที่ต้องการปีนป่ายให้ถึงจุดสูงสุด ผู้เล่นทั่วโลกต่างก็แข่งขันเพื่อสิ่งเดียวกัน ถ้าการแสดงของฉันเมื่อครู่นี้ทำให้พวกนายรู้สึกว่าไม่สามารถแข่งขันกับฉันได้แล้วล่ะก็ หยุดความทะเยอทะยานนั่นซะเถอะ ”
เจมส์เว้นช่วงคำพูดของเขาเพื่อให้ทุกคนตระหนักได้ถึงสาระสำคัญในคำพูด ถ้าหากว่าคนเหล่านั้นยังคงยึดมั่นในความภาคภูมิจากความสำเร็จเพียงน้อยนิดคนกลุ่มนี้จะไม่มีทางรอดพ้นจากชะตากรรมเดิมของพวกเขา
“ ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริงความภาคภูมิใจของพวกนายไม่มีค่าอะไรเลย อันดับเหรอ ? ทำเนียบผู้เล่นของประเทศไทย ? มันเป็นชื่อเสียงเล็กๆเมื่อเทียบกับเวทีโลก ” เจมส์เอ่ยโดยน้ำเสียงเย้ยหยันแม้ว่ามันจะเจ็บแสบแต่เขาจำเป็นต้องพูด
ผู้เล่นหลายคนกำหมัดด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นแต่สิ่งที่ชายคนนั้นพูดล้วนแต่เป็นความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ถ้าหากว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นทั่วๆไปที่ไม่แสวงหาการแข่งขันแล้วพวกเขาจะไม่สนใจฟังคำเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย แต่ทั้งหมดคือผู้เล่นอาชีพ ถ้าพวกเขาไม่โหยหาความแข็งแกร่งเพื่อเกียรติยศและชื่อเสียงแล้วพวกเขาจะเรียกตนเองว่าผู้เล่นอาชีพไปทำไม ?
ในเวลานี้หลายคนกำลังรู้สึกขัดแย้งในหัวใจ บางคนมีทิฐิในหัวใจเกินกว่าจะยอมรับคำแนะนำของผู้อื่นแต่บางคนก็รู้ว่าคำพูดที่เปล่งออกมานั้นเป็นยาขมที่กระตุ้นให้พวกเขาตื่นขึ้นจากความฝัน
เช่นเดียวกันกับเทพสะท้านฟ้าในทีแรกเขากำลังตกอยู่ในสภาวะช็อคจากการพังทลายของความเชื่อและภาคภูมิใจในตนเอง เขาคิดว่าตนเองนั้นยืนอยู่เหนือผู้เล่นนับล้านและมีผู้เล่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่เหนือกว่าแต่ในเวลานี้มันกลับกลายเป็นว่าเขาไม่ต่างอะไรจากปลาในบ่อเล็กๆ
เมื่อได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มผู้ที่ทำลายความมั่นใจของเขาจนไม่มีชิ้นดี มันก็ทำให้เทพสะท้านฟ้านั้นตื่นขึ้นจากความงมงายที่ไร้สาระ มันนานแล้วที่เขาไม่รู้สึกถึงความอ่อนแอของตนเอง
“ ขอบคุณมากที่ช่วยทำให้ฉันตาสว่าง ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ยพร้อมกันนั้นเขาก็ตบไหล่ของชายหนุ่มในเชิงยอมรับและขอบคุณในคราวเดียวกัน
เจมส์พยักหน้าสบายๆราวกับว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเทพสะท้านฟ้าซึ่งเป็นผู้นำของผู้เล่นเหล่านี้สัมผัสได้ถึงเจตนาแท้จริงของเขาเจมส์ก็พอใจแล้ว อย่างน้อยเขาก็ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ เมล็ดพันธุ์ที่เขาหว่านลงบนหัวใจของผู้เล่นเหล่านี้ในอนาคตมันจะกลายเป็นลำต้นที่ค้ำจุนเผ่าพันธุ์มนุษย์
เจมส์ไม่เคยลืมเป้าหมายของตนเอง เขาไม่ได้เข้าร่วมเส้นทางดวงดาวเพื่อชื่อเสียงหรือความมั่งคั่งแต่เป็นการปูทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกและผู้คน เขาไม่สามารถทำงานนี้ได้ลำพังตัวคนเดียวดังนั้นเจมส์จึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือมินาเสะและคนของเธอในครั้งนี้
หลังจากนั้นการสำรวจดันเจี้ยนก็ดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ในครั้งนี้ปาร์ตี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากตอนต้นอย่างสิ้นเชิง ผู้เล่นทุกคนพูดน้อยลงและพวกเขาตั้งใจมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าหัวใจของพวกเขากำลังเดือดและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานในการไล่ล่าความแข็งแกร่ง
เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในที่สุดผู้เล่นทั้งสิบคนก็มาถึงยังห้องของบอสมอนสเตอร์ มันเป็นห้องที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโถงใหญ่ซึ่งภายในนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวของเลือดที่เน่าเสีย
แน่นอนว่าผู้เล่นทั้งหมดคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าอภิรมย์ของห้องบอสอยู่แล้ว แม้ว่าห้องบอสที่พวกเขาเคยมาถึงนั้นจะเป็นดันเจี้ยนเดียวกันแตกต่างกันที่ระดับความยากแต่ทั้งสองก็ไม่ต่างกันเลย
เม็ดอัญมณีจำนวนนับไม่ถ้วนส่องแสงสีแดงอ่อนๆออกมาตลอดเวลา มันทำให้ห้องบอสนั้นกลายเป็นถ้ำที่ถูกฉาบด้วยแสงสีแดงเลือดซึ่งดูน่ากลัว ผสมกับกลิ่นคาวของเลือดที่เน่าเสียทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ไม่ควรก้าวย่าง
เมื่อเดินเข้ามาภายใน ร่างของบอสมอนสเตอร์ก็ปรากฏขึ้น มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่ดูคล้ายกับก้อนเนื้อยักษ์ บอสมอนสเตอร์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าห้าเมตร ผิวหนังของมันยืดออกและเกาะติดกับผนังถ้ำ ใจกลางของก้อนเนื้อยักษ์นั้นเป็นลูกตาขนาดใหญ่ ถัดลงมาด้านล่างคือปากที่เปิดอ้ากว้างซึ่งเผยให้เห็นคมเขี้ยวที่มีน้ำย่อยเหนียวหนืดหยดย้อยลงมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
พาหะชั่วร้าย ระดับโคจรร่างกาย 19 [บอส , พิษ ] HP : 91,000
“ เราจะจัดการกับเจ้านี่ยังไง ? ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ยถามเจมส์อย่างจนปัญญา ที่ผ่านมาการสำรวจของพวกเขาสิ้นสุดที่บอสมอนสเตอร์ตัวนี้ที่สำคัญมันยังเป็นระดับความยากที่ต่ำกว่าซึ่งเมื่อเทียบกับดันเจี้ยนระดับยากนั้นเทพสะท้านฟ้าดูไม่มีความหวังเลย
เช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆสายตาทั้งหมดจ้องมองมายังเจมส์ด้วยความคาดหวัง การแสดงออกของผู้เล่นเหล่านี้แตกต่างจากครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ได้รับรู้ความแข็งแกร่งของผู้เล่นที่มีนามว่าจักรพรรดิดวงดาวหัวใจของพวกเขาก็ไร้ซึ่งข้อกังขา ในเวลานี้พวกเขาทั้งหมดต่างก็ยกให้เจมส์เป็นผู้นำของการสำรวจอย่างแท้จริง
“ นี่ไม่เป็นปัญหาเลย อย่าลืมว่าเกาะแห่งนี้คือพื้นที่สำหรับมือใหม่ซึ่งจุดประสงค์ของดันเจี้ยนก็คือการฝึกฝนผู้เล่นและบอสจะไม่แข็งแกร่งจนเกินไป ดังนั้นสิ่งที่พวกนายต้องทำคือมองหาคือข้อบกพร่องในรูปแบบการโจมตีของมัน ” เจมส์เอ่ยอย่างผู้รู้
“ เราพยายามหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่เจอจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของบอสตัวนี้ ” ไฟสวรรค์เอ่ยขึ้น ในครั้งนี้น้ำเสียงของเขายามที่เอ่ยกับเจมส์นั้นแตกต่างไปจากเดิม มันเป็นน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นถึงความเคารพ ถึงแม้ว่าไฟสรรค์จะมีนิสัยที่ห่ามแต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักโค้งงอเมื่อรู้ตัวว่ากระทำผิด
“ นั่นเป็นเพราะพวกนายรีบจนเกินไป ถ้ำผาแดนผีดิบไม่เหมาะสำหรับทีมที่ยังไม่ได้เปิดทักษะที่สองของศาสตร์จักรวาลพื้นฐาน แม้ว่าพวกนายจะพึ่งพาเทคนิคในการเอาชนะบอสมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าแต่อย่าลืมว่าถ้าช่องว่างแตกต่างกันมากจนเกินไปเทคนิคที่ใช้ก็ไร้ค่า ”
ต้องรู้ก่อนนะว่าสาเหตุที่กองกำลังของมินาเสะไม่สามารถเคลียร์ดันเจี้ยนได้ในตอนนี้ไม่ใช่ว่าผู้เล่นเหล่านี้ไม่มีฝีมือ มันเป็นเพราะว่าตัวละครของพวกเขาอ่อนแอจนเกินไป
บอสมอนสเตอร์ทุกตัวจะมีความสามารถในการฟื้นฟูค่าพลังชีวิตที่สูงกว่ามอนสเตอร์ปกติ มาตรฐานของบอสมอนสเตอร์ทั่วไปนั้นจะมีอัตราการฟื้นฟูค่าพลังชีวิตอยู่ที่ 3% ในทุกๆ 10 วินาที
นั่นหมายความว่าถ้าหากพวกเขาต้องการที่จะสังหารพาหะชั่วร้ายที่ซึ่งเป็นบอสมอนสเตอร์ของถ้ำผาแดนผีดิบแห่งนี้ ภายในเวลาทุกๆสิบวินาทีผู้เล่นจะต้องสร้างความเสียหายให้แก่บอสมอนสเตอร์ได้มากกว่า 2,730 หน่วย
แน่นอนว่าความเสียหาย 2,730 หน่วยในสิบวินาทีนั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับปาร์ตี้ของเทพสะท้านฟ้าแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีเจมส์คอยช่วยเหลือ แต่พวกเขาจะสามารถรักษาระดับความเสียหายให้คงที่ตลอดระยะเวลารึเปล่า ? นั่นเป็นไปไม่ได้เลยพวกเขาจะต้องคอยหลบการโจมตีของบอสมอนสเตอร์ซึ่งการโจมตีบางอย่างอาจจะทำให้ผู้เล่นถูกฆ่าในครั้งเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถจดจ่ออยู่กับการโจมตีเพื่อรักษาระดับค่าความเสียหายได้ตลอดเวลา
ในส่วนของความดื้อดึงของเทพสะท้านฟ้าที่พยายามจะเคลียร์ดันเจี้ยนนั้นไม่ถือว่าเป็นความคิดที่โง่ซะทีเดียว ค่าพลังชีวิตของบอสมอนสเตอร์ในถ้ำผาแดนผีดิบในระดับความยากทั่วไปนั้นไม่ได้สูงเท่ากับดันเจี้ยนในระดับยาก ดังนั้นพวกเขาจึงมีโอกาสที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนได้สำเร็จแต่มันก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน
“ ครั้งนี้พวกนายไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมการต่อสู้แต่เปิดตาดูให้ดี ” เจมส์เอ่ย ถึงแม้ว่าเขาจะทำตัวเหมือนครูผู้สอนแต่ก็ไม่มีผู้ใดคัดค้าน ด้วยความแตกต่างของระดับฝีมือผู้เล่นเหล่านี้ไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
—
** อย่ามองว่าไรท์ลากยาวเลย มันเป็นการต่อสู้ร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆครั้งแรก ดังนั้นจึงมีรายละเอียดที่จำเป็นต้องเขียนถึงเพื่อให้เนื้อเรื่องดูมีรายละเอียดและผู้อ่านทุกท่านสามารถจินตนาการไปในทิศทางเดียวกัน
ถ้าหากว่าเขียนสั้นๆรวบรัดให้เหตุการณ์ในดันเจี้ยนจบภายในห้าถึงหกตอน มันจะกลายเป็นนิยายที่มีแต่โครงแต่ไม่มีเปลือก เชื่อเถอะว่าถ้าหากมาอ่านเรื่องนี้รวดเดียวมันจะไม่ยืดเยื้อเลย หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจไรท์นะครับ
เพื่อไม่ให้นักอ่านที่ติดตามตอนรายวันเสียอารมณ์พรุ่งนี้จะพยายามคลอดตอนจนกระทั่งจบเหตุการณ์ของการสำรวจดันเจี้ยนนะครับ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุน 🙂
ปล. คืนนี้ใครนอนดึกอาจจะมีอีกสักตอน