เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 27
ตอนที่ 27
หลังจากที่จัดการซอมบี้กลุ่มแรกแล้วอุโมงค์ทางเดินก็นำผู้เล่นมาถึงยังห้องโถงขนาดใหญ่ของถ้ำ มันกว้างขวางและโอ่อ่าเกินกว่าจะสำรวจทั้งหมดได้ด้วยสายตา โชคดีที่ภายในถ้ำนั้นมีคริสตัลเล็กๆมากมายเกาะอยู่ตามผนังซึ่งคริสตัลเหล่านั้นสามารถส่องแสงให้ความสว่างอยู่ตลอดเวลาเหตุนี้เองถ้ำจึงไม่ใช่สถานที่ที่มืดมิดอีกต่อไป
ก่อนหน้านี้มินาเสะได้ประกาศให้เจมส์กลายเป็นผู้ออกคำสั่งซึ่งทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการกระทำผิดสัญญาและจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างของเดือนนี้ แม้ว่าผู้เล่นจะรู้สึกอึดอัดจากคำสั่งของมินาเสะแต่พวกเขาก็ได้แต่ยอมรับด้วยความจำใจ
เมื่อมาถึงยังห้องโถงเจมส์บอกให้ทุกคนหยุดอยู่ที่นี่และรอฟังคำสั่ง หลังจากนั้นเขาก็วิ่งหายไปทิ้งไว้ให้คนอื่นๆคาดเดาด้วยความฉงน
เวลาผ่านไปพักหนึ่งเสียงครางของซอมบี้ก็ดังขึ้นให้ได้ยินอยู่แว่วๆ อย่างไรก็ตามยังไม่มีวี่แววของเจมส์ปรากฏขึ้นให้เห็น
เมื่อเวลาผ่านไปอีกพักนึ่งเสียงครางของซอมบี้ก็ดังขึ้นให้ได้ยินเช่นเดิมแต่จำนวนของเสียงนั้นเพิ่มมากขึ้นจากครั้งก่อนอย่างสังเกตได้
“ เขาทำอะไร ? ”
“ นายถามฉันเหมือนฉันรู้ ? ”
“ ฉันคิดว่าเขากำลังฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากความอับอาย ”
“ เป็นแบบนั้นก็ดี การสำรวจจะได้จบลงสักที ”
ผู้เล่นหลายคนร่วมแบ่งปันความคิดเห็นกันอย่างลับๆ แม้ว่าหัวใจของพวกเขาจะเต็มไปด้วยคำสาปแช่งที่มีต่อผู้เล่นคนนั้นแต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเสียงดังจนเกินไป อย่างน้อยชายคนนั้นก็เป็นเพื่อนของผู้ว่าจ้าง
เสียงครางของซอมบี้ดังขึ้นให้ได้ยินอีกบ่อยครั้ง มันถี่ขึ้นและชัดเจนมากขึ้น จนกระทั่งผ่านไปได้ห้านาทีเงาร่างของคนๆหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแต่ไกลๆ
“ โอ้พระเจ้า ! เจ้าบ้านั่นกำลังจะลากพวกเราลงหลุมไปด้วย !! ”
“ ให้ตายเถอะ เขาเป็นบ้าไปแล้ว ! ”
ผู้เล่นอุทานด้วยความตื่นตะลึง ภาพที่พวกเขาเห็นนั้นคือกลุ่มของซอมบี้ที่มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน แม้ว่าจะอยู่ในระยะไกลแต่เงาอึมครึมที่อยู่ไกลๆนั้นเป็นของมอนสเตอร์ไม่ผิดแน่
ในทันทีสายตาของทุกคนหันมองไปยังหญิงสาวผู้เป็นผู้ว่าจ้าง แม้ว่าพวกเขาอยากจะหนีออกไปจากดันเจี้ยนแห่งนี้โดยเร็วแต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
แน่นอนว่าในปัจจุบันระบบยังไม่มีบทลงโทษจากการเสียชีวิตแต่ความรู้สึกจากการถูกรุมขย้ำโดยฝูงของซอมบี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์เลย
ในเวลานี้แม้แต่เทพสะท้านฟ้าก็ไม่มีความคิดเห็น สิ่งที่ชายหนุ่มคนนั้นทำอยู่แม้แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
“ ระดับของเขาอาจจะเป็นแค่ความโชคดี บางทีชายคนนี้อาจจะไม่มีดีอะไรเลยนอกจากความบ้า ” เทพสะท้านฟ้าพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผิดหวัง
ขณะนั้นเองเสียงที่ฟังดูไพเราะแต่ก็เย็นเหมือนน้ำแข็งก็ได้ดังขึ้น “ เตรียมตัวให้พร้อม รอรับคำสั่งจากเขา ”
“ แต่ ! . . . ” ผู้เล่นคนหนึ่งกำลังจะเอ่ยขึ้นเพื่อโต้แย้งแต่เขาก็หยุดลงตั้งแต่คำแรก มันเป็นเพราะว่าสัญญาณมือจากเทพสะท้านฟ้าผู้เป็นหัวหน้าที่ผู้เล่นทุกคนในที่นี่ต่างก็เชื่อใจ
“ รอฟังคำสั่ง ” เทพสะท้านฟ้าเอ่ยย้ำคำสั่งของมินาเสะ ทันใดนั้นทุกคนก็เงียบลง
เจมส์ใช้เวลาหลายสิบนาทีในการรวบรวมกลุ่มของมอนสเตอร์เกือบครึ่งหนึ่งที่มีอยู่ในห้องโถง ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นซอมบี้ชั้นต่ำที่มีจำนวนกว่าร้อยตัว นอกเหนือจากนั้นในคลื่นของมอนสเตอร์ที่เขาลากมานั้นยังมีซอมบี้กลายพันธ์อีกสองถึงสามตัวอีกด้วย
เมื่อเข้ามาในระยะห้าสิบเมตรผู้เล่นทั้งหมดก็สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากฝีเท้าของซอมบี้นับร้อย หากว่ามันเป็นเพียงมอนสเตอร์ที่มีพลังชีวิตเพียงหนึ่งพันหน่วยจำนวนเท่านี้จะไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา แต่ซอมบี้เหล่านี้มีพลังชีวิตถึงเจ็ดพันหน่วย พวกเขาจะตายก่อนที่จะได้สังหารซอมบี้ตัวหนึ่ง !
เมื่อเห็นคลื่นของซอมบี้ที่มีจำนวนมืดฟ้ามัวดิน มินาเสะ เทพสะท้านฟ้าและผู้เล่นคนอื่นๆต่างก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดหวั่น
หากว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเกิดขึ้นบนโลกของความเป็นจริงผู้เล่นเหล่านี้ก็คงจะวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตแต่ที่นี่เป็นเพียงแค่เกมดังนั้นผู้เล่นจึงสามารถมองหาเหตุผลที่จะนำมาข่มความกลัวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจได้
“ แบ่งขบวนออกเป็นสองทีมย่อย โล่ปราการมองหาซอมบี้กลายพันธุ์และแยกมันออกมาจากฝูงซะ ” เจมส์ตะโกนออกคำสั่งจากระยะไกล
ในทันทีขบวนรบถูกแบ่งออกเป็นสองขบวนย่อยในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที แม้ว่าผู้เล่นทั้งหมดจะไม่เต็มใจแต่อำนาจในการสั่งการของชายคนนั้นก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้
เมื่อเจมส์มาถึงยังจุดที่ใกล้กับขบวนรบเขาก็เลี้ยวโค้งและหันหน้าไปเผชิญกับกลุ่มของมอนสเตอร์ ยาสมุนไพรถูกนำออกจากช่องเก็บของ เจมส์โยนเม็ดยาเข้าไปในปากเหมือนกับว่ามันเป็นลูกอม
: ได้รับผลจากเม็ดยาเร่งวิญญาณเกรด 1 :
เพิ่มอัตราการฟื้นฟูค่าพลังวิญญาณ 150% เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ดาบสำริดที่ห้อยอยู่ข้างเอวถูกชักออกมาจากฝัก เจมส์โบกมือข้างที่ว่างอยู่ในเชิงสัญลักษณ์จากนั้นหลุมมิติที่เชื่อมต่อกับขุมนรกก็ได้ปรากฏขึ้นบนพื้นของถ้ำอย่างน่าอัศจรรย์
ในวินาทีต่อมาวิญญาณร้ายจำนวนสามสิบห้าดวงก็พุ่งหลุดออกมาจากขุมนรก พวกมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแสดงให้เห็นถึงความพยาบาทไม่มีสิ้นสุด ในช่วงเวลาเดียวกันบรรยากาศรอบๆก็เย็นลงและผู้เล่นที่อยู่ไม่ไกลนักจะรู้สึกได้ว่าขนทุกเส้นตั้งชันขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ นี่เป็นผลมาจากพื้นที่ต้องสาปแดนผีวิญญาณร้ายที่ถูกใช้งานโดยอัตโนมัติ มันคือทักษะที่สองของจอมขลังผีร้าย
“ นั่นคือสามสิบห้าดวงวิญญาณ ปรากฏว่าเขามีทักษะถึงระดับสิบห้าแล้ว !? ”
“ เขาเอาละอองดาวมาจากไหนตั้งมากมาย ? ”
ผู้เล่นหลายคนอุทานออกมาด้วยความไม่เชื่อ ต้องรู้ก่อนนะว่าละอองดาวที่ต้องใช้ในการยกระดับทักษะตั้งแต่ระดับ 10 ขึ้นไปนั้นมีจำนวนมาก เพื่อให้สามารถเพิ่มระดับทักษะถึงระดับ 15 นั้นละอองดาวที่จำเป็นต้องใช้มีจำนวนรวมๆแล้วเป็นหลักแสนหน่วย จากตัวเลขดังกล่าวพวกเขาจะต้องใช้เวลาห้าหรือหกวันเป็นอย่างน้อยในการเก็บสะสมละอองดาว
อย่างไรก็ตามผู้เล่นชายคนนี้มีร่างกายโคจรอยู่ในระดับที่ 15 และระดับทักษะของเขาก็ยังเป็น 15 อีกด้วย เมื่อเทียบกันแล้วความเร็วในการเก็บสะสมละอองดาวของชายผู้นี้เกินกว่าระดับของผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในที่นี้แม้แต่ผู้เล่นที่มีระดับสูงเป็นอันดับหนึ่งของไทยก็ยังถูกทิ้งไม่เห็นฝุ่น
อ้ากกก !! วิญญาณร้ายประสานเสียงกรีดร้อง พวกมันพุ่งตรงไปยังกลุ่มของซอมบี้ราวกับวิญญาณเหล่านี้ได้พบกับคู่แค้นที่รอคอยมานาน
-206
-198
– 200
-205
. . .
ชุดตัวเลขค่าความเสียหายปรากฏขึ้นบนหัวของซอมบี้จนดูหนาตา ด้วยผลพิเศษของมนต์เรียกวิญญาณร้ายระดับสิบห้าทำให้วิญญาณร้ายที่เจมส์เรียกออกมานั้นสามารถสร้างความเสียหายได้เพิ่มขึ้นถึง 25% นอกจากนี้มอนสเตอร์ยังได้รับผลกระทบจากแดนผีวิญญาณร้ายจึงทำให้ค่าความเสียหายที่วิญญาณร้ายสร้างขึ้นนั้นสูงจนน่ากลัว
แค่การโจมตีเพียงชุดเดียวทำให้พลังชีวิตของซอมบี้ลดลงเกินกว่า 95% หากเทียบกับจอมขลังผีร้ายที่มีระดับร่างกายโคจรและระดับทักษะที่เท่าเทียมกัน จอมขลังผีร้ายคนอื่นๆจะไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ร้ายแรงได้เช่นนี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เจมส์แตกต่างจากจอมขลังผีร้ายคนอื่นๆนั่นก็คือโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้ การเรียกใช้ทักษะโดยแก่นทักษะ
วิญญาณร้ายที่เจมส์เรียกออกมานั้นไม่ได้โจมตีแค่เป้าหมายเดียว เมื่อมันโจมตีซอมบี้ตัวแรกกลุ่มวิญญาณร้ายก็พุ่งทะลุร่างกายของซอมบี้ตัวที่สอง สามและสี่ไปเรื่อยๆเหมือนกับโรคระบาด
เพียงเวลาไม่ถึงสิบวินาทีซอมบี้จำนวนสามสิบห้าตัวก็มีพลังชีวิตหลงเหลืออยู่เพียง 5% จากนั้นวิญญาณร้ายที่เจมส์เรียกออกมาก็สูญสลายไป วิญญาณที่ถูกเรียกออกมาจะสามารถโจมตีได้เพียง 35 ครั้งนั่นคือข้อจำกัดของทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายในปัจจุบัน
เมื่อเหล่าวิญญาณร้ายหายไปเจมส์ก็ไม่ได้เรียกใช้มนต์เรียกวิญญาณร้ายต่อในทันที ในทางกลับกันเจมส์เลือกที่จะพุ่งทะยานร่างเข้าไปในกลุ่มของซอมบี้นับร้อยพร้อมกับดาบสำริดที่อยู่ในมือ
-134
-129
เจมส์ฟันและแทงซอมบี้ที่อยู่ใกล้สุดด้วยความรวดเร็ว เพียงการโจมตีสองครั้งก็ทำให้ซอมบี้ล้มลงและแน่นิ่งไป แน่นอนว่าซอมบี้ตัวนี้คือหนึ่งในซอมบี้ที่ถูกเหล่าดวงวิญญาณร้ายโจมตีก่อนหน้านี้ดังนั้นสภาพของมันจึงไม่ต่างอะไรจากซอมบี้ที่ใกล้ตาย
รายล้อมไปด้วยฝูงของซอมบี้ที่โจมตีมาจากทุกทิศทุกทางเจมส์ไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกเลย ไม่ว่าพวกมันจะโจมตีเขากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังไม่มีความเสียหายใดๆเกิดขึ้น มันเป็นเพราะว่าเจมส์สามารถหลบการโจมตีที่เข้ามาได้ทั้งหมด
เท้าของเจมส์ไม่เคยหยุดนิ่ง บางครั้งเจมส์จะขยับร่างกายด้วยก้าวเล็กๆและในบางครั้งเขาจะกระโดดย้ายพื้นที่ในระยะทางสั้นๆ มันให้ความรู้สึกปราดเปรียวและยากที่จะจับเหมือนกับสัตว์ในตำนานอย่างคิริน นี่คือศาสตร์การเคลื่อนที่ที่ถูกเรียกว่า “ การย่ำเท้าของคิริน ”
เจมส์ไม่ได้ใช้ศาสตร์การเคลื่อนที่ที่เขาถนัดที่สุดอย่างศาสตร์ท่องดาราจักร ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเขายังไม่มีความสามารถพอที่จะใช้พลังที่แท้จริงของศาสตร์ในระดับตำนานได้และด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันการย่ำเท้าของคิรินเป็นเทคนิคการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมที่สุดในการต่อสู้กับศัตรูที่มีจำนวนมาก
ซอมบี้ตัวแล้วตัวเล่าล้มลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ดาบของเจมส์แม่นยำและคมชัดแม้ว่าจะไม่มีศาสตร์ใดๆที่เสริมพลังให้กับมันแต่เทคนิคและการใช้ดาบของเจมส์นั้นเพียงพอแล้วที่จะสร้างปลิดชีพซอมบี้ที่บาดเจ็บ
ในอีกมุมหนึ่งผู้เล่นที่ถูกออกเป็นสองทีมย่อยก็กำลังทำการต่อสู้อยู่กับซอมบี้กลายพันธุ์ แม้ว่าซอมบี้กลายพันธุ์นั้นจะมีพลังชีวิตที่มากถึงหนึ่งหมื่นห้าพันหน่วยและระดับร่างกายโคจรถึงระดับสิบแปดแต่มันก็ไม่ได้สร้างความกดดันให้กับผู้เล่นมากนัก
เมื่อเป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผู้เล่นกับมอนสเตอร์ที่ไม่มีความสามารถในการทำลายล้างเป็นวงกว้าง แน่นอนว่าผลลัพธ์นั้นเป็นสิ่งที่คาดเดาได้อย่างไม่ยากนัก หากว่าผู้เล่นสามารถประคับประคองสถานการณ์ต่อเนื่องไปเรื่อยๆซอมบี้กลายพันธุ์ก็ไม่ใช่ปัญหา
เสียงของบทสวด เสียงของคมดาบที่ปะทะเข้ากับของแข็งและเสียงดังหนักแน่นจากโล่โลหะที่ได้รับการโจมตีอย่างหนักหน่วงเป็นเหมือนกับดนตรีที่ขับเคลื่อนการต่อสู้ให้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด
เทพสะท้านฟ้าวาดดาบใส่ซอมบี้กลายพันธุ์ที่สูงกว่าสองเมตรและมีร่างกายที่หนาแข็งด้วยความรวดเร็ว อย่างไรก็ตามในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าท่วงท่าของเทพสะท้านฟ้านั่นทื่อลงและการตอบสนองของเขาช้าจนมีหลายครั้งที่เขาเกือบจะพลาดท่าถูกสังหารโดยซอมบี้กลายพันธุ์หากว่าไม่ได้รับการรักษาจากผู้รักษา
“ พี่เทพเกิดอะไรขึ้น ! ” สิงหากันยาที่ต่อสู้อยู่ใกล้เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ความเปลี่ยนแปลงของเทพสะท้านฟ้านั้นเด่นชัดจนแม้แต่ตัวเขาเองยังสังเกตได้
เทพสะท้านฟ้าไม่ได้เอ่ยตอบราวกับว่าสมองของเขากำลังปิดกั้นการรับรู้เกือบทั้งหมด เมื่อมองไปยังสายตาของเทพสะท้านฟ้าจะเห็นได้ว่าสายตาคู่นั้นจดจ่ออยู่อีกสถานที่หนึ่งที่ซึ่งอยู่ห่างออกไป
มันเป็นจุดที่เต็มไปด้วยฝูงของซอมบี้ที่มีจำนวนถึงหลักร้อย ถ้าหากว่าเป็นผู้เล่นคนอื่นตกอยู่ในวงล้อมนั้นพวกเขาคงจะถูกฆ่าตายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีแต่ทว่าสิ่งที่เทพสะท้านฟ้าเห็นนั้นกลับกลายเป็นว่าฝูงของซอมบี้ไม่สามารถทำอะไรชายคนนั้นได้เลย แม้แต่ค่าพลังชีวิตของชายคนดังกล่าวที่แสดงอยู่บนอินเตอร์เฟซของปาร์ตี้ก็ไม่ได้ลดลงเลยสักครั้งเดียว เขาทำได้อย่างไร ?
ในทุกๆหนึ่งหรือสองวินาทีจะมีซอมบี้ล้มลง ร่างเงาที่อยู่ใจกลางวงล้อมเหมือนกับเทพสงครามยืนอยู่เหนือสนามรบ แข็งแกร่ง ทรงพลังและน่าหวาดหวั่น เพียงแค่จ้องมองจากที่ไกลๆเทพสะท้านฟ้าก็ยังรู้สึกได้ถึงรัศมีความกดดันและความรู้สึกถึงการฆ่าที่ทรงพลัง ต้องยอมรับว่าเทพสะท้านฟ้าไม่เคยรับรู้ความรู้สึกแบบนี้มาก่อน
มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับใครคนหนึ่งที่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้เลย นั่นคือสิ่งที่เรียกว่ายอดฝีมือที่มีอยู่ในนวนิยาย ?
“ กลายเป็นว่าเขาไม่ได้มองว่าพวกเราอยู่ในระดับเดียวกันตั้งแต่ต้น เหตุนี้เขาจึงหยิ่งและในตอนนี้เขากำลังแสดงให้ฉันเห็นว่าการเล่นที่แท้จริงเป็นอย่างไร ”