เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 3 : แขกในยามเช้า
เจมส์มองไปยังหญิงสาวผู้ลั่นไกสังหาร แววตาของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เด็ดเดี่ยวถึงขนาดนี้จะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
” นี่คงเป็นการฆ่าครั้งแรกของเธอ ” เจมส์พึมพำกับตัวเอง สังเกตเห็นร่างของหญิงสาวสั่นเทาและตกอยู่ในสภาวะช็อก อาการที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่เพิ่งปลิดชีวิตผู้อื่นเป็นครั้งแรก ซึ่งความรุนแรงของมันขึ้นอยู่กับมโนธรรมในหัวใจของแต่ละคน
เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายทางกฎหมายที่กำลังจะตามมา เจมส์ตัดสินใจที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ในทันที เขากระโดดข้ามร่างไร้วิญญาณของมือสังหารก่อนจะหายไปจากบาร์อย่างรวดเร็ว
เพียงก้าวเท้าพ้นประตูร้านเจมส์ก็ต้องชะงัก รถยนต์สีดำหลายคันจอดอัดแน่นเต็มถนน ชายชุดดำจำนวนไม่ต่ำกว่าสามสิบคนกระโดดลงจากรถพุ่งตรงเข้าไปในบาร์อย่างเร่งรีบ
ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเชื่อมโยงเหตุการณ์เหล่านี้ เจมส์คิดว่าชายชุดดำเหล่านั้นต้องเกี่ยวข้องกับหญิงสาวแน่ แสดงว่าเธอคงเป็นลูกสาวนักธุรกิจหรือนักการเมืองผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่ง
ฉันกลับมาวันแรกก็ต้องเจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้แล้วหรือนี่ ? เจมส์สบถในใจก่อนจะเดินหายไปในถนนยามค่ำคืน
กลับมายังห้องเก่าโกโรโกโส เจมส์นั่งนิ่งอยู่บนเตียงเขามองธนบัตรสองใบในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นี่คือสองร้อยบาทสุดท้ายของฉัน แม่งให้ตายเถอะ! เมื่อก่อนฉันจนขนาดนี้เลยเหรอวะ ? ”
(ขอเงินรีดเดอร์ได้ไหมวะ เจมส์ถาม)
ตอนนี้เจมส์รู้สึกว่าตัวเองจนยิ่งกว่าขอทานบางคนเสียอีก ความมั่งคั่งคือปัญหาสำคัญที่เขาต้องแก้ไขเป็นอันดับแรก ในยุคที่โลกยังคงสงบสุข เงินตราสามารถบันดาลได้ทุกสิ่ง
แม้แต่เจมส์ผู้มีประสบการณ์ชีวิตเกินกว่าศตวรรษก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่สามารถทำสิ่งใดได้โดยปราศจากเงิน
ขณะที่นอนเอามือก่ายหน้าผากคิดไม่ตกอยู่นั้น เจมส์ก็ได้คำตอบที่ง่ายแสนง่าย
ใช่แล้ว! ทำไมฉันต้องเสียเวลาคิดด้วยเนี่ย… เงินกู้ยังไงล่ะ ในเมื่อฉันไม่มี ฉันก็แค่ยืม
นี่เป็นการแก้ปัญหาที่สั้นและรวดเร็วแต่การกู้ยืมโดยไม่วางแผนชำระหนี้ล่วงหน้าอาจนำมาซึ่งความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามสำหรับเจมส์ การชำระหนี้เงินตราไม่ใช่เรื่องยาก ปัญหาเดียวคือเวลาเท่านั้น
ธนาคารไม่ใช่ทางเลือกของเจมส์ ไม่ต้องพูดถึงทรัพย์สินค้ำประกันเขายังไม่มีแม้แต่เงินฝากในบัญชี ดังนั้นความหวังที่จะได้รับการอนุมัติเงินกู้จากธนาคารจึงเป็นศูนย์ ทางเดียวที่เขาจะสามารถกู้เงินได้คือการกู้ยืมนอกระบบ
แม้จะมีดอกเบี้ยมหาโหดแต่การอนุมัติก็ง่ายแสนง่าย หากเขาไม่เรียกร้องจำนวนเงินที่มากเกินไป
หลังจากคิดหาทางแก้ปัญหาได้แล้ว เจมส์ก็หาวออกมาอย่างอดไม่ได้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขารู้สึกว่าเตียงเก่าๆที่เขานั่งอยู่นั้นน่าอภิรมย์เหลือเกิน
บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกปลอดภัยในยุคสมัยที่แสนสงบนี้ หรืออาจเป็นเพราะภาระอันหนักอึ้งที่แบกรับมาตลอด ทำให้เขาปรารถนาการพักผ่อนอย่างที่สุด
“แด่คืนแรกในการเริ่มต้นใหม่” เจมส์พึมพำก่อนที่สติของเขาจะค่อยๆ เลือนรางลง
คืนผ่านไปและรุ่งเช้าของวันใหม่ก็มาถึง สิ่งแรกที่ทำให้เจมส์ตื่นขึ้นไม่ใช่เสียงแตรรถยนต์บนถนนที่แออัด หรือแม้แต่นาฬิกาปลุก หากแต่เป็นเสียงเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก…
เจมส์ลืมตาตื่นขึ้นราวกับเพิ่งหลับตาลง ดวงตาของเขาสดใสและประสาทสัมผัสตื่นตัวถึงขีดสุด สิ่งแรกที่เขาทำคือกรอกตาเพื่อสังเกตสภาพแวดล้อม ก่อนจะถอนหายใจออกมา
ที่นี่ไม่ใช่โลกในยุคนั้นอีกต่อไปแล้ว เจมส์เอ่ยพลางส่ายหัว ความระมัดระวังและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาคือความเคยชินในชีวิตของเขา ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่เจมส์จะตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยรอบ
แต่เจมส์ก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เพราะในความทรงจำของเขา นอกจากเจ้าของห้องเช่าที่จะมาเคาะประตูห้องในทุกสิ้นเดือนแล้วเขาไม่เคยมีแขกคนอื่นเลย
เขาย่างเท้าไปอย่างเงียบเชียบ เสียงฝีเท้าของเจมส์นั้นแทบจะไม่ได้ยิน เมื่อมาถึงบริเวณใกล้กับประตู เจมส์มองไปยังจอภาพเล็กๆที่ติดอยู่บนฝาผนัง มันแสดงภาพจากกล้องที่อยู่หน้าห้องของเขา
เธอมาที่นี่ทำไม?
บริเวณด้านหน้าห้องมีชายร่างกำยำสวมสูทสองคนยืนอยู่ ด้านหลังของชายทั้งสองคือสาวงามผู้เปี่ยมเสน่ห์ เธอสวมชุดที่ประกอบไปด้วยกางเกงรัดรูปและเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำ สไตล์การแต่งตัวของเธอเผยให้เห็นรูปร่างที่เพรียวบางและสมบูรณ์ราวกับนางแบบระดับโลก
แน่นอนเธอคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหญิงสาวผู้ที่ลั่นไกสังหารนักฆ่าในบาร์เมื่อคืนก่อนนั่นเอง
การถูกค้นพบที่อยู่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับเจมส์ เขาทราบดีว่าหญิงสาวที่มีผู้คุ้มกันประกบติดอยู่ตลอดเวลานั้นไม่ใช่คนธรรมดา โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ผู้คุ้มกันกว่าสามสิบคนปรากฏขึ้นในเวลาเพียงแค่สองถึงสามนาทีหลังเกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญมากกว่าคนรวยทั่วไป
ด้วยเหตุนี้เองการค้นหาที่อยู่ของชายธรรมดาๆ ที่ไม่มีภูมิหลังอย่างเจมส์จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ
หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีประตูห้องก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นห้องเล็กๆที่ดูโกโรโกโสและชายหนุ่มเจ้าของห้องผู้มีสภาพไม่ต่างอะไรจากคนงานก่อสร้าง เขามีเส้นผมยุ่งเหยิงราวกับรังนกและชุดวอร์มเก่าๆ ที่มีกลิ่นไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่
ชายหนุ่มจ้องมองชายร่างกำยำทั้งสองคนอย่างไม่แยแส ก่อนที่สายตาของเขาจะไปตกอยู่บนหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ต้องการอะไร?”
คำทักทายที่เย็นชาของเจมส์ทำให้ชายร่างกำยำทั้งสองคิ้วกระตุก อย่างไรก็ตาม ผู้คุ้มกันเหล่านี้เป็นมืออาชีพพอจะควบคุมอารมณ์ตนเองได้ ในที่สุดหนึ่งในนั้นก็ได้เอ่ยขึ้น
” คุณหนู… ” ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ้น ร่างเพรียวบางของหญิงสาวก็แทรกเข้ามา
” ขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหม? ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น เธอดูเหมือนหญิงสาวชนชั้นสูงในสังคมแต่สิ่งที่น่าประทับใจคือสายตาของเธอที่มองไปยังชายหนุ่มนั้น ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
” คุยอะไร? ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ ” เจมส์เอ่ยขึ้นอย่างฉับพลันพร้อมกับผลักประตูห้องเพื่อปิดมัน แน่นอน เขารู้ว่าเธอมาที่นี่ก็เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ แต่ทั้งหมดที่เขาทำไปนั้นไม่ใช่เพื่อต้องการช่วยหรือปกป้องใคร เขาทำเพื่อตัวเอง จะมีใครบ้าบ้างที่ยืนเฉยเมื่อพบว่ามีคนแปลกหน้าแผดจิตสังหารอยู่ทางด้านหลังตนเองในระยะประชิด?
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้หญิงสาวจะมาเพื่อขอบคุณเขาหรืออะไรก็ตาม แต่มันไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือเจมส์ไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกหมายหัวโดยมือสังหาร มันจะนำความวุ่นวายมาสู่เขาโดยไม่จำเป็น
แต่ก่อนที่ประตูจะถูกปิดสนิท เสียงของหญิงสาวก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง ” ฉันจะให้ค่าเสียเวลานายหนึ่งล้าน ”
แอ๊ดดด! เสียงของบานประตูดังขึ้น ขณะนี้ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง
“เข้ามาสิ”