เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 4 : เขาโง่ ?
มินาเสะก้าวเข้ามาในห้องกวาดสายตามองไปรอบๆ มันว่างเปล่าจนน่าใจหาย ไม่มีแม้แต่ตู้เย็นหรือไมโครเวฟ หญิงสาวผู้เกิดมาบนกองเงินกองทองอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วสูง
นี่เขาใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน?
เธอเลือกนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ใกล้กับมุมห้อง ดวงตาเหลือบมองกรอบรูปเล็กๆบนโต๊ะข้างกัน ภาพครอบครัวที่ดูอบอุ่นประกอบไปด้วยพ่อแม่และเด็กชายวัยสองถึงสามขวบ
” เอาล่ะ ทำไมเธอต้องการพบฉัน ? ” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น เรียกความสนใจของมินาเสะให้หันกลับไปหาเจ้าของเสียง
” ฉันชื่อมินาเสะ ฉันมาที่นี่เพื่อขอบคุณสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ นายช่วยชีวิตฉันไว้ ” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นยืนและไหว้เพื่อแสดงคำขอบคุณอย่างจริงใจ
เจมส์ตะลึงไปครู่หนึ่ ก่อนจะรีบยกมือรับไหว้ การไหว้คือประเพณีของไทยที่ผู้คนใช้แสดงความเคารพและขอบคุณซึ่งเขาไม่ได้เห็นมานานจนเกือบจะลืมไปแล้ว
นอกจากนี้ในยุคปัจจุบันการได้รับไหว้จากคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากนัก เมื่อเห็นหญิงสาวยกมือไหว้แสดงความขอบคุณต่อเขา เจมส์ก็รู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ใช้ได้
ในทีแรกเจมส์ตั้งใจจะเอ่ยตอบว่า ” ฉันไม่ได้ทำเพื่อช่วยเธอ ” แต่เมื่อได้เห็นการแสดงออกของมินาเสะ เขาก็พยักหน้าและเปลี่ยนคำพูดแทน
” ไม่เป็นไร แค่ช่วยจัดการเรื่องตำรวจให้ก็พอ ฉันไม่อยากถูกเรียกตัวไปสอบสวน ”
” ไม่มีปัญหา ฉันได้ให้คนไปจัดการเรื่องนี้แล้ว ”
เมื่อไม่มีเรื่องอื่นมินาเสะเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับ เธอหยิบนามบัตรสีทองยื่นให้กับเจมส์
” นี่คือนามบัตรของฉัน ถ้านายอยากให้ฉันช่วยอะไรติดต่อได้ตลอดเวลา ถือซะว่านายคือผู้มีพระคุณของฉัน ”
เจมส์รับนามบัตรสีทองจากมือของหญิงสาว เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป ” ฉันขอใช้สิทธิ์ตอนนี้เลยได้ไหม? ”
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า ” ว่ามาสิ ”
” สามสิบล้าน ฉันต้องการเงินสามสิบล้านบาท ” เจมส์เอ่ยขึ้น หลังจากการคำนวณสิ่งต่างๆภายในหัวเสร็จสิ้น
” โฮ่ นี่นายกำลังรีดไถฉันงั้นเหรอ? ” มินาเสะเอ่ยทันควัน เมื่อได้ยินคำร้องขอของชายหนุ่ม เธอต้องมองเขาใหม่บางทีชายคนนี้อาจจะเป็นพวกหน้าเงิน ซึ่งเธอไม่อยากติดหนี้บุญคุณคนประเภทนี้ ดังนั้นเธอพร้อมจะจ่ายเงินตามที่ชายหนุ่มเรียกร้องเพื่อหักล้างความชอบ
ท้ายที่สุดแล้วสามสิบล้านอาจจะเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับคนบางคน แต่สำหรับเธอมันเป็นแค่เงินจำนวนหนึ่ง
ทว่าสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในวินาทีต่อมา ทำให้มินาเสะระงับความคิดดังกล่าวเอาไว้ก่อน
” ไม่ ฉันแค่ต้องการกู้เงินจากเธอสามสิบล้าน สัญญาหนึ่งปี ดอกเบี้ยฉันจะจ่ายให้เท่าตัวของจำนวนเงินที่ฉันกู้ ”
หากเป็นคนอื่นยื่นข้อเสนอนี้มินาเสะคงไม่เชื่อแต่ชายหนุ่มตรงหน้าเธอกลับเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ นอกจากนั้นเมื่อจ้องมองไปยังดวงตาสีน้ำตาลของเขา เธอก็สัมผัสได้ถึงความสุขุมและความเย่อหยิ่ง ซึ่งเธอเคยพบกับคนที่ครอบครองสายตาเช่นนี้มาก่อนและคนเหล่านั้นล้วนแต่เป็นบุคคลผู้มีอิทธิพลในระดับโลก
เมื่อเห็นเช่นนั้น มินาเสะก็รู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เธอตอบตกลงและเอ่ยอย่างง่ายๆ
” ส่งเลขบัญชีธนาคารของนายมาที่เบอร์ในนามบัตรแล้วกัน ฉันจะจัดการให้ ส่วนเรื่องสัญญา… คืนไม่คืนขึ้นอยู่กับนาย ”
เมื่อเอ่ยสิ้น มินาเสะก็เตรียมที่จะออกไปแต่ในระหว่างนั้นเสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
” ฉันไม่มีโทรศัพท์มือถือ ”
ไอ้เจ้าบ้านี่! ไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ เขาใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ยังไง!?
มินาเสะสบถในใจ
” ถ้างั้นบอกเลขบัญชีธนาคารของนายมา ”
ชายหนุ่มยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น ” รอสักครู่ ฉันจำเลขบัญชีของตัวเองไม่ได้ ” หลังจากนั้นเขาก็วิ่งไปค้นทุกตารางเมตรภายในห้องเพื่อหาสมุดบัญชีธนาคาร
มินาเสะรู้สึกปวดขมับขึ้นมาทันที นี่เขาโง่จริงๆหรือแกล้งกันแน่ ?
ห้องเล็กเพียงไม่กี่ตารางเมตรแต่เขากลับจำที่เก็บสมุดบัญชีธนาคารไม่ได้ ?
ใช้เวลาเกือบสิบนาทีในที่สุดเจมส์ก็ค้นพบสมุดบัญชีที่ซ่อนอยู่ใต้ฟูกที่นอน เขารู้สึกอายแต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่สามารถรำลึกความทรงจำที่ผ่านมาเนิ่นนานกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบปีได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้
” โอเค ฉันจัดการโอนเงินให้นายแล้ว มันอาจจะต้องใช้เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมงในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม ” มินาเสะเอ่ย เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อพบว่าในที่สุดเธอก็จะได้ไปจากที่นี่เสียที
เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่รู้สึกว่าเธอจะหงุดหงิดถ้ายังต้องปฏิสัมพันธ์กับชายคนนี้ไปมากกว่านี้
มินาเสะบิดกลอนประตูพร้อมที่จะออกจากสถานที่ดังกล่าวพร้อมกับคนของเธอ แต่ในขณะนั้นเองเสียงของชายหนุ่มก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง
” อย่าลืมค่าเสียเวลาของฉันนะ หนึ่งล้าน ”
” ฉันไม่ลืมหรอกน่า ” มินาเสะบ่นอุบ แต่ในความเป็นจริงเธอลืมไปแล้ว
ปัง!
เสียงของประตูปิดลงอย่างแรง ท่ามกลางความฉงนของชายหนุ่ม
“แปลก ทำไมอยู่ๆ เธอถึงอารมณ์ไม่ดี???”
หลังจากแขกที่ไม่ได้รับเชิญจากไปแล้ว เจมส์ทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง รอยยิ้มขบขันผุดขึ้นบนใบหน้า
เมื่อนึกถึงช่วงเวลาเดียวกันในอดีตเจมส์รู้สึกฉงนว่าเขาผ่านมันมาได้อย่างไร ถ้าจำไม่ผิด ในช่วงวัยเดียวกับปัจจุบัน เขาต้องทนทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟเพื่อแลกกับค่าจ้างเพียงหนึ่งหมื่นห้าพันบาทต่อเดือน ทว่าตอนนี้เขากลับสามารถหาเงินหลายล้านได้ง่ายๆเพียงแค่เอ่ยปาก
แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับชายผู้ผ่านสิ่งต่างๆมาอย่างมากมาย แต่ก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้เมื่อนึกถึงอดีตของตนเอง
เกือบชั่วโมงเต็มที่ชายหนุ่มยิ้มและหัวเราะเพียงลำพังในห้องโกโรโกโส หลังจากสนุกกับการรำลึกความหลังในชีวิตวัยหนุ่มของเขา เจมส์ก็ได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนจะมุ่งตรงไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบยอดเงินในบัญชี