แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 267 เจ็บร้าวระบมก้น สะท้านสะเทือนใจ
ฟุ่บ!
ในวินาทีถัดมา ร่างของชิงมู่วูบไหวหายไปจากจุดเดิมในพริบตา
จอมมารเพลิงทมิฬที่กำลังรวบรวมพลังทำลายล้างเพื่อเตรียมโจมตี พลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อความเจ็บปวดอันแสนสาหัสแล่นพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
ฉึก!
หอกยาวของชิงมู่ทะลวงเข้าใส่จุดยุทธศาสตร์เดิมของจอมมารเพลิงทมิฬอย่างแม่นยำและไร้ซึ่งความลังเล
เจ้า… รังแกกันเกินไปแล้ว! จอมมารเพลิงทมิฬค่อยๆ หันคอที่แข็งเกร็งกลับไปมองชิงมู่ด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวดูดุร้ายราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บ
พลังทำลายล้างที่เขาสั่งสมมาเมื่อครู่ พลันสลายหายไปราวกับลูกโป่งที่ถูกเจาะลม
ตูม!
ด้วยความโกรธจัด จอมมารเพลิงทมิฬซัดฝ่ามือเข้าใส่ชิงมู่เต็มแรง
ทว่าเงาร่างสีขาวของไป๋หลิงก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าชิงมู่ไว้อีกครา
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด ร่างของจอมมารเพลิงทมิฬปลิวละลิ่วกระเด็นกลับหลังไปเพราะแรงสะท้อนของตนเอง
เมื่อเห็นการประสานงานของชิงมู่และไป๋หลิง จอมมารเพลิงทมิฬรู้สึกทั้งโกรธแค้นและคับแค้นใจจนแทบกระอักเลือด
อย่างไรก็ตาม แม้ไป๋หลิงจะเข้ามาช่วย แต่เมื่อยืนอยู่ใกล้ชิงมู่ นางกลับขยับตัวถอยห่างออกไปเล็กน้อยอย่างแนบเนียน
ใบหน้าของนางแดงระเรื่อมาตั้งแต่เมื่อครู่ และยังไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไป
ชิงมู่สังเกตเห็นท่าทีของศิษย์พี่หญิงสาม แต่เขาหาได้ใส่ใจไม่ เขาไม่เคยแคร์สายตาคนอื่นอยู่แล้ว
กระนั้น ในใจลึกๆ เขาก็เริ่มตระหนักว่า กระบวนท่านี้ หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง หรือทางที่ดีอย่าใช้อีกเลยจะดีกว่า มันช่างอุจาดตาและเสียภาพลักษณ์ยิ่งนัก
ดูท่า ครั้งหน้าหากเจอท่านอาจารย์ ข้าคงต้องขอให้ท่านเปลี่ยนวิชาต้านสวรรค์บทใหม่ให้เสียแล้ว ชิงมู่ครุ่นคิดในใจ
แน่จริงเจ้าก็อย่าตะโกนรหัสลับบ้าๆ นั่นสิโว้ย! จอมมารเพลิงทมิฬมือหนึ่งกุมก้น อีกมือชี้หน้าด่าชิงมู่ด้วยความเดือดดาล
ฮึ! หากท่านยอมกดพลังลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกับข้า แล้วมาสู้กันอย่างยุติธรรม ข้าก็ไม่จำเป็นต้องใช้มัน ชิงมู่สวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เจ้า… จอมมารเพลิงทมิฬชี้นิ้วสั่นระริก พูดไม่ออก
จะให้เขาลดระดับพลังลงไปสู้ ฝันไปเถอะ!
แม้จะแข็งแกร่งระดับเขา แต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงว่า ชิงมู่นั้นแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ หากอยู่ในระดับเดียวกัน เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเด็กหนุ่มผู้นี้แน่
เวลานี้จอมมารเพลิงทมิฬอยากจะหนีไปให้พ้นๆ เจ้าเด็กสองคนนี้มันตัวประหลาดชัดๆ ให้เขาไปสู้กับนักบุญ ยังจะดีเสียกว่าต้องมาสู้กับไอ้โรคจิตอย่างชิงมู่
แต่เมื่อมองไปที่ศาสตราวุธในมือของทั้งสอง ความโลภก็ทำให้เขาตัดใจไม่ลง
ไอ้หนู! ข้าจดจำกลิ่นอายของพวกเจ้าไว้แล้ว เจอหน้ากันครั้งหน้า ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่ จอมมารเพลิงทมิฬทิ้งคำขู่ไว้ ก่อนจะเตรียมตัวผละหนี
ในเมื่อจะต้องเจอกันอีก ไยต้องรอวันหน้า สู้ตัดสินกันให้รู้ดำรู้แดงเสียเดี๋ยวนี้เลยไม่ดีกว่ารึ
สิ้นเสียง ชิงมู่ก็ตะโกนก้อง หอกยาวพร้อมสรรพ ส่งดอกเบญจมาศมา!
ได้ยินรหัสลับนรกนี้อีกครั้ง จอมมารเพลิงทมิฬหน้าถอดสี ไม่รอช้า รีบกุมก้นวิ่งแน่บตรงไปทางตัวตลกทันที
ทว่า…
ฉึก!
แม้ความเร็วของจอมมารเพลิงทมิฬจะรวดเร็วปานสายฟ้า แต่สำหรับชิงมู่ที่เข้าสู่สภาวะใช้วิชาต้านสวรรค์ ความเร็วนั้นยังถือว่าช้าเกินไป
หอกยาวทะลวงเป้าหมายอีกครั้ง จอมมารเพลิงทมิฬหน้าเขียวคล้ำ ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกกระจาย
ไป๋หลิงทนดูต่อไปไม่ไหว เบือนหน้าหนีไปทางอื่น ปากก็บ่นงึมงำ คนแก่นิสัยไม่ดี…
ไม่รู้ว่านางกำลังต่อว่าชิงมู่ หรือกำลังตำหนิเย่หนานผู้เป็นอาจารย์กันแน่
ห่างออกไป หลานหลิงไม่ได้มีท่าทีเขินอายเหมือนไป๋หลิง นางกลับจ้องมองภาพเหตุการณ์ในกระจกวิเศษในมือตัวตลกอย่างพินิจพิเคราะห์
ส่วนตัวตลกนั้น ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู มองดูมหกรรมไล่ล่าด้วยรอยยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออก
ตูม!
จอมมารเพลิงทมิฬระเบิดพลังซัดชิงมู่กระเด็นออกไป เขาไม่อยากสู้กับเจ้าเด็กบ้าสองคนนี้อีกแล้ว เขาต้องการหนีไปจากสถานที่ที่ทำให้เขาต้องเจ็บทั้งกายและเจ็บทั้งใจแห่งนี้
ชิงมู่ที่ถูกซัดกระเด็น มีหรือจะยอมปล่อยศัตรูที่ประกาศจองเวรกับตนให้หนีรอดไปได้ เขากระชับหอกแน่น ปากก็ท่องรหัสลับไม่หยุด
ฉึก!
วินาทีต่อมา จอมมารเพลิงทมิฬก็โดนเจาะยางอีกครั้ง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ภาพที่ปรากฏกลายเป็นมหกรรมการไล่ล่าที่แปลกประหลาดที่สุด คนหนึ่งไล่แทง คนหนึ่งวิ่งหนีร้องโอดโอย
อ๊ากกก...
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนก้องไปทั่วท้องนภา
ทุกครั้งที่จอมมารเพลิงทมิฬใช้พลังมหาศาลซัดชิงมู่กระเด็น ชิงมู่กลับลุกขึ้นมาไล่ตามได้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ
ชิงมู่เองก็สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ ในช่วงเวลาที่เขาใช้วิชาต้านสวรรค์ ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะเข้าสู่สภาวะอมตะชั่วคราว เป็นเวลาไม่กี่ลมหายใจ
การค้นพบนี้ทำให้ชิงมู่ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
แต่ข้อเสียก็คือ เขาไม่สามารถฆ่าศัตรูให้ตายในทันทีได้ ทำได้เพียงทรมานให้อีกฝ่ายเจ็บปวดแสนสาหัสเท่านั้น
อ๊ากกก... ท่านสุดหล่อ! ช่วยข้าด้วย! ในที่สุดจอมมารเพลิงทมิฬก็ทนไม่ไหว น้ำตาไหลพราก ตะโกนเรียกตัวตลกเสียงหลง
แต่ทว่าตัวตลกกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน วางกระจกลง แล้วหันไปนับเงินในมือต่ออย่างสบายใจ
ฮ่าฮ่าฮ่า... สะใจโว้ย!
จู่ๆ ชิงมู่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
เสียงหัวเราะนั้นทำให้แม้แต่ตัวชิงมู่เองยังรู้สึกขนลุก
นี่ข้าเป็นบ้าอะไรไป ชิงมู่หน้าเปลี่ยนสี รีบเอามือปิดปากตัวเองแน่น
แต่ทว่าเมื่อหอกของเขาทะลวงร่างจอมมารเพลิงทมิฬอีกครั้ง ริมฝีปากของเขาก็กระตุกยิกๆ ความรู้สึกอยากหัวเราะปะทุขึ้นมาจนแทบระงับไม่อยู่
หรือว่า… วิชาต้านสวรรค์นี้จะมีผลข้างเคียง ชิงมู่รีบหยุดมือทันที พยายามข่มกลั้นเสียงหัวเราะ
และเป็นดังคาด ทันทีที่เขาหยุดโจมตี ความรู้สึกอยากหัวเราะอย่างบ้าคลั่งนั้นก็หายไป
ชิงมู่มั่นใจแล้วว่า วิชาต้านสวรรค์ที่เย่หนานสอนให้ ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ หรือไม่ก็เป็นผลข้างเคียงที่เขาเพิ่งค้นพบ
วิชาที่วิปริตพิสดารขนาดนี้ จะมีผลข้างเคียงบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ชิงมู่ตั้งมั่นในใจว่าต้องกลับไปถามเย่หนานให้รู้เรื่อง
ทางด้านไป๋หลิงที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ใบหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม มุมปากกระตุกไม่หยุด
นางตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า ต่อไปนี้จะพยายามอยู่ให้ห่างจากศิษย์น้องคนนี้ให้มากที่สุด
เมื่อเห็นชิงมู่หยุดมือ จอมมารเพลิงทมิฬก็ฉวยโอกาสทอง ร่างวูบไหวหายวับไปในพริบตา
บัดซบ! โชคดีที่ไม่มีคนเห็นเหตุการณ์มากนัก ไม่อย่างนั้นข้าคงเอาหน้าไปมุดดินหนี จอมมารเพลิงทมิฬที่หนีออกมาไกลนับร้อยลี้ ปลอบใจตัวเอง
ก่อนหน้านี้พลังที่เขาระเบิดออกมา ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรในโลกใต้สมุทรต่างพากันหนีตายออกไปจนเกือบหมดแล้ว
ท่านสุดหล่อ! โฮๆๆ… ข้านึกว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว ทำไมท่านไม่ช่วยข้าล่ะขอรับ ทันทีที่กลับมาถึง จอมมารเพลิงทมิฬก็ถลาเข้าไปกอดขาตัวตลก ร้องไห้ฟูมฟาย
เพียะ!
ตัวตลกตบฉาดเข้าให้ จอมมารเพลิงทมิฬปลิวละลิ่วออกไปตามระเบียบ
แต่จอมมารเพลิงทมิฬชินชาเสียแล้ว เขาลุกขึ้นยืนอย่างคล่องแคล่ว
ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหลานหลิงที่ยังยืนอยู่ที่เดิม จิตสังหารของเขาก็พวยพุ่งขึ้นมาทันที
ท่านสุดหล่อ ข้าขอฆ่านังนี่ทิ้งได้ไหมขอรับ นาง… นางเห็นสารรูปของข้าหมดแล้ว… จอมมารเพลิงทมิฬกัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งยังคงกุมก้นไว้แน่น
ตัวตลกไม่ตอบ แต่ยื่นนิ้วชี้ออกไปที่จอมมารเพลิงทมิฬ
ลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ร่างของจอมมารเพลิงทมิฬ บาดแผลที่เขาพยายามรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย พลันสมานตัวหายสนิทในพริบตา
เอ๊ะ หายแล้ว ฮ่าๆๆ… จอมมารเพลิงทมิฬดีใจจนกระโดดโลดเต้น ความเจ็บปวดมลายหายไปจนสิ้น
จากนั้นเขาก็หันขวับกลับมาจ้องมองหลานหลิงด้วยสายตาอำมหิตอีกครั้ง
ทะ… ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ ท่านวางใจได้ หลานหลิงหน้าซีดเผือด รีบปฏิเสธเสียงสั่นเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีสังหาร
จอมมารเพลิงทมิฬลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือ เพราะตัวตลกไม่ได้ออกคำสั่ง
เมื่อเห็นว่าจอมมารเพลิงทมิฬไม่ได้ลงมือ แต่สายตายังคงจับจ้องนางเขม็ง
หลานหลิงทนแรงกดดันไม่ไหว นางย่อกายคารวะหนึ่งครั้ง แล้วรีบเหาะหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งพ้นสายตาของจอมมารเพลิงทมิฬ หลานหลิงจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
นางได้เดิมพันด้วยชีวิต... เดิมพันว่าตัวตลกและจอมมารเพลิงทมิฬจะหยิ่งทระนงเกินกว่าจะลดตัวลงมาสังหารมดปลวกอย่างนาง และนางก็ชนะเดิมพัน มิหนำซ้ำยังได้เห็นวิชาลับอันน่าพิศวงที่เหมือนกับของกู้เฉินอีกด้วย
ไม่ได้การ ข้าต้องหาวิธีครอบครองวิชานี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้น… พวกมันจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในเส้นทางสู่บัลลังก์จักรพรรดิของข้า หลานหลิงกำหมัดแน่น แววตามุ่งมั่น ก่อนจะเร่งความเร็วจากไป