แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 406 อ้อ... มันเป็นแบบนี้นี่เอง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 406 อ้อ... มันเป็นแบบนี้นี่เอง
บทที่ 406 อ้อ… มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ซูเจาเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอทั้งหมดจนหมด และยิ้มมุมปากอย่างเงียบ ๆ
“ทำไมไม่ตอบล่ะ กำลังพูดถึงฉันอยู่เหรอ?” เธอถามอีกครั้ง
“ใช่แล้ว กำลังพูดถึงว่าทำไมเธอถึงมาสายขนาดนี้” เหลียงชิงฮวนไม่ได้ใส่ใจ ก็เป็นความจริงที่ซูเจามาสายเอง
แต่ไม่คาดคิดว่า เมื่อซูเจาได้ยินคำพูดของเธอ ก็หัวเราะเบา ๆ
“ช่างไม่มีมารยาทจริง ๆ”
เหลียงชิงฮวนเบิกตากว้าง “เธอบอกว่าใครไม่มีมารยาท?”
ซูเจาเล่นผมตัวเองพลางพูดจาน่ารำคาญ “คนไหนที่นินทาฉันลับหลัง คนนั้นแหละไม่มีมารยาท เธอฟังไม่เข้าใจหรือไง?”
เหลียงชิงฮวนโมโหขึ้นมาทันที โชคดีที่เจียงเจินรั้งตัวเธอไว้ได้
เจียงเจิน “พอเถอะ ๆ จะไปทะเลาะกับเธอทำไม ไม่จำเป็นหรอก”
ซูเจา “พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ ฉันพูดแบบนี้กับเธอ ทำไมเธอถึงไม่ช่วยเพื่อนด่าฉันล่ะ?”
เจียงเจินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำหน้าเย็นชา “พวกเราเป็นบุคคลสาธารณะ จำเป็นต้องชี้นำแฟน ๆ ในทางที่ถูกต้อง การมาทะเลาะกันในรายการแบบนี้มันไม่เหมาะสมเลย”
คำพูดของเธอฟังดูถูกต้องและรัดกุมไม่มีที่ติ
ซูเจายังคงสีหน้าเรียบเฉย “ฉันเข้าใจแล้ว ที่เธอหมายถึงคือการด่าคนมันไม่ดี จริงด้วย ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ การไปนินทาว่าร้ายคนลับหลังแบบนี้มันไม่เหมาะสมจริง ๆ”
เจียงเจิน : …
เหลียงชิงฮวน “อย่ามายุแหย่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเจินเจินนะ!”
ซูเจา “เมื่อไหร่ที่ฉันยุให้พวกคุณทะเลาะกัน ฉันด่าพวกคุณทั้งสองคนไปพร้อมกันไม่ใช่เหรอ?”
พูดแบบนี้ มันช่างจองหองเหลือเกิน
[อะไรกันเนี่ยซูเจาทำตัวจองหองขนาดนี้เลยเหรอ?]
[โมโหจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เธอนั่นแหละที่มาสาย แล้วยังกล้ามาว่าคนอื่นอีก!]
[ฉันโกรธจนแทบบ้า!หนิงหนิงทำไมยังไม่มาสักที รีบมาจัดการกับเธอคนนี้หน่อยสิ!]
[ฉันหวังว่าซูเจาจะกล้าอวดดีแบบนี้ต่อหน้าหนิงหนิงด้วยนะ]
ในใจหวังให้หนิงหนิงมา แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหนิงหนิงเสียที
ทุกคนที่อยู่ด้วยกัน แต่เดิมบรรยากาศกำลังกลมเกลียว แต่พอซูเจามาถึง ทุกคนก็เงียบกริบไปหมด
หนิงหนิงยังไม่มา พวกเขาก็แยกย้ายกันไปรอหนิงหนิงแล้ว
ดูอยู่สักพัก ผู้ชมก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
[แปลกจัง ทำไมซูเจาถึงไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย ด้วยนิสัยเจ้าปัญหาของเธอ น่าจะโมโหไปนานแล้วนะ]
ก็จริงนะ ตอนนี้ซูเจากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กำลังอ่านหนังสืออยู่
[ถ้าสิ่งที่รอคอยเป็นเรื่องดี ก็ไม่อยากรอหรอก พอหนิงหนิงมาถึง รายการก็จะเริ่มแล้ว แน่นอนว่า ถ้ามีเวลาขี้เกียจก็ต้องรีบขี้เกียจสิ นั่นมันเข้ากับนิสัยของซูเจามากกว่า]
[จริงด้วย เกือบนึกว่าหนิงหนิงกลัวเจินเจินซะแล้ว]
[เธอมาถึงก็ต่อว่าชิงฮวนกับเจินเจินต่อหน้าเลย เธอจะกลัวอะไร ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินหรอก]
[หนิงหนิงรีบมาเร็ว!]
…
ข้อความแชทจำนวนมากต่างรัวพิมพ์ให้หนิงหนิงรีบมา แม้ใกล้จะถึงเวลานัดรวมตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของหนิงหนิง
ผู้ชมต่างใจร้อน แขกรับเชิญก็เริ่มหมดความอดทน
มีเพียงซูเจาเท่านั้นที่นั่งอย่างสบายอกสบายใจอยู่ใต้โคนต้นไม้บนม้านั่งที่เธอนำมาเอง ดูผ่อนคลายเป็นที่สุด
เหลือเวลาอีกห้านาทีก่อนรายการจะเริ่ม
เหลียงชิงฮวนทนไม่ไหวแล้ว “ทำไมยังไม่มาสักที”
เธอเพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ดังมาแต่ไกล
ทุกคนหันไปมองด้วยความสงสัย ก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ห้าหกคันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
เป็นรถมอเตอร์ไซค์สีดำทั้งหมด คนขับสวมชุดขับขี่สีดำเหมือนกันทุกคน ดูยิ่งใหญ่อลังการทีเดียว
มอเตอร์ไซค์จอดที่จุดนัดพบอย่างรวดเร็ว หยุดอยู่ตรงข้ามกับบรรดาแขกรับเชิญพอดี
แขกรับเชิญทั้งหลายต่างมองหน้ากันไปมา
[มันเกิดอะไรขึ้น?]
[นี่มันเรื่องอะไรกัน?]
ผู้ชมทั้งหลายต่างงงงวยไม่เข้าใจสถานการณ์
ชายที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์คันหน้าสุด ก้าวขายาว ๆ ลงมายืนบนพื้น เขายกมือขึ้นถอดหมวกกันน็อกออก เผยให้เห็นดวงตาคมสวยที่มีหางตาเฉียงขึ้น
จี๋เสี่ยวเสี่ยว “หนิงเหนียน?”
คนอื่น ๆ ต่างก็จำเขาได้ในทันที นั่นคือหนิงเหนียนนั่นเอง
[เอ๊ะ? นั่นคือหนิงเหนียนเหรอ?]
[เกิดอะไรขึ้น? ทำไมหนิงเหนียนถึงขี่มอเตอร์ไซค์มาล่ะ?]
หนิงเหนียนไม่สนใจสายตาแปลกใจของคนอื่น เขาจัดการจอดมอเตอร์ไซค์ให้มั่นคง แล้วรีบยื่นมือออกไปช่วยผู้หญิงที่นั่งซ้อนท้ายลงจากรถทันที
หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีดำ ขณะที่เธอกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์ ไข่มุกที่ประดับอยู่ตามชายกระโปรงส่องประกายวิบวับจนแสบตา
ในอ้อมแขนของเธอยังอุ้มแมวสีดำตัวหนึ่งไว้
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า สไตล์การแต่งตัวหรูหราแบบนี้ นอกจากหนิงหนิงแล้วจะเป็นใครไปไม่ได้
ทันทีที่หนิงหนิงลงจากรถ ก็มีคนรีบวิ่งเข้ามากางร่มให้เหนือศีรษะของเธอ
มีคนถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ เดินตามหลังเธอมาติด ๆ
หนิงหนิงอุ้มวาเซียไว้ในอ้อมแขน ทักทายทุกคนที่กำลังอ้าปากค้างอย่างขี้เกียจ ๆ “ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าเลยนะ”
[…]
[เอ๊ะ???]
[???]
[อลังการจัง ถ้าไม่รู้เรื่องคงนึกว่าเจ้าหญิงแอบออกมาท่องเที่ยวแน่ ๆ]
[นี่หนิงหนิงแต่งตัวอะไรของเธอเนี่ย?]
[หรือฉันดูรายการผิด นี่มันพรมแดงหรือรายการเอาชีวิตรอดกันแน่?]
[ฉันนึกว่าซูเจาจะดูเว่อร์ที่สุดแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคนที่เว่อร์กว่าซูเจาอีก]
[เธอนั่งรถมาคนเดียวด้วย…]
[สุดท้ายซูเจาก็แพ้นั่นแหละ]
[นี่แหละที่เขาเรียกว่า คนเหนือคน ฟ้าเหนือฟ้า]
[จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าซูเจาแบบนั้นยังพอรับได้เลย สมแล้วที่ว่าคนเราจำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบ]
เหลียงชิงฮวนมองรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดเรียงกันอยู่ด้านหลังของเธอ ยังคงงงงวย “นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ”
หนิงหนิงชายตามองเธอ รู้สึกแปลกใจ “ฉันไม่ได้ทำอะไรนี่”
เหลียงชิงฮวนชี้ไปที่แถวรถมอเตอร์ไซค์ “เธอขึ้นรถมาเหรอ?”
หนิงหนิง “มองไม่เห็นหรือไง?”
เหลียงชิงฮวน : …
เห็นหนิงหนิงทำท่าทางราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ เหลียงชิงฮวนถึงกับเริ่มสงสัยตัวเองขึ้นมา
เจียงเจินพูดเสียงเบา “แบบนี้ไม่ดีนะ?”
หนิงหนิง “มันมีอะไรไม่ดีเหรอ กองถ่ายมีกฎห้ามขี่มอเตอร์ไซค์หรือไง”
เจียงเจิน “เรื่องนั้น…ไม่มีหรอก”
ตรงนี้เป็นเชิงเขา รถยนต์ทั่วไปขึ้นมาลำบาก แต่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาได้ง่ายกว่ามาก
แต่โดยปกติแล้ว ใครจะคิดถึงมอเตอร์ไซค์กันล่ะ
พวกเขาทุกคนต่างต้องเดินขึ้นมาเอง ถึงแม้จะไม่เต็มใจ แต่อย่างน้อยก็กำลังถ่ายรายการอยู่ จะต้องแสร้งทำให้ดูดีหน่อย
“ทำอะไรใหญ่โตขนาดนั้น ฉันไม่กล้าหรอก”
หนิงหนิง “ถ้ากองถ่ายไม่ได้มีกฎอะไรแบบนั้น จะทำอะไรก็ได้”
เจียงเจินไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
ในตอนนั้น ซูเจาที่นั่งอยู่ตามลำพังอีกด้านก็ลุกขึ้น เดินมาทางนี้
เธอหยุดยืนตรงหน้าหนิงหนิง หนิงหนิงเงยหน้าขึ้นมอง
ซูเจาก็ไม่หลบเลี่ยง ใบหน้าเรียบเฉย จ้องมองหนิงหนิงตรง ๆ
พฤติกรรมแบบนี้ ถือว่าไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่
[ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดก็มาแล้ว!]
[ซูเจาคงไม่เคยคิดว่า จะมีวันที่เธอต้องถูกคนอื่นแย่งซีนไปแบบนี้]
[ซูเจาคงคิดในใจว่า ฉันทำขนาดนี้แล้ว ยังมีคนกล้ามาแย่งซีนอีกเหรอ ขอฉันดูหน่อยสิว่าเป็นใครกันแน่ที่กล้าขนาดนี้]
[ในที่สุดพวกเธอก็ได้เจอกันแล้ว!]
[ต้องบอกว่า ผู้หญิงสวยสองคนยืนอยู่ด้วยกัน ก็ดูสวยงามสบายตาดีนะ]
[ฮ่า ๆ ฉันเดาไว้แล้วว่าทั้งคู่ต้องเข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ แต่ไม่คิดว่า พอเจอหน้ากันก็จะมีปัญหากันเลย]
[ฮิฮิ ซูเจาทำตัวโอหังมานานแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเจอการตบหน้าแล้ว หนิงหนิงไม่เหมือนเจินเจิน ที่จะปล่อยให้คุณรังแกง่าย ๆ หรอกนะ]
…
ในภาพ ซูเจาละสายตาจากหนิงหนิง เธอมองไปยังมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ไม่ไกลจากด้านหลังหนิงหนิง
เธอมองอยู่สักพัก ก่อนจะพึมพำอย่างครุ่นคิด “อ้อ… ที่แท้ก็ทำแบบนี้ได้นี่เอง”
น้ำเสียงของซูเจาแฝงไปด้วยความเสียดาย