แย่งพรสวรรค์ข้า? ข้าฆ่าจนสะเทือนทั้งโลก! - บทที่ 88 ถอนตะปู!
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังหลงเฉิง ทุกคนในห้องก็หันขวับไปมองเขาทันที
โดยเฉพาะจ้าวฮั่น หัวหน้าแผนกความร่วมมือองค์กรทหาร
เขาแอบสบถในใจว่า หวังหลงเฉิง นี่ท่านคิดจะทำอะไรอีกเนี่ย?
มีข้อโต้แย้งอะไรอีกแล้วเหรอ?
ในระหว่างที่ความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่หวังหลงเฉิง หลี่หมู่ก็อาศัยจังหวะนั้นลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอกอย่างเงียบ ๆ
จางคังที่นั่งอยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นพอดี เขาย่นคิ้วจ้องมองแผ่นหลังของหลี่หมู่ด้วยความแปลกใจ
หวังหลงเฉิงเอ่ยขึ้นว่า
“การพัฒนาแร่ผลึกแม่ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด ผมจึงได้ลองติดตามดูบริษัทที่มายื่นซองประมูลกับทางแผนกความร่วมมือดูบ้าง”
“พอติดตามดู ผมก็พบปัญหาใหญ่เลยล่ะครับ”
ขณะพูด หวังหลงเฉิงก็จ้องเขม็งไปที่จ้าวฮั่น
“หัวหน้าแผนกจ้าว ผมขอถามคุณหน่อย คุณรู้ไหมว่าตอนนี้บริษัทโลหะพลังงานแห่งไหนในเมืองเถี่ยโส่ว ที่มีเสียงตอบรับจากตลาดดีที่สุด?”
พอได้ยินคำถามนี้ของหวังหลงเฉิง
จ้าวฮั่นก็เหงื่อตกทันที!
หวังหลงเฉิงพุ่งเป้ามาที่เขาชัด ๆ!
เขาตอบกลับอย่างตะกุกตะกักว่า “เสียงตอบรับ… ก็คือ กลุ่มธุรกิจตระกูลเย่ครับ”
อย่าว่าแต่จ้าวฮั่นเลย แม้แต่ประธานเย่ก็ยังหน้าถอดสี
ในเมืองเถี่ยโส่ว กลุ่มธุรกิจตระกูลเย่อาจจะมีขนาดใหญ่ที่สุดก็จริง แต่เสียงตอบรับจากตลาด ไม่ใช่เบอร์หนึ่งอย่างแน่นอน
บริษัทที่ได้รับคำชมมากที่สุด คือกลุ่มธุรกิจตระกูลจางต่างหาก
ทว่าเรื่องพวกนี้ก็เป็นแค่ความรู้ในแวดวงธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดอันดับอย่างเป็นทางการเสียหน่อย
แล้วหวังหลงเฉิงไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไง?
“ดูเหมือนว่า หัวหน้าแผนกจ้าวจะยังลงพื้นที่สำรวจมาไม่ดีพอนะครับ แต่ผมทำแล้ว”
“จากการสอบถามความคิดเห็นของคนทำงานในสายการผลิตจำนวนมาก พบว่าในช่วงสองปีมานี้ กลุ่มธุรกิจตระกูลจางมีการพัฒนาด้านคุณภาพและเสียงตอบรับจากตลาดเร็วที่สุด”
“ดังนั้น ผมจึงไปขอแผนธุรกิจของตระกูลจางมาสองฉบับครับ”
พูดจบ หวังหลงเฉิงก็โยนแผนธุรกิจสองเล่มลงบนโต๊ะ
“ฉบับแรก คือแผนรับจ้างผลิต”
“ฉบับที่สอง คือแผนร่วมทุนสร้างองค์กรทหาร หัวหน้าแผนกจ้าวคงไม่เคยเห็นล่ะสิ?”
“นั่นก็เพราะคุณปัดตระกูลจางตกไปตั้งแต่รอบแรกแล้ว จริงไหม?”
การที่หวังหลงเฉิงกล้าพูดเต็มปากเต็มคำขนาดนี้
ก็เพราะเขามั่นใจเต็มเปี่ยม จางเฉาหยางได้อธิบายแผนองค์กรทหารให้เขาฟังแล้ว
มันเหนือกว่าของตระกูลเย่หลายขุม!
จ้าวฮั่นถึงกับหน้าซีดเผือด เขาเป็นคนทำเรื่องขี้ฉ้อจริง ๆ เขาเคยอ่านแผนธุรกิจของตระกูลจางมาแล้ว
ถ้าวัดกันที่ศักยภาพแล้วล่ะก็ เหนือกว่าตระกูลเย่เห็น ๆ
แต่ทำไมหวังหลงเฉิงถึงได้ไปเจาะจงที่ตระกูลจางล่ะ?
เมื่อเห็นจ้าวฮั่นถูกหวังหลงเฉิงต้อนจนมุมด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ
จางชิงก็รู้สึกผิดหวังอย่างมาก แต่ถ้าตอนนี้เขายังไม่ออกโรงล่ะก็ ความลับต้องแตกแน่ ๆ
จางชิงจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านรองผู้บัญชาการหวัง คุณเข้าใจแผนธุรกิจของตระกูลจางดีแค่ไหนกัน?”
“ช่วยอธิบายให้พวกเราฟังหน่อยสิครับ จะได้เข้าใจตรงกัน”
จางชิงตั้งใจจะดักทางหวังหลงเฉิงทั้งขึ้นทั้งล่อง!
หวังหลงเฉิงไม่ได้มีความรู้เรื่องธุรกิจ ต่อให้แผนจะดีแค่ไหน ก็อธิบายไม่ได้หรอก
แต่ถ้าเอาแผนธุรกิจไปให้คนอื่นอ่านเฉย ๆ ผลลัพธ์ก็ไม่สู้การพรีเซนต์สด ๆ แน่
แต่ถ้าหวังหลงเฉิงอธิบายได้เป็นฉาก ๆ ล่ะก็!
นั่นก็แสดงว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตระกูลจางน่ะสิ!
ข้อหา ‘เล่นพรรคเล่นพวก’ ก็จะถูกสวมบนหัวหวังหลงเฉิงทันที!
หวังหลงเฉิงหัวเราะหึ ๆ
“อธิบายก็ต้องอธิบายอยู่แล้วครับ แต่ให้คนของตระกูลจางมาอธิบายเอง จะได้กระจ่างชัดกว่านะครับ!”
สิ้นเสียงของหวังหลงเฉิง
หลี่หมู่ก็ผลักประตูเข้ามา พร้อมกับจางเฉาหยาง จางจือเหวย และผู้เชี่ยวชาญอีกสามคน
จางชิงหน้าดำทะมึนทันที!
เขาไม่คิดเลยว่าหวังหลงเฉิงจะกล้าเล่นตุกติกกับเขาแบบนี้
การที่ตระกูลจางมาพร้อมหน้าพร้อมตากันขนาดนี้ แสดงว่าหวังหลงเฉิงเตรียมการมาเป็นอย่างดี และไม่คิดจะไว้หน้าเขาเลย
“ท่านรองผู้บัญชาการหวัง คุณหมายความว่ายังไง? คิดจะใช้เส้นสายเด็กเส้นงั้นเหรอ?”
จางชิงหน้าบูดบึ้ง เปิดฉากโจมตีหวังหลงเฉิงตรง ๆ
แทบจะชี้หน้าด่าว่าหวังหลงเฉิงทุจริตเลยทีเดียว
แต่หวังหลงเฉิงกลับไม่ยี่หระ
“ผมแค่สงสัยในความไม่โปร่งใสของการตรวจสอบแผนธุรกิจ ก็เลยต้องการสร้างความยุติธรรมเท่านั้นเอง”
“แบบนี้เรียกว่าใช้เส้นสายตรงไหนล่ะครับ?”
“หึ! ข้ามขั้นตอนการตรวจสอบ แล้วพากลุ่มธุรกิจเข้ามาถึงรอบสุดท้ายหน้าตาเฉย! ท่านรองผู้บัญชาการหวังช่างยุติธรรมเสียจริง!”
จางชิงหน้าตึงเครียด
เขาไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไปเด็ดขาด ดังนั้น ต่อให้ต้องแตกหัก เขาก็จะไม่ยอมให้หวังหลงเฉิงได้สิ่งที่ต้องการ
ในตอนนั้นเอง ผู้อำนวยการลู่จากสถาบันวิจัยก็เอ่ยขึ้นว่า
“ท่านรองผู้บัญชาการจาง ในเมื่อคนก็มาถึงแล้ว แล้วท่านรองผู้บัญชาการหวังก็มีข้อสงสัยที่น่ารับฟัง”
“ทำไมเราไม่ให้โอกาสตระกูลจางได้นำเสนอก่อนล่ะครับ? ฟังจบแล้วค่อยว่ากัน”
ศาสตราจารย์ถงกับศาสตราจารย์เหอก็หัวเราะเห็นด้วย
“นั่นสิ ถ้าแผนธุรกิจของตระกูลจางมันแย่มากจริง ๆ ท่านรองผู้บัญชาการหวังก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วล่ะ”
“แต่ถ้าแผนธุรกิจของพวกเขาดีเยี่ยมจริง ๆ เราก็ลองเก็บไว้พิจารณาก็ได้นี่นา”
“ก็ถือซะว่ามีคนเข้ารอบเพิ่มมาอีกคน ลองฟังดูก็ไม่เสียหายหรอกน่า” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เมื่อศาสตราจารย์ทั้งสองท่านเอ่ยปาก จางชิงก็เถียงไม่ออกอีกต่อไป
ได้แต่แค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อได้ยินบทสนทนาเหล่านั้น หัวใจของจางเฉาหยางก็แทบจะหลุดออกมาเต้นระบำนอกอก!
ไม่นึกเลยว่าผู้บัญชาการสองท่านจะมาฉีกหน้ากันกลางห้องประชุม แถมประโยคที่ว่าถ้าแผนของตระกูลจางแย่ หวังหลงเฉิงต้องรับผิดชอบนั้น
ยิ่งทำให้จางเฉาหยางรู้สึกกดดันหนักเข้าไปอีก
“กลุ่มธุรกิจตระกูลจางใช่ไหม?”
เหลียงฮว่าจวิน ผู้บัญชาการสูงสุดกอดอกถามขึ้น
“ใช่ครับ ผม จางเฉาหยาง ประธานกลุ่มธุรกิจตระกูลจางครับ”
“เอาล่ะ เริ่มได้!”
คำอนุญาตของเหลียงฮว่าจวิน ดึงสติของจางเฉาหยางให้กลับมาสู่ความเป็นจริง
จางเฉาหยางสูดลมหายใจลึก ๆ ไม่พูดจาอ้อมค้อมใด ๆ
เพราะคำพูดเหล่านั้นมันไม่มีประโยชน์แล้ว ผู้ช่วยทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลังจึงรีบเปิดข้อมูลขึ้นมาทันที
ส่วนจางเฉาหยางก็เริ่มนำเสนอแผนของตระกูลจางอย่างเป็นทางการ
ประธานเย่แห่งตระกูลเย่ ตั้งแต่เห็นจางเฉาหยางเดินเข้ามา ก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลก ๆ ทันที!
และยิ่งการพรีเซนต์ของจางเฉาหยางดำเนินต่อไป
หน้าของประธานเย่ก็เดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด เดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง!
เพราะแผนธุรกิจของตระกูลจางมันแข็งแกร่งมาก!
ลำพังเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านการหลอมโลหะที่พวกเขามี ก็เยอะกว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเขาถึงสองเท่า
ก็แหม หลายปีมานี้ตระกูลเย่ไม่เคยสนใจเรื่องการพัฒนานวัตกรรมเลยนี่นา
การคิดค้นนวัตกรรมมันต้องใช้ทั้งเงินทั้งแรง แถมบางทีกำไรที่ได้อาจจะไม่คุ้มทุนด้วยซ้ำ
พวกเขาก็เลยกินบุญเก่ามาตลอด เอาเงินไปทุ่มเทกับคอนเนคชันและการขยายตลาดซะหมด
พอมาวัดกันที่ศักยภาพจริง ๆ เลยโดนตระกูลจางทิ้งห่างไปไกลลิบ
ก็วันนี้แหละ ที่ตระกูลจางยอมงัดเอาไพ่ตายออกมาโชว์
ไม่งั้นเขาก็คงไม่รู้เรื่องต่อไป
จ้าวฮั่นและผู้บริหารระดับสูงของแผนกความร่วมมือ ต่างก็เหงื่อตกกันเป็นแถว!
พวกเขาส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องนี้เลยจริง ๆ
ก็จ้าวฮั่นเล่นปัดตระกูลจางตกไปตั้งแต่รอบแรก
พวกเขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าตระกูลจางจะร้ายกาจขนาดนี้!!
ไอ้บ้าเอ๊ย! สายตาของผู้บริหารหลายคนมองจ้าวฮั่นแทบจะกินเลือดกินเนื้อ งานนี้พวกเขาโดนไอ้เวรนี่ลากไปซวยด้วยเต็ม ๆ!
แต่ในทางกลับกัน คนของสถาบันวิจัยกลับมีปฏิกิริยาที่ต่างออกไป
ผู้อำนวยการลู่นั่งฟังตาเป็นประกาย แม้แต่ศาสตราจารย์ทั้งสองท่านก็พยักหน้ารับอย่างต่อเนื่อง ด้วยความชื่นชม
นี่แหละคือศักยภาพที่องค์กรระดับกองทัพควรจะมี มันเหนือกว่าตระกูลเย่เมื่อกี้เยอะจริง ๆ
อาจจะด้อยกว่านิดหน่อยก็แค่เรื่องขนาดธุรกิจกับเงินทุน แต่เรื่องพวกนั้น สำหรับองค์กรระดับกองทัพแล้ว ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพต่างหาก!
“ท่านผู้บัญชาการเหลียง ผมว่าเลือกกลุ่มธุรกิจตระกูลจางนี่แหละ!”
ไม่รอให้ใครถาม
ศาสตราจารย์ถงผู้โผงผาง ก็ชี้ไปที่จางเฉาหยางแล้วพูดโพล่งขึ้นมาเลย
หวังหลงเฉิงส่งสายตาขอบคุณให้ศาสตราจารย์ถง เพราะอีกฝ่ายกำลังช่วยรับหน้าแทนเขาอยู่นั่นเอง
การที่ศาสตราจารย์ถงเป็นคนฟันธง ย่อมต้องดึงดูดความเกลียดชังไปบ้างแหละ
แต่ในเมื่อคนของสถาบันวิจัยเป็นคนออกปาก น้ำหนักของคำพูดก็ไม่ใช่ธรรมดาแล้ว
ก็พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ทรัพยากรนี่นา
สถาบันวิจัยเป็นคนเคาะ เหลียงฮว่าจวินก็คงคัดค้านอะไรไม่ได้
และเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะคัดค้านด้วย
“ฮ่าฮ่า ในเมื่อศาสตราจารย์ถงบอกว่าได้ มันก็ต้องได้สิครับ! ใครเห็นด้วยกับการให้กลุ่มธุรกิจตระกูลจางร่วมทุนสร้างองค์กรทหาร ยกมือขึ้นเลยครับ”
พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นเป็นคนแรก
หวังหลงเฉิงตามมาเป็นคนที่สอง จากนั้นก็เหลียวเฟิง ผู้อำนวยการลู่ และคนอื่น ๆ
แม้แต่จางชิงก็ยังต้องจำใจยกมือขึ้นสนับสนุน
ก็ทำไงได้ล่ะ สถานการณ์มันบีบบังคับนี่นา! เขาจะไปฝืนดันทุรังไปทำไมล่ะ?
ส่วนประธานเย่ ตอนนี้เหมือนคนไร้วิญญาณ จ้องมองจางเฉาหยางด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย
แต่ที่เห็นชัดที่สุดคือความเคียดแค้น!
หมูในอวยแท้ ๆ! จะเข้าปากอยู่แล้วเชียว!!
ดันบินหนีไปซะได้!!
จางเฉาหยางถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก!
สองวันที่ผ่านมา เขาแทบจะนอนไม่หลับเลยสักคืน
และวันนี้ก็เป็นวันที่เสี่ยงอันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา
แต่ผ่านวันนี้ไป ตระกูลจางของพวกเขาก็จะได้ผงาดอย่างแท้จริงแล้ว
และดูจากการที่จางชิงพยายามปกป้องกลุ่มธุรกิจตระกูลเย่ในวันนี้ ก็พอจะเดาได้ว่า แผนเดิมคือตระกูลเย่จะได้ดูแลแร่ผลึกแม่แน่นอน
เรื่องนี้มันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
เมื่อจางเฉาหยางหันไปมองลูกชายกับหลี่หมู่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
เรื่องที่เขากับคุณปู่ปวดหัวกันแทบตาย
กลับกลายเป็นว่าเด็กสองคนนี้วิ่งเต้นกันไม่กี่ครั้ง ก็จัดการได้เรียบร้อยซะงั้น
โดยเฉพาะหลี่หมู่คนนี้!
ตะปูที่กองทัพตอกไว้อย่างแน่นหนา เขาก็ยังกล้าถอน! แถมยังถอนออกมาได้จริง ๆ ด้วย!
ต้องยอมรับเลยว่า
ลูกวัวเกิดใหม่ ไม่กลัวเสือจริง ๆ!