โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 248 นิกายดาบชิงหยุน สำนักจือไจ่ จักรวรรดิหยุน
หวง
หลังจากที่หลู่ฉางเซินกลับมาพร้อมกับเสี่ยวเฮย
หนิงเฉินซินลงจากภูเขาแล้ว ตามที่หงหยิงบอกไว้
เขาไปที่ซากปรักหักพังของนิกายขงจื๊อ
เย่ชิวไป่เสนอขนมปังปิ้งให้กับหลู่ฉางเซินที่โต๊ะอาหารเย็นก่อน
จากนั้นจึงกล่าวว่า: “ศิษย์น้องสามต้องการสร้างนิกายดั้งเดิมของ
ขงจื้อขึ้นใสใหม่”
“ศิษย์น้องสี่จะรับผิดชอบเก้าวังมรณะ ในไม่ช้า”
“ในขณะเดียวกัน ศิษย์น้องหญิงรองกำลังจะสร้างจักรวรรดิหยุน
หวงขึ้นใหม่”
“ในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่มีอะไรทำ มันไม่แปลกไปหน่อย
เหรอ?”
หลู่ฉางเซินกลอกตาและกล่าวว่า “อย่ากล่าวถึงเรื่องนี้ ข้าจะ
ขอบคุณมาก ถ้าเจ้าไม่สร้างปัญหา!”
เย่ชิวไป่: “…”
มู่ว่านเอ๋อยิ้มและกล่าวว่า: “พี่ชิวไป่ ข้าเกรงว่าในอนาคตข้า
จะต้องรับผิดชอบตระกูลมู่ด้วย”
“ท่านพ่อตั้งข้าเป็นทายาทสืบทอดแล้ว”
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า: “ขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย”
หลังจากดื่มไปสามแก้ว ใบหน้าของหงหยินก็แดงเล็กน้อยเหมือน
ดอกกุหลาบโลหิต
ช่างละเอียดอ่อนและมีเสน่ห์จริงๆ!
นัยน์ตาหงษ์ของหงหยิงเหลือบมองอย่างแผ่วเบา มองไปที่เย่ชิว
ไป่ด้วยรอยยิ้ม และกล่าวว่า: “ศิษย์พี่ ดังนั้นเจ้าจึงรู้สึกเหงาเล็กน้อย
หลังจากที่เราจากไป?”
เย่ชิวไป่โบกมือด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า: “นั่นเป็นเรื่องปกติ แต่
ศิษย์น้องและศิษย์น้องหญิงต่างมีอนาคตของตัวเอง ดังนั้นข้าจะปล่อย
เจ้าไป และให้ข้าทำตามความปรารถนาที่เห็นแก่ตัวของข้าเองไม่ได้”
“ตอนนี้ก็ยังมีศิษย์น้องห้าอยู่กับข้าไม่ใช่เหรอ?”
“อ้อโทษที แล้วก็มีท่านอาจารย์ด้วย”
หลังจากฟัง หลู่ฉางเซินต้องการให้เย่ชิวไป่กวาดภูเขา…
ไอ้เด็กสารเลวคนนี้ ลืมนึกถึงข้า
ข้าเป็นเครื่องประดับหรือยังไง?
แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากรู้จักกันมานาน หลู่ฉางเซินก็เข้าใจ
นิสัยของเย่ชิวไป่แล้ว
เมื่อมองดูความอ้างว้างในดวงตาของเขา
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง หลู่ฉางเซินก็วางแก้วไวน์ลงแล้วถาม
ว่า “เจ้าอยากออกไปพักผ่อนด้วยไหม?”
ตอนนี้ ความแข็งแกร่งของเย่ชิวไป่มาถึงช่วงปลายของขอบเขต
ก้าวข้ามแดนหยวน หลังจากการฝึกฝนวันนี้
ขอบเขตเสมือนเทพทั่วไป อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป
ออกไปบ่มเพาะข้างนอกไม่ดีกว่าเหรอ?
ไม่มีสถานที่สำหรับฝึกฝนในศาลาเฉาถังอีกแล้ว
“ถ้าอยากไปก็ไปเลย”
หงหยินยิ้มและกล่าวว่า: “ถ้าเป็นไปไม่ได้ ศฺษย์พี่ใหญ่ ท่านต้อง
มาช่วยข้านะ”
เย่ชิวไป่คิดอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าสร้างกองกำลังของตัวเองหมดแล้ว ในฐานะศิษญ์พี่ใหญ่ ข้า
ต้องหาทางทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง”
หลู่ฉางเซินขดริมฝีปาก
ชิ! เจ้านี่มันช่างหยิ่งยโสจริงๆ…
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า: “ข้าจะทำตามที่เจ้ากล่าว พรุ่งนี้ข้าก็จะ
ออกไปสร้างความก้าวหน้า และสร้างกองกำลังเช่นกัน”
ซือเฉิงเกาหัวและกล่าวว่า “ข้าขออยู่กับอาจารย์ดีกว่า”
สำหรับซือเฉิงที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเขา
เขาไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่า กองกำลัง
หลู่ฉางเซินก็หวั่นไหวเช่นกัน
ในที่สุด ข้าก็มีศิษย์ที่ไม่สร้างปัญหา
มันช่างไม่ง่ายเลย!
เย่ชิวไป่ยกแก้ว และยืนขึ้น
หงหยิน,ซือเฉิงและมู่ว่านเอ๋อ ก็ยืนขึ้นด้วยรอยยิ้ม และยกแก้ว
ไวน์ขึ้น
“จากนี้ไป พวกเราพี่น้องสี่คนจะจัดตั้งกองกำลังควบคุมดินแดน”
“เมื่อถึงเวลานั้น กองกำลังของพวกเราสี่คนจะกลายเป็นยักษ์
ใหญ่ของโลกนี้!”
“ถึงเวลานั้น ท่านอาจารย์จะสบายใจ เมื่อไม่มีใครกล้ายั่วยุพวก
เรา”
หลู่ฉางเซินกลอกตา
ข้าเชื่อก็ควายแล้ว!
หลังจากกล่าวจบ แก้วไวน์ของเย่ชิวไป่ และทั้งห้าคนก็ชนกัน
หลายปีต่อมา
เขตแดนทุรกันดาร(หมานฮวง) และแม้กระทั่งกองกำลังของเขต
แดนเบื้องบน
ทุกคนจะเคารพจักรวรรดิและนิกาย ที่สร้างโดยศิษย์ทั้งสี่ของ
ศาลาเฉาถัง!
หลู่ฉางเซินมองดูฉากนี้
อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม
…
วันรุ่งขึ้น ทั้งเย่ชิวไป่และหงหยินลงจากภูเขา
ที่อยู่จักรวรรดิหยุนหวงใหม่นั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่เดิม
ตั้งอยู่ในจงหยู!
ส่วนเย่ชิวไป่ เลือกที่จะจัดตั้งกองกำลังในพื้นที่แดนใต้
ในเจ็ดวันนี้
ข่าวชิ้นหนึ่งที่สร้างความตกตะลึงให้กับคนทั้งโลกก็ปรากฏขึ้น
ณ แดนใต้นิกายดาบชิงหยุนก่อตั้งขึ้น! (นิกายดาบเทียบนภา)
ศิษย์คนโตของศาลาเฉาถัง เย่ชิวไป่คือผู้นำนิกาย!
ในจงหยู จักรวรรดิหยุนหวงได้รับการสร้างขึ้นใหม่
ในบรรดาสถานที่เก่าแก่ อาคารของจักรวรรดิก็ผุดขึ้นทีละหลัง!
ศิษย์คนที่สองของเฉาถัง จักรพรรดินีหยุนหวง หงหยิง เป็น
จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิ!
สำหรับแดนตะวันตก มีพลังยักษ์ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่นี่
นั่นคือนิกายพุทธะ
และช่วงเวลานี้เอง
กองกำลังที่ชื่อ สำนักจือไจ่(สำนักห้องหนังสือ) ก็ปรากฏขึ้น
เผยแพร่นิกายขงจื๊อเป็นภารกิจหลัก!
ในเวลาเดียวกัน เจ้าสำนักของสำนักจือไจ่คือ ศิษย์คนที่สามของ
ศาลาเฉาถัง หนิงเฉินซิน!
ทั้งสามคนในศาลาเฉาถังตอนนี้ ทุกคนต่างลงมา เพื่อสร้างกอง
กำลังของตนเอง!
ในพิธีก่อตั้ง นิกายดาบชิงหยุน (นิกายดาบเทียบนภา)
มีกองกำลังมากมายนับไม่ถ้วน มาแสดงความยินดี!
ในหมู่พวกเขา ได้แก่ สำนักชางเต๋า นิกายหยินเจี้ยนซ่ง ตระกูลมู่
ตระกูลหลี่…
และกองกำลังทุกขนาด
กองกำลังเหล่านี้ ล้วนต้องการสร้างความสัมพันธ์กับศาลาเฉาถัง
อย่างไรก็ตาม หลู่ฉางเซินไม่เห็นแม้หางและหัว
ไม่มีใครเห็นเขาเลย!
ในตอนนี้เขาไม่ต้องการไป เขาทำได้เพียงแค่คิดถึงลูกศิษย์ของ
เขาเท่านั้น
แต่หลู่ฉางเซิน ก็ยังมอบของขวัญแสดงความยินดีฝากฉินเทียน
หนานไป
ของขวัญนั้นคือบทกลอน
เย่ชิวไป่เปิดมัน และอดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างอ่อนใจ
ด้านซ้าย(จั่วเลี๋ยน): มั่นคงเข้มแข็ง (เหวยจงฉิวเจิ้น)
ด้ายขวา(โหย่วเลี๋ยน): มุ่งมั่นพัฒนา(กงจู่ฟ่าหลี)
แนวขวาง(เหิงฉี): อย่าสร้างปัญหา! (เหมยเย๋อฉี)
(เหิงฉี คำกลอนแนวขวางที่สัมผัสกับแนวตรง)
(รวมคือ มั่นคงเข้มแข็ง มุ่งมั่นพัฒนา อย่าสร้างปัญหา)
อาจารย์ที่ดี.
อาจารย์ที่ดีจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม ในสามบทนี้ มีค่ายกลรวบรวมปราณ!
ออร่าปราณในอาณาเขตของนิกายดาบชิงหยุนนั้น หนาแน่น
มาก!
นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด สำหรับข้อบกพร่องของปราณเบา
บาง ในดินแดนทางตอนใต้
หลังจากพิธีสถาปนา
นิกายดาบชิงหยุนเริ่มรับสมัครศิษย์จากสี่ภูมิภาคด้วย
แน่นอนว่าข้อกำหนดนั้นเข้มงวดมาก
มีการจำกัดความสามารถและอายุ
ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเป็นผู้ฝึกฝนดาบ!
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตใจ(ซิงซิน)
เมื่อพิจารณาถึงข้อกำหนดในการรับสมัครศิษย์แล้ว กองกำลัง
จำนวนมากอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
มันเข้มงวดเกินไป
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้าย ก็เกินความคาดหมายของกอง
กำลังเหล่านี้
มีปรมาจารย์ดาบมากมายนับไม่ถ้วน ต้องการเข้าร่วม นิกาย
ดาบชิงหยุน!
มาจากสี่ภูมิภาคและจงหยู!
ในหมู่พวกเขาทั้งหมด มีเจี่ยนเจาเมี่ยนและเหลียงเฟิงรวมอยู่
ด้วย!
เย่ชิวไป่ไม่แปลกใจกับเจี่ยนเจาเมี่ยน
แล้วเหลียงเฟิงล่ะ?
เหลียงเฟิงมองไปที่เย่ชิวไป่และเจี่ยนเจาเมี่ยน ที่จ้องมองมาที่เขา
ด้วยตาโต และตาเล็ก
เหลียงเฟิงผายมือและกล่าวว่า: “แน่นอน ข้าได้หารือเรื่องนี้กับ
ท่านอาจารย์มาล่วงหน้าแล้ว”
“ได้รับอณุญาติ และเดินลงจากภูเขา”
“ที่สำคัญ ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้ยกเลิก แต่
ความสัมพันธ์นิกายหยินเจี้ยนซ่งได้ถูกแยกออกจากกัน”
แน่นอนอยู่แล้ว
นี่เป็นกรณีที่หลินหลูเฟิ่งเห็นด้วยอย่างยิ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว เหลียงเฟิงก็สามารถผูกมิตรกับเย่ชิวไป่ได้อย่าง
ลึกซึ้ง
หลินหลูเฟิ่งงมีความสุขมากที่เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น
ไม่ว่าอย่างไร
เย่ชิวไป่ก็เป็นหนึ่งในอัจฉริยะเหล่านั้น
ณ ตอนนี้ เขาเลือกสมาชิกนิกายเพียงสี่คนเท่านั้น
ในฐานะศิษย์กลุ่มแรกของนิกายดาบชิงหยุน
ตั้งแต่นั้นมา ก้าวแรกของนิกายดาบชิงหยุน ก็ดำเนินไปด้วยดี
ในอีกด้านหนึ่ง จักรวรรดิหยุนหวงมีข้าราชบริพารมากมายอยู่
แล้ว
ที่เดียวที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไป
มันอยู่ในภูมิภาคตะวันตก สำนักจือไจ่(สำนักห้องหนังสือ)!
ในวันแรกที่มีสำนักจือไจ่(สำนักห้องหนังสือ)
หนิงเฉินซินได้รับจดหมายท้าทายจากนิกายพุทธะ
หลังจากนี้อีกเจ็ดวัน
สนทนาเกี่ยวกับเต๋าในสำนักจือไจ่!
และผู้ท้าชิง
เป็นบุตรแห่งสวรรค์ของนิกายพุทธะ
นั่นคือ พุทธบุตร!
กองกำลังอื่นๆ ไม่มีใครเคยเห็นพุทธบุตรจริงๆ
ทุกคนเพิ่งเคยได้ยิน
คนนี้เป็นอัจฉริยะที่ไม่ได้เกิดในนิกายพุทธะ!
สำหรับพุทธบุตร เขาต้องการปรึกษาเรื่องเต๋ากับหนิงเฉินซิน
สิ่งนี้หมายความว่า
นิก่ยพุทธะ ไม่ต้องการเห็นการจัดตั้งสำนักจือไจ่!
สำหรับ หนิงเฉินซิน?
แน่นอนว่า เขาเลือกที่จะยอมรับคำท้าทาย
นี่เป็นก้าวแรกในการสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักจือไจ่
สำหรับการสูญเสีย?
หนิงเฉินซินไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังเลย!