ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 153 เสาเดียวดาย
หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามหวังเหยียนหลงก็คือสวีหลิงเสวี่ย
หวังเหยียนหลงไม่ตอบคำถามของสวีหลิงเสวี่ย สายตาเผยความกังวลออกมาเล็กน้อย
ดวงตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่หลิวอู๋เสียเพียงคนเดียว รอคำตอบจากเขา
เผชิญหน้ากับการท้าทายจากชั้นเรียนระดับอัจฉริยะ เขาจะกล้ารับคำท้าหรือไม่?
การปฏิเสธเท่ากับขี้ขลาด ต่อไปนี้จะไม่มีวันได้ผงาดขึ้นมาอีก เขาจะกลายเป็นเป้าหมายเยาะเย้ยถากถางจากทุกคน
“ศิษย์น้องหลิว เจ้าห้ามตอบตกลง ชายที่ท้าทายเจ้าชื่อเถาเหวินปิง คนผู้นี้ฝึกวิชาตัวเบาที่ร้ายกาจมาก ปีนี้ฝึกฝนบนเสาเดียวดายทุกวัน คุ้นเคยกับจุดลงน้ำหนักของเสาเดียวดายทุกจุด เจ้าขึ้นไปต้องเสียเปรียบแน่ ๆ”
หลี่เซิงเซิงรีบเดินออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล หวังว่าหลิวอู๋เสียจะไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน
คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย นี่เป็นการประลองที่ไม่ยุติธรรม
หลิวอู๋เสียเข้าร่วมสำนักศึกษาจักรวรรดิได้เพียงยี่สิบวัน ยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ต่าง ๆ ในสำนักศึกษา การที่เขาปฏิเสธก็สมเหตุสมผล
“ข้ายอมรับคำท้าของเจ้า!”
น้ำเสียงของหลิวอู๋เสียดังก้องไปทั่วทุกซอกทุกมุมของลานฝึกยุทธ์ ยอมรับคำท้าจากเถาเหวินปิง
มันสายเกินไปที่คนอื่นจะหยุดเขา ทำได้เพียงส่งกำลังใจให้หลิวอู๋เสียในใจ
“ศิษย์น้อง เจ้าต้องระวังให้มาก เถาเหวินปิงเตรียมตัวมาอย่างดี อย่าตกหลุมพรางมันเป็นอันขาด”
จ้าวเฉิงรีบเดินเข้ามา เถาเหวินปิงเป็นแค่ระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสูง กล้าออกมาท้าประลองเช่นนี้ย่อมมีแผนการบางอย่าง ห้ามประมาทเด็ดขาด
“ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง!”
ทันทีที่เขาพูดจบ ร่างก็หายวับไป ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบริเวณเสาเดียวดาย
เสาเดียวดายแตกต่างจากเสาบุปผาเล็กน้อย ตำแหน่งที่ตั้งมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน ดูราวกับคนยืนขาเดียวอยู่บนพื้น
ด้านล่างของเสาบางแห่งเป็นบ่อโคลน บางแห่งมีเข็มพิษ นี่ไม่ใช่เสาเดียวดายธรรมดา มันสามารถคร่าชีวิตคนได้
หากพลาดพลั้งตกลงไปจะถูกเข็มพิษทิ่มแทงจนตาย
เถาเหวินปิงรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเสาเดียวดาย รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเถาเหวินปิง
“หลิวอู๋เสีย เจ้านี่กล้าหาญมาก ข้ารู้ว่าเจ้าเก่งกาจ แต่ในเมื่อเป็นการประลองวิชาตัวเบา ย่อมไม่สามารถใช้วิชายุทธ์และอาวุธได้ ต้องอาศัยวิชาตัวเบาล้วน ๆ ใครไปถึงเส้นชัยก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ เจ้าไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
ในที่สุดก็เผยหางออกมาจนได้
ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหนึ่งยังไม่ใช่คู่มือของหลิวอู๋เสีย กับอีแค่ระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสูงยังกล้าออกมาท้าประลองเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีแผนการบางอย่าง
“น่ารังเกียจ น่ารังเกียจเกินไป ไม่อนุญาตให้ใช้วิชายุทธ์ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับศิษย์น้องหลิวแล้ว!”
หลี่เซิงเซิงโกรธเคืองมาก เถาเหวินปิงกำลังขุดหลุมรอให้หลิวอู๋เสียกระโดดลงไปเอง
ไม่สามารถใช้วิชายุทธ์ได้ ไม่อนุญาตใช้อาวุธ เท่ากับให้หลิวอู๋เสียมัดมือชกกับเขา
“ข้าเห็นด้วยกับศิษย์พี่เถา ในเมื่อเป็นการประลองวิชาตัวเบา แน่นอนว่าไม่สามารถใช้วิชายุทธ์และอาวุธได้”
หลายคนลุกขึ้นยืนสนับสนุนเถาเหวินปิง เห็นว่าที่เขาพูดนั้นถูกต้อง หากเป็นการประลองวิชายุทธ์ก็ไม่จำเป็นต้องไปที่เสาเดียวดาย ขึ้นเวทีประลองไปเลยก็สิ้นเรื่อง
ศิษย์ห้องหกกว่าห้าสิบคนลุกขึ้นยืน โบกธงส่งเสียงให้กำลังใจเถาเหวินปิง
หลิวอู๋เสียก้าวออกมาแล้ว ย่อมไม่มีทางถอย
“ข้าตกลง!”
ตั้งแต่ต้นจนจบ หลิวอู๋เสียไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเยาะเย้ยรอบข้าง หรือเล่ห์เหลี่ยมของเถาเหวินปิง ก็ไม่สามารถทำให้เกิดระลอกคลื่นในใจของเขาได้
ได้ยินหลิวอู๋เสียตอบตกลง เถาเหวินปิงยิ้มกว้างขึ้น
“เสาเดียวดายมีระยะทางทั้งหมดเจ็ดร้อยหมี่ พวกเราต่างอาศัยความสามารถของตน เกิดเรื่องอะไรขึ้น ข้าไม่รับผิดชอบ!” เถาเหวินปิงหัวเราะเยาะออกมา
เป็นการท้าประลองเป็นตาโดยปริยาย ชีวิตใครชีวิตมัน!
เสาเดียวดายเป็นสถานที่สำหรับฝึกฝนวิชาตัวเบา ไม่ค่อยเกิดการบาดเจ็บล้มตาย ทว่าวันนี้แตกต่างออกไป เสาเดียวดายถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิเศษ ด้านล่างเต็มไปด้วยเข็มพิษและหนามพิษ
ใครเปลี่ยนรูปแบบของเสาเดียวดายกัน?
เพื่อสังหารเขา… ตระกูลเซวียลงทุนไปไม่น้อยเลยทีเดียว
สายตามองออกไปเห็นเสาทั้งหมดสามร้อยหกสิบต้น ขนาดไม่เท่ากัน สูงต่ำไม่เท่ากัน ระยะห่างก็ไม่เท่ากัน
ระยะห่างที่ไกลที่สุดคือห้าหมี่ ต้องเหยียบอากาศข้ามไป
เสียงดังโหวกเหวกรอบข้างค่อย ๆ จางหายไป ทุกคนกลั้นหายใจไม่อยากพลาดการประลองวิชาตัวเบาครั้งนี้ พวกเขาอยากเรียนรู้จากประสบการณ์นี้ไม่มากก็น้อย
“เซวียรุ่ย เถาเหวินปิงมีโอกาสชนะการประลองครั้งนี้กี่ส่วน?”
ณ เขตพื้นที่อักษรลึกล้ำ เหล่าศิษย์ตระกูลเซวียมากมายต่างมารวมตัวกัน ทุกสายตามองมายังหลิวอู๋เสียอย่างเหี้ยมเกรียม
“เก้าส่วน!”
เซวียรุ่ยนัยน์ตาฉายแววจิตสังหารรุนแรง ครั้งที่แล้วที่ไปยังถ้ำเพลิงตะวันกลับไม่พบหลิวอู๋เสีย แม้แต่คนที่ส่งไปก็หายไปหมด
เก้าในสิบส่วนคงถูกหลิวอู๋เสียฆ่าตาย แต่กลับไม่พบหลักฐานใด ๆ
“นายน้อยโปรดวางใจ ไอ้หนูนี่ตายแน่!”
เซวียผิ่นจือประจบประแจง แม้เซวียอวี้จะมีระดับพลังยุทธ์ไม่สูง เพิ่งบรรลุระดับพลังชำระวิญญาณขั้นหนึ่ง แต่ฐานะในตระกูลกลับสูงส่ง แม้แต่เซวียรุ่ยก็ยังต้องพึ่งพาเขา เหตุใดเล่าหรือ? ก็เพราะเขาเป็นหลานชายของเซวียติ่งเทียนอย่างไรเล่า
เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เมืองชางหลัน เซวียอวี้ก็กัดฟันกรอด อยากจะกลืนกินหลิวอู๋เสียทั้งเป็น
ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยต้องมาเจอกับเรื่องน่าอับอายเช่นนี้มาก่อน
ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ… สตรีที่เขาหมายปองกลับปฏิเสธเขามาหลายครั้งหลายครา
“รอไอ้หนูนี่ตายเมื่อไหร่ ข้าจะให้ท่านปู่ไปสู่ขอนางกับไป๋หลี่ชิง!”
ตั้งแต่แรกเห็นสวีหลิงเสวี่ย ใบหน้างดงามราวเทพธิดาก็ฝังแน่นอยู่ในใจจนยากจะลืมเลือน เขาถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องทนทุกข์ทรมานทุกวัน
ทุกคนต่างเคยได้ยินเกี่ยวกับรูปลักษณ์งดงามของสวีหลิงเสวี่ย แต่มีน้อยคนที่จะได้เห็น
ทั้งสองยืนอยู่ตรงจุดเริ่มต้น รอเพียงคำสั่งก็จะกระโดดขึ้นไปบนเสาเดียวดายพร้อมกัน
สองร้อยหมี่แรกประกอบด้วยเสาเดียวดายหนึ่งร้อยต้น สองร้อยหมี่ตรงกลางประกอบด้วยเสาเดียวดายหนึ่งร้อยต้น ส่วนเสาที่เหลือกระจัดกระจายในช่วงร้อยหมี่สุดท้าย
ม่านตาภูตทะลุทะลวงทุกสิ่ง ทุกย่างก้าวบนเสาเดียวดายปรากฏขึ้นในทะเลวิญญาณของหลิวอู๋เสีย วิเคราะห์อย่างรวดเร็ว ปรากฏภาพที่สมบูรณ์แบบ
ก้าวแรกต้องลงตรงไหน ก้าวที่สองต้องลงตรงไหน ล้วนถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน
“เริ่ม!”
ทั้งสองคนพุ่งทะยานออกไปราวกับดาวตก เถาเหวินปิงฝึกฝนวิชาตัวเบาที่ร้ายกาจ ร่างของเขาส่งเสียงหวีดหวิว ก่อนจะเหยียบลงบนเสาเดียวดายต้นแรก
หลิวอู๋เสียติดตามมาอย่างรวดเร็ว เสาเดียวดายในช่วงแรกมีจำนวนมาก ทั้งสองวิ่งเคียงบ่าเคียงไหล่ ไม่แตกต่างกันมากนัก
การจัดวางเสาเดียวดายไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่กลับไร้ระเบียบ หากขึ้นไปครั้งแรกโดยไม่หาจุดยืนให้ดี เท้าก็จะลอยอยู่ในอากาศ
เถาเหวินปิงฝึกฝนบนเสาเดียวดายมาหลายปี แม้หลับตาเขาก็รู้ว่าเท้าข้างต่อไปจะต้องเหยียบลงที่ใด เขาจึงมีความเร็วมาก
“หลิวอู๋เสียแพ้แน่ ข้าได้ยินมาว่าหลายวันมานี้ เถาเหวินปิงฝึกฝนบนเสาเดียวดายตลอดเวลา เขาต้องรู้จักมันเป็นอย่างดี”
ความเร็วของทั้งสองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนมองไม่เห็นเงาคน เห็นเพียงภาพติดตาที่ปรากฏขึ้นเป็นระยะบนเสาเดียวดาย ขณะที่ทั้งสองผลัดกันนำผลัดกันตาม
พริบตาเดียว ทั้งสองคนก็พุ่งทะยานไปไกลถึงร้อยหมี่ ด้วยความเร็วขนาดนี้ อีกไม่นานก็คงถึงเส้นชัย
แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น!
ทันใดนั้น!
เสียงแหวกอากาศแหลมคมพุ่งตรงไปที่ขาของหลิวอู๋เสีย
หลังจากผ่านร้อยหมี่แรกไปแล้ว จำนวนเสาเดียวดายเบื้องหน้าก็ลดลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งทั้งสองคนก็ต้องเหยียบลงบนเสาต้นเดียวกันเพื่อข้ามผ่านไป
หลิวอู๋เสียตามหลังอยู่เล็กน้อย เถาเหวินปิงฉวยโอกาสนี้กวาดขาขวาไปที่ขาของหลิวอู๋เสีย บังคับให้เขาร่วงลงไปในบ่อโคลนเบื้องล่าง
ภายในบ่อโคลนมีงูพิษและแมลงมีพิษซ่อนอยู่มากมาย หากตกลงไปแม้ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก
เสียงอุทานดังขึ้นจากฝูงชน ไม่มีใครคาดคิดว่าเถาเหวินปิงจะเล่นสกปรก
หลิวอู๋เสียไม่อาจหลบเลี่ยงได้ เบื้องหน้ามีเสาเพียงต้นเดียวซึ่งเป็นจุดยืนต่อไป เถาเหวินปิงคำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว หากหลิวอู๋เสียไม่หลบ ขาทั้งสองข้างต้องพิการแน่
“เจ้าเด็กนี่ไม่รอดแน่ ตายแน่!”
เหล่าศิษย์ชั้นเรียนระดับสูงห้องหกเริ่มเฉลิมฉลอง ในที่สุดก็มีคนแก้แค้นให้พวกเขาสำเร็จ
“ฆ่ามันซะ รีบฆ่ามันเลย!”
เหล่าศิษย์ชั้นเรียนระดับสูงสาม รวมถึงศิษย์ชั้นเรียนระดับอัจฉริยะ ต่างพากันคำรามบ้าคลั่ง ราวกับเห็นภาพหลิวอู๋เสียตกลงไปในบ่อโคลนแล้ว
หลิวอู๋เสียมีทางเลือกเพียงสองทาง ทางเลือกแรกคือถอยหลังกลับไปที่เสาข้างหลัง ซึ่งจะทำให้ระยะห่างเพิ่มขึ้น การจะไล่ตามเถาเหวินปิงทันอีกครั้งนั้นเป็นเรื่องยากมาก
ทางเลือกที่สอง บังคับรับกระบวนท่านี้ของเถาเหวินปิง ดูว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน
เถาเหวินปิงลงมือก่อนแล้ว แม้หลิวอู๋เสียจะโต้กลับก็มีโอกาสชนะน้อยมาก
ไม่ใช้วิชายุทธ์ ไม่ใช้อาวุธ… ใช้ได้เพียงพละกำลัง
หลิวอู๋เสียเหลือเวลาน้อยลงทุกที ร่างของเขาดีดตัวขึ้นไปในอากาศ การถอยหลังเป็นไปไม่ได้แล้ว เท้าขวาใกล้จะเหยียบลงบนเสาไม้
เถาเหวินปิงเผยรอยยิ้มโหดเหี้ยม ทันใดนั้นพลังก็เพิ่มขึ้น เกิดเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกครั้ง
สวีหลิงเสวี่ยกำหมัดแน่น ใบหน้ากังวลมากขึ้น หวังเหยียนหลงที่อยู่ข้าง ๆ นัยน์ตาฉายแววร้ายกาจมากขึ้น
หลิวอู๋เสียลอยตัวอยู่กลางอากาศ ไร้ซึ่งสิ่งใดเกาะเกี่ยว ร่างค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมา เท้าขวาของเถาเหวินปิงใกล้จะกวาดเข้ามาแล้ว
ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ร่างของหลิวอู๋เสียหมุนตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ร่วงหล่นลงไปในบ่อโคลน
“ฮ่าฮ่า เจ้าเด็กนั่นยอมแพ้เอง!”
ทุกคนคิดว่าหลิวอู๋เสียจะต้องต้านทานอย่างแน่นอน ใครจะไปคิดว่าเขาจะเลือกหลบหลีก ยอมตกลงไปในบ่อโคลนด้วยตัวเอง
เถาเหวินปิงตกตะลึงไปชั่วขณะ เตะพลาด รีบรั้งร่างกายกลับ เปลี่ยนแผนการต่อสู้กลางคัน ร่างกายพุ่งขึ้นไปในอากาศ เตะเสาไม้ต้นที่สองที่อยู่ตรงหน้าหลิวอู๋เสียจนกระเด็นออกไป
แม้ว่าหลิวอู๋เสียจะกลับขึ้นมาจากบ่อโคลน เขาก็จะไม่มีที่ยืนแล้ว เหี้ยมโหดจริง ๆ
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับสะเก็ดไฟ ใครจะไปคิดว่าเถาเหวินปิงจะชั่วช้าเพียงนี้ ถึงขั้นตัดขาดเส้นทางเดินของหลิวอู๋เสีย
พวกหลี่เซิงเซิงกัดฟันกรอดด้วยความแค้น พวกเขาประเมินการประลองครั้งนี้ต่ำเกินไป เถาเหวินปิงไม่เลือกวิธีการ ขอเพียงฆ่าหลิวอู๋เสียได้ เขาไม่สนวิธีการใด ๆ ทั้งสิ้น
กลิ่นเหม็นฉุนโชยมา หลิวอู๋เสียอยู่ใกล้กับบ่อโคลนมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างกายกำลังจะจมลงไป
จุดยืนถูกเถาเหวินปิงทำลายไปแล้ว มือขวาคว้าจับเสาไม้อย่างรวดเร็ว ยืมแรงส่งจากเสาไม้ ร่างกายเคลื่อนที่ไปด้านข้าง ฉากนี้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน
“สุดยอดวิชาตัวเบา!”
ผู้คนมากมายลุกขึ้นยืน พวกเขาตกตะลึงกับวิชาตัวเบาของหลิวอู๋เสีย ทั้งศัตรูทั้งมิตรต่างอดชื่นชมไม่ได้ หลิวอู๋เสียใช้วิชานี้ได้อย่างยอดเยี่ยม
เขาพลิกตัวกลางอากาศสามร้อยหกสิบองศา ร่วงลงบนเสาไม้ต้นที่สามต่อหน้าต่อตาเถาเหวินปิง
จบในครั้งเดียว!
ทุกท่วงท่า ทุกรายละเอียด หลิวอู๋เสียคำนวณได้อย่างแม่นยำ หากผิดพลาดแม้แต่น้อย เขาคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่มีวิชายุทธ์ ไม่มีอาวุธ อาศัยเพียงวิชาตัวเบาขั้นสูง
เถาเหวินปิงโกรธจัดพลางส่งเสียงคำรามต่ำ เขาเตะขาขวาไปที่เสาไม้ด้านซ้าย เสาไม้ล้มลงทีละต้น เสาไม้รอบ ๆ ตัวลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว เขาต้องการหยุดหลิวอู๋เสียไว้ตรงนี้
– โปรดติดตามตอนต่อไป –