กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1012: ค่ายกลมายาเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยน
” ช่างน่าเสียดาย ปีศาจบุปผาคงถูกสังหารแล้วเป็นแน่
…”
อู่ อวี้ กำลังซักถามเรื่องราวต่าง ๆ กับปีศาจบุปผาอยู่
เพลิน ๆ ไม่คิดว่า ‘พยัคฆ์ครามทมิฬ ‘ อยู่ ๆ ก็ปรากฏตัว
ขึ้นอย่างกะทันหัน
เดิมปีศาจบุปผาได้ซ่อนตัวมิดชิดดีแล้ว คาดว่านางน่าจะ
มีทักษะในการซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย สามารถทำทีว่าตนเอง
เป็นเพียงบุปผาธรรมดา ดังนั้นจึงไม่น่าจะถูกค้นพบตัว
เช่นนี้
เวลานี้การเชื่อมต่อจากเวทอสูรวิญญาณควบคุมหัวใจ
เต๋าของ อู่ อวี้ ได้ถูกตัดขาดไปอย่างสมบูรณ์ เรื่องนี้
แสดงให้เห็นว่าปีศาจบุปผาได้ตกตายไปแล้ว
เรื่องนี้ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากว่าเขาเป็นที่ทำให้นางถูกสังหาร ระหว่างที่เขา
กำลังวิ่งทะยานไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ภายในใจก็
แอบคิดว่า หากตนเองชะลอความเร็วเพียงเล็กน้อย เขา
ก็คงจะหนีไม่พ้นแล้วถูก ‘พยัคฆ์ครามทมิฬ’ จับตัว ชีวิต
ของเขาก็คงจะหาไม่
ระดับฝีมือของ ‘พยัคฆ์ครามทมิฬ’ ไม่น่าจะด้อยไปกว่าผู้
บัญชาการกองทัพมังกรเพลินอย่าง ชวีอิ๋น ที่แย่ไปกว่า
นั้นคือ มันตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า ดังนั้นจ้าว
พยัคฆ์ตนนี้ต้องกระโจนเข้ามาสังหารเขาอย่างไร้ความ
เมตตาเป็นแน่
“โฮกกกก!” แม้ว่าเขาจะหลบหนีออกมาไกลแล้ว แต่เขา
ก็ยังได้ยินเสียงคำรามของ ‘พยัคฆ์ครามทมิฬ’
ปีศาจในโลกนี้ แตกต่างจากปีศาจในชมพูทวีปโลกธาตุ
เล็กน้อย แต่เพราะอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล ดังนั้น อู่
อวี้ จึงเรียกมันว่า ‘ปีศาจบรรพกาล’
พวกมันเป็นปีศาจที่มีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถแปลง
กายเป็นมนุษย์ได้ อีกทั้งยังมีช่วงเวลาแห่งการฆ่า …
หลังจากการหลบหนีกว่าหนึ่งวัน อู่ อวี้ ก็กล่าวกับหมิ
งซวงว่า ” ตอนนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการฆ่า อีกอย่างไม่รู้
ว่าช่วงเวลาแห่งการฆ่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ปีศาจที่อยู่
เหนือระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะขึ้นไปล้วนตกอยู่ใน
สภาวะคลุ้มคลั่ง ส่วนปีศาจที่มีพื้นฐานฝึกตนต่ำกว่านั้น
ถ้าไม่ถูกฆ่าก็หลบซ่อนตัวอยู่ ”
“ เราคงต้องรอให้ผ่านช่วงเวลาแห่งการฆ่าไปก่อน
ไม่เช่นนั้นเป้าหมายที่วางไว้ก็คงไม่สัมฤทธิผล อย่างที่รู้ว่า
ตอนนี้ปีศาจที่มีระดับฝีมือต่ำกว่าก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ
กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าว่าในพิภพ
ปีศาจบรรพกาลจะต้องมีสถานที่ปลอดภัยให้เราหลบ
ซ่อน ”
หลังจากเริ่มเข้าใจพิภพปีศาจบรรพกาลขึ้นมาบ้าง
เล็กน้อยแล้ว อู่ อวี้ ก็ยังคงยึดตามแผนเดิมไม่
เปลี่ยนแปลง
“ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพิภพปีศาจบรรพกาล จะมี
เทพปีศาจอยู่มากมายเช่นนี้ ทั้งหมดเพราะที่นี่อุดมไป
ด้วยกลิ่นอายฟ้าดินอันหนาแน่นล้นหลาม เพื่อเอาตัว
รอดปีศาจจำนวนมาก ต้องพยายามยกระดับตัวเองให้
ผ่านพ้นสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าไปให้จงได้ คาดว่าคงมีผู้
แข็งแกร่งสูงสุดมากกว่าชมพูทวีปโลกธาตุหลายเท่าตัว ”
อย่างเช่นปีศาจพยัคฆ์ครามทมิฬ อู่ อวี้ ค่อนข้างมั่นใจว่า
มันคงเข่นฆ่าสังหารปีศาจอย่างบ้าคลั่ง จนไม่รู้ว่ามือ
เปื้อนเลือดไปมากเท่าใดแล้ว
” ถ้าให้รอจนถึงเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปอยู่ใน
นครเทวะ สู้เราอยู่ที่นี่ตามหาสถานที่หลบซ่อนตัวไป
พลาง ๆ จนกว่าจะถึงเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ”
เขาพยายามระวังตัวมาก หลังจากได้รู้เรื่อง ‘ช่วงเวลา
แห่งการฆ่า’ ความหวาดกลัวในใจที่ ‘ไม่รู้อะไร’
เกี่ยวกับที่นี่เลยก็หายไปจนหมดสิ้น เขารู้ว่าตอนนี้ปีศาจ
กำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้นทั้งความกล้าและความเร็วใน
การค้นหาจึงเพิ่มมากขึ้น
“ ตอนนี้ปีศาจที่มีระดับต่ำกว่าจิตเทวะ กำลังหลบซ่อน
ตัวอยู่ ถึงแม้พวกมันจะอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุ จนล่วงรู้
วิธีหลบซ่อนตัว แต่ข้าก็มีเนตรเพลิง ฉะนั้นในช่วงเวลา
แห่งการฆ่านี้ การค้นหาปีศาจที่หลบซ่อนตัวอยู่จึง
ง่ายดายยิ่งกว่า ถ้าเจอที่ซ่อนเหมาะ ๆ เราจะใช้ที่นั่นเป็น
ฐานซะเลย ”
อู่ อวี้ คิดเช่นนี้
ดังนั้นเขาแค่ค้นหาสิ่งมีชีวิตที่กำลังหลบซ่อนอยู่ก็พอ
เขาคาดว่าปีศาจบรรพกาล น่าจะหลบซ่อนตัวในสถานที่
ลึกลับ และคงจะไม่เด่นชัดเช่นดั่งปีศาจบุปผา
ปัจจุบัน อู่ อวี้ มุ่งทะยานก้าวลึกไปข้างหน้าด้วย
ความเร็วสูง กล่าวได้ว่ายามนี้เขาเหยียบยืนอยู่บนพื้น
ปฐพีอย่างสมบูรณ์แล้ว เป็นตำแหน่งที่ห่างไกลจาก
มหาสมุทรอย่างสิ้นเชิง ภายในพื้นที่บริเวณนี้ มีภูผาสูง
ตั้งตระหง่านเรียงรายอยู่มากมาย จนดูเสมือนดั่งกระดูก
สันหลังของปฐพี มียอดเขาหลายลูกพุ่งเสียดแทงทะลุ
เหนือม่านเมฆา นอกจากนี้ยังมีหุบเหวภายในหุบเขาลึก
ดังนั้นภายในป่าทึบแห่งนี้ จึงมีสถานที่หลบซ่อนตัวอยู่
มากมาย โดยเฉพาะภายในหุบเหว
เหนือยอดเขามีพลังฟ้าดินหนาแน่นรุนแรงมากขึ้นกว่า
เก่า พวกมันเปรียบเสมือนละอองหมอกแผ่ขยายปกคลุม
ไปทั่วทั้งโลกา ด้วยหมอกที่คลุมเครือนี้ทำให้ยากต่อการ
มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในระยะไกล สถานการณ์ตอนนี้ อู่ อวี้
กำลังเผชิญหน้ากับปีศาจที่ตกอยู่ภายใต้ช่วงเวลาแห่ง
การสังหาร เขาจึงใช้เนตรเพลิงกวาดส่ายสายตา
ตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม หากพบเห็นก็จะหลบหนีไปอย่าง
รวดเร็ว
ปีศาจบรรพกาลที่เขาพบเจอในช่วงเวลาแห่งการฆ่านี้ มี
อยู่หลายสิบตัวเลยก็ว่าได้ แล้วภายในนั้นมีอยู่ประมาณ
หนึ่งในห้าส่วนที่ อู่ อวี้ ไม่สามารถรับมือได้ ส่วนพวกที่
เหลือก็มิใช่ปัญหาอันใด ด้วยจำนวนนี้ ดูเหมือนว่า อู่ อวี้
จะสามารถมีชีวิตอยู่รอดภายในโลกนี้ได้ แต่เขาก็คิดถึง
ผลในแง่ร้ายไว้ก่อน หากตนต้องประสบพบเจอกับศัตรูที่
มีความแข็งแกร่งเทียบเคียงได้กับ มหาอุปราช หรืออยู่
ในระดับเดียวกับหวงจุน คงเกิดปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน
เพราะในท้ายสุดแล้ว ฝ่ายตรงข้ามคงมิได้ยั้งมือไว้ไมตรี
และทะยานเข้ามาสังหารเขาทันที
ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ลืมว่าช่วงเวลาแห่งการฆ่าภายใน
‘พิภพปีศาจบรรพกาล’ นับเป็นสถานที่อันตรายอย่างยิ่ง
เขาสถานที่หลบซ่อนตัวตลอดทั้งวัน จนมาถึงหุบเขาที่
เกิดขึ้นจากการโอบล้อมของภูผาสองลูก หุบเขาลึกแห่ง
นี้ทั้งมืดและชื้น ทั่วทั้งพื้นดินปกคลุมไปด้วยพืชพรรณ
หลากหลายชนิด ทั้งยังจัดเป็นวิญญาณเซียนที่อยู่ใน
ระดับสูงอีกด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าภายในพิภพปีศาจ
บรรพกาลแห่งนี้ เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรอย่างล้มหลาม
อู่ อวี้ พบว่าแม้กระทั่งภายในพงพนา ยังปรากฏ
วิญญาณเซียนที่มีเส้นวิญญาณถึง 8 เส้นเลยทีเดียว
แน่นอนว่าเขาไปรับมันมาอย่างง่ายดาย
อู่ อวี้ เคลื่อนไหวด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบามาก พร้อมใช้เนตร
เพลิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ภายในหุบเขาลึกเงียบ
สงบอย่างยิ่ง อีกทั้งในช่วงเวลาแห่งการฆ่า มีโอกาสน้อย
มากที่ปีศาจบรรพกาลจะเข้ามาที่นี่ พวกมันมักจะ
เตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกรอปะทะเข่นฆ่าห้ำหั่นกับปีศาจ
บรรพกาลตัวอื่น ๆ
เขามุ่งลึกลงไปใต้พื้นดิน มองซ้ายแลขวาก็พบว่าสถานที่
แห่งนี้ค่อนข้างปลอดภัย หลายจุดมีที่กำบังอย่างดี ยิ่งดำ
ดิ่งลึกลงไปจะพบว่ามีแม่น้ำอยู่หลายสายที่นี่ แต่ อู่ อวี้
ไปสะดุดตาที่แม่น้ำสายเล็ก ๆ สายหนึ่งเข้า อัตราการ
ไหลของแม่น้ำสายนี้ค่อนข้างช้า เขาเลยลองลงไปใน
แม่น้ำสายนี้ดู แล้วก็พบว่าแม่น้ำสายนี้ค่อนข้างลึกมาก
ลึกชนิดที่ว่าเขาไม่สามารถมองเห็นก้นแม่น้ำได้เลย
ทีเดียว
เขาดำลึกมาจนถึงต้นแม่น้ำที่เป็นดินโคลน เมื่อมองลึก
ลงไป อู่ อวี้ ก็พบเห็นร่องรอยของวงเวทค่ายกล
เรียกว่านี่คือวงเวทแรกที่เขาพบในพิภพปีศาจบรรพกาล
เลยก็ว่าได้
” ตอนแรกเรายังแอบคิดว่าปีศาจในพิภพปีศาจบรรพ
กาล จะไม่รู้จักวงเวทค่ายกลเสียอีก เพราะท้ายสุดแล้ว
คงมีแต่พลังอิทธิฤทธิ์ และ เวทปีศาจเท่านั้น แม้กระทั่ง
ศาสตราเต๋าวิถีแท้ข้ายังไม่เห็นเลยสักชิ้น ”
เมื่อได้ค้นพบวงเวทเข้าโดยบังเอิญ มันก็ทำให้เขา
ค่อนข้างอึ้งนิดหน่อย
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่าวงเวท ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใน
พิภพปีศาจบรรพกาล
“ แต่เราก็ไม่ควรรีบด่วนสรุป เพราะค่ายกลวงเวทของ
ปีศาจบรรพกาลเนตรทองคำในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจ
สวรรค์นั้นทรงพลังมากจริง ๆ”
นี่แสดงให้เห็นว่าการเดาของเขาไม่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดมาก
พอ
ระหว่างที่คิดกับตนเองอยู่นั้น เขาก็ได้แหวกโคลนดำดิ่ง
ลึกลงไปเรื่อย ๆ ในที่สุด อู่ อวี้ ก็มาถึงตำแหน่งของวง
เวท หากมองผิวเผินไม่สังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่ามันเป็นแค่
เพียงดินโคลนธรรมดา แต่อันที่จริงใต้ฝ่าเท้าของเขาก็คือ
วงเวทที่สกัดกั้นเส้นทางไม่ให้ไปสู่ด้านล่าง
“ ดูเหมือนจะเป็น ‘ค่ายกลมายาเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยน’
ถึงแม้จะมีระดับค่ายกลไม่สูงเท่าใดนัก แต่ก็สามารถทำ
ให้คนหลงทางอยู่ภายในได้ ถ้าเป็นปีศาจที่มี
สติสัมปชัญญะปกติคงเป็นเรื่องยากที่จะติดอยู่ภายใน
ค่ายกลนี้ แต่ถ้าเป็นปีศาจที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า
มันอาจติดอยู่ภายในกับดักนี้ไม่รู้จบ เพราะพวกมันขาด
สติสัมปชัญญะอย่างสมบูรณ์ จากที่เห็น…ที่นี่จะต้องเป็น
ที่หลบซ่อนตัวของสิ่งมีชีวิตบางชนิดอย่างแน่นอน ”
อู่ อวี้ ค่อนข้างคุ้นเคยกับ ‘ค่ายกลมายาเก้าสิบเก้า
แปรเปลี่ยน’ เพราะมันเป็นวงเวทที่เขากำลังศึกษา
หลังจากเข้าไปในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ ได้
ประสบพบเจอกับความร้ายกาจของค่ายกลภาพลวงตา
มันเป็นเวทลวงตาที่ร้ายกาจที่สุดตั้งแต่เขาเคยพบเจอ
ด้วยเหตุนี้ ‘ค่ายกลมายาเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยน’ ที่อยู่
เบื้องหน้าของเขา จึงไม่ต่างจากเขาวงกตสำหรับเด็กเล่น
เขามุ่งหน้าเข้าไปอย่างไม่ลังเล ถึงแม้จะเป็นโคลน แต่
หากเขาลงไปเบื้องล่าง สิ่งที่สมควรพบเจอก็ควรจะเป็น
ก้นแม่น้ำ แต่ทันใดนั้น ทิศทางก็แปรเปลี่ยนเป็นตรงข้าม
ทันที
แน่นอนว่ามันไม่ง่ายดั่งที่เห็น ระหว่างที่เขาลงไปนั้น
ทิศทางก็แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยที่การ
เปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนินไปถึง 99 ครั้ง และเขาต้อง
ตัดสินใจเลือกทิศทางที่ถูกต้อง มิใช่เพียงซ้ายขวาขึ้นลง
แต่ยังมีทิศทางอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ยิ่งมุ่งหน้าลึกเข้าไป
เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงขึ้น
ประการแรก อู่ อวี้ คุ้นเคยกับวงเวทนี้เป็นอย่างดี
ประการที่สองด้วยเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ ทำให้เขา
สามารถแทรกซึมประจักษ์แจ้งในวงเวทนี้ หลังจากใช้
ออกด้วยเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้นลับ อู่ อวี้ ก็สามารถปลด
ค่ายกลมายาเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยนได้อย่างสมบูรณ์
แน่นอนว่าสำหรับเหล่าปีศาจที่ตกอยู่ในช่วงเวลาแห่ง
การฆ่า เมื่อติดอยู่ภายในค่ายกลนี้ พวกมันคงไม่สามารถ
ค้นหาเส้นทางที่ถูกต้องได้ จากนั้นก็จะอาละวาดอย่าง
คลุ้มคลั่ง แล้วออกจากแม่น้ำไปในที่สุด แต่ไม่ใช่สำหรับ
อู่ อวี้ เขารู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง ทุกอิริยาบถการ
เคลื่อนไหวมิได้ที่สูญเปล่าแม้แต่น้อย หลังจากเวลา
ล่วงเลยไปหนึ่งก้านธูป เขาก็ผ่านค่ายกลได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเข้ามาแล้ว เขาก็พบกับสถานที่ที่ถูกปกป้องโดยค่าย
กลนี้
หลังจากเข้ามา เขาก็พบว่าด้านในมีสิ่งมีชีวิตอยู่เป็น
จำนวนมาก แล้วพื้นฐานฝึกตนของพวกมันทั้งหมดล้วน
ต่ำกว่าระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อถึง
ช่วงเวลาแห่งการฆ่าพวกมันจะต้องรู้จักการรักษาตัวรอด
ด้วยการมาหลบซ่อนตัวกันอยู่ที่นี่
ภายในวงเวทนี้ เปรียบเสมือนดั่งถ้ำที่เรียบง่ายแล้วก็
สว่างไสว ภายในยังมีถ้ำขนาดเล็กอยู่เป็นจำนวนมาก
มีอัญมณีขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางถ้ำ เฉกเช่นดั่งดวงตะวันที่
คอยรักษาอุณหภูมิห้องให้อบอุ่นอยู่เสมอ คือสมบัติที่มี
เส้นวิญญาณถึง 8 เส้น มันมีชื่อว่า : ศิลาแสงตะวันผ่อง
เป็นวัสดุชั้นเลิศที่เอาไว้สร้างศาสตราเต๋าวิถีแท้
เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัว สายตาของปีศาจทุกตนที่อยู่ในถ้ำ
ก็มองมาที่เขาเป็นตาเดียว สำหรับพวกมันแล้วนี่คือเรื่อง
ที่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นในคราแรกปีศาจบรรพ
กาลทั้งหมดจึงยังอยู่ในอาการตกตะลึง หลังจากนั้นสัก
พักพวกมันก็ส่งเสียงกรีดร้องกันระงมเซ็งแซ่ ฟังดูแล้ว
ชวนสังเวชเป็นอย่างยิ่ง ความยุ่งเหยิงโกลาหลก็บังเกิด
ในทันที เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นของพวกมัน มีโอกาสสูง
มากที่จะนำพาปีศาจสังหารลงมาที่นี่
” ท่านทั้งหลายอย่าได้กังวล ข้าหาใช่ปีศาจที่ขาด
สติสัมปชัญญะตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า ข้าก็หนีตาย
มาจากปีศาจพวกนั้นเหมือนกัน ต้องการจะขอมาหลบ
ซ่อนตัวอยู่ที่นี่ด้วย รับรองว่าข้าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้า
เด็ดขาด ”
อู่ อวี้ บอกจุดประสงค์และที่มาที่ไปของตนเองอย่าง
ชัดเจนด้วยเสียงที่ดังก้อง หลังจากได้ยินสิ่งที่ อู่ อวี้ พูด
ปีศาจในนี้ก็หยุดร้องแล้วก็ค่อย ๆ โผล่หัวออกมาจากถ้ำ
เล็ก ๆ ที่พวกมันอยู่ด้วยท่าทางกังวล ขณะจ้องมองมาที่
เขา
เมื่อเห็นพวกมันโผล่หัวที่คล้ายกับเสือออกมา อู่ อวี้ ก็
รู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง เพราะแท้จริงแล้วปีศาจเหล่านี้
… ก็คือแมวน้อยแสนน่ารัก
——————————–