กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1014 คายกลมังกรปราการทองคํา
อู่ อวี้ แข็งแกร่งเกินไป
หลังจากพวกปีศาจแมวฟังสิ่งที่เขาพูดแล้ว ก็ไม่คิด
แตกตื่นสั่นกลัวอีกต่อไป ในเวลานี้ อู่ อวี้ ได้ลงมือทำ
เรื่องที่คิดจะทำได้เสียที เมื่อเขามองเข้าไปในถ้ำก็พบว่า
ถ้ำอันกว้างใหญ่แห่งนี้มีโพรงเล็ก ๆ อยู่มากมาย ดู ๆ
แล้วน่าจะเป็นที่อยู่ของ ‘แมวเงาจันทรา’ มาก่อน เพราะ
ยังมีสิ่งของบางอย่างหลงเหลือให้เห็น อู่ อวี้ ได้เก็บกวาด
สิ่งของเหล่านี้แล้วนำไปมอบคืนให้แมวเงาจันทรา
จากนั้นก็กล่าวว่า “ตอนนี้ที่นี่เป็นของข้าแล้ว ถ้าไม่มี
อะไรก็อย่ามารบกวน อย่ามายุ่งวุ่นวายอย่างเด็ดขาด
เพราะข้าต้องใช้สมาธิในการวางวงเวทค่ายกล ข้าไม่
อยากเสียสมาธิเพราะต้องมานั่งสนใจพวกเจ้า แล้วก็อย่า
ร้องตะโกนโวยวายกันให้มาก มันไม่ใช่เรื่องดีหากเสียง
เล็ดลอดออกไปด้านนอก ”
เหตุผลที่เขาพูดเช่นนี้ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเขา
อยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ เขาเพียงต้องการจะใช้ที่นี่เป็น
ฐานลี้ภัยอันตรายจากชมพูทวีปโลกธาตุเท่านั้น
หลังจากนั้น อู่ อวี้ เริ่มจัดวางวงเวท ทุกอย่างดู
เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายด้วยเพราะเขามีวัสดุจำนวนมาก
ในมืออยู่แล้ว เขาฉุกคิดชั่วครู่แล้วก็ตัดสินใจว่าจะให้จอม
เกาทัณฑ์วิญญาณเฝั้าอยู่ที่นี่ หากมีเรื่องไม่คาดคิด
เกิดขึ้นจอมเกาทัณฑ์วิญญาณยังสามารถช่วยปีศาจแมว
เหล่านี้ได้ หากสถานการณ์ยังเป็นปกติจอมเกาทัณฑ์
วิญญาณก็จะซ่อนตัว โดยที่ปีศาจแมวไม่มีทางรู้
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ‘ค่ายกลมังกรปราการ
ทองคำ’ ที่แข็งแกร่งพอจะหยุดยั้งผู้ที่อยู่ในอาณาจักรจิต
เทวะก็ถูกจัดวางจนสำเร็จ กล่าวได้ว่าภายในถ้ำเล็ก ๆ
แห่งนี้ได้ถูกเขาผนึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์ แมวปีศาจไม่
สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน อีกทั้งไม่อาจเข้ามาได้
นอกจากนี้ยังมีจอมเกาทัณฑ์วิญญาณคอยเฝั้าดูแล
ปกปั้อง
ปีศาจแมวเฝั้าดู อู่ อวี้ ง่วนอยู่กับการทำงานของ
ตนเองมานานกว่าครึ่งชั่วยามแล้ว มันรู้สึกว่าเขาใช้พื้นที่
ของพวกมันแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างที่ อู่ อวี้ พูดไว้ ถ้าหากเขาต้องการทำร้ายพวก
มันจริง ๆ ก็สามารถจัดการได้โดยตรงไม่จำเป็นต้องใช้
ลูกเล่นใด ๆ
“ไฉนเจ้าถึงแข็งแกร่งมากเพียงนี้ ฝีมือขนาดเจ้า ไม่
น่าเชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากช่วงเวลาแห่งการฆ่า
“หลังจากแมวเงาจันทราได้เห็น อู่ อวี้ จัดเรียงค่ายกล
มังกรปราการทองคำจนสำเร็จเสร็จสิ้น นางก็อดไม่ได้ที่
จะไต่ถาม
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วตอบไปว่า “ยังมีอีกหลายเรื่องที่เจ้าไม่
รู้ แต่อยากได้ซักถามให้มากความ ”
อู่ อวี้ ไม่ได้บอกนางว่าเขามาจากอีกโลกหนึ่ง ส่วน
จุดประสงค์ที่แท้จริงของจัดเรียง ค่ายกลมังกรปราการ
ทองคำ ก็เพราะไม่ต้องการให้อีกฝั่ายมายุ่มย่ามหรือ
มองเห็นตนเองว่าทำอะไรอยู่ เมื่อเขาประตูพิภพปีศาจ
บรรพกาลแล้วกลับสู่ชมพูทวีปโลกธาตุ พวกปีศาจแมวก็
จะคิดว่าตัวเขากำลังปิดด่านฝึกตน
“เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่ทำร้ายเรา? “แมวเงาจัน
ทราถามด้วยความกริ่งเกรง อู่ อวี้ เล็กน้อย ถึงแม้จะ
หวาดกลัวแต่ก็เป็นคำถามที่ออกมาจากใจจริง ไม่
เพียงแต่แมวเงาจันทรา แม้กระทั่งปีศาจแมวตัวอื่น ๆ ก็
จับจ้องมองมาที่เขา ด้วยกลัวว่า อู่ อวี้ จะสังหารพวกมัน
“เรื่องที่ข้าจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับวงเวทของ
เจ้านั้นยังเป็นเรื่องจริงทุกประการ ในเมื่อข้าลั่นวาจาไป
แล้วย่อมไม่คืนคำ สักพักข้าจะเริ่มลงมือแล้วล่ะ แต่ถ้า
ระหว่างที่ข้าเสริมความแข็งแกร่งแล้วมีอะไรเกิดขึ้น
เดี๋ยวข้าจะปกปั้องพวกเจ้าเอง ในเมื่อข้าขอแบ่งพื้นที่
อาศัยกับเจ้า ข้าก็ต้องตอบแทน นี่ถือเป็นสิ่งสมควรยิ่ง
แล้ว เห็นไหมว่าข้าไม่ใช่คนเลวร้ายแต่อย่างใด ”
“ตกลง “พวกปีศาจแมวเชื่อในคำพูดแลความ
เที่ยงตรงของเขา ในเวลานี้พวกมันเริ่มให้กำลังใจ ส่ง
เสียงร้องเรียกชื่อ อู่ อวี้ ว่า ‘พี่ปีศาจลิง’ เมื่อได้ยินชื่อนี้ อู่
อวี้ ก็กระทำได้เพียงหัวเราะทั้งน้ำตาเท่านั้น
“ตกลง! ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเราจะไม่รบกวนเจ้า เชิญ
อยู่กับพวกเราตามสบาย ช่วงเวลาแห่งการฆ่านั้น
ค่อนข้างยาวนานทีเดียว “แมวจันทราถอนหายใจกล่าว
ด้วยความโล่งอก
นางก้มศีรษะ พร้อมกับสูดลมหายใจ บางทีนางอาจ
กำลังรู้สึกหดหู่อยู่ก็ได้ หลังจากนั้นนางก็พูดขึ้นมาว่า
“ช่วงเวลาแห่งการฆ่ามันเลวร้ายมาก พ่อแม่พี่ชายพี่สาว
ของข้า ต้องการให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงอยู่ต่อไป ดังนั้น
จึงได้ส่งพวกเราลงมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ หลังจากพวก
ท่านก็สูญเสียสติสัมปชัญญะ ตกเข้าสู่ห้วงแห่งความบ้า
คลั่งและออกไปด้านนอก ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นตายร้ายดี
เช่นไร … ”
ดูเหมือนว่า ก่อนจะถึงช่วงเวลาแห่งการฆ่าไม่กี่วัน
ดวงตะวันจะกลายเป็นสีเลือด เมื่อถึงเวลากำหนดปีศาจ
จำนวนมากก็จะแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจคลั่ง คาดว่าเหล่าผู้
อาวุโสของปีศาจแมวคงจะรู้ตัวว่าตนเองมีเวลาแค่เพียง
ไม่กี่วัน จึงพาพวกเด็ก ๆ ในเผ่าพันธุ์ของตนเองมันหลบ
ซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เป็นได้ว่าสถานที่แห่งนี้ทำให้ปีศาจแมว
รอดพ้นจากภัยพิบัติมาหลายชั่วอายุแล้ว
อู่ อวี้ จดจำได้ว่างสงครามระหว่างปีศาจบนบก
และ ปีศาจสมุทรที่เขาเห็น ท่ามกลางผู้ที่ร่วมต่อสู้โรมรัน
เขาได้เห็นปีศาจแมวที่มีพระจันทร์เสี้ยวอยู่บนหน้าผาก
แต่แล้วแมวตัวนั้นก็ตกตายไปในสงคราม เขาไม่รู้บ้าง
แมวดำนั้นตัวนั้นจะใช่ญาติของนางหรือไม่ แต่มันน่าจะ
เป็นการดีกว่าถ้าเขาจะไม่ปริปากพูดอันใด
ยิ่งกว่านั้น ปีศาจที่เดินออกไปด้านนอกในช่วงเวลา
แห่งการฆ่ามีโอกาสตกตายสูงมาก ในทุก ๆ ครั้งหลังจาก
ช่วงเวลาแห่งการฆ่าผ่านพ้นไป ก็จะมีปีศาจจำนวนมาก
ตกตาย
นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับอย่างแท้จริง
โชคดีที่ อู่ อวี้ ไม่ได้รับผลกระทบจากช่วงเวลาแห่ง
การฆ่านี้ไปด้วย เขาจึงยังไม่มีคำตอบว่าเพราะเหตุใด
ปีศาจเหล่านี้ถึงได้เปลี่ยนไป
ถึงกระนั้นเขาก็แอบผิดหวังอยู่เล็กน้อย เนื่องจาก
ช่วงเวลาแห่งการฆ่านี้ จึงทำให้พิภพปีศาจบรรพกาล
ไม่ใช่สถานที่ที่เขาเฝั้ารอคอยมานาน
แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น
เวลานี้เขาอยู่ภายในค่ายกลมังกรปราการทองคำ
เพราะไม่ต้องการให้ปีศาจแมวมารบกวน จากนั้นก็เปิด
ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลอีกครั้ง เขารู้ว่าตนเองมาอยู่
ในพิภพปีศาจบรรพกาลนานแล้ว ดังนั้น หนานซาน
หวางเย่ว กับ เย่ซีซี คงกำลังเป็นห่วงเขามาก
หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 ก้านธูป ประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาลก็เปิดกว้างจนสุด ปีศาจแมวที่อยู่ด้าน
นอกไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในค่ายกลมังกร
ปราการทองคำได้ ระหว่างที่พวกมันนอนหลบซ่อนตัวอยู่
นั้น พวกมันจะหันมามองทางค่ายกลมังกรปราการ
ทองคำเป็นพัก ๆ หลังจากนั้นก็หันไปมองหน้าพรรคพวก
ของมันโดยไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอันใด
“อย่ากลัวพี่ชายปีศาจลิงเลย เขาเป็นสหายของพวก
เรานะ เขาอยู่ที่นี่เพื่อปกปั้องเรา “แมวเงาจันทรา
ปลอบโยนทุกคน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ลูกแมวก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง
เล็กน้อย
บัดนี้ อู่ อวี้ กลับมาถึงตำหนักโอรสเล่อแล้ว หนาน
ซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี เฝั้ารอคอยเขาด้วยความเป็น
ห่วงมานานยิ่ง เมื่อ อู่ อวี้ ปรากฏตัว ทั้งสองก็รีบกระโจน
เข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าแตกตื่น หนานซาน หวางเยว่ รีบ
ถามอย่างไม่รอช้าว่า “ทำไมไปนานนัก จนข้าคิดว่าเจ้า
ตายไปแล้วนะเนี่ย ”
“พี่ชายอวี้เป็นยังไงบ้าง?”
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็บอกเล่าสถานการณ์ของพิภพ
ปีศาจบรรพกาลให้แก่พวกเขาฟัง
“เทพปีศาจนับสิบตน ช่วงเวลาแห่งการฆ่า ปีศาจ
วิวัฒน์?”หนานซาน หวางเยว่ กล่าวขึ้นอย่างตกตะลึง
“ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ใครจะคิดว่ามีโลกเช่นนี้อยู่
แค่ชมพูทวีปโลกธาตุก็ใหญ่มากพอแล้ว “เย่ซีซีกล่าวขึ้น
ด้วยความสับสน แน่นอนว่าเป็นเพราะ นางอยู่ภายใน
พิภพอเวจีตั้งแต่เยาว์วัย ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้แลเห็น
หลังจากออกมา ล้วนส่งผลกระทบต่อมุมมองวิสัยทัศน์
ของนาง
“ข้าค้นหาฐานที่มั่นเจอแล้ว กลับมาคราวนี้ เพราะ
ต้องการพาพวกเจ้าไปด้วย เรามี ‘ค่ายกลมายาเก้าสิบ
เก้าแปรเปลี่ยน’ ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว แต่ข้า
จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากพวกเจ้า เพื่อ
เสริมสร้างค่ายกลนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ”
“ให้พวกเราไปด้วยงั้นหรือ?”หนานซาน หวางเยว่
เอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ครั้งนี้ ข้ารู้แล้วว่าสถานการณ์ที่นั่นเป็นเช่นไร
ดังนั้นพวกเจ้าย่อมไปได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องระวัง
ตัวให้มากก็เท่านั้น ”
ถึงแม้ว่าภายในโลกแห่งนั้นจะมีปีศาจที่ทรงพลังอยู่
มากมาย แต่ถ้าพวกเขาพยายามระวังตัวกัน ก็มิใช่
ปัญหาอันใด นอกจากนี้ หนานซาน หวางเยว่ ยังมีเขต
แดนสวรรค์ไร้รอย และ บุปผาคันฉ่องจันทราวารี รวมถึง
เนตรปีศาจมายา ด้วยเหตุนี้ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาต้อง
ประสบกับเคราะห์กรรมเจอปัญหาเข้าจริง ๆ แล้วล่ะก็
คนทั้งสามก็สามารถมีชีวิตอยู่รอดภายในพิภพปีศาจ
บรรพกาลได้ ส่วนในกรณีของ เย่ซีซี นั้น ถือว่าดีกว่า
หนานซาน หวางเยว่ มากเพราะนางสามารถจำแลงร่าง
กลายเป็นทรายทมิฬติดตาม อู่ อวี้ ไปได้ทั่วทุกแห่งหน
ยามนี้พวกเขาเข้ามันหลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องลับ
ของตำหนักราชอารักษ์ หลังจากนั้นก็เปิดประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาล แต่เขาก็ยังกลัวว่าโอรสเล่อจะเข้ามาหา
พวกเขาอย่างกะทันหัน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย
และความวิตกกังวลของโอรสเล่อเมื่อหาพวกเขาไม่พบ
อู่ อวี้ จึงทิ้งร่างกลืนสวรรค์ไว้ที่นี่ หากโอรสเล่อมีปัญหา
อันใด การพูดคุยกับร่างกลืนสวรรค์ย่อมไม่แตกต่างจาก
ร่างจริง นับเป็นครั้งแรกที่ อู่ อวี้ แยกร่างทั้งสองไว้คนละ
โลก ซึ่งมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนั้น ตัวเขาก็ไม่แน่ใจ
เหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขามาถึงพิภพปีศาจบรรพ
กาล อู่ อวี้ ก็รอเวลาจนกระทั่งผ่านไปประมาณ 1 ก้าน
ธูป เขาพบว่าหาได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น
ถึงแม้จะอยู่กันคนละโลก แต่การเชื่อมต่อระหว่าง อู่ อวี้
ร่างต้นกับร่างกลืนสวรรค์ก็ยังปกติดี นับว่าน่าเหลือเชื่อ
เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากจิตเทวะทั้งสองร่าง ถือเป็นส่วน
หนึ่งของ อู่ อวี้ ทำให้เขาสามารถมีชีวิตอยู่ภายในโลกทั้ง
สองที่แตกต่างกันได้
สิ่งนี้ทำให้ อู่ อวี้ จุดประกายความคิดขึ้นมาได้ว่า ตน
จะปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์อาศัยอยู่ภายในพิภพปีศาจ
บรรพกาล โดยที่ร่างต้นอยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ วิธีนี้เป็น
เสมือนดั่งแผนการรับประกันชีวิตของเขา ว่า อู่ อวี้ จะ
ไม่ตายแน่ ๆ แต่เขาก็ต้องล้มเลิกไป เพราะประตูพิภพ
ปีศาจบรรพกาลถูกควบคุมโดย อู่ อวี้ ร่างต้น อีกทั้งร่าง
กลืนสวรรค์ก็ไม่มีเลือด ถ้าเกิดร่างต้นของเขาถูกสังหาร
ร่างกลืนสวรรค์ก็จะติดอยู่ที่นี่ตลอดไป ไม่แตกต่างจาก
ตายทั้งเป็น
“พิภพปีศาจบรรพกาล!”ในเวลานี้พวกเขาทั้งสามได้
ปรากฏตัวอยู่ภายในค่ายกลมังกรปราการทองคำ หนาน
ซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ
ถึงแม้ทั้งสองจะตื่นเต้นมากเพียงใดแต่ก็ยังฟังคำสั่ง
ของ อู่ อวี้ แต่โดยดี ยามนี้ หนานซาน หวางเยว่ เข้าสู่
สภาวะล่องหนเย่ซีซีกลายเม็ดทรายสีดำซ่อนอยู่ในกับ อู่
อวี้ ส่วนเจ้าแมวหมื่นผสานกำลังนอนเอกเขนกอยู่ที่
ตำหนักราชอารักษ์ มิได้ติดตามมาด้วย
“ข้าจะพาเจ้าออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อนแล้วกัน ”
อู่ อวี้ อยู่ที่นี่มาสักพักหนึ่งแล้ว เขาสามารถประเมิน
ความถี่ที่ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจที่อยู่ในสภาวะคลั่งได้
อย่างแม่นยำ ดังนั้นการที่เขาจะพาทั้งสองออกไปเปิดหู
เปิดตา ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอันใด
เมื่อพวกเขาออกมาด้านนอกค่ายกล หนานซาน
หวางเยว่ ก็กล่าวขึ้นอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า “ค่ายกล
มายาเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยนนี้ ข้าสามารถเปลี่ยนมันเป็น
ค่ายกลมายาเก้าร้อยเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยนได้ รับรองว่า
ประสิทธิภาพของมันจะเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า แต่ต้องใช้เวลา
ซักประมาณ 5 วันหรือมากกว่านั้น เรามีพื้นฐานค่ายกล
ชนิดนี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงสามารถขยายขีดจำกัดพลัง
เพิ่มขึ้นได้เลย แต่ถ้าอยากจะจัดเรียงเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ
ด้วยตัวเอง ข้าว่าคงต้องใช้เวลาประมาณ 20 วัน ซึ่งเป็น
เวลาเดียวกับที่เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปเริ่มขึ้น
พอดิบพอดี ”
“เอาตามนั้นก็ได้ “ในตอนแรก อู่ อวี้ ก็ยังคิดไม่ออก
ว่าจะเสริมความแข็งแกร่งของค่ายกลนี้ด้วยวิธีใด ดังนั้น
ถ้าปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญค่ายกลประเภทนี้อย่าง หนาน
ซาน หวางเยว่ เป็นคนจัดการน่าจะดีกว่า
พวกเขาผ่านค่ายกลออกมาด้านนอก
“นี่คือพิภพปีศาจบรรพกาล! ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
พลังฟั้าดินของที่นี่ล้นหลามอะไรจปานนี้!”หนานซาน
หวางเยว่ ที่อยู่ในสภาวะอำพรางกาย เกือบหลุดอุทาน
เสียงดังออกมา
แม้ว่าเย่ซีซีจะไม่เอื้อนเอ่ยอันนใด แต่ อู่ อวี้ ก็รู้ว่า
นางกำลังตื่นเต้นเช่นกัน พวกเขาพากันออกมาจากหุบ
เหว จากนั้นก็บินทะยานขึ้นสู่ท้องนภา แลชมพืชพันธุ์
เขียวขจีและกลิ่นอายฟั้าดินที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้ง
โลกหล้า
“นี่มันเหมือนกับแดนสวรรค์ชัด ๆ เป็นโลกที่น่า
อัศจรรย์ยิ่งนัก ดูเหมือนว่าโลกนี้จะใหญ่กว่าชมพูทวีป
โลกธาตุมาก ดังนั้นกลิ่นอายฟั้าดินจึงได้หนาแน่นคิดถึง
เพียงนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังงดงามเสียยิ่งกว่าที่ชมพูทวีป
โลกธาตุ ไม่น่าแปลกใจเลย…ว่าเหตุใดที่นี่ถึงได้มีเทพ
ปีศาจอยู่เป็นจำนวนมาก! แถมยังมีช่วงเวลาแห่งการฆ่า
ที่แสนน่ากลัวอีก … ”
หนานซาน หวางเยว่ พูดด้วยอารมณ์ความรู้สึกพลุ่ง
พล่าน
“ช่างเป็นโลกที่น่าสนใจจริง ๆ “เย่ซีซีที่กลายเป็น
ทรายสีดำรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับโลกนี้เช่นกัน
“อดใจรออีกหน่อย ให้มันผ่านช่วงเวลาแห่งการฆ่า
ไปก่อน อีกไม่นานเราก็จะมีโอกาสเดินเที่ยวชมรอบ ๆ
แล้ว เอาเป็นว่าเราจะกลับที่พักกันก่อนน่าจะดีกว่า “อู่
อวี้ พาพวกเขาออกมาดูให้หายอยาก หลังจากได้เห็นกับ
ตา พวกเขาทั้งสอคงมีความคิดอีกมากมาย อีกอย่าง
หนานซาน หวางเยว่ จะต้องไปจัดวางค่ายกลมายา เพื่อ
เพิ่มความสบายใจให้กับทุกคน
ระหว่างเดินทางกลับ พวกเขาทั้งสามก็พบกับปีศาจ
ที่ตกอยู่ในห้วงสภาวะคลั่ง มันเป็นปีศาจกวางสีน้ำเงินซึ่ง
มีลวดลายบนตัววิจิตรงดงามยิ่ง เขาทั้งสองข้างเป็นสีน้ำ
เงินเข้ม และ ดวงตาทั้งคู่เป็นสีแดงฉาน ความจริงแล้ว
ในเวลาปกติมันคงเป็นปีศาจที่งดงามยิ่ง แต่น่าเสียดายที่
ดวงตาดุร้ายคู่นั้นของมัน ได้ทำลายบรรยากาศความ
งดงามไปจนสิ้น
อู่ อวี้ ไม่คิดต่อสู้ยืดเยื้อกับมัน แต่รีบกำจัดมันในทันที
ส่วน หนานซาน หวางเยว่ ก็ลอบสังหารอยู่ไม่ห่าง
หลังจากจัดการได้เรียบร้อยพวกเขาทั้งสามก็รีบกลับไป
ยังฐานทัพชั่วคราว
“ช่วงเวลาแห่งการฆ่า มันช่างแปลกประหลาดจริง ๆ
… “