กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1015 นครหมื่นทวีป
หลังจากพวกเขาทั้งสามกลับมาถึง ‘ฐานชั่วคราว’ อู่
อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ก็ตระเตรียมวัสดุต่าง ๆ
เริ่มลงมือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลมายาเก้าสิบ
เก้าแปรเปลี่ยน ซึ่งไม่รู้ว่าถูกจัดวางมานานเท่าใดแล้ว
แต่ที่แน่ ๆ เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปใกล้ถึง
เวลากำหนดแล้ว พวกเขาต้องเร่งฝีมือให้เร็วที่สุด
ฝูงปีศาจแมวรู้ว่าพวกเขากำลังเพิ่มความแข็งให้กับ
ค่ายกล ไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปทางไหน พวกมันก็จะทำ
ตาโตหันมามองตามไปด้วย ไม่รู้ว่าพฤติกรรมของพวก
มันรู้สึกกังวลใจหรืออยากรู้อยากเห็นกันแน่
เย่ซีซีชอบพวกมันมาก นางจึงเปิดเผยร่างมนุษย์
อย่างช่วยไม่ได้ หลังจากนั้นนางก็เข้าไปเล่นกับพวกมัน
นางคลุกคลีกับเจ้าแมวหลานหลานมานาน ดังนั้นเมื่อ
เห็นปีศาจแมวแสนน่ารักเหล่านี้ นางย่อมรู้สึกชอบพอ
หลงใหลอย่างที่สุด
สำหรับ อู่ อวี้ เขาคิดอยู่แล้วว่าพวกปีศาจแมว
เหล่านี้จะได้พบกับ หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซี ใน
ไม่ช้าก็เร็ว ถ้าหากจะพบกันเร็วขึ้นกว่ากำหนดก็คงจะไม่
เป็นอะไร ดังนั้นหลังจากพวกเขาทั้งสามกลับมาจากข้าง
นอก อู่ อวี้ จึงแนะนำทั้งสองให้กับปีศาจแมวได้รู้จัก โดย
ทำทีว่าพาพวกเขามาจากด้านนอก
“มีปีศาจลิงสองตัวแน่ะ เป็นมีพี่ชายปีศาจลิงหนึ่งตัว
แล้วก็พี่สาวปีศาจลิงอีกหนึ่งตัว แต่…??? อีกตัวหนูไม่รู้ว่า
เป็นปีศาจหมูหรือปีศาจลิงกันแน่ ”
อาจเป็นเพราะปีศาจในพิภพปีศาจบรรพกาลไม่
สามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้ ดังนั้นพวกมันจึงสับสน
ในเผ่าพันธุ์ของ หนานซาน หวางเยว่
“เจ้าต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่พาคนอื่นมาที่นี่อีก
“แมวเงาจันทราตั้งกฎกับเขาด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ไม่ต้องกังวลมีแค่เราสามคนเท่านั้น จะไม่มีคนอื่น
มารบกวนเจ้าอีก ”
เมื่อได้ยินดังนั้นแมวเงาจันทราก็รู้สึกโล่งใจ
โดยเฉพาะเมื่อพวกมันได้เล่นกับ เย่ซีซี ไม่นานนักพวก
มันก็ตกหลุมรักนาง หลังจากพูดคุยหยอกเย้าเล่นกัน
อย่างถูกคอ ในที่สุดพวกมันก็ไม่เรียกเย่ซีซีว่าพี่สาวปีศาจ
ลิงอีกต่อไป แต่เรียกนางว่า พี่สาวซีซีแทน
แม้ว่าแมวเงาจันทราอยากทราบเกี่ยวกับต้นกำเนิด
ของทั้งสาม แต่ อู่ อวี้ ก็จะไม่ยอมเปิดเผยเป็นแน่
ปัจจุบันพวกเขาทั้งสองอยู่ในค่ายกล นอกจากนี้ อู่
อวี้ ยังแยกร่างอวตารออกมาช่วยสร้างวงเวทอีกเป็น
จำนวนมาก หลังจากใช้ออกด้วยเคล็ดประจักษ์แจ้งเร้น
ลับ เขาก็เข้าใจวงเวทชนิดนี้มากขึ้น สำหรับการแก้วง
เวทเก่าไม่ว่าจะเป็นการขยายเพิ่มเติมหรือเพิ่มความ
แข็งแกร่งให้ดีกว่าเดิม ทั้งยังต้องใช้วัสดุที่มีคุณภาพมาก
ขึ้น ซึ่งแต่ละขั้นตอนยุ่งยากซับซ้อนเป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ กับ หนานซาน หวางเยว่ ผสานงานกันดีมาก
พวกเขาทั้งสองต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและ
กัน อู่ อวี้ เก่งในเรื่องการวาดวงเวทและมีความเข้าใจใน
พื้นฐานวงเวทอย่างลึกซึ้ง ส่วน หนานซาน หวางเยว่
ความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับค่ายกลภาพมายา ดังนั้นเมื่อผู้มี
ความสามารถทั้งสองจับมือกันสร้างค่ายกล เลยส่งผลให้
ค่ายกลนี้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น
พวกเขาปรับเปลี่ยนวัสดุจำนวนมาก พื้นฐานดั้งเดิม
ส่วนใหญ่ล้วนถูกปรับเปลี่ยนและวาดขึ้นมาใหม่ การ
เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลเก่าแก่ นับว่ามี
ความสลับซับซ้อนยิ่ง ในขณะเดียวกันนั้นกลิ่นอายที่แผ่
ออกมาก็ลดลงไปด้วย
ตอนนี้ค่ายกลเก่าได้ถูก ‘ยกระดับครั้งใหญ่’ เป็น
‘ค่ายกลมายาเก้าร้อยเก้าสิบเก้าแปรเปลี่ยน’ ด้วยเพราะ
ทั้งสองร่วมมือกันจึงใช้เวลาน้อยกว่าสี่วัน ทำให้
เปั้าหมายประสบความสำเร็จก่อนเวลากำหนด
ภายในชมพูทวีปโลกธาตุโอรสเล่อยังไม่ได้มาหา อู่
อวี้ ดังนั้นเขาจึงมีเวลาเหลือสำหรับที่นี่อีกมาก
ทุกวันนี้ด้านนอกค่อนข้างอึกกระทึกครึกโครมเป็น
อย่างมาก ทั้งหมด เป็นเพราะยามนี้อาคันตุกะหลายคน
ได้เดินทางมาถึงนครเทวะแล้ว ซึ่งอาจมีความขัดแย้ง
บางอย่างกับผู้คนชาวเหยียนหวง
หลังจากวางค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว อู่ อวี้ ก็ให้
แมวเงาจันทราลองทดสอบประสิทธิภาพของค่ายกล
นางยังจำรูปแบบการจัดเรียงของค่ายกลเก่าได้เป็นอย่าง
ดี แต่ยามนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ด้วยความซับซ้อน
อย่างลึกซึ้งไม่มีทางที่จะจดจำหรือลอกเลียนได้เลย ทำ
ปีศาจแมวเชื่อว่า อู่ อวี้ ตั้งใจช่วยนางจริง ๆ
อู่ อวี้ ไม่รอให้แมวเงาจันทรากล่าวขอบคุณ แต่เขาก็
พูดโพล่งขึ้นมาก่อนว่าพวกเขาทั้งสามจะปิดด่านฝึกตน
ขอให้พวกมันอย่าได้มารบกวนในระหว่างที่พวกเขา
บำเพ็ญตบะ เพราะเวลาที่พวกเขาเข้าฌานจะดำดิ่ง
เข้าถึงลึกซึ้งอย่างยิ่ง ต่อให้พวกนางส่งเสียงดังรบกวน
มากเพียงใดพวกเขาก็จะไม่ได้ยิน
กล่าวได้ว่า อู่ อวี้ ได้พูดปูทางเผื่อเหลือทางหนีทีไล่
ให้ตนเอง เพราะเขาต้องกลับชมพูทวีปโลกธาตุแล้ว ซึ่งก็
ไม่รู้ได้ว่าพวกเขาจะย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้งเมื่อไหร่
หลังจากพวกเขาเข้ามาในค่ายกลมังกรปราการ
ทองคำ อู่ อวี้ ก็เปิดประตูพิภพปีศาจบรรพกาล แล้วข้าม
ประตูนี้กลับสู่ชมพูทวีปโลกธาตุ แม้ว่ากลิ่นอายพลังฟั้า
ดินของชมพูทวีปโลกธาตุจะไม่ได้มากมายเหมือนเช่นดั่ง
โลกพิภพปีศาจบรรพกาล แต่ที่นี่ก็เป็นถิ่นฐานบ้านเกิด
เมืองนอนของเขา ทั้งยังมีญาติสนิทมิตรสหายที่มีความ
ผูกพันกันลึกซึ้ง ความรักความเมตตาอยู่ในความทรงจำ
ส่วนภายในโลกพิภพปีศาจบรรพกาลไม่มีคนรักให้เฝั้า
อาดูรถวิลหา เป็นเสมือนดั่งพฤกษาไร้รากที่ลอยอยู่บน
ฟากฟั้า ดังนั้นเมื่อกลับมาที่นี่ เขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
เล็กน้อย
โดยเฉพาะที่นั่นยังมี ‘ช่วงเวลาการฆ่า’ ดังนั้นจึง
กล่าวได้ว่าพิภพปีศาจบรรพกาลนั้นมีชีวิตอยู่รอดได้ยาก
กว่าชมพูทวีปโลกธาตุมากโขนัก
สองวันหลังจากกลับมา เช้าวันหนึ่งโอรสเล่อก็เรียก
อู่ อวี้ หนานซาน หวางเยว่ และ เย่ซีซีม เข้าพบ
รวมถึง ชวี่ ห้าวเหยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไปั๋หลี่ จุยหุน
ก็ถูกเรียกพบตัวอย่างพรั่งพร้อมหน้าเช่นกัน แต่เพราะ
ชวี่ ห้าวเหยียน ต้องทำหน้าที่พิทักษ์ปกปั้องโอรสเล่อเฉก
เช่นดั่งองครักษ์ข้างกายมันจึงค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย ส่วน
อีกสองคนหลายวันที่ผ่านมาก็ทำหน้าเหน็ดเหนื่อยไม่แพ้
กัน ดังนั้นเมื่อพวก อู่ อวี้ เข้ามา ทั้งสองจึงไม่แม้แต่จะ
เงยหน้าขึ้นมองพวกเขา
“อู่ อวี้ อีกห้าเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปก็จะ
มาถึงแล้ว ปัจจุบันอาคันตุกะอาณาจักรต่าง ๆ จากทั่ว
ทุกมุมโลกเริ่มทยอยมาที่ ‘ นครหมื่นทวีป ‘ ส่วนคนที่
เหลืออีกไม่กี่วันก็คงจะมาถึง ด้วยเหตุนี้มหาอุปราชเลย
มอบภารกิจเล็กน้อยให้กับเหล่าโอรสพระธิดา แล้วใน
วันนี้ก็มาถึงรอบของข้า ”
พอ อู่ อวี้ มาถึงโอรสเล่อก็พูดเข้าประเด็นทันที
นครหมื่นทวีปเป็นเมืองชั้นในของนครเทวะ ซึ่งมี
ขนาดเทียบเท่ากับเขตพระราชฐานประมาณสองในสาม
ส่วน ถ้าพูดถึงความโอ่อ่าหรูหราแลความยิ่งใหญ่เป็นรอง
แค่พระราชวังเหยียนหวงเท่านั้น โดยตั้งอยู่ทางทิศ
ประจิมของนครเทวะ ประตูทางเข้าหลักหันหน้าชนกับ
เขตพระนคร การตั้งภูมิศาสตร์มีนัยแอบแฝงว่าต้องการ
แข่งขันท้าทายกับเขตพระราชฐานเหยียนหวง แม้
ศักดิ์ศรีโดยรวมจะไม่เทียบเท่ากับเขตพระราชทาน แต่ก็
ถือว่ามีภาษีมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะแข่งขันท้าทายกับ
เขตพระราชทานได้
นครหมื่นทวีป เป็นสถานที่เอาไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ
หรือไม่ก็อาคันตุกะต่างแดนอย่าง ‘ราชทูตหมื่นทวีป’
นอกจากนี้ยังเป็นที่พักรับรองแขกเหรื่อทั้งหลายตลอด
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ส่วนเหตุผลที่ตั้งอยู่ฝัง
ตรงข้ามกับเขตพระราชฐาน และ มีขนาดที่เล็กกว่าเขต
พระราชฐานเล็กน้อย ทั้งความหมายทั้งเจตนามันก็
ชัดเจนอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว
ส่วนกองทัพหลักทั้งหมด ทำหน้าที่เฝั้าระวังอยู่นอก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ถ้าให้กล่าวถึงเทศกาล
จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป นี่คืองานเทศกาลที่ไม่ค่อยพึง
ประสงค์เท่าใดนัก สำหรับราชทูตหรือเหล่าอาคันตุกะที่
พักอาศัยอยู่ภายในนครทวีป ก็ไม่ได้ดูเสื่อมเสียเกียรติ
อะไรมากมาย เพราะหากเปรียบความรโหฐานของที่นี่
กับเขตพระราชฐานแล้ว ก็ยังถือว่างดงามโอ่อ่าหรูหรา
อย่างยิ่ง เกินกว่าอาณาจักรผู้ฝึกตนที่อยู่ภายในเขตพระ
นครทั้งหมด
ตอนนี้ราชทูตหมื่นทวีปมารอที่พำนักมากกว่าครึ่ง
แล้ว ด้วยเหตุนี้นครหมื่นทวีปจึงดูคึกคักมีชีวิตชีวาอย่าง
ยิ่ง
กล่าวได้ว่าเวลานี้บุคคลชั้นนำหลายคน จากทั่วทั้ง
ชมพูทวีปโลกธาตุมารวมตัวกันอยู่ที่นครเทวะ นอกจากนี้
พวกเขายังต้องการเห็นความยิ่งใหญ่ทรงอำนาจและ
ความเจริญรุ่งเรืองของนครเทวะด้วยสองตาของตนเอง
ดังนั้นก่อนที่เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะมาถึง
เหล่าราชทูตหมื่นทวีปก็จะเพลิดเพลินไปกับการเดิน
เที่ยวชมสถานที่ภายในนครเทวะแห่งนี้ ได้รับ
ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นมากมาย นอกจากนี้ยังหาซื้อ
วัสดุสิ่งของหลากหลาย และศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น
“ภารกิจอะไรเช่นนั้นหรือ?”
“ไปที่นครหมื่นทวีป ต้อนรับราชทูตหมื่นทวีปที่เพิ่ง
มาถึง พาพวกเขาไปที่พระราชวังใหญ่แล้วจัดหาที่พักให้
พวกเขาด้วย นี่คือวิธีต้อนรับของชาวเหยียนหวง ”
เหล่าโอรสพระธิดาจะต้องไปทักทายต้อนรับ นี่เป็น
โอกาสที่พวกเขาจะได้พบหน้าค่าตากัน เพราะเทศกาล
จาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปคือการส่งมอบเครื่องบรรณาการ
เป็นเสมือนดั่งการจ่ายค่าคุ้มครองให้กับจักรพรรดิโบราณ
ดังนั้นถ้าโอรสพระธิดาจะมาพบปะต้อนรับราชทูตเหล่านี้
ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
“ถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ ”
อู่ อวี้ รู้ว่าเหตุผลที่โอรสเล่อพาพวกเขาไปด้วย
เพราะให้โอรสเห็นความสำคัญในพลังฝีมือของเขา
เนื่องจากต้องแบกรับแรงกดดันจากโอรสพระธิดาองค์อื่น
รวมถึงกองกำลังต่าง ๆ ของเหล่าราชทูตหมื่นทวีป ซึ่ง
พวกเขาถือเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่เปียมไปด้วยพรสวรรค์
ในระดับระนาบบนสุด
“คนเหล่านี้ล้วนไม่พอใจที่จะเดินทางมาเข้าร่วม
จาริกอยู่แล้ว ดังนั้นพวกนี้จะพยายามฉีกหน้าให้พวก
เราต้องอับอายอยู่ลับ ๆ เสมอ เจ้าจะต้องคอยจับตาพวก
มันให้ดี ๆ แม้ว่าข้าจะพยายามไม่อยู่ในที่แจ้งทำตัวไม่
โดดเด่นแล้วก็ตาม แต่สำหรับคำถากถางโดนดูถูกเป็น
เรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นก่อนที่เทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปจะเริ่มขึ้นจริง ๆ ก็อย่าได้ใส่ใจพวกมัน
อย่างไรเสียพวกมันไม่กล้าทำตัวรุ่มร่ามวุ่นวายกับพวก
เราหรอก ”
ก่อนจะเดินทางไปยังเปั้าหมาย โอรสเล่อก็เตือน อู่
อวี้ ไว้ล่วงหน้า
“ทราบแล้ว”
สำหรับเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้ อู่
อวี้ รู้สึกว่าเขามิใช่ตัวเอก ดังนั้นเขาจึงมิได้ใส่ใจมากนัก
โอรสเล่อกับพรรคพวกมุ่งมั่นกับภารกิจปกปั้องเกียรติยศ
ศักดิ์ศรีของชาวเหยียนหวงเป็นอย่างมาก สำหรับ อู่ อวี้
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปเขารู้สึกว่านี่เป็นความ
ท้าทายอันยิ่งใหญ่ หากเขาต้องการพิสูจน์หรือปกปั้อง
เกียรติยศศักดิ์ศรี เขาก็จะพิสูจน์และปกปั้องศักดิ์ศรีของ
ตนเอง
พวกเขานั่งรถม้าอันโอ่อ่าหรูหราของโอรสเล่อ บิน
ทะยานข้ามเหนือเวหาข้ามนครเทวะ ปัจจุบันมีคนต่าง
ถิ่นเป็นจำนวนมาก มีทั้งปีศาจและปีศาจสมุทรอยู่
มากมาย
ดังนั้นมหาอุปราช จึงสั่งย้ายแปดกองทัพหลักมา
ประจำการอยู่ที่นครเทวะ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
ภายในนครแห่งนี้ ทว่าตลอดสองสามวันที่ผ่านมาก็ยัง
เกิดความขัดแย้งขึ้นมากมาย เนื่องจากบรรดาเหล่า
ราชทูต มีหลายคนที่เป็นศัตรูคู่อาฆาต ไม่อาจอยู่ร่วมโลก
เดียวกันได้ ถึงแม้ภายในนครเทวะจะมีกฎห้ามต่อสู้กัน
แต่บางครั้งด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน จึงยากจะระงับ
สะกดข่มเอาไว้ได้
ดังนั้นกองพยุหทั้งแปดจึงวุ่นวายมือเป็นระวิงมิได้
ว่างเว้น ถึงแม้พวกเขาจะแก้ไขปัญหาเรื่องหนึ่งได้แล้ว
แต่ก็ยังมีพวกที่อาศัยช่วงสับสนชุลมุน ปล้นชิงสร้าง
ความวุ่นวาย จนนครเทวะตกเข้าสู่ห้วงแห่งความ
โกลาหล
อู่ อวี้ มองลงมาจากบนหน้าต่าง แลเห็นว่าทั่วทั้ง
นครเทวะปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาและตึง
เครียด แน่นอนว่าชาวเหยียนหวงมีความหยิ่งทะนง
ภาคภูมิใจโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ผู้คนภายนอกกลับ
เปียมไปด้วยความดุร้ายยิ่งกว่า
เนื่องจากในบรรดาราชทูต มีปีศาจและผู้ฝึกตนนอก
รีตแสนชั่วร้ายรวมอยู่ด้วย เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้จะเป็นผู้
ฝึกตนธรรมดาเช่นกัน แต่ก็สามารถแลเห็นถึงความ
แตกต่างกับชาวเหยียนหวงได้อย่างชัดเจน เนื่องจาก
ภายในดินแดนโบราณเหยียนหวงแห่งนี้ ยังมีอาณาจักรผู้
ฝึกตนอื่น ๆ อยู่ด้วย
ราชรถของโอรสเล่อ พาพวกเขามุ่งหน้าผ่านประตู
เมือง เข้าสู่นครหมื่นทวีปโดยตรง อู่ อวี้ แลเห็นว่านคร
หมื่นทวีปแห่งนี้ มิได้แตกต่างจากนครเทวะเท่าใดนัก
ผู้คนที่อยู่ภายในนี้กว่าครึ่ง เปียมไปด้วยบรรยากาศอัน
น่าเกรงขาม เหนือล้ำยิ่งกว่าคนจากราชวงศ์เหยียนหวง
ภายในนครเทวะ นี่แสดงให้เห็นว่านครแห่งนี้มียอดฝีมือ
ผู้แข็งแกร่งรวมตัวกันอยู่มากมายจริง ๆ !
ผู้คนส่วนใหญ่ จะพำนักอยู่ภายในตำหนักของตนเอง
แต่ก็ยังมีคนที่ออกมาเดินข้างนอกบ้าง ซึ่งพวกมันส่วนก็
ไม่ได้รู้จักโอรสเล่อ ดังนั้นเมื่อพบเจอกับพวกเขา จึงไม่มี
ผู้ใดพูดจาทักทายหรือถวายบังคม อย่างไรก็ตาม
เนื่องจากผู้คนมิได้รู้จักมักจี่กันเป็นการส่วนตัว ดังนั้นทั่ว
ทั้งนครหมื่นทวีป จึงเปียมไปด้วยบรรยากาศอันหนาว
เย็น
นครหมื่นทวีป มีจวนมากมาย ตั้งเรียงรายแบ่งอาณา
เขตกันนับพันแห่ง บางจวนมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งผู้คนที่
อยู่ภายในนั้น ก็ถูกจัดสรรปันส่วนกำหนดอย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่นทางด้านซ้ายมือของ อู่ อวี้ เหนือประตูมี
ปั้ายโลหะจารึกอักษรคำว่า ‘จักรวรรดิเปั่ยหมิง’ บ่งบอก
ว่าสถานที่แห่งนี้ราชทูตจากจักรวรรดิเปั่ยหมิงอยู่ จวน
รับรองใหญ่โตโอ่อ่ารโหฐานด้านในมีตำหนักอยู่อย่าง
น้อย 300 ตำหนัก ซึ่งมากเกินพอที่จะรับรองเหล่า
ราชทูตและผู้ติดตาม
“วันนี้เหล่าวีรบุรุษได้มารวมตัวกันอยู่ภายในนคร
หมื่นทวีป แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงว่า ซึ่งภายในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้
ไม่มีผู้ใดเทียบได้ ”
เพราะเขาได้ศึกษาข้อมูลมาก่อน ทำให้รู้ว่าภายใน
ชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ มีกองกำลังอันแข็งแกร่งอยู่
มากมายเพียงใด