กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1031: อิ่นปงเจี้ยน
หลังจากจักรพรรดิโบราณได้รับสมบัติ เขาก็จากไปทันที
อันที่จริงช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาตึงเครียดมากที่สุดของ
ราชทูตหมื่นทวีป
เพราะจักรพรรดิโบราณจะตรวจสอบบรรณาการทั้งหมด
ดังนั้นถ้าแอบหมกเม็ด ไม่มีทางที่เขาจะไม่ทราบ
ไม่ว่าราชทูตหมื่นทวีปจะส่งอันใดมา จะไม่มีอะไร
สามารถเล็ดลอดสายตาของเขาไปได้ เขาจะเห็นทุกอย่าง
ชัดเจน
ในอดีตนั้นเคยปรากฏมาแล้ว ราชทูตหมื่นทวีปบางคน
แอบลิดรอนตัดทอนสมบัติก่อนมาถวาย ได้ข่าวว่าคนคนนั้นมี
จุดจบไม่สวยสักเท่าใดนัก แต่เรื่องเช่นนี้ก็ผ่านมานานมาก
แล้ว
และอีกด้านหนึ่งก็คือ หากผู้ใดถูกตำหนิจักรพรรดิ
โบราณ เป็นไปได้ว่าคนผู้นั้นจะถูกลงโทษภายหลัง
ซึ่งหากถูกตำหนิแล้ว ภายใน 10 ปีหลังจากนั้น
จักรพรรดิโบราณเห็นว่ามันยังทำตัวไม่เห็นหัวผู้ใด ไม่แยแส
พระองค์อยู่ในสายตา เป็นไปได้ว่ากองกำลังของมันก็จะถูก
บดขยี้ทำลายจนไม่เหลือ
โดยทั่วไปแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าเครื่อง
บรรณาการของตนเอง จะผ่านการประเมินหรือไม่ กระทำได้
เพียงพึ่งพาประสบการณ์จากปีก่อน ๆ หากส่งมอบโดยไม่
บิดพลิ้วและกระทำเหมือนครั้งที่แล้ว จักรพรรดิโบราณก็จะ
ไม่กล่าวอันใดมาก
ในหลาย ๆ ครั้งที่เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปถูกจัด
ขึ้น มีเพียงผู้ที่ได้รับการยกย่องเท่านั้นถึงจะไม่ถูกติติงหรือ
วิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการยกย่อง ไม่ว่าจะ
เป็นกองกำลังเล็กจ้อยเพียงไหน ก็ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องยุ่ง
เกี่ยวด้วย
ณ เวลานี้ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุเงียบเชียบอย่าง
ที่สุด ผู้คนต่างนิ่งเงียบ เฝั้ารอฟังคำกล่าวของจักรพรรดิ
โบราณ
อู่ อวี้ รู้สึกว่านี่ คือแรงกดดันจากจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงอย่างสมบูรณ์
แล้วในที่สุดจักรพรรดิโบราณก็เอ่ยปากขึ้น
” ในครั้งนี้ มีผู้ที่จริงใจเพียงไม่กี่กองกำลังเท่านั้น ได้แก่
แดนเซียนบุปผาฟั่านฮวา , อาณาจักรเซียนวายุเขียว , หุบ
เขาวายุปีกคราม , อาณาจักรหยวนชิงจิ้ง , อาณาจักรจิงชิว
ย่า , มหาสมุทรคลื่นเสียง และ จักรวรรดิทายาททักษิณ ”
” โดยเฉพาะจักรวรรดิทายาททักษิณที่นำโดยหวงจุน
เพิ่งก่อตั้งจักรวรรดิขึ้นมาใหม่แท้ ๆ แต่การส่งเครื่อง
บรรณาการที่ล้ำค่าจนเป็นที่น่าพอใจเยี่ยงนี้กลับยากยิ่งกว่า
คาดว่าอนาคตของจักรวรรดิทายาททักษิณที่นำโดยหวงจุน
จักต้องแข็งแกร่งรุ่งโรจน์ กลายเป็นหนึ่งในชนชาติ
มหาอำนาจ ”
ผู้ที่ถูกเรียกขานชื่อ สามารถรับประกันได้ว่าอาณาจักร
และกองกำลังของตนเอง จะได้รับการคุ้มครองจากจักรพรรดิ
โบราณอย่างแน่แท้ ด้วยเพราะต้นทุนที่พวกมันจ่ายไปนั้น
เรียกได้ว่าขูดเลือดขูดเนื้อของตนเองอย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อ
ได้ยินชื่อของตนเอง กองกำลังและอาณาจักรเหล่านั้นก็พากัน
ยิ้มจนแก้มปริเลยทีเดียว หลายคนเมื่อรู้ว่าตนไม่ได้ถูกรับ
เลือก ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย จากประสบการณ์
วันนี้ทำให้พวกมันรู้ว่าเครื่องบรรณาการที่มันคัดสรรมาให้
จักรพรรดิโบราณยังไม่ดีเพียงพอ
ถึงแม้พวกมันจะคิดเช่นนั้น แต่ใจจริงแล้วไม่มีผู้ใดเต็มใจ
ที่จะมอบสมบัติล้ำค่าหายากมาเป็นเครื่องบรรณาการให้แก่
อาณาจักรอื่นอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงคิดว่าแค่
ผ่านแบบคาบเส้นก็น่าจะพอแล้ว
ทว่า อู่ อวี้ มีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับหวงจุน ด้วย
เพราะนางไม่เคยปรากฏตัวที่ไหนมาก่อน ล่ำลือกันว่าสัตว์
สวรรค์ชนิดนี้มักหลบเร้นซ่อนกายจากโลกภายนอก จึงกล่าว
ได้ว่าต้นกำเนิดของนางยังคงลึกลับเป็นปริศนาอย่างมาก อีก
ทั้งนางเพิ่งเคยมาร่วมเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปเป็น
ครั้งแรก แต่กลับสามารถคาดเดาอารมณ์ความพึงพอใจของ
จักรพรรดิโบราณได้อย่างแม่นยำ ไม่เพียงจะไม่โดนตำหนิใน
เรื่องการก่อตั้งจักรวรรดิโดยพลการ แต่จักรพรรดิโบราณ
ถึงกับเอ่ยปากชมเชย เมื่อเห็นทั้งสองมีความสัมพันธ์อันดีต่อ
กันเยี่ยงนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าเกินความคาดหมายอย่างแท้จริง
เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองมีการแลกเปลี่ยนอื่นใดอีก
หรือไม่
อู่ อวี้ เห็นว่าในตอนนี้สีหน้าของมหาราชาปีศาจทั้ง 6
เปียมล้นไปด้วยความสุข ผลลัพธ์ของวันนี้ยืนยันได้อย่าง
ชัดเจนว่าการที่พวกมันตัดสินใจเลือกสนับสนุน และ ยอม
จำนนต่อหวงจุน ไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดเลย
โดยทั่วไปหลังจากเสร็จสิ้นพิธีถวายเครื่องบรรณาการ
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปก็สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
หลังจากนั้นจักรพรรดิโบราณก็จะหายตัวไปทันที แล้วมหา
อุปราชก็จะรับหน้าที่แทน
สำหรับงานพิธีเครื่องบรรณาการในครั้งนี้ จักรพรรดิ
โบราณได้พูดจาเปรียบเทียบวิพากษ์วิจารณ์เล็กน้อย เพื่อให้
ในครั้งต่อไปอาณาจักรอื่น ๆ ตื่นตัวกันมากกว่านี้
หลังจากจบคำชื่นชม ทันใดนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า ” ทั้งนี้ก็มี
เรื่องไม่คาดคิดเช่นกัน มีกองกำลังหนึ่งส่งมอบเครื่อง
บรรณาการไม่เหมาะสมกับความแข็งแกร่งของตนเอง ทั้งยัง
แตกต่างกับครั้งก่อนหน้านี้ลิบลับ อาจเป็นเพราะบทเรียนครั้ง
ใหญ่ที่ข้ามอบให้ คงผ่านมาเนิ่นนานจนลืมเลือนกันไป
หมดแล้ว ถึงได้กล้ากระทำเช่นนี้… เหมือนไม่เห็นข้าอยู่ใน
สายตา”
หลังคำกล่าวนี้ถูกส่งออกไป ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุก็
เดือดระอุขึ้นอย่างฉับพลัน แม้จะตื่นตกใจ แต่ผู้คนก็ไม่กล้าส่ง
เสียงดังมากนัก จากความทรงจำของพวกมันในทุก ๆ ครั้งที่
เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปเริ่มต้นขึ้น จักรพรรดิโบราณ
ไม่เคยกล่าววิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดเช่นนี้มาก่อน
เมื่อได้ยินสิ่งที่จักรพรรดิโบราณกล่าว บอกตามตรงว่า
ไม่ได้เกินความคาดหมายของ อู่ อวี้ แต่อย่างใด เขารู้อยู่แล้ว
ว่าจักรพรรดิโบราณจะต้องพูดคำว่า ‘เหมือนไม่เห็นข้าอยู่ใน
สายตา’ แต่เขากังวลว่าจักรพรรดิโบราณจะขานชื่อตระกูล
มังกรเทวะ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คาดว่าคงได้เกิดปัญหาใหญ่
แน่ ด้วยเพราะลั่วผินและพรรคพวกของนางมาร่วมงานพิธี
ค่อนข้างล่าช้ามาก
ในเวลานี้ทางด้านชาวเหยียนหวงทุกผู้คนกำลังโกรธ
แค้นเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อรู้ว่ามีผู้ใดกล้าบังอาจทำให้เทพเซียน
ที่ตนเองเคารพบูชาต้องขุ่นเคืองใจเช่นนี้ จึงเป็นธรรมดาที่
พวกเขาจะรู้สึกโกรธแค้นเกลียดชัง จริงอยู่ว่าเทศกาลจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปได้ถูกจัดขึ้นมาอย่างราบรื่นเป็นเวลานาน
หลายปีแล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะให้ราชทูตหมื่นทวีปไม่เคยได้
พบเห็นพลังที่แท้จริงของจักรพรรดิโบราณ ดังนั้นจึงได้
หาญกล้ากระทำเช่นนี้
มันผู้นั้นเป็นใครกัน?
เรียกได้ว่าในตอนนี้ราชทูตหมื่นทวีปแต่ละคน กำลังลุ้น
ตัวโก่งหวาดผวากันเป็นแถบ ๆ โดยคิดว่าแจ็คพอตจะมาออก
ที่ตนเองหรือไม่ นับเป็นช่วงเวลาตึงเครียดมากที่สุดสำหรับ
ใครหลาย ๆ คน บางคนกลัวจะเสียหน้า บางคนก็หวาดกลัว
จนตัวสั่น ส่วนบางคนก็กุมหน้าอกเพื่อสงบจิตใจ เพราะกลัว
ว่าจักรพรรดิโบราณจะแอบมาอ่านใจของตนเอง
ภายในหัวใจของ อู่ อวี้ เต้นถี่รัวด้วยความลุ้นระทึก
เช่นเดียวกัน ด้วยเพราะเป็นห่วงว่าแจ็คพอตจะตกมาที่
ตระกูลมังกรเทวะ เมื่อเขามองไปทางนางและมังกรตัวอื่น
พบว่าทั้งหมดยังคงมีท่าทีสงบนิ่งมาก อู่ อวี้ คิดว่าพวกเขา
ปะปนอยู่บนโลกนี้มานานแสนนาน ดังนั้นก็น่าจะมี
ประสบการณ์กันอยู่บ้าง
ระหว่างที่ทุกคนกำลังกระสับกระส่ายกังวลใจอยู่นั้น
จักรพรรดิโบราณก็กวาดสายตามองลงมายังราชทูตหมื่นทวีป
ทั้งหลาย แล้วทันใดนั้นเปลวเพลิงสีทองก็ลุกพรึ่บ! เผาไหม้
ร่างของชายคนหนึ่ง ผู้คนที่อยู่โดยรอบเริ่มแตกฮือถอยหนี
เพราะกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย เพียงสามชั่วอึดใจ
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกท่วมผู้คนได้ยินเสียงกรีดร้องจาก
ชายผู้นั้นดังขึ้น ร่างของชายผู้นั้นก็แตกดับกลายเป็นเพียงเถ้า
ธุลีสีดำ ฟุั้งกระจายไปทั่วลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ เหลือทิ้ง
ไว้เพียงร่องรอยสีดำ ราวกับว่ามันฝังลึกอยู่ภายในลานเมฆา
สวรรค์เพลิงวายุ คาดกันว่าเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
ในครั้งต่อ ๆ ไป หากผู้คนได้เห็นเขม่าไฟไหม้ที่ปรากฏอยู่บน
จุดนี้ มันจะทำให้พวกเขานึกถึงเรื่องราวในวันนี้
” อาณาเขตเหมันต์ อิ่นปิงเจี้ยน พวกเจ้าจงเรียนรู้จาก
บทเรียนในครั้งนี้ ” เสียงของจักรพรรดิโบราณดังก้องไปทั่ว
ทั้งลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ พร้อมกับเปลวเพลิงสีทองที่
กระจายไปทั่วทั้งสี่ทิศ
ผู้คนต่างทอดถอนหายใจ สายตามองไปที่เจ้าอาณาเขต
เหมันต์ ซึ่งมีนามว่า ‘อิ่นปิงเจี้ยน’ ที่กรีดร้องแล้วตกตายไป
ในชั่วพริบตา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างจบลงผู้คนก็รู้สึกผ่อนคลาย
อีกครั้ง แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวก็คือการลงมือครั้งนี้ของ
จักรพรรดิโบราณ เสมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ผู้คนไม่
คาดหวังว่าแค่จ่ายค่าคุ้มครองให้จักรพรรดิโบราณน้อย
พระองค์จะลงมือส่งเจ้าอาณาเขตเหมันต์ไปสู่ปรโลกโดยตรง
เช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หลังจากนี้ผู้คนจะได้
เห็นจุดจบของอาณาเขตเหมันต์ในอนาคต เชื่อได้เลยว่า
สถานที่แห่งนี้จะถูกยึดครองโดยกองกำลังที่แข็งแกร่ง
เหนือกว่า แน่นอนว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาเพียงเท่านั้น
อาจกล่าวได้ว่าบรรยากาศเวลานี้สงบเงียบยิ่งกว่าเดิม
เสียอีก บนหน้าผากของแต่ละคนอาบท่วมไปด้วยเหงื่อเม็ด
เปั้ง สำหรับพวกมันแล้วเวลานี้มุมมองที่มีต่อจักรพรรดิ
โบราณมีเพียงแค่ความหวาดกลัวเท่านั้น
เมื่อชาวอาณาเขตเหมันต์คนอื่น ๆ เห็นว่าเจ้าอาณาเขต
ของตนเองตกตายแล้ว ความเจ็บปวดและความหวาดกลัวก็
ครอบงำพวกมันอย่างสมบูรณ์ ผู้อาวุโสจำนวนหนึ่งที่มา
พร้อมกับพวกมัน พากันคุกเข่าโคกศีรษะด้วยความหวาดกลัว
ถึงขีดสุดทันที ผู้คนสามารถแลเห็นร่างกายที่สั่นเทาของพวก
มันได้อย่างชัดเจน ราวกับว่าเวลานี้ความตายอยู่ห่างจากมัน
เพียงแค่คืบเท่านั้น
” ทำไม… ทำไมถึงเป็นเช่นนี้! ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เรา
ผ่านคุณสมบัติแท้ ๆ เหตุใดครั้งนี้เราถึงไม่ผ่าน … ” หลังจาก
แลมองอิ่นปิงเจี้ยนตกตายไป ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ก็ทิ้งเข่าฟุบตัว
ลงกับพื้น ดวงเนตรหมองคล้ำ น้ำตาเอ่อล้นออกมาจาก
ภายใน ดูแล้วช่างน่าเวทนาอย่างสุดแสน
ได้ยินมาว่าชายหนุ่มผู้นี้ คือบุตรของ อิ่นปิงเจี้ยน ที่
ฝึกฝนบ่มเพาะเลี้ยงดูมาด้วยตนเอง ชื่อของมันก็คือ อิ่นปิง
เยี่ยน ล่ำลือกันว่ามันมีพรสวรรค์สูงล้ำยิ่ง เป็นไปได้ว่าใน
อนาคตมันจะนำพาความรุ่งโรจน์มาสู่อาณาเขตเหมันต์มาก
ยิ่งขึ้น
“ทำไม … ทำไมเจ้าถึงมีสิทธิ์ตัดสินว่าใครสมควรตายไม่
สมควรตาย เหตุใดเจ้าชอบทำตัวสูงส่งเหนือกว่าผู้อื่น บีบ
บังคับให้พวกเราก้มหัวยอมจำนนต่อความยิ่งใหญ่ของเจ้า …
” คาดว่า อิ่นปิงเยี่ยน ที่เห็นบิดาของตนเองตกตายไปต่อหน้า
ต่อตา คงจะคลุ้มคลั่งเสียสติไปแล้ว ดังนั้นมันถึงได้กล่าว
วาจาไร้สาระเช่นนี้ออกมา เห็นได้ชัดว่าพวกมันรู้อยู่แล้วว่า
ตนจะถูกตำหนิติเตียนมากที่สุด แต่ก็ไม่คาดหวังว่าจะถึง
ขนาดต้องตกตายไปเช่นนี้
“หุบปากซะ …”
คำพูดของมันถือเป็นการล่วงเกินจักรพรรดิโบราณ ทำ
ให้พระองค์ขุ่นเคืองไม่พอใจ สำหรับชาวเหยียนแล้วนี่ถือเป็น
ความผิดบาปใหญ่หลวงมากที่สุด ทุกคนสามารถจินตนาการ
ได้ว่าช่วงเวลาต่อไป คนที่ปากพล่อยไม่รู้จักคิดก่อนพูดเช่นนี้
จะมีจุดจบเช่นไร
อันที่จริงมหาอุปราชก็รู้สึกวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เช่นกัน เขาเตรียมพร้อมลงมือเพื่อให้คนผู้นี้หุบปากเสีย
ไม่เช่นนั้นแล้วหากคนผู้นี้คลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิมเรื่องราวจะบาน
ปลายใหญ่โตไปกันใหญ่ โดยเฉพาะมันอาจทำให้จักรพรรดิ
โบราณขุ่นเคืองใจมากยิ่งขึ้น แม้ว่ายามนี้เขาจะมิได้เอื้อนเอ่ย
วาจาใดออกมาก็ตาม แต่เขา แต่จักรพรรดิโบราณย่อมไม่
ยินดีจะฟังมันอย่างแน่นอน มีเทพเซียนที่ไหนกันจะมาทนให้
มนุษย์ดูถูกได้
” ข้าหาใช่คนไร้เหตุผลถึงเพียงนั้น … อิ่นปิงเยี่ยน ข้าจะ
ให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง สำหรับเทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
ในครั้งต่อไป ข้าจะรอดูว่าอาณาเขตเหมันต์ของเจ้าจะนำสิ่ง
ใดมาให้ ทว่าสำหรับครั้งนี้เจ้าไม่มีความจริงใจ ฉะนั้นจงไส
หัวกลับไป ”
จักรพรรดิโบราณก็ยังคงเป็นจักรพรรดิโบราณ เขาไม่
ปล่อยโอกาสให้ราชทูตหมื่นทวีปปริปากบ่นอันใดได้ หากเขา
โหดร้ายไร้คุณธรรมจริง ๆ ถึงแม้ผู้คนจะไม่พูดอันใด แต่
ภายในจิตใจของพวกมันจักต้องมีความขัดแย้งอยู่แน่นอน
นอกจากนี้สิ่งที่จักรพรรดิโบราณปฏิบัติกับ อิ่นปิงเยี่ยน ทำให้
อู่ อวี้ อดรู้สึกชื่นชมอย่างช่วยไม่ได้ เขาสังหารบิดาของอิ่นปิง
เยี่ยน จากนั้นก็บอกให้มันกลับมาอีกครั้งหลังจาก 10 ปี
ในช่วงเวลานี้มากพอที่จะทำให้จิตใจของมันสงบลง และ
ครุ่นคิดพิจารณาเรื่องทุกอย่าง ๆ ชัดเจนว่าควรนำสิ่งใดมา
มอบให้ในครั้งถัดไป
ตอนนี้มันยังหนุ่มยังแน่น ดังนั้นอาจจะหุนหันพลันแล่น
ไปบ้าง อย่างไรก็ตามตลอดช่วงเวลาสิบปีอันแสนยาวนาน
มันจะเข้าใจความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริงของจักรพรรดิ
โบราณ
จักรพรรดิโบราณไม่ปล่อยโอกาสให้มันพูดพร่ำอีกต่อไป
ทันใดนั้นร่างของอิ่นปิงเยี่ยนกับพรรคพวกของมัน ก็ถูก
ควบคุมแล้วขว้างออกไปจากค่ายกลคุ้มกันพรมแดนของ
อาณาจักรเหยียนหวงทันที ไม่รู้ว่าจักรพรรดิโบราณขว้าง
พวกมันออกไปที่แห่งใด
ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่ผู้คนก็ยังคงนิ่งเงียบ
มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้พวกมัน
รู้สึกกบฏอยู่ในใจ แต่มันยิ่งทำให้ความหวาดกลัวและเคารพ
ยำเกรงอยู่ก่อนแล้ว ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ผู้คนต่างแหงนหน้ามองไปยังจักรพรรดิโบราณ เมื่อเห็น
ว่าเขาดูมิได้ขุ่นเคืองใด ๆ ผู้คนก็พากันถอนหายใจเฮือกใหญ่
ถือได้ว่าเทศกาลจารีตศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีปในครั้งนี้ประสบ
ความสำเร็จแล้ว
หากเป็นครั้งก่อน ๆ จักรพรรดิโบราณต้องจากไปแล้ว
แต่คราวนี้ผู้คนมิได้กังวลเรื่องนี้แม้แต่น้อย เนื่องจากเรื่องของ
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลยังไม่ถูกเปิดเผย สำหรับ อู่ อวี้ กับ
คนอื่น ๆ นี่อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในงานนี้เลยก็ว่าได้
อู่ อวี้ เดาว่าจักรพรรดิโบราณจะเป็นผู้ที่พูดถึงเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลด้วยตนเอง ถึงแม้ว่าเขาจะมิได้ประกาศ
กฎโดยเฉพาะ แต่ทุกอย่างจะต้องเริ่มต้นโดยเขา
เพื่อรอคอยช่วงเวลานี้ ผู้คนแทบหายใจหายคอก็ไม่ออก
เลยทีเดียว
แล้วในที่สุด จักรพรรดิโบราณ ก็กล่าวขึ้น
เขาพูดว่า ” ลั่วผิน เจ้ารอดจากภัยพิบัติครั้งสุดท้ายมาได้
เท่ากับตอนนี้เหลือแค่เผชิญกับมหาภัยพิบัติแห่งเซียนเท่านั้น
ตระกูลมังกรเทวะที่เก็บตัวเงียบมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็
ยอมออกมาเสียที เจ้ามั่นใจหรือไม่ ว่าตนเองจะกลายเป็น
เซียนได้ภายใน 10 ปี? ”
ไม่คาดคิดว่าเขาจะกล่าวเช่นนี้ขึ้นในที่สาธารณะ