กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1034: คันฉองทั้ง 9
การที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงลอยเข้าสู่เจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลไปต่อหน้าต่อตานั้น ยิ่งทำให้ผู้เข้าแข่งขันมีความ
กระตือรือร้นอยากเข้าร่วมการแข่งขันมากยิ่งขึ้น
แม้ภายในใจจะรู้สึกกังวลเล็กน้อยว่าจักรพรรดิโบราณ
อาจจะกำลังหลอกลวงพวกมันอยู่ เป็นได้ว่าอาจเกิดความไม่
ยุติธรรมขึ้นภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล หรือไม่บางที
พวกมันก็เป็นเพียงแค่ก้อนศิลาให้เหล่าโอรสบางคนเหยียบ
ข้ามผ่านไปก็ตาม …
แม้การเผชิญหน้ากับราชวงศ์เหยียนหวงนั้นน้อยเสียยิ่ง
กว่าน้อย แต่สิ่งที่หาพบได้ยากยิ่งกว่าคือการขัดขวางโอรส
พระธิดาไม่ให้ขึ้นครองบัลลังก์ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญยิ่งไปกว่า
นั้นก็คือโอกาสที่จะได้รับทรัพย์สมบัติทั้งหมดของจาริก
ศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป นับตั้งแต่เทศกาลจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป
ถูกจัดขึ้นมา กล่าวได้ว่าไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมา
ก่อนในประวัติการณ์
ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เหล่าราชทูตหมื่นทวีปจะไม่
ยินยอมหลั่งเลือดเนื้อทุ่มเทกายใจให้กับการแข่งขันครั้งนี้
ดังนั้นแทบไม่ต้องกล่าวถึงชาวเหยียนหวงว่าจะมุ่งมั่นทุ่มเท
อย่างสุดกำลังเช่นไร ตราบใดที่คนผู้นั้นตรงตามข้อกำหนด
เงื่อนไข ล้วนมุ่งหน้ามายังลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุด้วย
ความบ้าคลั่งถึงขีดสุด เนื่องจากกลัวว่าจะพลาดโอกาสนี้ไป
หลายคนไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อนใน
ชีวิต
ในระหว่างที่ฝูงชนกำลังตื่นเต้นกระสับกระส่ายกันอยู่นั้น
ฉับพลันพื้นที่โดยรอบ ๆ เจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็ปรากฏ
คันฉ่องขนาดใหญ่ห้อยคว่ำหน้าลงมาจากเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล นอกจากนี้คันฉ่องทั้งหมดยังหันหน้าไปทางสรรพ
ชีวิตทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างอีกด้วย
คันฉ่องแต่ละบานมีความยาวมากกว่าสิบกงหลี่
(กิโลเมตร) ด้วยความใหญ่โตมโหฬารคันฉ่องทั้ง 9 ทำให้มัน
สามารถปิดบังผืนแผ่นฟั้าได้อย่างมิดชิด ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นใน
ยามนี้คือเงาสะท้อนขนาดใหญ่ทั้งเก้าที่ปกคลุมไปทั่วทั้งทวีป
เทวะ
คันฉ่องทั้งเก้าบานสะท้อนสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง
ทำให้ผู้คนมากมายสามารถแลเห็นเงาสะท้อนของตนเองอยู่
ภายในบานคันฉ่องดังกล่าว
ทันใดนั้นภาพสะท้อนอันแสนงดงามภายในคันฉ่อง ก็
แปรเปลี่ยนเป็นโลกแห่งผืนทรายสีเหลือง ราวกับว่าทั้งโลก
หล้ากำลังถูกกวาดล้างด้วยไต้ฝุั่นพายุทราย บัดนี้ทั่วทั้งท้อง
เวหาตลบอบอวลไปด้วยฝุั่นละอองเม็ดทราย ดูเหมือนว่ามัน
จะเป็นทะเลทราย
ยามนี้ผู้คนกำลังพูดคุยเรื่องภาพสะท้อนในกระจก
เนื่องจากไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่ พวกมันต่างคาด
เดาไปต่าง ๆ นานา แต่แล้วก็ประเมินกันว่านี่น่าจะเป็นภาพ
สะท้อนภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล เพราะเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลมีทั้งหมด 9 ชั้น แล้วคันฉ่องก็มีอยู่ 9 บาน
” เป็นไปได้ว่ากระจกนี้จะสะท้อนภาพที่อยู่ภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล จักรพรรดิโบราณจะต้องแสดงภาพ
เหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นลุ้นระทึกที่เกิดขึ้นภายในเจดีย์ให้กับ
ผู้คนที่อยู่ด้านนอกได้รับชม โดยผ่านคันฉ่องเหล่านี้เป็นแน่ ”
ด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้คนที่อยู่ด้านนอก มองเห็นทุกสิ่งทุก
อย่างที่เกิดขึ้นภายใน ยกตัวอย่างเช่นจอมจักรพรรดิหมิงไห่
ยามนี้เขารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เป็นเพราะว่ายอดฝีมือชั้น
แนวหน้าส่วนใหญ่เฝั้ารออยู่ด้านนอกไม่ได้เข้าไปด้านในด้วย
เมื่อรู้ว่าสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในได้
พวกเขาก็รู้สึกมั่นอกมั่นใจที่จะส่งคนรุ่นใหม่ของอาณาจักร
ตนเองเข้าไปแข่งขันชิงชัยมากยิ่งขึ้น
แต่ด้วยเพราะไม่มีผู้ใดคาดเดาความคิดของจักรพรรดิ
โบราณได้ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดแน่ใจได้อย่างเต็มที่ว่าภาพ
เหตุการณ์และสิ่งที่เกิดขึ้นภายในจะปรากฏขึ้นบนคันฉ่อง
เหล่านี้จริง ๆ
โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไปด้านในไม่สามารถรู้ได้เลยว่า
เมื่อไหร่หรือตอนไหนที่พวกเขาจะถูกเฝั้าจับตามองจากผู้คน
ด้านนอก
สิ่งนี้ได้สร้างแรงกดดันให้กับ อู่ อวี้ ด้วยเช่นกัน เขารู้สึก
ว่าการกระทำที่ไม่มีผู้ใดรู้เห็นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่เมื่อคิดว่านี่
คือประสงค์ของจักรพรรดิโบราณ เขาก็จำใจยอมรับอย่างไม่
อาจหลีกเลี่ยงได้
หากเข้าไปตอนนี้ เขาจะตกเป็นจุดสนใจยิ่ง แต่ถ้าเขาไม่
เข้าไป ผู้คนคงจะสงสัยและอยากรู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงไม่
เข้าไป แม้แต่จักรพรรดิโบราณก็คงขอให้เขาเข้าไปแน่
ด้วยเพราะสมบัติที่อยู่ภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวงมัน
มากมายจนไม่อาจพรรณนาได้ แล้วจะมีผู้ใดที่ไม่ตาลุกวาว
อยากได้ทรัพย์สมบัติเหล่านี้กันเล่า?
” นอกจากนี้ ข้าคงต้องบอกพวกเจ้าว่า การทดสอบ
แข่งขันนี้ต้องประสบพบเจออันตรายอย่างใหญ่หลวง พวก
เจ้าคงไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ห้ำหั่นได้ ดังนั้นจึงไม่มีกฎข้อ
ห้ามไม่ให้ ‘ลงมือสังหาร’ แต่ขอให้พวกเจ้าอย่าลืมว่าเวลาที่
คิดจะลงมือสังหารผู้ใด ผู้อาวุโสของคนผู้นั้นกำลังจับตามองดู
พวกเจ้าอยู่ผ่านคันฉ่องเหล่านี้”
กฎข้อนี้ค่อนข้างบอบบางและละเอียดอ่อนมากทีเดียวใน
แง่ปฏิบัติ
ไม่มีกฎข้อห้ามไม่ให้สังหารกัน
แต่มันเป็นเพียงแค่กฎที่ไม่ให้สังหารผู้ใดตามอำเภอใจ
เท่านั้น จะต้องดูหน้าดูหลังของคนผู้นั้นให้ดี ๆ
ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการสังหารผู้ใด? เพราะ
การสังหารนั้น จะไม่ถูกเก็บเป็นความลับ ดังนั้นหากทำให้
ผู้คนแลเห็นการสังหารโดยบังเอิญ ยกตัวอย่างเช่นหาก
สังหารชาวเปั่ยหมิง จักรวรรดิเปั่ยหมิงก็กำลังเฝั้าดูคนผู้นั้น
อยู่ เมื่อออกมาจากเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ท่านจะต้องรับ
ผลจากสิ่งที่ตัดสินใจลงมือกระทำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เมื่อกฎข้อนี้ถูกแจ้งออกมา ก็ทำให้ทุกคนต่างตื่นตระหนก
ตกใจกันเลยทีเดียว ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้ดีว่าในเมื่อกฎออกมาเป็น
เช่นนี้ คงต้องมีผู้คนตกตายเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
” นอกจากนี้เมื่อตัดสินใจเข้าไป ทุก ๆ คนจะต้องเผชิญ
กับความท้าทายต่าง ๆ นานา ถ้ายังไม่มีผู้ใดสามารถ
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง ก็ไม่มีผู้ใดออกมาจาก
เจดีย์วิญญาณบรรพกาลได้ ดังนั้นผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้อง
ประสบกับความทุกข์ทรมานอยู่นานนับปี หรือเป็นไปได้ว่าจะ
ตกตายอยู่ภายในนั้น ฉะนั้นไม่ว่าผู้ใดก็แล้วแต่จงพิจารณา
ไตร่ตรองให้ดี ๆ ก่อนตัดสินใจเข้าไป แน่นอนว่าโอรส
พระธิดาทุกพระองค์ต้องเข้าไป โดยไม่ได้รับอภิสิทธิ์ หรือ
สิทธิพิเศษใด ๆ ทั้งสิ้น ต่างต้องยึดถือกฎระเบียบเดียวกันเป็น
มาตรฐาน”
” เจดีย์วิญญาณบรรพกาลจะเปิดขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว และ
เมื่อใดที่ทางเข้าถูกเปิดขึ้น ก็จะปิดตัวลงหลังจากผ่านไป 1
วัน ดังนั้นระยะเวลา 1 วันนี้ จงพิจารณาให้ดีว่าจะส่งผู้ใดเข้า
ไป แล้วมีโอกาสสูงมากที่สุด ” มหาอุปราชยังคงประกาศ
ชี้แจงรายละเอียดต่อไปอย่างต่อเนื่อง
คำพูดชี้แจงของเขาค่อนข้างชัดเจนเป็นอย่างมาก
หลายคนกำลังฝังหวานถึงรางวัลที่ตนเองได้รับ
และผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการท้าทายในครั้งนี้มีจำนวนมาก
ทีเดียว
อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีผู้ใดเข้าไปในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลมาก่อน ดังนั้นภายในเจดีย์จึงเต็มไปด้วยภัย
อันตรายที่อาจจะนำพาคนผู้นั้นตกลงไปสู่ห้วงแห่งความตาย
ผู้ที่ตัดสินใจร่วมการแข่งขันมีโอกาสที่ติดอยู่ภายในเจดีย์
อย่างไร้กำหนด และต้องเฝั้ารอจนจะมีผู้ใดผู้หนึ่งพบเจอและ
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวงเม็ดนั้นได้
แต่ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่างของผู้ร่วมเข้าแข่งขัน ไม่
ว่าจะเพื่อทรัพย์สมบัติมากมายที่รออยู่เบื้องหน้า เพื่อ
เกียรติยศศักดิ์ศรี เพื่อระบายความคับแค้นใจที่สั่งสมมาอย่าง
ยาวนาน พวกเขาต้องดั้นด้นมาไกลนับหมื่นลี้เพียงเพื่อนำ
เครื่องบรรณาการมาถวาย มันคือการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีอย่าง
แท้จริง เพื่อโอกาสอันน่าอัศจรรย์ที่หาได้ยากยิ่ง ดังนั้นไม่ว่า
จะเป็นผู้ฝึกตน , ผู้ฝึกตนนอกรีต หรือ ปีศาจ ล้วนไม่มีชาติ
เผ่าพันธุ์ใดอยากที่จะยอมแพ้ และมีเพียงน้อยนิดที่ยกธงขาว
ยอมแพ้
ทันใดนั้นเองระฆังที่ถูกห้อยแขวนอยู่บนส่วนสีทองและสี
ดำของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็ดังขึ้น เหง่ง∼ เหง่ง∼∼
เสียงระฆังอันล้ำลึกดังก้องกังวานไปไกลแสนไกล เมื่อเสียง
ระฆังดังขึ้นสุรเสียงภายในนครเทวะก็เงียบลงอย่างรวดเร็ว
เสียงนี้ยิ่งทำให้ภายในหัวใจของทุกผู้คนรู้สึกตึงเครียดมาก
ยิ่งขึ้น แล้วทันใดนั้นตรงบริเวณส่วนกลางด้านล่าง ซึ่งเป็น
ส่วนแข็งที่สุดของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็เกิดการยุบตัว
อ่อนนุ่มลง ในที่สุดก็เริ่มก่อตัวเป็นหมอกสีดำ จากนั้นก็แปร
เปลี่ยนเป็นห้วงวังวนที่ขยายตัวขึ้นด้วยระดับความเร็วที่
มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เวลาผ่านไปเพียงสิบลมหายใจ
กระแสวังวนก็ขยายใหญ่ขึ้นจนมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 30
จั้ง
ในช่วงเวลานี้เองผู้คนทั้งหมดต่างตระหนักว่า นี่คือ
ทางเข้าสู่ เจดีย์วิญญาณบรรพกาล
กระแสวังวนสีดำให้ความรู้สึกลึกล้ำอย่างไรสิ้นสุด
กฎเกณฑ์อายุของผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมอยู่ที่ 472 มากพอที่จะ
ทำให้ยอดฝีมือทุกคนในยุคสมัยนี้ และ ผู้ที่เกิดมาหลายร้อยปี
ก่อนหน้านี้มีสิทธิ์เข้าร่วม หลายคนฝึกฝนบำเพ็ญเพียรไต่เต้า
มาจนถึงระดับสูงสุด และหลายคนก็มีอายุเพียงแค่ 200 ถึง
300 ปีเท่านั้นคงต้องบอกว่าคนกลุ่มนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือที่
แข็งแกร่งมากเลยทีเดียว ซึ่งพวกเขาล้วนอยู่ในระดับค้นหา
เต๋า
เวลานี้เหล่าผู้ฝึกตน , ผู้ฝึกตนนอกรีต , ปีศาจ , ปีศาจ
สมุทร จากทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุกำลังเตรียมพร้อมเต็มที่
หลังจากนั้นมหาอุปราชก็กล่าวขึ้นว่า ” ตอนนี้ทางเข้า
ของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลได้เปิดขึ้นแล้ว หลังจากนี้อีก 12
ชั่วยามทางเข้าจะปิดตัวลง เอาล่ะ… ผู้ใดที่ปรารถนาจะเข้า
ร่วมการแข่งขันเพื่อไปค้นหาไข่มุกทองคำเหยียนหวง
สามารถเข้าไปได้นับแต่บัดนี้ ตราบใดที่พวกเจ้ามีคุณสมบัติ
ตามเงื่อนไข ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ใดก็สามารถเข้า
ไปได้! ”
นี่คือการประกาศเริ่มต้นการแข่งขัน
ในเมื่อมหาอุปราชจักรพรรดิอารามสวรรค์กล่าวประโยค
นี้ออกมา หลายคนก็ไม่สามารถควบคุมตนเองได้อีกต่อไป
จะมัวชักช้าอยู่ไย ช่วงเวลาเช่นนี้ทุกคนจะต้องเร่งรีบ
ตามหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงโดยเร็วที่สุด พวกมันตัดสินใจ
แล้ว ในเมื่อทรัพย์สมบัติมากมายถึงเพียงนี้ ถ้าจะต้องเสี่ยงภัย
อันตรายจนอาจถึงแก่ชีวิตก็ถือว่าคุ้มค่า ดังนั้นคนส่วนใหญ่
จึงกระโจนเข้าไปอย่างไม่ลังเล ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะว่า
พวกมันจะต้องแข่งกับเวลา
หลังจากมหาอุปราชปั่าวประกาศว่าสามารถเริ่มต้นการ
แข่งขัน สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นในยามนี้ก็คือผู้คนต่างกรูกันเข้าไป
ภายในเจดีย์อย่างรวดเร็ว
หวืดดด หวืดดดดด!
เพียงชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างกำลังกรู
กันเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล พยายามดิ้นรนให้
ตนเองเข้าไปได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้บรรยากาศโดยรอบ
จะมีความขัดแย้งให้เห็นอยู่บ้างประปราย แต่ด้วยความเร่ง
รีบทำให้พวกเขาไม่มีเวลาที่จะมาทะเลาะเบาะแว้งหรือมานั่ง
สนใจอะไรอย่างอื่นในตอนนี้
ไม่เพียงแค่เหล่าราชทูตหมื่นทวีปเท่านั้นที่กำลังแย่งชิง
แม้แต่ราชวงศ์เหยียนหวง เจ้าแคว้น ขุนพล ทุกผู้คนที่มี
คุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข เดิมทีพวกมันเหล่านี้เดินทางมาเห
ยียนหวงเพื่อรับชมการแข่งขันอันน่าตื่นเต้น แต่โอกาสดี ๆ
หาได้ยากยิ่งเช่นนี้มาอยู่ตรงหน้า พวกมันจะพลาดโอกาสได้
อย่างไร ดังนั้นพวกมันจึงไม่ยอมปล่อยให้โอรสพระธิดาแย่ง
ชิงตัดหน้า แล้วรีบกรูกันเข้าไปด้านในทันที
ในความเป็นจริงก็มีบางคนที่ต้องการทบทวนเรื่องนี้อีก
ซักเล็กน้อย เนื่องจากว่ายังมีเวลาเหลืออีกตั้งหนึ่งวัน แต่พอ
เห็นคนอื่น ๆ แย่งชิงกันเข้าไปภายในเจดีย์เช่นนี้ ก็รู้สึกลังเล
และเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ในที่สุดความรู้สึกก็อยู่เหนือเหตุผล
แล้วพวกมันก็รีบพุ่งทะยานตามคนอื่น ๆ เข้าไปในกระแสวัง
วนทันที
อู่ อวี้ เห็นว่าโอรสพระธิดาหลายคนเตรียมแผนรับมือมา
อย่างดี แต่เมื่อพวกเขารู้ว่าแผนการเหล่านั้นไร้ประโยชน์สิ้นดี
ไม่มีทางที่พวกเขาจะได้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ง่าย ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงรออยู่ด้านปากทางเข้า ไม่ได้แย่งชิง
เบียดเสียดยัดเยียดกับคนอื่น ๆ เข้าไปด้านใน แต่เลือกที่จะ
รอผู้ติดตามคนอื่น ๆ แล้วเข้าไปพร้อมกัน
ถึงแม้ผู้คนจะเข้าไปเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีผู้เข้าร่วม
มากกว่า 30,000 คนแล้ว ท่ามกลางกลุ่มของฝูงชนที่
เบียดเสียดแย่งชิงกันเข้าไปในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
นอกจากเหล่าราชทูตหมื่นทวีป ก็ยังมีชาวเหยียนหวงและ
ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกที่เดินทางมาที่นี่ ถึงแม้พวกเขาจะได้
ยินว่ายังมีเวลาเหลืออีก 1 วันก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถอดทนรอ
อยู่ต่อไปได้ ดังนั้นจึงรีบพุ่งทะยานเหาะขึ้นไปทันที
อู่ อวี้ เห็นองค์หญิงโย่วเสี่ยและคณะผู้ติดตามหลายสิบ
คนกลุ่มหนึ่ง กำลังพุ่งทะยานเหาะเข้าไปด้านในเจดีย์เช่นกัน
ซึ่งผู้ติดตามกลุ่มนี้มีฝีมือความแข็งแกร่งมากเพียงพอที่จะ
ปกปั้องนาง ดังนั้น อู่ อวี้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก
” อู่ อวี้ เช่นนั้นพวกเราก็เข้าไปกันบ้างเถอะ ” เมื่อเห็น
ผู้คนแย่งชิงกันเข้าไปโอรสเล่อก็เริ่มกังวลเช่นกัน เพราะเวลา
นี้โอรสพระธิดาคนอื่น ๆ ได้เข้าไปจนเกือบหมดแล้ว
นอกจากนี้เขายังไม่มีผู้ติดตามที่แข็งแกร่งมากมายถึงเพียงนั้น
ติดตามไปด้วย โดยเฉพาะเวลาที่ค่อนข้างฉุกละหุกจึงทำให้
เขาไม่มีเวลามากพอที่จะเตรียมผู้ช่วยเอาไว้ ดังนั้นผู้
ช่วยเหลือสนับสนุนเพียงหนึ่งเดียวของโอรสเล่อก็คือ อู่ อวี้
เท่านั้น แต่ถ้าเขาใจเย็นอดทนรออีกสัก 1 วันก็พอจะสามารถ
เกณฑ์กำลังพลหาผู้ช่วยเพิ่มขึ้นได้ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าหาก
รอช้าอีก 1 วันไข่มุกทองคำเหยียนหวงอาจจะไปตกอยู่ในมือ
ของผู้อื่นได้
ความเป็นจริง อู่ อวี้ รู้สึกลังเลอยู่เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะ
รักตัวกลัวตาย แต่เพราะกลัวจักรพรรดิโบราณจะเตรียม
ลูกไม้บางอย่างรอเขาเอาไว้อยู่ เขายังรู้สึกกังวลเพราะไม่รู้ว่า
จักรพรรดิโบราณคิดอย่างไรกับตนเองกันแน่
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาตรึกตรองอย่างรอบคอบยามนี้ ก็ได้
คำตอบว่าตนเองไม่มีเหตุผลใดที่จะรอคอยอยู่ด้านนอกจริง ๆ
ส่วนเรื่องของจักรพรรดิโบราณว่าคิดอย่างไรกับตนนั้น
ทั้งหมดก็เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจต่อสู้ แม้ว่าจะไม่ใช่เพราะไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง แต่ทั้งหมดก็เพื่อเอาชนะตนเอง เหตุการณ์
ครั้งใหญ่เช่นนี้ เขาจะไม่มีวันหลบหนีเด็ดขาด
ส่วนทางฝังของหวงจุน นางให้ราชาปีศาจฝีมือดีกลุ่ม
หนึ่งติดตาม หนานกง เหว่ย เข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล ซึ่งพวกมันปฏิบัติดูแลต่อ หนานกง เหว่ย เฉกเช่น
ดั่งสมบัติล้ำค่าเลยทีเดียว
แต่แล้วเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นในระหว่างที่ หนานกง
เหว่ย กำลังจะขึ้นไปด้านบน นางก็หันมามอง อู่ อวี้ พร้อมกับ
ยิ้มมุมปาก นี่อาจเป็นการยิ้มเยาะของนางก็เป็นได้
ต่อมานางก็เข้าไปด้าน
เนื่องจากผู้คนทยอยเดินเข้าไปด้านใน พื้นที่โดยรอบจึง
เปิดโล่งขึ้น อู่ อวี้ เห็นลั่วผินดูค่อนข้างเป็นกังวลเพราะเป็น
ห่วงตัวเขา แต่ อู่ อวี้ ได้บอกกับนางแล้วว่าไม่มีปัญหา ๆ ไม่
ต้องห่วง
นางคือตระกูลมังกรเทวะ อายุของนางจึงค่อนข้าง
ยาวนาน ดังนั้นจึงไม่เข้าข่ายผู้มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่จะเข้า
ไป ซึ่งหากพวกเขาสามารถเข้าไปได้จริง ๆ คงถูกจับตามอง
เป็นอย่างมากเพราะผู้คนต่างให้ความสงบสนใจในเผ่าพันธุ์
ของนาง
“เจ้าอยากเข้าไปข้างในงั้นหรือ? ” ลั่วผินถาม
“อื้ม” อู่ อวี้ พยักหน้า
” ถ้าเช่นนั้น…ข้าขอจับตาดูเจ้าต่อสู้อยู่ด้านนอกก็แล้ว
กัน นี่ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง เช่นนั้นก็พยายามเข้า ” ลั่ว
ผินยิ้มเล็กน้อยขณะให้กำลังใจ
ด้วยกำลังใจที่นางมอบให้ ทำให้ อู่ อวี้ มีความกล้าฮึก
เหิมขึ้นมาอย่างเต็มเปียม อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ทำให้เขารู้ว่านาง
กำลังคอยเฝั้ามองดูเขาอยู่ด้านนอก…
” ถ้าข้าไปพี่พิภพปีศาจบรรพกาล นางน่าจะช่วยดูแล
อู่หยู๋ได้ ” อู่ อวี้ คิดว่าถ้าวันนั้นมาถึง นางน่าจะคอยปกปั้อง
อู่หยูได้
อู่ อวี้ พยายามปั้องกัน และ ระมัดระวังตัวในทุก ๆ ด้าน
ระหว่างที่โอรสเล่อกำลังร้อนใจ อู่ อวี้ ก็เตรียมแผนการ
วางเปั้าหมายของตนเองเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ฉับพลันทั้ง
กลุ่มก็เหินทะยานขึ้นไปบนท้องนภา แหวกฝั่าฝูงชนเข้าไปใน
เจดีย์วิญญาณบรรพกาล!