กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1035: เจดียชั้นที่ 1
ทันใดนั้นกลุ่มคนทั้งเจ็ดคนของ อู่ อวี้ ก็เดินทางเข้าสู่
เจดีย์วิญญาณบรรพกาล ไปพร้อมกับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ
ที่มาจากนครเทวะ
หลังจากเหล่าราชทูตหมื่นทวีปพูดคุยหารือกับผู้อาวุโส
เป็นที่เรียบร้อย พวกมันก็บินทะยานเข้าสู่ห้วงวังวนทมิฬที่อยู่
ตรงฐานด้านล่างของ ‘เจดีย์วิญญาณบรรพกาล’
นับตั้งแต่ประตูทางเข้าสู่เจดีย์เปิด เวลาก็ล่วงเลยผ่านไป
เกือบครึ่งชั่วยามแล้ว เมื่อคำนวณจากจำนวนคนที่ทยอยเข้า
สู่เจดีย์ คาดว่าเมื่อครบกำหนดเวลาที่เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลปิดตัวลง จำนวนผู้คนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้น่าจะ
มากกว่า 60,000 คน
อาณาจักรผู้ฝึกตนบางแห่งรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ที่ครั้งนี้
ตนพาผู้คนมาร่วมงานพิธีไม่มากนัก ไม่เช่นนั้นจำนวนคนของ
พวกมันน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับชาวเหยียนหวงเลยทีเดียว
แน่นอนว่าพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นชนชั้นสูงที่ยอดเยี่ยม
ยิ่ง ถึงแม้จำนวนของพวกมันจะน้อยกว่าชาวเหยียนหวงก็
ตาม แต่เมื่อเอาความแข็งแกร่งโดยรวมมาเปรียบเทียบกัน
ชาวเหยียนหวงย่อมอ่อนด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจาก
ในท้ายสุดแล้ว หากชาวเหยียนหวงต้องเผชิญหน้ากับกอง
กำลังทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกไม่อาจ
เทียบเคียงกับกองกำลังทั้งหมดได้
“พยายามเกาะกลุ่มกันไว้นะ” ในระหว่างที่กำลังเข้าสู่วัง
วนสีดำโอรสเล่อได้ร้องเตือนคณะผู้ติดตาม
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ,หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี ยังคง
เกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น
หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้ว พวกเขาก็เข้าสู่ห้วงวังวนสี
ดำเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ วังวนนี้เต็มไปด้วยม่านเมฆา เสมือน
ว่ากำลังอยู่ในกระแสวารี ความรู้สึกแรกที่เหยียบก้าวเข้ามา
คือพลังอำนาจอันมหาศาลที่ห่อหุ้มทุกคนไว้ เฉกเช่นดั่งกำลัง
มีฝั่ามือของยักษ์ดึงพวกเข้าเข้าไป
“บางทีนี้อาจเป็นพลังของเทพเซียน… ”
อู่ อวี้ ตระหนักอย่างชัดเจนว่า ตนเองไม่สามารถ
ควบคุมเจดีย์ล่องกำเนิดได้เชี่ยวชาญเท่ากับฝั่ายตรงข้าม
ดังนั้นเขาทราบดีว่าเมื่ออยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลนี้
จักรพรรดิโบราณเป็นเสมือนดั่งเทพเซียนที่สามารถควบคุม
บงการได้ทุกสรรพสิ่ง
เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิโบราณสามารถควบคุมทุกอย่าง
ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลหลังนี้ได้
บางทีพลังที่ดึงทุกคนเข้าไป อาจจะเป็นพลังที่มาจาก
จักรพรรดิโบราณเหยียนหวงก็เป็นได้
เพียงชั่วพริบตาพวกเขาถูกดึงเข้าไป ฉับพลันความรู้สึก
อึดอัดราวกับถูกกดทับก็หายไป กลายเป็นช่วงเวลาที่สดใส
ผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งนี้บ่งบอกว่าพวกเขาได้เข้าสู่เจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ที่เรียบร้อยแล้ว
อู่ อวี้ รีบทำให้ร่างกายของเขากลับสู่เสถียรภาพในทันที
หลังจากนั้นก็กวาดตามองดูรอบ ๆ เพียงชั่วอึดใจก็รู้ว่าตอนนี้
พวกเขากำลังลอยคว้างอยู่กลางเวหา ส่วนด้านล่างเป็น
กระแสน้ำวนสีดำเป็นจุดที่พวกเขาเพิ่งผ่านเข้ามา
” ถ้าเปรียบเจดีย์วิญญาณบรรพกาลเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิต
ไม่ใช่ว่าตอนนี้พวกเรากำลังเข้ามาทางรูทวารของมันงั้นหรือ?
” แม้กระทั่งในช่วงเวลาตึงเครียดเช่นนี้ หนานซาน หวางเยว่
ก็ยังหยอกเย้าเล่นอย่างไม่รู้สึกรู้สาอันใด
“ สัปดน!” ชวี่ เฟิงอวี๋ถึงกับกรีดร้องเมื่อเจอมุกนี้ของ
หนานซานเข้าไป สีหน้าท่าทางของนางเต็มไปด้วยความ
รังเกียจเดียดฉันท์ หลังจากนั้นนางก็เปลี่ยนอารมณ์อย่าง
รวดเร็วด้วยการแสดงท่าทางตกตะลึงกับทิวทัศน์โดยรอบไป
ยามนี้
จริง ๆ แล้ว อู่ อวี้ ก็กำลังตกตะลึงอยู่เช่นกัน ดังนั้นเขา
จึงไม่ได้ฟังมุกฝืดของ หนานซาน หวางเยว่
เขาหันหลังมองไปรอบ ๆ
ภาพฉากที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้านี้ ไม่เหมือนกับว่าเขา
กำลังอยู่ภายในศาสตราเต๋าวิถีแท้หรือศาสตราเซียนแต่อย่าง
ใด ทว่ามันเหมือนกับพวกเขากำลังอยู่ในโลกจริง ๆ อีกโลก
หนึ่งก็มิปาน
ทว่ามันก็ตรงตามสิ่งที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้ในตอนแรก
สิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ก็คือทะเลทรายสีเหลืองอร่ามไร้สิ้นสุด
และ ยังมีพายุทรายที่พัดโหมกระหน่ำอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง
เม็ดทรายปลิดปลิวเกลือกกลิ้งไปทั่วทั้งท้องเวหา ยามเมื่อ
เสียดสีก็บังเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวราวเสียงผิวปาก นอกจากนี้
ยังแลเห็นกรวดทรายที่กลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น
อาจเป็นเพราะตอนนี้เขายังอยู่ในอาณาเขตของกระแส
น้ำวน เลยทำให้ที่นี่ยังคงเงียบสงบอยู่ แต่เมื่อใดที่เขาหลุดไป
จากขอบเขตนี้ เมื่อนั้นเขาอาจจะเข้าสู่ขอบเขตของพายุ
ทรายในทันที
แต่…สิ่งหนึ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกคาดไม่ถึงแล้วทำให้คน
อื่น ๆ รู้สึกตื่นตกใจอยู่ไม่น้อย
นั่นก็คือตั้งแต่พวกเขาเข้ามาที่นี่ พวกเขาดูเหมือนกับฝูง
มดตัวเล็กกระจ้อยร่อยจำนวนนับไม่ถ้วน เพราะสิ่งที่อยู่ที่นี่มี
ขนาดใหญ่โตกว่าพวกเขามากนัก
ไฉนถึงพูดเช่นนี้น่ะหรือ?
นั่นเพราะโลกนี้ดูเหมือนจะมีแต่กรวดทรายไร้สิ้นสุด
และสิ่งที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ก้อนกรวดขนาด
ใหญ่พวกมันมีขนาดใหญ่โตมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสาม
ฉื่อ หากมองเพียงผิวเผินจะเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่ก้อนกรวด
ธรรมดา แต่แท้จริงแล้วมันคือก้อนศิลาสีทองส่องแสงเจิดจ้า
สว่างไสว ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีรูปลักษณ์เป็นเช่นดั่งผลึกแก้ว
อันแหลมคมกระจัดกระจายอยู่ทั้งทั่วโลกหล้า
ปรากฏว่าที่นี่ไม่ใช่ทะเลทรายโดยธรรมชาติ แต่เป็น
ทะเลทรายที่เกิดจากก้อนศิลาขนาดมหึมาจำนวนนับไม่ถ้วน
ก้อนศิลาเหล่านี้ใหญ่โตอย่างแท้จริง อู่ อวี้ คิดว่าคงมีแต่
ต้องใช้เทียมฟั้าจรดดิน ขยายร่างกายจนมีความสูงกว่า 30
จั้ง เท่านั้น ถึงทำให้ ‘ก้อนกรวดเม็ดทราย’ เหล่านี้กลายเป็น
เฉกเช่นสามัญ
ถ้าหากมองโดยรวม สถานที่แห่งนี้ดูไม่เหมือนกับ
ทะเลทรายขนาดใหญ่ แต่เป็นพวกเขาเองที่ตัวเล็กลง จาก
สายตาที่พวกเขาประเมินขนาดของกรวดทราย มันน่าจะมี
ขนาดมากกว่า 3 ฉื่อ
แม้ อู่ อวี้ จะเปลี่ยนขนาดร่างกายจนมีความสูงถึง 6 จั้ง
แต่ในสายตาของเขาก้อนกรวดเหล่านี้ก็ยังมีขนาดใหญ่โตอยู่
ดี
สิ่งสำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การที่กรวดทรายมีขนาด
ความกว้างถึง 3 ฉื่อ กลับสามารถถูกกระแสสายวาโยพัดพา
ปลิวว่อนปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟั้า จนไม่อาจคาดเดาได้ว่าสาย
ลมกระโชกนี้มีความรุนแรงหนักหนามากเพียงใด?
แม้แต่บนพื้นดินก้อนกรวดก้อนขนาดใหญ่นี้ก็ยังลอย
เกลือกกลิ้งเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา พายุหมุนม้วนกวาดผ่าน
ก้อนกรวดศิลาอัดกระแทกลงสู่พื้นปฐพีอย่างไร้สิ้นสุด
คาดคะเนจากสายตาที่เห็นคร่าว ๆ ก้อนกรวดเหล่านี้คงอัด
กระแทกลงมานับร้อยนับพันครั้งเลยทีเดียว หากมนุษย์
ธรรมดาสามัญตกไปอยู่ตรงจุดนั้นแล้วล่ะก็ อู่ อวี้ ไม่อยาก
จินตนาการเลยว่าคนผู้นั้นจะมีสภาพเยี่ยงไร
ทั่วทั้งโลกหล้าเต็มไปด้วยก้อนกรวดศิลาขนาดใหญ่อัน
แหลมคม ลอยเกลือกกลิ้งปลิวว่อนไปทั่วทุกแห่งหน ในแต่ละ
ครั้งที่ก้อนศิลาอัดกระแทกเข้าใส่พื้นปฐพี จักทำให้บังเกิด
สะเก็ดเม็ดทรายจำนวนนับไม่ถ้วนกระเด็นลอยขึ้นสู่ท้องเวหา
ราวกับห่าพิรุณโปรยปราย แผ่ขยายปกคลุมผืนนภาจนมืดฟั้า
มัวดิน ประดุจดั่งอุกกาบาตที่พุ่งตกลงมาจากฟากฟั้า กรีด
ผ่านผืนนภาส่งเสียงหวีดหวิวดังก้องกังวานไปทั่วทุกแห่งหน
ฟังจากเสียงนี้ คาดว่า หากผู้ฝึกตนโดนมันพุ่งอัดกระแทกเข้า
ใส่ คงจะหายใจหายคอไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว
นี่คือเหตุผลว่าทำไม ชวี่ เฟิงอวี๋ ถึงร้องอุทานออกมาจน
เสียงหลง พวกเขาเพิ่งเข้ามาในเจดีย์แท้ ๆ แต่จักรพรรดิ
โบราณก็ให้พวกเขาเจอกับระเบิดลูกโตเสียแล้ว
อู่ อวี้ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากนั้นก็สงบสติ
อารมณ์ของตนเองลง ประการแรกก่อนเข้ามาในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล เขาได้เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมเผชิญกับ
อันตรายจากสถานที่แห่งนี้ไว้ก่อนแล้ว
ประการที่สอง เมื่อผู้เข้าแข่งขันเข้ามาและต้องประสบ
พบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจะต้องรู้สึกประหลาดใจ
และลังเลใจอยู่ไม่น้อย จนบางคนถึงขนาดตัดสินใจกลับ
ออกไปก็มี ผู้เข้าแข่งขันเบื้องหลังเขาที่หลั่งไหลเข้ามาอย่าง
ต่อเนื่อง เมื่อเหยียบ ก้าวเข้าสู่ขอบเขตขอบเขตของพายุ
ทราย พวกมันก็รีบเร่งวิ่งหลบหนีตะเกียกตะกายกันออกไป
ทันที
แล้วก็ยังมีอีกหลายคนมุ่งหน้าควานหาไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง ถึงแม้เมื่อเปรียบเทียบกับโลกอันกว้างใหญ่แห่งนี้
ขนาดของไข่มุกจะถือว่าเล็กมาก แต่ก็ไม่สามารถบั่นทอน
ความกล้าหาญมุมานะพยายามของผู้คนที่จะค้นหาแย่งชิงมัน
ได้
โลกพายุก้อนกรวดนี้มีขนาดกว้างใหญ่มาก คนหลาย
หมื่นคนมาปรากฏตัวขึ้นพร้อม ๆ กัน แล้วก็กระจัดกระจาย
ตัวออกไปคนละทิศคนละทางอย่างรวดเร็วในทันที เมื่อ อู่ อวี้
ก้มหน้าลงมามองเห็นคนที่เพิ่งออกมาจากกระแสน้ำวนสีดำ
กระจายตัวอยู่รอบ ๆ มีทั้งชาวเหยียนหวง และ ผู้ฝึกตนต่าง
ๆ บ้างก็เป็นปีศาจ บ้างก็เป็นผู้ฝึกตนนอกรีต แต่ไม่ว่าพวก
เขาจะเป็นผู้ฝึกตนประเภทใดดูเหมือนว่าตอนนี้จะดูยุ่งเหยิง
มั่วซั่วไปหมด หลายคนมากันเป็นหมู่คณะ แต่พอเข้ามา ก็ถูก
กระแสสายวาโยพัดพากระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศคนละ
ทาง หลายคนไม่สามารถทนแบกรับคลื่นพายุและก้อนกรวด
ศิลาได้ จึงรู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบย้อนกลับมาในทันที
เหนือกระแสน้ำวนสีดำเป็นสถานที่ปลอดภัย มีคนหลาย
พันรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวเหยียนหวงที่เพิ่งขึ้นสู่
ระดับก่อร่างกำเนิดจิตเทวะ ขั้นที่ 5 ซึ่งส่วนใหญ่ก็อายุยัง
น้อย ๆ กันอยู่ และหลายคนมีอายุยังไม่ถึงหนึ่งร้อยปีด้วยซ้ำ
แม้แต่คนอายุห้าสิบปีก็ยังมาเสี่ยงดวงแข็งขัน แต่พอเห็นพายุ
ทรายก็ถึงกับหยุดชะงักไม่กล้าออกไป เนื่องจากพวกมันยังมี
เวลาพิจารณาอีก 1 วัน ว่าควรเข้าร่วมการทดสอบนี้หรือไม่
โอกาสประความสำเร็จนั้นน้อยมาก และจะมีเพียงคน
เดียวที่จะประสบความสำเร็จ กลายเป็นผู้ที่สามารถหัวเราะที
หลังได้อย่างภาคภูมิใจ แน่นอนว่านี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ ที่
หากพลาดพลั้งแล้วอาจจะต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิต
ตอนนี้มีคนมากกว่า 20,000 คน ที่เริ่มกระจายตัวเข้าสู่
พายุทรายแล้ว ผู้ฝึกตนบางคนมีอายุสี่ร้อยปี ความแข็งแกร่ง
อยู่ในระดับค้นหาเต๋า อย่างเช่นบรรดาโอรสพระธิดาที่อายุ
การบำเพ็ญเพียรนานกว่า 400 ปียังมีกันอยู่หลายสิบคน คาด
ว่าพวกมันน่าจะกระจายตัวกันออกไปยังส่วนลึกของโลกนี้
แล้ว พวกมันล้วนเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งมีโอกาสคว้า
ไข่มุกมาครอบครอง ดังนั้นผู้คนจึงพยายามแข่งขันกับเวลา
เพื่อกลายเป็นผู้ชนะในสงครามแห่งเกียรติยศนี้
เมื่อมองลงไป สามารถแลเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมายกำลัง
ทยอยเข้ามา ทันทีที่เห็นสภาพแวดล้อมภายในนี้เป็นครั้งแรก
ทุกคนต่างร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่น พวกมันต่าง
หยุดชะงักฝีเท้าด้วยความหวาดกลัว ส่งผลให้เลือดภายใน
กายที่เคยพลุ่งพล่านมอดดับลงไปกว่าครึ่ง
” สถานที่แห่งนี้ช่างน่าหวาดกลัวเสียเหลือเกิน พวกเรา
จะ … ” ชวี่ เฟิงอวี๋ หน้าขาวซีดด้วยความหวาดกลัว
” ถ้ากลัวก็กลับไป คนอย่างเจ้าไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ” เย่
ซีซีไม่ชอบนางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ด้วยเพราะนางนิสัยไม่ค่อย
ดี ทั้งยังชอบหาเรื่องคอยพูดแขวะพวกเขาเสมอ
” เจ้าเป็นใครกัน ถึงกล้าพูดเยี่ยงนี้ อย่าคิดว่า … ”
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว!” ยังไม่ทันเริ่มพวกเขาก็เริ่มมี
ปากเสียงกัน เรื่องนี้ทำให้โอรสเล่อรู้สึกขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นเขาจึงตะคอกใส่ ชวี่ เฟิงอวี๋ ขัดจังหวะคำพูดของนาง
ไม่มีทางที่โอรสเล่อจะถอยหลังกลับเด็ดขาด เพราะเขา
เป็นหนึ่งในตัวเต็งของการแข่งขันครั้งนี้
ระหว่างที่พวกเขากำลังทะเลาะกันนั้น อู่ อวี้ ก็แหงน
หน้ามองขึ้นไปบนท้องฟั้า ท้องฟั้าในเวลานี้เต็มไปด้วย ‘ทราย
สีเหลือง’ ที่บดบังวิสัยทัศน์การมองเห็นเป็นอย่างมาก เขาเพ่ง
สายตามองไกลออกไป และรู้สึกว่าท้องฟั้าของที่นี่ไม่สูงนัก
เขาจึงประเมินว่านี่น่าจะเป็นชั้นแรกของเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล แล้วจุดสูงสุดของท้องนภาผืนนี้ก็น่าจะเป็นชั้นที่ 2
เขาใช้เนตรเพลิงขยายขอบเขตการมองเห็นถึงขีดสุด แล
เห็นว่าจังหวะการร่วงหล่นเป็นครั้งคราวของก้อนศิลาจะเผย
ให้เห็นช่องว่าง ซึ่งสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังก็คือหมอกสีทอง
จำนวนนับไม่ถ้วนแผ่ขยายปกคลุมอย่างไร้ขอบเขต แต่เพราะ
สีที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกับก้อนศิลา ทำให้เขาไม่อาจแลเห็นได้
อย่างชัดเจนนัก ดังนั้นเขาจึงพยายามเพ่งพินิจลึกเข้าไปมาก
ยิ่งขึ้น แลเห็นว่าท่ามกลางหมอกสีทอง มีสายอัสนีสีดำแล่น
อยู่ภายในอย่างคลุ้มคลั่ง
” เป็นไปได้ว่าถ้าขึ้นไป จะนำไปสู่เจดีย์ขั้นที่ 2 ” อู่ อวี้
คิด
” ถ้ามองในแง่ความจริงไข่มุกทองคำเหยียนหวงไม่ควร
จะอยู่ชั้นล่าง ตามหลักแล้วมันควรจะอยู่ชั้นที่ 9 มากกว่า
ฉะนั้นเราควรจะขึ้นไปข้างบน ”
เขาแลเห็นว่าตอนนี้คนอื่น ๆ กำลังเดินวนไปวนมาอยู่
รอบ ๆ บางทีพวกมันอาจจะยังไม่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านบนก็ได้
สายอัสนีสีดำที่เขาแลเห็น ทำให้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึง
อันตรายที่ร้ายแรง ถ้าลำพังตัวเขาคงจะสามารถฝั่าฟันเข้าไป
ได้ แต่ตอนนี้สถานะของเขาคือผู้สนับสนุนโอรสเล่อ ราช
อารักษ์มีหน้าที่ดูแลช่วยเหลือโอรสพระธิดา ดังนั้นจึงเป็นไป
ไม่ได้ที่จะทำอะไรเพียงลำพัง ดังนั้นจึงต้องคอยพิทักษ์อยู่ข้าง
กายโอรสพระธิดา
” การทดสอบนี้ไม่ควรรีบเร่ง ให้กังวลใจโดยเปล่า
ประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นไข่มุกทองคำเหยียนหวงอาจจะอยู่ชั้น
แรกก็ได้ ? ”
นี่เป็นแค่การวิเคราะห์ ไม่สามารถฟันธงอะไรได้
” เราไปกันบ้างเถอะ ” ตอนนี้โอรสเล่อไม่สามารถอดทน
รอได้อีกต่อไป เมื่อเขาเห็นว่าผู้คนมากมายทิ้งห่างออกไปไกล
แล้ว