กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1083: ชายาพระโอรสกับซู่เย่จี
เมื่อ อู่ อวี้ เห็นคนกลุ่มนี้ เขาก็คิดขึ้นด้วยอารมณ์
ความรู้สึกซับซ้อนว่าต่อจากนี้ในเจดีย์ชั้นที่ 5 หรือ
อาจจะขึ้นสูงกว่านั้น เขาจะไม่ได้พบเจอคนฝีมืออ่อน
ด้อยอีกต่อไปแล้ว
หลายคนซึ่งมาจากที่เดียวกันก็จะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม
ก้อน บางคนต่อให้มาเพียงลำพังแล้วฝีมือจะสูงส่งมาก
เพียงใด หากต้องมาเจอกลุ่มคนเช่นนี้ก็จะถูกรังแกอยู่ดี
ดังนั้นที่เข้ามาในเจดีย์เพียงลำพังจึงมีแค่ส่วนน้อย
ยกเว้นแต่ว่าคนผู้นั้นมีระดับความแข็งแกร่งเท่ากับ
โอรสยวี่
จอมยุทธพเนจรหลายคน หลังจากต้องพลาดท่าโดนรีด
ไถจากพวกอันธพาลในเจดีย์ พวกเขาจึงต้องเอาตัวรอด
ด้วยการไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ อย่างน้อยก็จะไม่ถูกรีด
ไถจากคนกลุ่มดั่งกล่าว
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเครือญาติและมาจากอาณาจักรผู้ฝึก
ตนเดี๋ยวกันจะยิ่งทำตัวโอหังยิ่งใหญ่กร่างเป็นพิเศษ
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ เห็นคนหลายเชื้อชาติหลาย
เผ่าพันธุ์มารวมตัวกันอยู่ชั้นล่างของเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล เช่นเผ่าปีศาจแห่งความตายและสระอัสนีพิโรธ
อย่างกลุ่มที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในตอนนี้ ถือเป็นกลุ่มที่
ใหญ่มากหลังจากพวกมันทยอยออกมาก็รู้ว่าพวกมันมี
กันอยู่นับ 10 คน!
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเหยียนหวงดังนั้น อู่ อวี้ มองปราด
เดียวก็รู้ว่านี่คือกลุ่มของชาวเหยียนหวง
นอกจากนี้ความสามารถของพวกมันคล้ายคลึงกับ
พระธิดาหยิน เห็นได้ชัดว่าพวกมันแข็งแกร่งเป็นอย่าง
ยิ่ง! แถมยังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมอีก! พวกมันส่วน
ใหญ่มีฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 และ 6
และมีอยู่ 2 คนมีฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
4 อีกทั้งพวกมันทั้งหมดยังบำเพ็ญเพียรมานานกว่า 400
ปี อายุอานามของพวกมันพอ ๆ กับพระธิดาหยินกัน
แทบทุกคน บางคนก็แก่กว่า ส่วนบางคนแก่ถึงขั้นผม
เปลี่ยนสีกลายเป็นสีขาวโพลนทั้งหัวไปแล้ว
พวกมันยังเป็นผู้สูงศักดิ์ของอาณาจักรโบราณเหยียน
หวงไม่ว่าจะเป็นตัวตนศักดิ์ฐานะ ฝีไม้ลายมือ
ความสามารถ แรงกดดันที่แผ่ออกมา บ่งบอกว่าล้วน
เป็นผู้แข็งแกร่งด้วยกันทั้งสิ้น! ภาพที่เห็นเป็นเช่นดั่งการ
รวมตัวครั้งใหญ่ของเหล่าคนดังมีชื่อเสียงติดอันดับ หาก
ผู้คนนับพันนับหมื่นมาเห็นภาพนี้คงได้ปรบมือดีใจกันยก
ใหญ่เป็นแน่
ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเป็นตัวแทนออกมาพูดยามนี้
เป็นชายวัยกลางคนมีเส้นผมสีดำสลับทอง ดวงตาเป็นสี
ทองคำบริสุทธิ์สื่อความหมายลึกซึ้งยากหยั่งถึง รูปโฉมดู
อบอุ่นอ่อนโยน คนผู้นี้รูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับโอรส
เล่อเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่อายุอานามมากกว่าเท่าตัว อีก
ทั้งคงต้องยอมรับว่าเขาเป็นชายวัยกลางคนที่ดูองอาจ
หล่อเหลาเป็นอย่างมาก ถึงแม้เขาจะสวมใส่ชุดคลุมสี
ทองทว่าไม่ได้ดูถูกฉูดฉาดบาดตา กลับให้ความรู้สึก
ละเมียดละไมสง่างามอย่างที่สุด ความอบอุ่นอ่อนโยน
ของเขาทำให้รู้สึกว่าง่ายต่อการเข้าถึง
แน่นอนชายผู้มีบุคลิกโดดเด่นเช่นนี้ย่อมเป็นหัวหน้ากลุ่ม
ซึ่งสถานะของเขาก็คล้ายคลึงกับพระธิดาหยิน
ไม่ต้องพูด อู่ อวี้ ก็รู้ว่านี่ต้องเป็นกลุ่มของพระโอรสองค์
ใดองค์หนึ่งเป็นแน่ ผู้ที่สามารถรวบรวมเหล่ายอดฝีมือ
ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงได้เช่นนี้ก็มีแต่
พระโอรสพระธิดาเท่านั้น นอกจากนี้ถ้าเป็นกลุ่มเชื้อชาติ
อื่น ๆ ผู้ที่สามารถมาถึงเจดีย์ระดับชั้นนี้ได้จะมีผู้ติดตาม
กันมาไม่มากนัก
“ หม่อมฉันไม่คิดว่าพอมาถึงชั้นนี้ จะได้มีโอกาสพานพบ
กับท่านพี่เจ็ดได้ ” ทันทีที่โอรสเล่อเห็นชายผู้นี้แวบแรก
ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายออกมาเล็กน้อย แต่ไม่
นานนักก็สงบสุขุมเช่นดั่งเดิม เขาเดินออกมาด้านหน้า
แล้วโค้งคารวะผู้เป็นพี่พอเป็นพิธี
เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขอสรุปได้ว่าคนผู้นี้คือโอรสองค์ที่เจ็ด
ซึ่งแก่กว่าพระธิดาหยินเสียอีก ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่
เขาจะสามารถรวบรวมเหล่ายอดฝีมือในอาณาจักรได้
มากมายถึงเพียงนี้
ตรงกลางหว่างคิ้วของเขาปรากฏอักษรคำว่า ‘เฮ่อ’ ซึ่ง
คนพวกนี้ก็น่าจะเป็นโอรสเฮ่อนั่นเอง
อู่ อวี้ จดจำบุคคลผู้นี้ได้ ชื่อเสียงของเขาในอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงค่อนข้างดีประดุจพ่อพระเลยก็ว่าได้
ซึ่งตรงกันข้ามกับพระธิดาหยินโดยสิ้นเชิง เขาชอบ
พบปะผู้คนคบหาสหายมากหน้าหลายตา เป็น
สุภาพบุรุษผู้หนึ่ง จิตใจกว้างขวางโอบอ้อมอารีไม่มีข่าว
อื้อฉาวในแง่ลบ ซึ่งภาพลักษณ์นับว่าเยี่ยมยอดเลย
ทีเดียว ด้วยผลงานที่ค่อนข้างโดดเด่นจึงทำให้เขามี
ชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังมีข่าวลือหนาหูว่าเขามีฝีมือ
สูงส่ง เจิดจ้าโดดเด่นสว่างไสวประดุจดารา ซึ่งถ้านำมา
เทียบกับโอรสองค์โตอย่างโอรสยวี่ที่ชอบเก็บเนื้อเก็บตัว
ทำตัวลึกลับซ่อนเร้นแล้ว โอรสเฮ่อจัดว่ามีชื่อเสียงโด่งดัง
กว่ามาก
ดังนั้นการพบเจอในครั้งนี้จึงแตกต่างจากสองพระองค์
แรกอย่างโอรสยวี่กับพระธิดาหยิน ที่แสดงความเป็น
ปรปักษ์ศัตรูตั้งแต่แรกพบ
” ข้าผ่านมาทางนี้พอดี เลยมีโอกาสได้เห็นข้อพิพาทเล็ก
ๆ ของพวกเจ้าทั้งสองนับว่าเป็นบุญตายิ่งนัก ตอนแรก
ว่าจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือแต่ไม่คิดว่าราชอารักษ์เล่อจะมี
ฝีมือเก่งกาจประดุจดั่งเสือซ่อนเล็บก็ไม่ปาน นอกจากนี้
สหายทั้งสองของราชอารักษ์เล่อยังน่าทึ่งมากทีเดียว
เล่นเอากลุ่มคนแก่อย่างพวกเราตกตะลึงตาค้างไปตาม
ๆ กันเลยทีเดียว ”
แท้จริงแล้วภาพการต่อสู้ทั้งหมดที่โอรสเฮ่อได้เห็น มัน
สร้างความตกใจให้แก่เขาเป็นอย่างมาก
อู่ อวี้ เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างเป็นอย่างดี การแสดง
ความแข็งแกร่งเมื่อสักครู่ของพวกเขา ไม่ว่าผู้ใดได้มาพบ
เห็นก็ต้องตื่นตกใจเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากพวกเขาเป็น
กลุ่มยอดฝีมือที่มีอายุต่ำกว่าหนึ่งร้อยปี ซึ่งพึ่งพาความ
แข็งแกร่งของตนเองมาถึงเจดีย์ชั้นที่ 5 ได้ และถ้าให้พูด
ถึงกลุ่มที่รวมตัวกันเข้ามาในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
พวกเขาถือว่าเป็นกลุ่มที่มีอายุเฉลี่ยที่น้อยสุดเลยก็ว่าได้
หลังจากโอรสเฮ่อพูดถึง อู่ อวี้ ก็กวาดตามองไปยังคนอื่น
ๆ ดังนั้นโอรสเล่อจึงกล่าวแนะนำให้เขาเล็กน้อย
มีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ฝั่งด้านซ้ายของโอรสเฮ่อ แม่นางผู้นี้
สวมใส่อาภรณ์ชุดสีแดง แต่กลับให้ความรู้สึกอ่อนโยน
ประดุจวารี เป็นความอ่อนโยนที่ไม่อาจจะลบเลือน
ออกไปจากความทรงจำได้เลยทีเดียว ศีรษะของนาง
ประดับด้วยบุปผางามจำนวนมาก อีกทั้งบนชุดกระโปรง
ยาวยังถูกปากท่อไปด้วยบุปผามากมาย ทำให้รู้สึกว่า
สตรีผู้นี้ถือกำเนิดมาท่ามกลางหมู่มวลบุปผชาติ เหมือน
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ชิวสุ่ยอี้เหริน หรือ สายวารีที่เจิด
กระจ่างในฤดูใบไม้ร่วงเลยก็ว่าได้
แม่นางผู้นี้ไม่ใช่ชาวเหยียนหวง อู่ อวี้ ค่อนข้างประทับใจ
ในตัวนางจึงได้ศึกษาข้อมูลของนางมาก่อนแล้ว และรู้ว่า
นางเป็นชาวฟ่านฮวา จากแดนเซียนบุปผาฟ่านฮวา มี
ฐานันดรเป็นสหายเต๋าเคียงคู่ของโอรสเฮ่อนางคือ ชายา
พระโอรส มีนามว่า ‘ฮวามู่เฉิน’ ว่ากันว่าเป็นคนใหญ่คน
โตมีชื่อเสียงโด่งดังในแดนเซียนบุปผาฟ่านฮวา
ฮวามู่เฉินยืนประกบอยู่ด้านข้างโอรสเฮ่อ นับว่านางทำ
หน้าที่ฮูหยินได้ดีทีเดียว แต่ถ้าถามถึงความแข็งกันยังไม่
อาจประเมินได้ แต่น่าจะอยู่ที่ระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 6
นอกจากนี้ก็ยังมีสติอีกผู้หนึ่ง ยืนประกบอยู่อีกด้านของ
โอรสเฮ่อ แม่นางผู้นี้มีเสน่ห์น่าดึงดูดใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง
อารมณ์ความรู้สึกแลอัตลักษณ์ของนางแตกต่างจากพระ
ชายาของโอรสอย่างสิ้นเชิง แม่นางผู้นี้สวมใส่อาภรณ์
รัดรูปสีดำ ดูราวดั่งปีศาจมารจำแลงร่างมาอย่างไรอย่าง
นั้น รูปโฉมบรรจงประณีตชวนดึงดูดใจเป็นยิ่งนัก ดวง
เนตรทั้งคู่เฉี่ยวคมกรีดกราย สามารถกระชากวิญญาณผู้
พบเห็นได้เลยทีเดียว ริมฝีปากแดงฉานราวกับเปลว
เพลิงลุกโชนอย่างร้อนแรง แต่สิ่งที่ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึก
ประหลาดใจมากที่สุดก็คือแม่นางผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนนอกรีต
แม้นางจะยืนเคียงข้างโอรสเฮ่อ แต่นางก็ไม่ได้ถูกราศี
ของพระโอรสบดบังแต่อย่างใด แต่กลับความรู้สึกทั้งคู่
กำลังแข่งขันกันเอง แม่นางผู้นี้ก็คือ ‘ราชอารักษ์เฮ่อ’
ถูกต้องแล้วเป็นเช่นดั่งที่ทุกท่านคิด ราชอารักษ์เฮ่อของ
โอรสเฮ่อเป็นผู้ฝึกตนนอกรีตจริง ๆ
” ราชอารักษ์เฮ่อเป็นชาวมารฟ้ามีอีกนามหนึ่งว่า ‘ซู่เย่จี’
นางเคยเป็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ แต่กลับถูกชาวมาร
ฟ้าด้วยกันเองไล่ล่าสังหาร แต่นางก็โชคดีที่ได้ท่านพี่เจ็ด
ช่วยไว้ทัน ” โอรสเล่อสรุปให้ฟังอย่างรวบรัด
สรุปไม่ว่าจะเป็นโอรสเฮ่อ พระชายา หรือ ราชอารักษ์
เฮ่อ ล้วนมีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6
ทั้งสิ้น กล่าวได้ว่าความร้ายกาจของพลังฝีมือไม่ได้ยิ่ง
หย่อนไปกว่ากลุ่มของพระธิดาหยินเลย ทางกลุ่มของ
พระธิดาหยินนางก็มีส่งจ่าน ,เจียงเหวินยวี่ ,เจียงหวู่โจ้ว
, ซึ่งทั้งหมดล้วนมีพลังฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 เช่นเดียวกัน
ส่วนชายชราอีก 2 คนมีรูปร่างลักษณะ คนหนึ่งสูง อีก
คนหนึ่งเตี้ย พวกเขาทั้งสองต่างเป็นที่นับหน้าถือรู้จักกัน
ดีในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ชายที่สูงกว่าคือผู้
บัญชาการ ‘กองทัพมังกรทอง’ แห่งกองทัพ ‘ยวี่เหวิน
ฉางเฟิง’! การที่มันขึ้นสู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่
6 ได้ก่อนอายุ 742 ปี นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่าง
น้อยมันก็แข็งแกร่งกว่าชวีอิ๋น
นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกตนรูปร่างเตี้ยอีกคน ถึงแม้คนผู้นี้จะ
ตัวไม่ได้สูงใหญ่แต่ฝีมือความสามารถไม่ได้เล็กตาม
รูปร่างเลย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งในตองอูของอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง เขาคือเจ้าแคว้นแห่งแคว้นหยุนฉี
นามว่า ฉีเทียนอิ้น!
เท่ากับว่ามีอยู่ 5 คนที่มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ด้วยจำนวนดังกล่าวก็ถือว่า แข็งแกร่ง
กว่าพระธิดาหยินมากแล้ว นี่ยังไม่รวมคนอื่นในกลุ่มที่มี
ฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 กับระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น 4 อีกสองคน ผู้ติดตามทั้งหมด
ของโอรสเฮ่อล้วนเป็นเจ้าแคว้นก็เจ้าอาณาจักรทั้งสิ้น
ทั้งหมดทั้งมวลก็สรุปได้ว่ากลุ่มของโอรสเฮ่อแข็งแกร่ง
กว่ากลุ่มของพระธิดาหยินมากโขทีเดียว
อู่ อวี้ อ่านสถานการณ์ในตอนนี้ หากมีการต่อสู้เกิดขึ้น
พวกเขาคงรับมือได้อย่างยากลำบากเสียกว่าตอนต่อสู้
กับพระธิดาหยินซะอีก และคงไม่อาจป้องกันโอรสเล่อได้
อย่างแน่นอน เมื่อครุ่นคิดสะระตะแล้วก็ได้ข้อสรุปว่า ไม่
ควรสร้างเรื่องบาดหมางขัดแย้งกับคนกลุ่มนี้เป็นการดี
ที่สุด
แต่ดูเหมือนโอรสเฮ่ออาจจะคิดโจมตีพวกเขา ซึ่งก่อน
หน้านี้โอรสเล่อได้บอกกล่าวแก่ อู่ อวี้ แล้วว่าตนมิได้มี
ความขัดแย้งกับโอรสเฮ่อจะดีกว่า นอกจากนี้โอรสเล่อ
ยังให้ความเคารพโอรสเฮ่อไม่น้อย ทั้งยังเคยมาเยี่ยม
เยียนเขาแล้วหลายครั้งหลายครา โอรสเล่อได้ขอ
คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการฝึกตน ซึ่งทางฝั่งของ
โอรสเฮ่อก็มิได้รังเกียจ แถมยังตอบคำถามของเขาอย่าง
จริงใจ
ตอนที่โอรสเล่อยังเด็ก ชื่อเสียงของโอรสรสเฮ่อก็โด่งดัง
เป็นอย่างยิ่ง
” เสี่ยวเล่อการที่เจ้ามีราชอารักษ์มากความสามารถ
เช่นนี้อยู่ข้างกาย นับว่าเจ้าโชคดีไม่น้อยจริง ๆ ก็นะ…
เขาเป็นราชอารักษ์ที่พระบิดาพระราชทานแต่งตั้งด้วย
ตนเองเลยนี่นา ” โอรสเฮ่อมองไปที่ อู่ อวี้ แล้วกล่าว
อย่างชื่นชมอีกครั้ง
ราชอารักษ์เฮ่อซู่เย่จีที่อยู่ถัดออกไปกล่าวขึ้นว่า ” ปกติ
ท่านมักจะสรรเสริญคนอื่น ๆ เสมอ แต่บ่าวก็หาได้ยิ่ง
หย่อนกว่า ” เสียงนั้นฟังดูละเอียดอ่อนชวนดึงดูดอย่าง
มาก
โอรสเฮ่อระเบิดเสียงหัวเราะแล้วพูดว่า ” แน่นอนอยู่แล้ว
ภายใต้ดวงตะวันในโลกหล้านี้ จะมีผู้ใดดีไปกว่าราช
อารักษ์ของข้า ”
ซู่เย่จีได้ยินพระโอรสกล่าวเช่นนี้ก็รู้สึกพอใจเช่นกัน แต่
อู่ อวี้ สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากที่นางเอ่ย
ประโยคดังกล่าวออกมาท่าทีของ พระชายาฮวามู่เฉิน ก็
ดูเปลี่ยนไป แสดงออกถึงความไม่พอใจออกมาเล็ก ๆ
แต่แล้วนางก็มิได้พูดต่อท้ายคำใดออกมา แสดงให้เห็นว่า
นี่อาจจะเป็นอุปนิสัยใจคอของนางจริง ๆ ก็เป็นได้ พวก
นางทั้งสองเป็นเสมือนดั่งการต่อสู้ระหว่างมังกรกับ
พยัคฆ์ก็มิปาน
แต่การราชอารักษ์มีอัตลักษณ์ดังกล่าวค่อนข้างขัดแย้ง
กับสหายเต๋าเคียงคู่ของพระโอรสเล็กน้อย ดู ๆ แล้วชวน
ให้ความรู้สึกอึดอัดไม่เบาทีเดียว โชคดีที่โอรสเล่อยังไม่มี
สหายเต่าเคียงคู่ กล่าวได้ว่าทั้ง อู่ อวี้ และ โอรสเล่อ ยัง
เป็นชายโสดด้วยกันทั้งคู่ …
หลังจากโอรสเฮ่อได้เห็น อู่ อวี้ เขาไม่ได้คาดเดาว่าการที่
อู่ อวี้ เก่งกาจมากมายเช่นนี้เป็นผลพวงมาจากการรับฟัง
เทศนาเต๋าของจักรพรรดิโบราณ แต่มาจากความเก่งของ
ตนเองล้วน ๆ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างจะตกตะลึงใน
ความสามารถของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ซักถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก
เพราะกลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง
แล้วไปไต่ถามว่าเป็นเพราะเหตุใดโอรสเล่อกับพระธิดาห
ยินถึงมีเรื่องขัดแย้งกัน
โอรสเล่อตอบกลับไปว่า ” เป็นเพราะท่านพี่หยินกลัวว่า
ข้าจะแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวงจากนาง นางจึง
ต้องการเขี่ยหม่อมฉันออกไปให้พ้นทาง แต่ไม่คาดคิดว่า
อู่ อวี้ จะสามารถเอาชนะนางได้แล้วก็ได้รับตรา
จักรพรรดิมาครอบครอง นี่ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ใน
ชีวิตของนาง ความโอหังจองหองของนางอาจจะลดลง
เพราะประสบการณ์ครั้งนี้ก็เป็นได้ ”
ได้ยินเช่นนั้นโอรสเฮ่อก็ขมวดคิ้ว ” น้องเก้าเนี่ยนะ อันที่
จริงอายุอานามของนางก็มากแล้ว ยังไม่รู้จักเรียนรู้อีก
คราวนี้นางเป็นคนผิดจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเจ้าได้ตรา
จักรพรรดิไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเอาไปคืนนางหรอก ถือ
ว่ามอบบทเรียนให้แก่นางก็แล้วกัน ”
เขาหยุดคิดแล้วกล่าวต่อว่า ” อันที่จริงข้าคิดว่า ชาวเห
ยียนหวงเราไม่ควรต่อสู้กันเองเช่นนี้ ถึงแม้ไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงจะทรงคุณค่ามากเพียงใด แต่ก็มีศัตรู
มากมายคอยจับกลุ่มลอบโจมตีใส่ สร้างความอัปยศ
ให้แก่พวกเรา ดังนั้นจึงพูดได้ว่าสถานการณ์ของชาวเห
ยียนหวงภายในเจดีย์เจดีย์วิญญาณช่างหนักหนาสาหัส
ยิ่ง ดังนั้นข้าจึงคิดว่าเราพี่น้องไม่ควรต่อสู้กันเอง แต่ควร
จะร่วมมือกันเป็นปึกแผ่น จากนั้นก็ช่วยกันกวาดล้าง
ราชทูต จากชาติพันธุ์อื่นให้หมดก่อน แล้วค่อยมาแย่งชิง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงกัน มิฉะนั้นหากไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติ พวกเราคงทำ
ให้เสด็จพ่อ และชาวเหยียนหวงทั้งหมดต้องอับอายขาย
ขี้หน้ากันแล้ว ”
ความคิดของเขาจัดได้ว่ายอดเยี่ยม แต่ อู่ อวี้ รู้ดีว่าเป็น
เรื่องยากที่เป้าหมายนั้นจะบรรลุ โดยเฉพาะไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงที่มีคุณค่า และความสำคัญอย่าง
มหาศาลกับเหล่าโอรสพระธิดา ดังนั้นความขัดแย้งนี้จึง
ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าหากชาวต่างถิ่นใช้
ประโยชน์จากความขัดแย้ง สยบปราบปรามพวกเขาก็
ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่อาจจะเป็นแผนการ
ทั้งหมดที่จักรพรรดิโบราณได้วาดวางไว้
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าโอรสเล่อจะมีความคิด
เช่นเดียวกับโอรสเฮ่อ เขาจึงพยักหน้าแล้วตอบกลับไป
ว่า ” หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้น เราควรร่วมมือจัดการกับคน
ต่างถิ่นต่างแดนก่อนก็น่าจะดีกว่า ถ้าพี่ใหญ่เป็นหัวหอก
ในแผนจัดการครั้งนี้ก็คงดี ทว่าช่างน่าเสียดายที่พี่ใหญ่
ไม่ได้มีความคิดเช่นนี้ ”
โอรสเฮ่อพยักหน้าแล้วพูดว่า ” พี่ใหญ่มีมนุษยสัมพันธ์ที่
ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อีกทั้งไม่คิดจะรับผิดชอบอันใด เห็นแก่ตัว
เอาแต่ตัวเองเท่านั้น ตัวข้าวางแผนที่จะเข้าร่วมกับคน
อื่นนานแล้ว เสี่ยวเล่อยิ่งเรารวมกลุ่มกัน พวกเราก็จะยิ่ง
แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เราจะไม่ยอมให้ไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงตกอยู่ในมือของคนต่างถิ่นเด็ดขาด!”
สรุปก็คือเขาต้องการจะให้รวมกลุ่มด้วย?
อู่ อวี้ ตระหนักถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขา
ประเด็นสำคัญคือ ความไว้วางใจแล้วความเคารพที่โอรส
เล่อมีให้กับโอรสเฮ่อ จะมีผลต่อการตัดสินใจของเขาอยู่
ไม่น้อย
——————————–