กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1082: อํานาจเทวะแห่งตราจักรพรรดิ
ถึงแม้ผู้ที่มีพลังความสามารถที่จะไขว่คว้าไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงได้จะมีเพียง อู่ อวี้ ส่วนโอรสเล่อไม่ได้ใช้พลัง
ความสามารถใด ๆ ไขว่คว้ามันมาด้วยตนเองเลย
แต่ท้ายที่สุดแล้วตัวตนของ อู่ อวี้ เป็นเพียงราชอารักษ์
เล่อผู้ที่ได้รับราชโองการแต่งตั้งโดยตรงจากจักรพรรดิ
โบราณ เขาจึงต้องจงรักภักดีต่อโอรสเล่อ แล้วตอนนี้เขา
มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้ครอบครองไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง จึงถือเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องช่วยให้
ความปรารถนานั้นของ โอรสเล่อ ประสบความสำเร็จ
เหมือนเช่นดังพระธิดาหยินและผู้ติดตามอย่าง สงจ่าน ,
เจียงเหวินยวี่, เจียงหวู่โจ้ว ที่กำลังไล่ล่าพวกเขาอยู่ใน
ขณะนี้
การที่พระธิดาหยินจะให้รางวัลแก่ผู้ติดตามของตนเอง
ด้วยสมบัติจำนวนมากก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าถึงขนาด
แบ่งกันคนละครึ่งย่อมไม่มีโอรสพระธิดาองค์ใดเต็มใจ ที่
จะยอมมอบทรัพย์สมบัติให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาเท่า
เทียมกับตนเองอยู่แล้ว
การที่โอรสเล่อต้องยอมถึงเพียงนี้เป็นเพราะว่า พลังฝีมือ
ของเขาไม่ได้แข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาเป็นคนใจ
คอกว้างขวาง อีกทั้งยังใจถึงมากพอ
อู่ อวี้ ไม่ได้มองเพียงแค่สมบัติของจาริกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีปที่อยู่ภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวงเท่านั้น แต่ยังมี
นัยแอบแฝงอีกมากมาย
” จริง ๆ แล้วเป้าหมายของเราคือการตามหาไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง แต่ก็ใช่ว่าเราต้องมุ่งเป้าไปที่มันเสมอ
ไป นับตั้งแต่พวกเราได้ฟังเทศนาเต๋า พวกเราก็เก็บเกี่ยว
กำไรมหาศาลมาแล้วมิใช่หรือ? ตัวอย่างเช่นตรา
จักรพรรดิของพระธิดาหยินที่ได้มาก็เป็นผลพวงมาจาก
การเก็บเกี่ยว? ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้มี
อะไรมากมายให้เราเก็บเกี่ยว นอกจากไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง ” อู่ อวี้ กล่าวอย่างคนหัวใส
แล้วเหตุผลเหนือสิ่งอื่นใด ความสัมพันธ์ของเขากับโอรส
เล่อนั้นค่อนข้างบอบบาง เขาจึงไม่คิดจะทำให้โอรสเล่อ
ต้องลำบากใจ หรือบีบบังคับจิตใจกันจนถึงขั้นต้องขับไล่
ไสส่งแยกทางกัน
อย่างน้อยตอนนี้โอรสเล่อก็ซึ้งในน้ำใจของ อู่ อวี้ มากขึ้น
” ข้าเข้าใจ อย่างน้อยเราก็ต้องซูฮกก้มหัวให้กับเจ้าของ
บ้านกันบ้างละนะ ” หนานซานหวางเยว่กล่าวยิ้ม ๆ
” แต่ชายคาหลังนี้ เจ้าของบ้านของชมพูทวีปโลกธาตุคือ
จักรพรรดิโบราณ ” เย่ซีซีตีความหมายของหนานซาน
หวางเยว่
” แม่เด็กน้อย ฉลาดมาก ” หนานซานหวางเยว่ลูบหัว
นางอย่างเอ็นดู
“ ชิ! ข้าฉลาดมากกว่าท่านแล้วกัน” เย่ซีซีตะโกน
หลังจากนั้น อู่ อวี้ กับโอรสเล่อพูดคุยหารือเกี่ยวกับ
สถานการณ์รอบตัวก็ได้ข้อสรุปออกมาบ้าง พวกเขาจะ
ติดตามหาไข่มุกทองคำเหยียนหวงกันต่อ โดยไต่ถามข่าว
คราวเกี่ยวกับไข่มุกว่ามีผู้ใดพบเห็นบ้างหรือไม่
ทุกคนพร้อมที่จะออกเดินทางบึ่งตะลุยตามหาเป้าหมาย
ต่อ ท่ามกลางโลกร้อนแรงสุดขั้วราวกับลาวาเดือดแต่ไร้
เปลวเพลิง ระดับความร้อนของมันเรียกได้ว่าแม้แต่
พื้นดินที่เขาเหยียบย่ำก็ยังถูกแผดเผาจนไหม้เกรียมดำ
เป็นตอตะโก พวกเขายังไม่รู้ว่ามีอันตรายอันใดซ่อนเร้น
อยู่ภายในโลกแห่งนี้บ้าง อู่ อวี้ เริ่มลาดตระเวนไปทั่วทั้ง
โลกหล้า โดยใช้เนตรเพลิงคอยสอดส่อง
“ โอ้ ใช่แล้ว! ถ้าพระธิดาหยินกับพวกพ้องของนาง
ติดตามเรามาทัน นางจะปรากฏตัวอยู่ไม่ห่างจากเราใช่
หรือไม่? ” เย่ซีซีกล่าว
“น่าจะเป็นเช่นนั้น” ถ้าพวกนางขึ้นมา จะปรากฏตัวอยู่
ในตำแหน่งเดียวกันหรือไม่นั้น อู่ อวี้ ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ
เท่าใดนัก เมื่อได้ยินคำถามนี้ หนานซาน หวางเยว่ จะ
หายตัวไปทันที เนื่องจากว่าเขาอยากหลีกหนีจากไปใจ
จะขาด เพราะเขาไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับพระธิดาหยิน
ไม่อยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ใน
อันตราย
พูดยังไม่ทันจบประโยคดี เรื่องไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น
ทันใดนั้นพระธิดาหยินกับพรรคพวกของนางก็ปรากฏตัว
ขึ้นบนเนินเขา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เมื่อกลุ่มของ
พวกนางเห็น อู่ อวี้ ที่อยู่ด้านล่างหุบเขา พวกเขาทั้งสี่ก็
เปิดฉากไล่ล่า อู่ อวี้ กับคนอื่น ๆ ทันที!
เจียงหวู่โจ้วรีบขึ้นไปสกัดบนฟ้า ป้องกันไม่ให้ อู่ อวี้
หลบหนี ส่วนทางด้านสงจ่านกับเจียงเหวินยวี่ประกบอยู่
สองฝั่งซ้ายขวา โดยมีพระธิดาหยินดักสกัดอยู่ด้านหน้า
ถึงแม้นางจะถูกแย่งชิงตราจักรพรรดิไป แต่นางก็ยังมี
ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณอยู่เป็นจำนวนมาก
เพียงแต่ว่าตอนนี้พลังการต่อสู้ของนางกับสงจ่าน , เจียง
เหวินยวี่, เจียงหวู่โจ้ว บัดนี้ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
“จะทำอย่างไรดี?” โอรสเล่อถาม เมื่อรู้ว่ากลุ่มของตนเอง
ต้องเผชิญหน้ากับพวกนางอีกครั้ง
“ ถ้าพวกเขาไม่ได้ของคืน ไม่มีทางลามือจากพวกเรา
ง่าย ๆหรอก” แน่นอนว่าครั้งนี้ อู่ อวี้ เหนือกว่ามากจึง
ไม่มีเหตุผลจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องหลบหนี
ไม่นานนักร่างกลืนสวรรค์ก็ปรากฏตัวขึ้น ในมือถือจับ
พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงและกระบี่สยบโลหิต
นอกจากนี้ก็ยังมีหิ่งห้อยมายา ซึ่ง อู่ อวี้ ได้ออกคำสั่งไป
เล็กน้อยแล้ว ส่วนหนานซานหวางเยว่ก็ยังเจอกับสงจ่าน
เช่นเดิม เรียกได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม
มากนัก
สำหรับร่างกลืนสวรรค์ได้เหินทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า
ซึ่งเคยเป็นอดีตคู่ต่อสู้ของเย่ซีซีก็คือเจียงหวู่โจ้ว ด้วย
ความสามารถของร่างกลืนสวรรค์ ถึงแม้จะไม่อาจ
สังหารศัตรูได้ แต่ถ้าสยบให้อยู่หมัดนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ซึ่ง
ถ้าหาก ‘ตราจักรพรรดิ’ ตกอยู่ในมือของร่างกลืนสวรรค์
รับรองว่าเจียงหวู่โจ้วจะต้องถูกสังหารจนซี้แหงแก๋อย่าง
แน่นอน
ทางด้านเย่ซีซีผสานร่วมมือกับหิ่งห้อยมายา ปิดล้อม
เจียงเหวินยวี่เอาไว้ ด้วยการผนึกกำลังกันนี้ทำให้
สามารถสยบอีกฝ่ายไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากก่อน
หน้านี้เย่ซีซีผสานกับหิ่งห้อยมายา ต่างต้องเผชิญหน้ากับ
คู่ต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ทำให้ต้องประสบกับความทุกข์
ทรมานเป็นอย่างมาก ทว่าเมื่อเย่ซีซีกับหิ่งห้อยมายาร่วม
แรงร่วมใจกัน การเอาชนะเจียงเหวินยวี่ก็มิใช่ปัญหาอัน
ใด
ดังนั้นนอกเหนือจากร่างต้นอย่าง อู่ อวี้ การเผชิญหน้า
ระหว่างผู้ติดตามของทั้งสองฝ่าย ทางด้านของ อู่ อวี้
นับว่าเหนือกว่ามาก แล้วการที่พระธิดาหยินอุตส่าห์
ติดตามไล่ล่าพวกเขามาถึงที่นี่ เพื่อปิดฉาก อู่ อวี้ ให้เร็ว
ที่สุดนางจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพวกพ้อง
ของนางอย่างน้อยหนึ่งคน ทว่าตอนนี้พวกมันทั้งหมดถูก
สกัดจากทางเอาไว้ หมดสิทธิ์เข้ามาช่วยเหลือนางอย่าง
สิ้นเชิง
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้นางโกรธจนควันออกหูเลยทีเดียว ทว่า
นางมิได้รู้สึกเกรงกลัว อู่ อวี้ แม้แต่น้อย เพราะตอนนี้คน
ที่เผชิญหน้ากับนางก็มีเพียง อู่ อวี้ ร่างต้นเท่านั้น
ถ้าถามว่าเพราะเหตุใดการเผชิญหน้ากับนางครั้งนี้ อู่ อวี้
ถึงดูมั่นอกมั่นใจ? นางรู้คำตอบนั้นดีอยู่แก่ใจ ทั้งหมดก็
มาจาก ‘ตราจักรพรรดิ’
” เพียงแค่ 10 วันคิดว่าจะทำพันธสัญญากับตรา
จักรพรรดิ แล้วควบคุมปักษามังกรกับเต่ามังกรได้จริง ๆ
น่ะเหรอ หึ! เพ้อเจ้อสิ้นดี! ”
นางแอบเยอะอยู่ในใจ เมื่อเห็น นาวามังกรเกราะเต่า
นางก็ตระหนักได้ในทันทีว่าศาสตราของตนถูกบังคับทำ
พันธสัญญาอย่างไม่เต็มใจ แต่สถานการณ์ก็ค่อนข้าง
แปลก เมื่อเจ้าของอย่างนางก็ปรากฏตัวขึ้นมา ก็มี
โอกาสสูงว่าศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาจะย้อนกลับคืน
สู่เจ้าของเดิมโดยตรง
นางคิดว่าในตอนแรกนางต้องใช้ความพยายามไปตั้ง
เท่าไหร่กว่า ‘ตราจักรพรรดิ’ ยอมจำนนต่อนางเอง แล้ว
ฝ่ายตรงข้ามจะทำได้เร็วกว่านั้นได้อย่างไร?
ดังนั้นนางจึงมั่นใจเป็นอย่างมาก
ในระหว่างที่นางพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วเต็มพิกัด
อู่ อวี้ ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงประดุจหินผา การ
เคลื่อนไหวของเขาไม่ได้เร็วมากนัก แต่ ‘ตราจักรพรรดิ’
ที่ปรากฏอยู่ในมือของเขา ก็แปรเปลี่ยนเป็นรูปแบบ
กระบี่มังกร ใบมีดที่ส่องสว่างดั่งแก้วกระจก เปล่ง
ประกายแสงสีทองเจิดจ้าประดุจดวงตะวัน ด้ามจับมังกร
เทวะที่มีปีกคู่สยายเสมือนดั่งมีชีวิตอยู่จริง ๆ ก็มิปาน
ในช่วงเวลานี้เองศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาดูเฉกเช่นดั่ง
ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ อู่ อวี้ ทางด้านพระธิดาหยิน
ที่ได้แลเห็นตราจักรพรรดิในรูปแบบกระบี่เช่นนี้ ก็รู้สึก
แปลกใจอยู่ไม่น้อย ชั่วขณะที่นางกำลังพุ่งทะยานเข้ามา
ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ในเวลานั้นเองการโจมตี
สังหารครั้งใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามก็ระเบิดออกมาทันที!
“มันเป็นของข้า!”
ด้วยความคงตกตะลึงส่งผลให้เวลานี้ ความเร็วของนาง
ลดลงเล็กน้อย แล้วในช่วงเวลานี้เอง อู่ อวี้ ก็ตวัดฟัน
กระบี่ พร้อมกับปลดปล่อยพายุแห่งการสังหารออกมา
อย่างฉับพลัน
“กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้น!”
บัดนี้วงเวทประทับที่อยู่บนกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วน ได้
ส่องแสงเจิดจ้าสว่างไสว มังกรเหินสยายปีกเหินทะยานสู่
ฟากฟ้า บัดนี้ปีกทั้งคู่ของมันเหยียดสยายแผ่ปกคลุมผืน
ฟ้า แม้แต่แสงอันเจิดจ้าของดวงตะวันทั้งเก้ายังอยู่ใต้ผืน
ปีกอันงามสง่าของมัน เมื่อความมืดเข้าปกคลุม ปักษา
มังกรกลายเป็นปราณกระบี่พวยพุ่งโจมตีเข้าใส่
พระธิดาหยิน มาดหมายสังหารให้แดดิ้นดับสูญ!
ถูกต้องแล้วนี่คือวงเวทโจมตีที่นางคุ้นเคยมากที่สุด นาง
ไม่เคยคาดหวังเลยว่าบัดนี้นางต้องมาเผชิญกับตนเอง
ปราณกระบี่ปักษามังกรบินทะยานลงมาจากฟากฟ้าด้วย
ความเร็วอันเกรี้ยวกราดดุดันอย่างที่นางไม่เคยได้พบเจอ
มาก่อน นี่มันเป็นฝันร้ายชัดๆ การโจมตีนี้แข็งแกร่งยิ่ง
กว่าที่นางเคยทำมาก่อนเสียอีก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า
เป็นเช่นดั่งฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัว ส่งผลให้พระธิดาห
ยินตกอยู่ในอาการลนลานตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง
แม้ช่วงเวลานี้มือซ้ายของนางจะถือกระบี่ มือขวาจะถือ
เจดีย์อยู่ก็ตาม แต่พวกมันเป็นเพียงแค่ศาสตราวิถีแท้สุด
ยอดวิญญาณ แต่ช่วงเวลาคับขันอะไรที่เอาตัวรอดได้ก็
ต้องทำ นางรีบเปิดใช้งานวงเวททั้งหมด เพื่อต่อต้าน
กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้นอย่างไม่ยินยอม
เวลานี้หัวใจของนางแหลกสลายจนสิ้น แม้ว่านางจะมี
พลังแก่นแท้ตำหนักม่วงอันทรงพลัง แต่เมื่อต้องมา
เผชิญหน้ากับศัตรูอย่าง อู่ อวี้ นางก็ถูกบดขยี้จนปลิว
กระเด็นออกไปทันที!
เหตุผลที่โจมตีแบบหว่านไม่เจาะจง เป็นเพราะอาวุธทั้ง
สองชุดของนางเป็นศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ หนึ่ง
โจมตีหนึ่ง ป้องกัน แม้ว่ากระบี่ของนางหนึ่งจะโจมตีโต้
กลับได้แค่เพียงเล็กน้อย แต่การป้องกันของเจดีย์อีกชิ้น
นั้นยอดเยี่ยมมาก มันสามารถสกัดกั้นพลังส่วนใหญ่ของ
กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้นที่ อู่ อวี้ โจมตี
ออกไปได้เลยทีเดียว แต่ก็ยังเหลือปราณกระบี่อีก
จำนวนมากที่พวยพุ่งเข้าใส่นาง จนร่างของนางปลิว
กระเด็นออกไปไกลลิบ!
“เป็นไปไม่ได้!”
พระธิดาหยินกรีดร้องอยู่บนอากาศด้วยความสิ้นหวัง
ก่อนหน้านี้นางเชื่อมั่นใจเหลือเกินว่า ด้วยระยะเวลา
เพียงแค่ 10 วัน อู่ อวี้ ไม่มีทางที่เขาจะใช้กระบี่มังกร
จักรพรรดิปักษาทองคำเร้นอย่างเชี่ยวชาญได้ …
แล้ววันนี้นางรู้แล้ว อู่ อวี้ สามารถใช้งานมันได้อย่าง
เชี่ยวชาญ จึงทำให้นางมีโทสะท่วมท้นมีจนอยากจะบ้า!
คราวนี้ อู่ อวี้ สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามด้วยการ
โจมตีเพียงครั้ง สิ่งนี้ทำให้สามคนที่เหลือถึงกับตะลึงงัน
จนพลาดพลั้งเกือบพ่ายแพ้ให้แก่ร่างกลืนสวรรค์และ
หนานซานหวางเยว่ไปเสียแล้ว ในเวลานี้พระธิดาหยิน
กำลังตกอยู่ในห้วงเวลาแห่งความเป็นตาย ไม่ต้องพูดก็รู้
ว่าพวกมันทั้งสามจะต้องรีบตะบึงไปช่วยเหลือนางเป็น
แน่ เรียกได้ว่าพวกมันได้วางมือจากการต่อสู้แทบจะใน
เวลาเดียวกัน
“อู่ อวี้ โอรสเล่อ! บัญชีแค้นในครั้งนี้พวกเราจะมาทวง
คืนในภายหน้า ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
เจียงเหวินยวี่โกรธจัดจนต้องสบถปรามาสออกมา แล้ว
พุ่งไปตามทิศทางที่พระธิดาหยินถูกโจมตีออกไปซึ่งยังไม่
รู้ว่าเป็นหรือตาย
“ ไปกันเถอะ! ”
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินกว่าจะมานั่งสนใจกับพวกขี้แพ้อีก
ต่อไป เขาใช้พิมานจักรพรรดิเป่ยหมิงมันพันเวทเจ็ด
ดาราพิทักษ์เอาไว้ จากนั้นก็พุ่งทะยานออกไปทันที
เขารู้ดีว่าอาการบาดเจ็บที่พระธิดาหยินได้รับ อยู่ใน
ระดับเดียวกับก่อนหน้านี้ นางคงต้องใช้เวลาพักฟื้น
อย่างน้อยสิบวัน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันไล่ตามมาทัน
เขาจึงจำเป็นต้องทำให้พวกมันถอยห่างไปมากที่สุด
ด้วยความกว้างใหญ่ของเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5
เขาก็ไม่เชื่อว่ากลุ่มของพวกนางจะหาตัวพวกเขาพบได้
ง่าย ๆ ด้วยเพราะสภาพแวดล้อมของชั้นที่ 5 นี้มิได้
เอื้ออำนวยหรือง่ายต่อการค้นหาเลยแม้แต่น้อย มัน
แตกต่างจากชั้น 4 มากซึ่งเป็นที่โล่งโจ้งว่างเปล่าง่ายต่อ
การถูกค้นพบ
” ปัญหาของชั้นที่ 5 นี้ก็คือดวงตะวันทั้ง 9 สินะ ถ้าจะ
ขึ้นไปชั้นที่ 6 ก็ต้องผ่านดวงตะวันที่ 9 นี้ไปให้ได้ ”
” ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น ”
อู่ อวี้ แลเห็นว่าบริเวณใกล้เคียงกับดวงตะวันทั้ง 9 มี
วงกลมสีดำขนาดใหญ่อยู่ ซึ่งก็คงพอจะคาดเดาอุณหภูมิ
ความร้อนสุดขั้วที่อยู่ภายในบริเวณนั้นได้ แต่เมื่อกวาด
ตามองดูโดยรอบผืนฟ้าแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกปิดกั้นไว้
ทั้งหมด มีเพียงแค่โพรงสีดำเท่านั้นที่สามารถลอดผ่าน
เข้าไปได้
“ ก่อนอื่นคงต้องไปตรวจสอบสถานการณ์ดูก่อน หรือไม่
ก็ลองขึ้นไปที่ชั้น 6 เลย ” อู่ อวี้ กล่าวระหว่างที่สายตา
จับจ้องไปที่วงกลมสีดำทมิฬขนาดใหญ่
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขามีนาวามังกรเกราะเต่าแล้ว ถ้าต้องขึ้น
ไปชั้นที่ 6 เขาก็ยังต้องทำความเข้าใจก่อนเล็กน้อย
” เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 6 จะต้องน่ากลัวยิ่ง
กว่าเดิมอย่างแน่นอน เราควรศึกษาสถานการณ์อีกสัก
เล็กน้อย อีกทั้งผู้ที่จะสู่ขั้นนั้นได้ต้องมีฝีมืออยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 เป็นอย่างน้อย ถ้าเกณฑ์
พลังอยู่ในระดับนี้ เจ้าก็จะไม่ได้เปรียบอีก ” โอรสเล่อ
กล่าว
สิ่งที่โอรสถ้วงติงถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว เขาไม่ควรด่วน
สรุปใจร้อนมากเกินไป
สำหรับเวลานี้ถือว่าเขาสามารถสลัดคู่ต่อสู้ที่ตามพัวพัน
ได้หลุดแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าพระธิดาหยิน
กับพรรคพวกของนางจะไม่ติดตามพวกเขามาได้อีก อีก
ทั้ง อู่ อวี้ ยังรู้สึกพึงพอใจกับพลังอำนาจของตรา
จักรพรรดิที่ใช้ต่อสู้เป็นครั้งแรกอย่างมาก กล่าวได้ว่านับ
ต่อจากนี้ผู้มีฝีมือระดับ3 ภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 6 จะ
ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป เขาสามารถกวาดล้างยอด
ฝีมือระดับนี้ได้จนราบพณาสูญ
ยามนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเหวลึกอันมืดสนิท
ภูมิศาสตร์ดังกล่าวจะช่วยบดบังซ่อนเร้นพวกเขาได้มาก
ขึ้น แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทันทีที่พวกเขามาถึง
ที่นี่ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นอยู่ตรงเบื้องหน้าของพวกเขา
“ ราชรักษ์เล่อสามารถเอาชนะพระธิดาหยินด้วยวงเวท
โจมตีเพียงครั้งเดียว นับว่ายอดเยี่ยมมากกกก ข้าไม่
อยากจะเชื่อเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ … ”
บุคคลปริศนากำลังกล่าวคำชื่นชมยกย่องอย่างไม่หยุด
ปาก
“ ผู้ใด? ” อู่ อวี้ มองซ้ายมองขวากวาดตามองทั่วทุก
สารทิศ ด้วยเพราะบนผืนแผ่นดินนั้นมีอุณหภูมิร้อนมาก
เกินไป ดังนั้นบุคคลปริศนาจะต้องอยู่ตรงชะโงกผา
ด้านหน้า แล้วทันใดนั้นพวกมันก็ยอมเปิดเผยตัวออกมา
พูดคุยในที่สุด
——————————–