กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1085: ทวนศึกกิเลน
เมื่ออยู่ต่อหน้าสุนัขลาวาตัวใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ทำให้
กลุ่มของโอรสเฮ่อมีขนาดเล็กเท่ามดไปเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามด้วยอายุในการบำเพ็ญเพียรของเขาถือ
เป็นช่วงเวลาสุกงอมและรุ่งเรืองที่สุดเช่นกัน ด้วย
ประสบการณ์อันยาวนานที่สั่งสมมา ทั้งเคล็ดวิชา
เต๋าแลพลังอิทธิฤทธิ์ล้วนถูกยกระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด
เปียมไปด้วยพลังอำนาจทำลายล้างอย่างใหญ่หลวง
กลุ่มของโอรสเฮ่อแทบทุกคนผ่านการต่อสู้มาอย่าง
โชกโชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแคว้น , ขุนนาง , เจ้านคร
โดยเฉพาะยวี่เหวินฉางเฟิงผู้บัญชาการกองทัพมังกร
ทอง หรือเจ้าแคว้นฉีเทียนอิ้นแห่งแคว้นหยุนฉี ไม่ได้
ด้อยไปกว่า เจียงเหวินยวี่ กับ เจียงหวู่โจ้ว (สองสามี
ของพระธิดาหยิน) เลย
โดยทั่วไปแล้วโอรสเฮ่อยังไม่ได้ลงมือโจมตี แต่ปล่อย
ให้เหล่าผู้ติดตามจัดการสุนัขลาวายักษ์จำนวนนับ
โหลหรืออาจมากกว่านั้น ในระหว่างที่พวกเขากำลัง
เข่นฆ่าสรรพเทวะวิญญาณ ก็คอยมองไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงไปด้วยว่ามีฝังอยู่บนร่างของพวกมันตัว
ใดตัวหนึ่งหรือไม่
อู่ อวี้ ก็ยังไม่ได้ลงมือเช่นกัน ส่วนหนึ่งเพราะเขา
เห็นว่าสุนัขลาวายักษ์จำนวนมากยังซ่อนตัวอยู่ใน
ธารลาวา แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะตระหนักถึงพลัง
อำนาจของคนกลุ่มนี้ ดังนั้นจึงไม่ผลีผลามพรวด
พราดขึ้นมา จากที่ประมาณการน่าจะมีอยู่สักอีก 20
ตัว
สรรพเทวะวิญญาณเป็นเสมือนดั่งสัตว์ร้าย
โดยทั่วไปภูมิปัญญาของมันจะค่อนข้างต่ำ ใช้ชีวิต
โดยยึดถือสัญชาตญาณเป็นที่ตั้งเพื่อความอยู่รอด
พวกมันเกิดขึ้นท่ามกลางสวรรค์และปฐพีไร้ซึ่งพ่อแม่
ผู้ให้กำเนิด
ในระหว่างการต่อสู้อย่างดุเดือด เมื่อร่างของสุนัข
ลาวายักษ์ม้วนกลิ้งร่วงตกลงสู่ลาวาเบื้องล่าง ส่งผล
ให้ธารลาวาบังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คลื่น
ธารลาวาสั่นกระเพื่อมเกิดความวุ่นวายปันปั่วนมาก
ยิ่งขึ้น ถึงจะดูผิดปกติแต่ก็ยังไม่มีสุนัขลาวายักษ์ตน
ใดออกมาเพิ่มอีก มันที่เหลือกระทำแค่เฝั้ารอดูการ
ต่อสู้เท่านั้น
โดยเฉพาะเปั้าหมายของโอรสเฮ่อคือการค้นหาไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้เขาอยากให้
พวกสุนัขลาวายักษ์ทยอยขึ้นมาให้ฆ่าเพียงทีละตัว ๆ
เท่านั้น แต่แม้ว่าเขาจะกระโดดลงไปในธารลาวาเพื่อ
สังหารพวกมันอย่างไม่ลังเลก็ตาม
หลังจากที่มองดูได้สักพัก อู่ อวี้ รู้สึกว่าพลังการต่อสู้
ของกลุ่มโอรสเฮ่อร้ายกาจมากทีเดียว พวกเขา
สังหารสุนัขลาวายักษ์ได้อย่างง่ายดายราวกับหั่นผัก
หั่นปลา ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาเต๋าหรือพลังอิทธิฤทธิ์
แม้แต่ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ ล้วนเป็น
ทักษะชั้นสูงแทบทั้งสิ้น!
“ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา!”
อันที่จริง อู่ อวี้ ก็สังเกตเห็นแล้วว่าภายในกลุ่มของ
พวกเขามีผู้ใช้ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา แล้วก็ยังมี
ถึงสองคนอีกด้วย
สิ่งที่กล่าวข้างต้นยังไม่รวมของโอรสเฮ่อ เพราะโอรส
เฮ่อยังไม่ได้ลงมือกระโดดเข้าไปร่วมวงต่อสู้ด้วย
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาเหล่านี้ดึงดูดความสนใจ
ของ อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผู้ที่ครอบครองศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาทั้ง 2 ชิ้นนั้นเป็นของผู้ใด ทุกท่านเดา
ได้ถูกแล้วมันเป็นของสตรีทั้งสองนั่นก็คือพระชายาฮ
วามู่เฉินกับราชอารักษ์เฮ่อซู่เย่จี
ท่วงท่าการต่อสู้ของฮวามู่เฉินจากแดนเซียนบุปผา
ฟั่านฮวา ทั้งเคล็ดวิชาเต๋าแลพลังอิทธิฤทธิ์ดูงดงาม
สละสลวยประดุจเทพธิดา เวลานี้ท้องนภาเต็มไป
ด้วยหมู่มวลพฤกษาดูแล้วไม่น่าเป็นพิษเป็นภัยหรือ
จะไปสังหารใครได้เลย เป็นท่วงท่าที่งดงามดู
ละเมียดละไมปราณีตอย่างยิ่ง ราวกับว่ากำลังเริง
ระบำแหวกว่ายอยู่ในมหาสมุทรบุปผา กลีบบุปผา
พริ้วกระจายไปทั่วท้องเวหา พลังอำนาจ
ประสิทธิภาพในการฆ่านั้นยอดเยี่ยม
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาในมือของนาง เป็น
กระบี่ยาวที่ถูกปกคลุมล้อมรอบด้วยกลีบบุปผาราว
กับอยู่ในห้วงคะนึงฝัน ใบกระบี่สีแดงนั้นบางเฉียบ
ทว่าสีแดงของใบกระบี่นั้นหาใช่เป็นสีแดงเฉกเช่น
เดียวดั่งโลหิต แต่เป็นสีแดงเสมือนดอกโบตั๋น
บรรยากาศที่แผ่ออกมาเหนือยิ่งกว่าพิมานจักรพรรดิ
เปั่ยหมิงของ อู่ อวี้ แต่ก็ยังด้อยกว่าตราจักรพรรดิ
ส่วนศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาของราชอารักษ์เฮ่อ
ซู่เย่จี ก็เป็นกระบี่เช่นกัน แต่ดูคล้ายกับอาวุธของผู้
ฝึกตนนอกรีตเสียมากกว่า กระบี่ของนางเป็นกระบี่
สีเขียวตรงส่วนกลางใบกระบี่มีเส้นสีแดงปานโลหิต
ลากยาวไปจนสุดปลายกระบี่ กระบวนท่าการต่อสู้
ของนางก็งดงามไม่แพ้พระชายาฮวามู่เฉินเลย แต่ดู
เรียบง่ายแล้วตรงไปตรงมามากกว่า ส่วนกระบี่สี
เขียวของนางนั้นแข็งแกร่งแลเปียมไปด้วยอำนาจ
ทำลายล้างสูง แต่ที่น่าแปลกไปกว่านั้นก็คือกระบี่
เล่มนี้ดูคล้ายคลึงกับกระบี่สยบโลหิตอยู่ไม่น้อย แต่
เห็นได้ชัดว่ามันแข็งแกร่งกว่ากระบี่สยบโลหิตมาก
สุนัขลาวายักษ์ได้ลิ้มรสกระบี่เล่มนี้ เป็นต้องมีอัน
ขาดครึ่งเป็นสองท่อนทันที
“ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาทั้งสองชิ้นนี้คืออะไร?”
อู่ อวี้ โอรสเล่อ
” ศาสตราทั้งสองชิ้นนั่นน่ะหรือ? แน่นอนมันต้อง
เป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา กระบี่ที่อยู่ในมือ
พระชายามีชื่อว่า ‘กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผา’ กระบี่
เล่มนี้เป็นของกำนัลเชื่อมสัมพันธ์กระชับมิตรที่
อาณาจักรโบราณเหยียนหวงมอบให้พระชายาฮวามู่
เฉินจากแดนเซียนบุปผาฟั่านฮวา อาวุธชิ้นนี้มีวงเวท
ประทับอยู่ 570,000 วง แม้ว่าจะแข็งแกร่งเท่าตรา
จักรพรรดิ แต่มันก็เป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
ซึ่งแข็งแกร่งกว่าศาสตราวิถีสุดยอดวิญญาณอยู่มาก
โข กล่าวตามตรงโดยปกตินางไม่ค่อยนำมันออกมา
ใช้ต่อสู้เท่าใดนัก ” โอรสเล่อกล่าว
จากนั้นเขาเล่าถึงซู่เย่จีต่อ ” ส่วนของซู่เย่จีมีชื่อว่า
‘กระบี่ศักดิ์สิทธิ์โลหิตคราม’ ท่านพี่เจ็ดเป็นคนไปพบ
เจอมันอยู่กับซากศพบรรพชนใต้ทะเลลึก นี่นับเป็น
สมบัติอีกหนึ่งในสมบัติวิเศษที่เขาได้รับ ร่ำลือกันว่า
ผู้ฝึกตนโบราณนาม ‘อรหันต์โลหิตคราม’ เป็นคน
สร้างศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภานี้ขึ้นมา ได้ยินมา
ว่าภายหลังได้กลายเป็นเซียนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์โลหิตครามเล่มนี้ยังด้อยก่อนเล็กน้อย
แต่การที่มีวงเวทประทับอยู่ 560,000 วง ก็นับว่าไม่
เลวเลยทีเดียว”
กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผากับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์โลหิต
คราม
อู่ อวี้ มองดูการต่อสู้ของพวกเขา ก็ต้องยอมรับว่าไม่
ธรรมดาจริง ๆ ความแข็งแกร่งของพระชายาฮวามู่
เฉินพอ ๆ กับเจียงเหวินยวี่ แต่เมื่อนางมีกระบี่
ศักดิ์สิทธิ์ร้อยบุปผา เจียงเหวินยวี่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
นางอีกต่อไป เรียกได้ว่าห่างไกลกันหลายขุมเลย
ทีเดียว นี่แหละคือประโยชน์ของศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา
เมื่อเห็นว่า อู่ อวี้ สนใจโอรสเล่อก็เล่าต่อต่อไป ” แต่
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาเหล่านี้ก็จัดอยู่ในระดับ
ธรรมดาเท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจาก ตราจักรพรรดิ์ ที่
มีวงเวทประทับถึง 790,000 วง มันยอดเยี่ยมมาก
จริง ๆ อันที่จริงยังมียังมีศาสตราที่เหนือกว่าตรา
จักรพรรดิอีกมาก แต่มันอยู่กับเสด็จพ่อพระองค์เป็น
คนสร้างศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาขึ้นมาเองกับมือ
พระองค์มักจะสร้างมันขึ้นมาเพื่อมาเป็นของกำนัล ”
อู่ อวี้ ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ในตอนนี้ สุนัข
ลาวายักษ์ที่ปรากฏตัวขึ้นมาล้วนถูกฆ่าตายเกือบจะ
หมดแล้ว ถึงแม้พวกเขาจะฆ่าสรรพเทวะวิญญาณไป
มากมาย แต่ก็ไม่พบเห็นว่าตัวไหนมีไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงฝังอยู่ในร่างเลย สายตาของเขาเบนไปทาง
โอรสเฮ่อ ซึ่งทำท่าจะกระโดดลงไปในธารลาวา
พร้อมเอ่ยก็ถามขึ้นว่า ” แล้วโอรสเฮ่อไม่มีศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณนภาเช่นนั้นหรือ? ”
” ต้องมีอยู่แล้วล่ะ แถมยังเป็นศาสตราที่มีสัมพันธ์
เกี่ยวข้องกับ ‘ตราจักรพรรดิ’ อีกด้วย มันเป็น
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาที่เสด็จพ่อพ่อของข้า
หลอมสร้างขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ระหว่างที่
พระองค์ได้พบมหาวิญญาณศาสตราทั้ง 2 อย่างเต่า
มังกรและปักษามังกร ในเวลาเดียวกันนั้น ก็มี
วิญญาณบรรพกาลดวงที่ 3 ด้วยเช่นกัน! ร่ำลือกันว่า
ในช่วงเวลานั้นเสด็จมีศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา 5
ชิ้นที่ใกล้จะพังทลาย พระองค์นำวิญญาณศาสตรา
ออกมา จากนั้นก็ใช้วัสดุใหม่หลอมสร้างเป็นศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณนภาทั้งสองขึ้น หนึ่งคือตราจักรพรรดิ
ส่วนอีกหนึ่งคล้ายคลึงกับเจ็ดพยุหะเทวะของข้า ซึ่ง
มีวิญญาณศาสตราชนิดเดียวกันอยู่ทั้งหมด 3 ดวง มี
วงเวทอยู่ทั้งหมด 830,000 วง มากกว่าตรา
จักรพรรดิ 40,000 วง ”
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาที่ใกล้พังทลายทั้ง 5 ถูก
นำวิญญาณศาสตราออกมา ใช้วัสดุใหม่ วงเวทย์ใหม่
สร้างเป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาทั้ง 2 ชิ้นขึ้น
แน่นอนว่ามันทรงพลังยิ่งกว่าเก่าก่อน ในฐานะที่ อู่
อวี้ เป็นผู้ครอบครองตราจักรพรรดิ ดังนั้นเขาย่อม
ทราบถึงพลังอำนาจของมันดี
เท่ากับว่าศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาสองชิ้น ถูก
นำมามอบเป็นของกำนัลให้แก่บุตรทั้งสอง คนแรกก็
คือพระธิดาองค์ที่ 9 ส่วนอีกคนก็คือพระโอรสองค์ที่
7
แล้วบุตรทั้งสองคนนั้นก็คือโอรสเฮ่อกับพระธิดาห
ยิน ทว่าโอรสเล่อแตกต่างจากพระธิดาหยิน เพราะ
เขามีสัมพันธ์อันดีกับโอรสเล่อ แต่ อู่ อวี้ มิได้โหยหา
หรือมีความปรารถนาจะฉกฉวยศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาของเขาแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่ามีความ
เป็นไปได้ที่มันจะไม่เหมาะกับตนเอง แต่ อู่ อวี้ ก็ยัง
รู้สึกสนอกสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งหมดทั้งมวลอาจ
เป็นเพราะว่าศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภามีวงเวท
ประทับอยู่ถึง 830,000 วง ซึ่งเขาต้องการรู้ว่ามันจะ
ทรงพลังแค่ไหนกันเชียว
” แล้ววิญญาณศาสตราทั้งสามดวงคืออะไร?”
หลังจากได้เห็นความยิ่งใหญ่ของปักษามังกรกับเต่า
มังกรแล้ว อู่ อวี้ ก็ยังอยากรู้อยากเห็นเพิ่มเติมอีกสัก
เล็กน้อย
อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ธารลาวามีการ
กระเพื่อมเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเองก็มี
เสียงกรีดร้องคำรามอันแสนดุร้ายเกรี้ยวกราดมาก
กว่าเดิม ดังมาจากส่วนลึกของธารลาวา รวมถึงน้ำพุ
ลาวาที่ปันปั่วนพวยพุ่งออกมามีขนาดใหญ่กว่าเดิม
อย่างน้อยสิบเท่า
โอรสเล่อกล่าวว่า ” เจ้าจะได้เห็นมันแล้ว ”
อู่ อวี้ รู้ว่าอาจมีสรรพเทวะวิญญาณที่ทรงพลัง
มากกว่าตัวอื่น แน่นอนว่าโอรสเฮ่อย่อมเป็นผู้ลงมือ
เอง เมื่อ อู่ อวี้ เห็นดังนั้นเขาก็รีบให้โอรสเล่อกับคน
อื่น ๆ ไปหลบอยู่ในจุดที่ปลอดภัย หลังจากนั้นเขาก็
หยิบ ‘ตราจักรพรรดิ’ ออกมาถือไว้ในมือ
เตรียมพร้อมต่อสู้ เมื่อโอรสเฮ่อเห็น อู่ อวี้ หยิบตรา
จักรพรรดิออกมา เขาก็หันกลับมามอง พร้อมกล่าว
ยิ้ม ๆ ขึ้นว่า ” หากเป็นราชสีห์ลาวายักษ์มอบให้ข้า
จัดการเอง แต่ถ้ามีตนอื่นมาก็ฝากด้วย แล้วมาดูกัน
ว่าใครจะจัดการคู่ต่อสู้ได้ก่อน ”
ใครจัดการได้ก่อนกันงั้นรึ?
เมื่อมีคนมาท้าทายถึงที่ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
ของ อู่ อวี้ ก็ลุกโชนขึ้น เขารีบใช้เทียมฟั้าจรดดิน
ขยายร่างใหญ่ จากนั้นก็กลายร่างเป็นเซียนวานร
อย่างรวดเร็ว กล่าวได้ว่าเวลานี้ความแข็งแกร่งของ
เขาสูงเทียมฟั้าเลยก็ว่าได้! เมื่อตราจักรพรรดิอยู่ใน
รูปแบบของปักษามังกร มันก็กลายเป็นกระบี่ยักษ์ที่
มีความยาวกว่า 3 จั้ง ราวกับก็ว่า อู่ อวี้ กำลังถือ
มังกรตัวจริงไว้ในมือ
เปรี๊ยง!!!!
ในเวลานี้สิ่งที่ทำให้บังเกิดการเปลี่ยนแปลง ได้
ปรากฏตัวออกมาแล้ว ในเมื่อโอรสเฮ่อ กับ อู่ อวี้ มี
ข้อตกลงท้าทายระหว่างกัน คนอื่น ๆ ก็ล่าถอย
กลับไปอย่างรวดเร็ว ในตำแหน่งด้านหน้ายามนี้มี
เพียง อู่ อวี้ กับ โอรสเฮ่อเท่านั้น ฉับพลันนั้นสรรพ
เทวะวิญญาณสุนัขลาวายักษ์จำนวนมากก็พวยพุ่ง
ออกมาจากธารลาวา อู่ อวี้ กวาดสายตาก็เพราะว่า
ตอนนี้มีสุนัขลาวายักษ์จำนวนมากกว่ายี่สิบห้าตัว!
ท่ามกลางฝูงสุนัขลาวายักษ์จำนวนมาก ก็ปรากฏ
ร่างของราชสีห์ลาวายักษ์สองตัวยืนโดดเด่น
ตระหง่าน ราชสีห์ลาวายักษ์ทั้งสองตัวดูองอาจสง่า
งามน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง ตัวหนึ่งเป็นเพศผู้อีกตัว
หนึ่งเพศเมีย ทั้งสองตัวอยู่ในช่วงโตเต็มวัยให้
ความรู้สึกถึงพลังท่วมท้นที่แผ่ออกมา ร่างกาย
ยืดหยุ่นคล่องแคล่วแข็งแรงเป็นอย่างยิ่ง เสมือนดั่ง
พยัคฆ์สังหารเลือดเย็นก็มิปาน!
ขนาดของมันใหญ่กว่าสุนัขลาวายักษ์ถึง 10 เท่า ซึ่ง
ในข้อตกลงโอรสเฮ่อให้ อู่ อวี้ จัดการกับสุนัขลาวา
ยักษ์ทั้ง 25 ตัว แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็รู้สึกว่ามัน
ยุติธรรมแล้ว เพราะเขาตระหนักดีว่าหากให้ตน
จัดการกับราชสีห์ลาวายักษ์ทั้งสองตัว จะต้องใช้พลัง
ความแข็งแข็งแกร่งไปประมาณหนึ่งในทีเดียว
อู่ อวี้ กวาดตามองอย่างรวดเร็ว แลพบว่าบนร่าง
ของราชสีห์ลาวายักษ์ทั้งสองไม่มีไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงอยู่
ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาก็ไม่อยากเสียเวลามานั่งจัดการกับ
สุนัขลาวายักษ์
ไร้ซึ่งไข่มุกทองคำเหยียนหวง ส่งผลให้ยามนี้ศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณนภาของโอรสเฮ่อ กลายเป็นพลัง
ขับเคลื่อนในการต่อสู้เพียงหนึ่งเดียวของ อู่ อวี้ ใน
เมื่ออีกฝั่ายต้องการท้าดวล อู่ อวี้ ก็พร้อมตอบสนอง
เนื่องจากในท้ายสุดแล้วเขาจำเป็นต้องแสดงความ
แข็งแกร่งให้ฝั่ายตรงข้ามเห็น ไม่เช่นนั้นฝังโน้นจะคิด
ได้ว่าตนเองสามารถจัดการกับโอรสเล่อได้ง่ายๆ
ในเวลานี้ อู่ อวี้ ก็เห็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาใน
มือของโอรสเฮ่อแล้ว!
มันคือทวนทองคำ!
ทันทีที่มันปรากฏขึ้น อู่ อวี้ ก็สัมผัสได้ถึงความ
อหังการและอำนาจเทวะอันมหาศาลของศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณนภา ซึ่งมันทำให้เขาแอบชะงัก
เล็กน้อย
พิจารณาดูอย่างละเอียดแล้วทวนทองคำของโอรส
เฮ่อ ด้ามยาวของศาสตรามาห่อหุ้มไปด้วยเกล็ด
ทองคำสีทองอร่าม เดิมที อู่ อวี้ คิดว่ามันเป็นเกล็ด
มังกรเสียอีก แต่หาได้เป็นเช่นนั้น
ตรงบริเวณส่วนผลายด้านบนสุด มีปลายแหลมที่ดู
เสมือนดังคมเคียวยื่นออกมา เป็นใบมีดรูปจันทร์
เสี้ยวที่ดูเสมือนดั่งกันทุกทุกประการ ซึ่งดูคล้ายคลึง
กับรูปแบบปกติ ‘หนึ่งหอกสองคมมีด’ ของทวนวง
เดือน เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่สามารถใช้ได้ทั้ง ฟัน
ทะลวง แทง!
วิญญาณศาสตราของอาวุธชนิดนี้คืออะไร? เมื่อ
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาปรากฏ ขึ้น อู่ อวี้ เห็น
มันผ่านด้านหลังของโอรสเฮ่อ บัดนี้ได้ปรากฏอสูร
เปลวเพลิงขนาดยักษ์ซึ่งดูเฉกเช่นดั่งมังกร 3 ตน ทั่ว
ทั้งร่างเต็มไปด้วยทองคำ ทันทีที่มันปรากฏขึ้นความ
อหังการและสูงส่งของราชสีห์ลาวายักษ์ก็ถูกบดขยี้
ทำลายในทันที เพราะนั่นก็คือสัตว์สวรรค์ในตำนาน
ราชาแห่งมวลสัตว์ปั่ากิเลน!
มันคือกิเลนเพลิง นี่นับเป็นสวรรค์อันดับต้น ๆ ซึ่ง
หาได้ยากยิ่งพอ ๆ กับ สัตว์สวรรค์หงส์เพลิง และ
มังกรเทวะเลยทีเดียว
นี่คือทวนศึกกิเลน
เท่ากับว่าสัตว์สวรรค์กิเลนทั้งสามตน เป็นวิญญาณ
ศาสตราดวงที่ 3 ดูเหมือนว่ามันจะทรงพลัง ดุร้าย
แลน่าเกรงขามยิ่งเสียมากกว่าปักษามังกรกับเต่า
มังกรซะอีก
อย่างไรก็ตามตราจักรพรรดิก็ยังเหนือกว่าในเรื่อง
ความสมดุล
เวลานี้โอรสเล่อกล่าวว่า ” วิญญาณศาสตราที่อยู่ใน
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาขอท่านพี่เจ็ด เป็นกิเลน
เพลิงบรรพกาลทั้ง 3 ดวง นอกจากนี้เสด็จพ่อยังตั้ง
ชื่อให้มันด้วยว่า ‘จักรพรรดิเสด็จ’ ”
———————————