กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1088: กลืนไมเขาคายไมออก
ร่างขนาดเล็ก ๆ ของ อู่ อวี้ สามารถหลบซ่อนตัวอยู่
ภายในเปลวเพลิงได้อย่างสบายใจหายห่วง
นอกจากนี้เขาก็ยังมีข้อได้เปรียบอยู่บางประการ
หากเป็นขนาดตัวของคนปกติก็จะถูกผู้อื่นค้นพบได้
ง่าย ประการที่สองต่อให้พลังแก่นแท้ตำหนักม่วง
แข็งแกร่ง ก็ยังไม่อาจทานทนกับระดับความร้อนนี้
ได้ เปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่นี้มีอุณหภูมิความ
ร้อนเช่นเดียวกับมหาตะวันทั้ง 9 ทั้งร้อนแรง ทั้ง
โหดเหี้ยมทารุณ ถ้าหากผู้ฝึกตนสัมผัสเพียงเล็กน้อย
ก็จะถูกแผดเผาจนหลอมละลาย ซึ่งแตกต่างจาก อู่
อวี้ ที่สามารถเข้าถึงตัวมันได้
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังเว้นระยะห่างไกลจากตัวของ
มันเล็กน้อย
“ฟูั่ววว!!!”
ทันทีที่ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ สัมผัสเข้ากับเปลวเพลิง
ร่างกายของพวกมันทุกคนก็ถูกแผดเผาจนดำเป็นตอ
ตะโก ทำให้ต้องถอยออกไปในไม่ช้า แม้หลายคน
ยังคงพยายามโจมตีแต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้มัน
ได้ โชคดีที่วิหคเพลิงบินเป็นวงกลม พวกมันจึงไม่ถูก
สลัดหลุดออกไปอย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ สามารถทานทนกับความร้อนอันน่า
สะพรึงกลัวนี้ได้ ในที่สุดเขาก็สามารถทะลวงเข้ามา
ในภายร่างของวิหคเพลิงจนได้ มีคนไม่มากนักที่
สังเกตเห็นร่างเล็ก ๆ ของเขา แต่เปลวเพลิงของวิหค
เพลิงช่างน่าสะพรึงกลัวมากจริง ๆ ดังนั้นเขาต้องรีบ
ทำภารกิจให้รวดเร็วฉับไว
“ฟิววว!”
เขาพุ่งทะยานแหวกฝั่าเปลวเพลิงไปด้วยความเร็ว
อันน่าสะพรึงกลัว ในมือของเขาถือจับตราจักรพรรดิ
แต่ทว่าขนาดของมันเล็กเท่ากับไม้จิ้มฟันเท่านั้น
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะถูกค้นพบ
เขาคิดว่าเวลานี้วิหคเพลิงกำลังต่อสู้อยู่ ฉะนั้นเป็นไป
ได้ว่ามันยังไม่รู้สึกตัวว่า อู่ อวี้ อยู่บนตัวของมัน ใน
ระหว่างที่เขากำลังเดินอยู่บนร่างของมัน กายาเพชร
อมตะของเขาก็เริ่มแดงขึ้นเพราะถูกเพลิงความร้อน
แผดเผา เขาพยายามอดทนอดกลั้นแล้วเดินตรงไป
ยังส่วนหัวของวิหคเพลิงด้วยความเร็วสูง เขาจะต้อง
คว้าจับมันไว้ให้มั่น มิฉะนั้นมันจะหลุดมือไปอีก
เหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมา!
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง!
อู่ อวี้ เห็นแล้ว
ไข่มุกยังคงอยู่ในตำแหน่งกลางหว่างคิ้วของวิหค
เพลิงเช่นเดิม แม้วิหคเพลิงจะโดนโจมตีจากรอบ
ทิศทาง แต่มันก็ยังทานทนได้ โดยใช้ปีกคู่ปั้องกัน
การโจมตีจำนวนนับไม่ถ้วนเหล่านั้นไว้
อู่ อวี้ เป็นเหมือนมดตัวน้อยที่ไต่อยู่บนตัววิหคเพลิง
เขารีบปีนขึ้นไปบริเวณดวงตาของวิหคเพลิงอย่าง
รวดเร็ว ยามนี้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ใกล้แค่
เอื้อม ภายในใจของเขาตอนนี้ตื่นเต้นเป็นที่สุด จน
เขาไม่รู้สึกถึงความร้อนจากเปลวเพลิงอันน่า
สะพรึงกลัวที่กำลังแผดเผาอยู่เลยด้วยซ้ำ
ระหว่างที่ อู่ อวี้ กำลังพยายามดึงไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงออกมา ทันใดนั้นก็เหมือนว่าวิหคเพลิง
รู้สึกตัวว่าเขาอยู่บนร่างของมัน แคว๊กกกก!!!
ฉับพลันมันก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กแสบหูขึ้น
เสียงแหลมเล็กของมันเกือบทำให้แก้วหูของ อู่ อวี้
แทบระเบิดเลยทีเดียว ทุกส่วนบนร่างกายถูก
กระตุ้นราวกับกระแสวารีอันเชี่ยวกรากที่สั่น
กระเพื่อมจนเกิดเป็นคลื่นวารี อุณหภูมิร้อนแรงพวย
พุ่งถึงขีดสุด ราวกับห่าพิรุณที่กระหน่ำถาโถมลงมา
ความรุนแรงทำให้ อู่ อวี้ ไม่สามารถยึดเหนี่ยวอยู่บน
ร่างกายของมันต่อไปได้ ในที่สุดเขาก็ปลิวกระเด็น
หลุดออกมาจากร่างของมัน
และแล้วแผนการจู่โจมแบบระยะประชิดของเขาก็
ล้มเหลวลงอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะ
ไม่มีใครสังเกตเห็นตัวเขาก็ตาม แต่เขาก็ต้องถูกสลัด
ออกมาด้วยพายุเปลวเพลิงอันร้อนแรงเกรี้ยวกราด
กล่าวได้ว่าในครั้งนี้เขาเกือบจะประสบความสำเร็จ
แล้วจริง ๆ อู่ อวี้ ผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้าแล้วรีบ
กระโดดออกมาในทันที
เมื่อเขากระโดดออกมา ก็พบว่าวิหคเพลิงดูเหมือน
จะได้รับผลกระทบจากตนเอง วิหคเพลิงไม่ได้หัน
มายังทิศทางนี้ แต่กลับเปลี่ยนทิศทางขึ้นไปบน
ท้องฟั้า มุ่งตรงไปยังด้านตะวันออกที่มหาตะวันทั้ง
เก้าเรียงรายอยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นคนอื่น ๆ ก็ไล่
ติดตามขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง
ปัจจุบันวิหคเพลิงกำลังสลัดพวกที่ไล่ตาม ด้วยการ
เหินทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้าด้วยอัตราความเร็วเต็มกำลัง
ส่งผลให้ผู้ที่ไล่ติดตามถูกทิ้งรั้งท้ายไว้ข้างหลัง
แน่นอนว่าผู้ฝึกตนที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติขั้นที่ 5 ยากที่จะไล่ติดตามมาได้ทัน จน
ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังรั้งท้ายกลุ่มอย่างรวดเร็ว
ด้วยความแข็งแกร่งอันห่างชั้นของวิหคเพลิง ทำให้
เพียงชั่วพริบตามันก็สามารถสลัดผู้ไล่ล่าหลายพัน
คนทิ้งห่างไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งบัดนี้ผู้
ที่ไล่ล่าติดตามมา มีเพียงเหล่ายอดฝีมือผู้เก่งกาจ
มากที่สุดในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลโบราณเท่านั้น
“ มันจะขึ้นไปยังมหาตะวันทั้งเก้าเช่นนั้นหรือ? ที่
นั่นมันร้อนแรงกว่าเปลวเพลิงบนร่างของมันมากนัก!
” อู่ อวี้ เหินทะยานไล่ล่าตามวิหคเพลิงขึ้นไป
ในทันที ด้วยคิดว่ายังพอมีโอกาสประสบความสำเร็จ
เขาพุ่งทะยานไปด้วยความเร็วสุดกำลัง เนื่องจาก
พลาดโอกาสในการไล่ล่าช่วงต้น ทำให้ยากจะไล่
ติดตามมันได้ทัน ดังนั้นเขาจึงกระทำได้เพียงใช้เมฆา
ตลบฟั้าขั้นที่ 2 เท่านั้น บัดนี้ อู่ อวี้ กระโดดไปยัง
ทิศทางของมหาตะวันทั้งเก้า ด้วยความมั่นใจเต็ม
เปียม!
เมื่อ อู่ อวี้ กระโดดทะลุมิติออกมา ก็ปรากฏตัวขึ้น
เหนือท้องเวหา สิ่งที่เขารู้สึกคือความร้อนอันน่า
สะพรึงกลัวจากด้านหลัง นั่นเป็นเพราะว่ายามนี้มหา
ตะวันทั้ง 9 อยู่เบื้องหลังของเขา แต่ละดวงดูมี
เส้นผ่าศูนย์กลางนับสิบจั้ง อุณหภูมิความร้อนของ
มัน ร้อนแรงมากจนร่างเขาถูกแผดเผาจนดำเป็นตอ
ตะโก ตอนนี้มีลูกไฟขนาดใหญ่เก้าลูกอยู่เบื้องหลัง
ของเขา หากเป็นคนธรรมดาคงไม่สามารถมายังจุดที่
อู่ อวี้ มาได้ เห็นได้ชัดว่าการทะลวงผ่านเข้าสู่วงกลม
สีดำ เพื่อขึ้นไปยังเจดีย์ชั้นที่ 6 ไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้
มหาตะวันทั้ง 9 ดวงมากนัก
แต่ตำแหน่งเขาอยู่ถือว่าดีมากทีเดียว เพราะเมื่อ อู่
อวี้ มองลงมายังด้านล่าง ก็พบว่าวิหคเพลิงกำลังบิน
ทะยานมายังทิศทางที่เขาอยู่ เขามั่นใจว่าคนอื่น ๆ
จะไม่สามารถทานทนกับอุณหภูมิความร้อนระดับ
มหาตะวันทั้งเก้าดวงได้ อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่าหาก
เขาพาโอรสเล่อกับพวกพ้องขึ้นมายังระดับปัจจุบัน
จะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนตัวของเขาชะลอช้า
ลงอย่างแน่นอน และดูเหมือนว่าโอรสเฮ่อและคน
อื่น ๆ มาได้สูงสุดแค่ระดับปัจจุบันที่เขาอยู่เท่านั้น
ถ้าขึ้นสูงไปมากกว่านี้พวกเขาคงถูกแผดเผาจน
กลายเป็นเถ้าถ่าน
หลังจากวิหคเพลิงทิ้งผู้ไล่ล่าติดตามไว้เบื้องหลัง มัน
ก็ต้องประสบพบเจอกับการโจมตีของ อู่ อวี้ ทันที
ในช่วงเวลาเช่นนี้ อู่ อวี้ ไม่สนใจเรื่องอื่นมากเกินไป
เขาใช้เทียมฟั้าจรดดินขยายร่างกายให้ใหญ่ที่สุด ใน
มือของเขาจับกระชับตราจักรพรรดิไว้แน่น ทันทีที่
วิหคเพลิงมาถึงระยะเขาก็เปิดใช้งานวงเวทอย่าง
รวดเร็ว
“กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้น!”
หนึ่งกระบี่สังหารถูกตวัดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว
ปราณกระบี่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟั้า ปักษามังกรทองคำ
แผ่สยายปีกปกคลุมแผ่นฟั้า จากนั้นก็กลายเป็น
ปราณกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วน พุ่งโจมตีเข้าใส่วิหค
เพลิง ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นวิหคเพลิงก็ค้นพบการ
ดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ ด้วยเหตุนี้มันจึงสกัดกั้นปราณ
กระบี่ของ อู่ อวี้ ด้วยปีกขนาดใหญ่!
ตูม ตูม ตูมมม!
อู่ อวี้ ไร้ซึ่งหนทาง ท้ายสุดแล้วแม้ว่าวิหคเพลิงตนนี้
จะถูกรุมโจมตีจากยอดฝีมือทั่วทุกทิศทาง แต่มันก็
ยังไม่เป็นอะไร ดังนั้นแค่ปราณกระบี่ของเขาคงไม่
อาจทำอะไรมันได้ นอกจากนี้ร่างกายของมันยังน่า
สะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง เป็นระดับความแข็งที่
เทียบเท่าได้กับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ภายใน
ชมพูทวีปโลกธาตุถือว่าความสามารถนี้ยอดเยี่ยม
มาก ส่งผลให้การโจมตีของ อู่ อวี้ ไม่ได้ผลอย่าง
สมบูรณ์ ส่วนอีกด้านหนึ่งเมื่อมันได้รับผลกระทบ
จากปราณกระบี่ มันก็พ่นมหาสมุทรลาวาเพลิง
ออกมาจากปาก ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้ อู่ อวี้ ต้อง
ผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า แล้วกระโดดหลบหนีออก
จากระยะการโจมตีของฝั่ายตรงข้ามอีกครั้ง
เมื่อกลับถึงพื้นเขาก็แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟั้า อันที่
จริงหลายคนเริ่มเห็นเขาแล้ว แต่พวกมันก็ไม่มีพลัง
มากพอที่จะหยุดยั้ง อู่ อวี้ แต่โชคดีที่การโจมตีของ
เขาไม่มีผลใด ๆ สายตาของผู้คนกำลังเพ่งมองไปที่
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง แม้ว่าในตอนนี้ในใจของ
พวกมันยังเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่ก็ไม่อยากจะ
ใส่ใจกับเขามากนั้น แล้วกลับไปให้ความสนใจกับ
การติดตามไล่ล่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงต่อไป
สิ่งที่ อู่ อวี้ เห็นก็คือวิหคเพลิงบินทะยานหลบหนีไป
บนที่สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมองมันจากพื้นดินเวลานี้
มันเกือบอยู่ในตำแหน่งเดียวกับมหาตะวันทั้งเก้า
พอมองจากเบื้องล่างไปยังที่สูงร่างของวิหคเพลิง
ในตอนนี้เป็นเพียงแค่จุดเล็ก ๆ เท่านั้น
ส่งผลให้เวลานี้ผู้ที่ติดตามไล่ล่าต้องเลิกรากลางคัน
ทอดถอนหายใจอย่างคร่ำครวญ คือความแตกต่าง
ราวฟั้ากับเหวระหว่างยอดฝีมือกับผู้ที่มีความแข็ง
ธรรมดาทั่วไป มีเพียงยอดฝีมือระดับสูงเท่านั้นถึงจะ
สามารถไล่ตามวิหคเพลิงได้ทัน แต่ถึงจะไล่ตามทันก็
ไม่สามารถเก็บเกี่ยวไข่มุกทองคำเหยียนหวงได้ ต่อ
ให้เป็นโอรสยวี่ก็ไม่สามารถทานทนกับการแผดเผานี้
ได้ ดังนั้นพวกมันจึงกระทำได้เพียงเฝั้ามองวิหคเพลิง
โผบินอย่างอิสรเสรีภายใต้มหาตะวันทั้งเก้า
ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลสักเพียงใด แต่ก็ยังสามารถ
มองเห็นไข่มุกทองคำเหยียนหวงบนหว่างคิ้วของ
วิหคเพลิงได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นถึงแม้ครั้งนี้จะไม่มี
ผู้ใดสามารถไขว่คว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวงเอาไว้
ได้ก็ตาม แต่ทุกคนก็จะไม่ยอมถอดใจขบคิดหาวิธี
ครอบครองไข่มุกมาให้ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีคนจาก
ชั้นอื่น ๆ ตามมาสมทบเพิ่มเติมอีกด้วย
อู่ อวี้ เห็นว่าสถานการณ์สงบลงแล้ว ปัจจุบันยังไม่
อาจหาบทสรุปได้ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร หากไม่มี
ผู้ใดก็คิดหาวิธีจัดการกับวิหคเพลิงได้ ก็จะไม่
สามารถครอบครองของล้ำค่าที่อยู่กับมันได้เช่นกัน
หลังจาก อู่ อวี้ ทดลองขึ้นไปแล้ว เขาก็รู้ว่าบนนั้น
ความร้อนอยู่ในระดับมหาโหดมากแค่ใน หากเขาไป
ยืนอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวจริง ๆ คาดว่าคงถูกแผด
เผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านอย่าแน่นอน อีกทั้งเขายังได้
ประสบมากับตัวแล้วว่าขนาดการโจมตีของตนเอง
ยังไม่สามารถทะลวงเกราะปั้องกันของวิหคเพลิงได้
แม้แต่น้อย
อู่ อวี้ ต้องกลับไปรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งหมดให้โอรสเล่อได้รับทราบ แต่เวลาโอรสยวี่
กำลังจ้องมองเขาอยู่ และอาจกำลังเฝั้ารอให้คนทั้ง
กลุ่มปรากฏตัวพร้อมกันอยู่ก็ได้ สถานที่ที่พวกเขา
หลบซ่อนตัวจริง ๆ แล้วอยู่ห่างจากที่นี่มาก
พอสมควร ตอนนี้เขามองไปที่โอรสยวี่อีกครั้ง แต่ดู
เหมือนอีกฝั่ายจะไม่ได้เข้ามาหาเขาแต่อย่างใด
” เหตุผลที่โอรสยวี่ต้องการอยู่ใกล้ ๆ กับโอรสเล่อ
เพราะคิดว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงมักจะปรากฏตัว
ขึ้นใกล้ ๆ โอรสเล่อเสมอ แล้วเวลานี้ไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงก็ปรากฏขึ้นแล้ว ดังนั้นเขาไม่น่าจะสนใจ
โอรสเล่อมากนัก ”
อู่ อวี้ วิเคราะห์
อันที่จริงแล้ววิหคเพลิงอยู่ในมหาตะวันทั้งเก้า ตราบ
ใดที่ยังวนเวียนอยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 5
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่
มากเกินไป แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าขณะเดินทาง
กลับมาหาโอรสเล่อจะได้พบกับคนรู้จัก
ภายในหุบเหวลึกอันมืดสนิท มีหญิงสาวคนหนึ่งสวม
ใส่ชุดกระโปรงยาวสีส้ม ผมยาวสลวยประดุจดั่งธาร
น้ำตก ทั่วทั้งสรรพางค์ร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ให้ความรู้สึกสูงส่งศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง แต่ในเวลานี้
แม่นางผู้สง่างามกำลังหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อมองลง
ไปจะเห็นปีศาจตัวเขื่องยืนอยู่ข้าง ๆ กายนาง หาก
มองลงมาจากบนท้องฟั้าสามารถมองเห็นนางได้
อย่างชัดเจน
หญิงสาวผู้นี้งดงามมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง เพียงมองก็รู้
ว่าเกิดมาในตระกูลสูงศักดิ์อิ่มเอมไปด้วยความสุข
สบาย ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวประดุจดั่งเทพธิดา
ชั้นฟั้ามาจุติ สตรีผู้นี้คือ หนานกง เหว่ย หรือรู้จักกัน
ในอีกศักดิ์ฐานะหนึ่งว่าองค์หญิงหวงซีแห่งจักรวรรดิ
ทายาททักษิณ
นางอยู่ในสถานการณ์เดียวกับโอรสเล่อและพวก
พ้อง ส่วนเหล่าปีศาจจากทวีปปีศาจทายาททักษิณ
บริวารผู้ติดตามของนางออกไปไล่ล่าวิหคเพลิง
เหลือเพียงราชาปีศาจกระทิงแปดตาที่คอยคุ้มกัน
ปกปั้องนางอยู่
ราชาปีศาจผู้นี้ อู่ อวี้ เคยเห็นมันมาเเล้วในพิภพ
ปีศาจบรรพกาล ขนาดในตอนนั้นมันยังไม่ใช่คู่มือ
ของเขา นับประสาอะไรกับปัจจุบันมันยิ่งไม่อาจ
เทียบเคียงกับเขาได้เลยแม้แต่เสี้ยวผงธุลี
นับตั้งแต่เข้ามาภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล เขา
ได้พบเจอกับ หนานกง เหว่ย ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่
2 แล้ว ครั้งแรกที่พบนางในเจดีย์ชั้นที่ 2 นางตั้งใจ
ปลุก ‘เต่าหิน’ ให้ตื่นจากการจำศีล โดยหมายมาดให้
มันมาทำร้ายตัวเขา บัญชีแค้นในครั้งนั้นเขายังไม่ได้
เรียกเก็บคืนจากนางแม้แต่น้อย ซึ่งในช่วงเวลานี้
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงทำให้นางกับเหล่าบริวาร
ผู้ติดตามต้องแยกจากกันชั่วคราว ดังนั้นจึงถือเป็น
เวลาอันสมควรที่เขาจะคิดบัญชีแค้น
เมื่อคิดได้ดังกล่าว ฉับพลันเขาก็พุ่งทะยานลงไปยัง
เหวลึกตรงตำแหน่งที่ หนานกง เหว่ย และ ราชา
ปีศาจกระทิงแปดตา ก็แลเห็นเขาเช่นกัน แต่มันก็ยัง
ช้ากว่าความเร็วที่ อู่ อวี้ พุ่งทะยานลงมาอยู่ อู่ อวี้
ควบคุมตราจักรพรรดิ พร้อมกับจะปลดปล่อยการ
โจมตีสังหารเข้าใส่ราชาปีศาจกระทิงแปดตา โดยไม่
พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ
ในช่วงเสี้ยวพริบตา ถึงแม้ราชาปีศาจกระทิงแปดตา
จะรู้ตัวแล้วแต่ก็สายเกินไป ขณะนั้น อู่ อวี้ ใช้เพียง
ท่าโจมตีง่าย ๆ เขี่ยมันออกไปให้พ้นทาง เพื่อให้
หนานกง เหว่ย ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
“เจ้า!” หนานกง เหว่ย ประหลาดใจมาก เพราะนาง
ไม่เห็นร่างของ อู่ อวี้ อยู่บนท้องฟั้าแม้แต่น้อย ด้วย
เพราะระยะทางค่อนข้างห่างไกล นางถึงไม่สามารถ
แลเห็นเขาได้ อีกทั้งตัวเขาที่นางจำได้ยังอยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 2 เพียงเท่านั้น นางไม่เคย
คิดว่าเขาจะมีปัญญาขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินกว่าจะพูดคุยเรื่องไร้สาระกับ
นาง เพราะระดับพลังฝีมือของนางเพิ่งอยู่แค่ก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะเท่านั้น เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงแล้ว
เข้าไปจับแขนของนางเอาไว้ จากนั้นก็ขี่เมฆาตลบ
ฟั้าออกไปอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ราชาปีศาจกระทิง
แปดตาไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด แต่ด้วยความสามารถ
ของมันการไล่ตาม อู่ อวี้ ให้ทันมันยากเย็นยิ่งกว่าไป
สวรรค์เสียอีก
“เจ้า เจ้ากล้าจับตัวข้ามางั้นรึ!” หนานกง เหว่ย โกรธ
มาก
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วตอบว่า ” ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย จะ
ทำเป็นตื่นเต้นสะดีดสะดิ้งอะไรนักหนา?”