กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1092: ตอสูกับวิหคเพลิง
อู่ อวี้ รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย ที่ตนเองเป็นต้นเหตุทำ
ให้โอรสยวี่กับโอรสเซียวเกิดข้อผิดพลาดทะเลาะ
เบาะแว้งกัน
หลังจากระงับอารมณ์ได้ โอรสยวี่กับโอรสเซียวจึง
เลือกที่จะหุบปาก
ในเวลานี้ความสนใจของทุกผู้คนอยู่ที่ อู่ อวี้ ไม่ว่าจะ
เป็นบุคคลที่อยู่ด้านในหรือด้านนอกของเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล
สำหรับโอรสยวี่และคนอื่น ๆ อยู่ในระดับความสูง
ดังกล่าวยังรู้สึกยากลำบากกับความร้อนที่ได้รับ แต่
อู่ อวี้ ยังคงพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง แม้จะไม่
ไปเร็วมากแต่ก็มากเกินพอที่จะทำให้พวกเขารู้สึกตื่น
ตระหนกตกใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว ถึงแม้จะอึ้งตะลึงแต่
ภายในใจก็แฝงไว้ด้วยความไม่พอใจและไม่สบายใจ
เป็นอย่างยิ่ง ส่วนกลุ่มของเจ้าเมืองเจ้าแคว้น
ทั้งหลายกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาซับซ้อนไม่
แสดงออกอย่างเปิดเผย
เรียกได้ว่ายามนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการแสดง
ความสามารถของ อู่ อวี้ อย่างแท้จริง
ตัวเขากับโอรสยวี่และคนอื่นหาใช่พวกเดียวกัน
ดังนั้นเวลานี้คนอื่นกำลังพยายามหาวิธีที่จะหยุดยั้ง
เขา
ภายใต้การเผาไหม้ของ มหาตะวันทั้งเก้านั้นช่างน่า
กลัวอย่างแท้จริง สำหรับตอนนี้หลายคนที่อยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต่าขั้นที่ 6 ได้เห็น อู่ อวี้
ขึ้นไปตำแหน่งดังกล่าวได้ ทำให้พวกมันต่างรู้สึกว่า
ตนเองนั่นต่ำเตี้ยเรี่ยดินไม่ต่างจากหัวแม่เท้า
เมื่อเอาตัวเองมาเปรียบเทียบกับ อู่ อวี้ มันช่าง
แตกต่างกันราวฟั้ากับเหว ในเวลานี้ อู่ อวี้ พุ่ง
ทะยานขึ้นไปได้สูงมาก!
เวลานี้เขากลายเป็นวัตถุต้องห้ามสำหรับวิหคเพลิง
มันที่กำลังบินถลาอยู่เหนือศีรษะกรีดร้องอย่าง
เกรี้ยวกราดด้วยความไม่พอใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอยู่
ห่างจากมันเล็กน้อย คาดว่ามันคงหันมาพ่นเพลิง
ลาวาใส่เขาแล้ว
คงจะบอกว่าความสามารถในการทานทนต่อ
อุณหภูมิความร้อนการเผาไหม้จากดวงตะวันของ อู่
อวี้ นั้นดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ หรือจะพูดว่า
ร่างกายของเขาปรับตัวให้เข้ากับอุณหภูมิความร้อน
ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้ความทุกข์ทรมานจาก
การถูกแผดเผาจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน ร่างกายของ
เขาก็แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสิ่งที่กายา
เพชรอมตะหวั่นเกรงน้อยที่สุดนั่นก็คือเปลวเพลิง
ร่างกายของเขาถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากเปลวเพลิง
อันไม่สิ้นสุด แล้วสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ก็
เหมือนกับการท้าทายขีดจำกัดของตนเองอย่าง
ต่อเนื่อง ในไม่ช้าเขาก็เข้าใกล้วิหคเพลิง ซึ่งก็
หมายถึงว่าเขากำลังเข้าใกล้มหาตะวันทั้งเก้าด้วย
เช่นกัน!
ในเวลานี้ผู้ที่กำลังชมภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเกิด
ความสับสนอยู่ไม่น้อย ในตอนแรกกลุ่มของโอรสยวี่
และคนอื่น ๆ ยังเห็นโอกาสไม่ชัดเจนนัก ดังนั้นพวก
มันจึงยังทำท่ามั่นใจอยู่ได้!
ทว่าดูจากสถานการณ์ในตอนนี้คงไม่มีผู้ใดสามารถ
หยุดยั้ง อู่ อวี้ ไม่ให้เข้าใกล้วิหคเพลิง และ ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงได้อีกแล้ว
ถ้าหากเขาสามารถจัดการกับวิหคเพลิงได้ ก็คงไม่มี
ผู้ใดหยุดยั้งเขาได้อีกแล้ว เช่นเดียวกับโอรสยวี่และ
คนอื่น ๆ ด้วยตำแหน่งของพวกเขาในยามนี้คงยากที่
จะไล่ติดตามได้ทัน
” อย่ากลัวไปเลย เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของวิหคเพลิงตัวนี้
แม้ว่าเขาจะได้ฟังคำเทศนาเต๋าจากจักรพรรดิโบราณ
จนทำให้พลังฝีมือของเขาก้าวหน้าขึ้นมาก แต่การจะ
เอาชนะวิหคเพลิงตนนี้อย่างน้อยก็ต้องมีความ
แข็งแกร่งอยู่ในระดับภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ขึ้น
ไป!”
” ใช่! ไม่ต้องกังวลไป ถึงแม้ตอนนี้เขาจะขึ้นไป
ด้านบนได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการกับวิหคเพลิง
ดีไม่ดีตัวเขาเป็นผู้ถูกสังหารเสียเอง! ”
” ดูสิ! วิหคเพลิงมันโมโหใหญ่เลยงานนี้ล่ะ อู่ อวี้
จะต้องตายแน่ๆ! ”
ตอนแรกทุกคนยังค่อนข้างสับสนกับสถานการณ์ที่
เกิดขึ้น แต่ไม่นานนักก็มีใครบางคนผู้วิพากษ์วิจารณ์
ขึ้นอย่างรวดเร็ว ในใจพวกมันรู้สึกก็ไม่อาจจะ
ยอมรับได้ บางคนเคยเห็น อู่ อวี้ เขาถึงตัวของวิหค
เพลิงตัวนี้มาแล้ว แต่สุดท้ายเขาล้มเหลว
เนื่องจากร่างกลืนสวรรค์ไม่สามารถไล่ตามวิหคเพลิง
ได้ทัน ดังนั้นก่อนจะขึ้นไปหาวิหคเพลิง อู่ อวี้ จึงทิ้ง
ร่างกลืนสวรรค์ไว้ด้านล่าง เอาไว้คอยช่วยเหลือ
หนานซาน หวางเยว่ กับคนอื่น ๆ
ในตำแหน่งที่ร่างกลืนสวรรค์ยืนอยู่ จะมองเห็นร่าง
ต้นของ อู่ อวี้ เหลือเพียงแค่จุดสีดำเล็ก ๆ เท่านั้น
การจะเข้าถึงตัววิหคเพลิงถือเป็นเรื่องยากลำบาก
มากทีเดียว พวกเขาทั้งคู่อาจถูกมหาตะวันทั้งเก้า
แผดเผาจนไม่เหลือซากเอาได้ทุกเมื่อ
“ เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร? พอเป็นไปได้หรือไม่? ”
โอรสเล่อไต่ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นร้อนรน
อู่ อวี้ กล่าว ” โอกาสมีไม่มาก แต่อย่างไรก็คงต้อง
ลอง ดีไม่ดีเราอาจจะได้โชควาสนาครั้งใหญ่ติดไม้ติด
มือมาก็ได้ ”
อันที่จริงความใฝั่ฝันที่จะได้รับไข่มุกทองคำเหยียน
หวงมาครอบครองนั้นถือว่าไกลเกินเอื้อม ทว่า
อย่างไรเสียไข่มุกทองคำเหยียนหวงก็อยู่ตรงหน้าเขา
แล้ว เวลานี้ฝีมือของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นพอสมควร
แม้แต่ยอดฝีมือที่เหนือกว่าเขามากมายยังไม่ได้รับ
โอกาสดี ๆ ได้เช่นดั่งตัวเขาเลย
หากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ใครจะไปรู้เมื่อไหร่จะมี
โอกาสดี ๆ เช่นนี้อีก ?
ในเวลานี้ตัวเขาประจันหน้ากับวิหคเพลิงตัวเขื่อง
เหนือศีรษะของวิหคเพลิงคือ มหาตะวันทั้งเก้า ที่ทุก
คนหวาดกลัวเพราะมันเปรียบเสมือนดั่งวังวนมรณะ
ร่างของวิหคอาบทั่วไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุ
แต่เมื่อเทียบกับมหาตะวันทั้งเก้าแล้วความร้อนของ
มันกลายเป็นจิ๊บจ๊อยไปเลยทีเดียว
เวลานี้วิหคเพลิงนั้นดูดุร้ายเกรี้ยวกราดเป็นอย่าง
มาก เพราะมันคิดว่านี่คือสถานที่หลบซ่อนตัวที่ดี
ที่สุดของมันแล้ว แต่มันก็ไม่คาดคิดว่า อู่ อวี้ จะบุก
รุกเข้ามาหามันด้วยความเร็วไวถึงเพียงนี้ แม้ว่า
สัญชาตญาณจะบอกว่าคนผู้นี้สร้างภัยคุกคามให้กับ
มันได้น้อยมากก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรมันจะต้อง
จัดการ อู่ อวี้ ให้เด็ดขาดสิ้นซาก!
“หวืด!”
เมื่อรู้ตัวว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับวิหคเพลิง อู่ อวี้
ก็เตรียมพร้อมใช้ประโยชน์จากความเร็ว เขารู้ว่า
ตอนนี้ตนเองกำลังกดดันให้วิหคเพลิงต้องต่อสู้ และ
วิหคเพลิงก็ตอบสนองอย่างดุเดือด แม้ว่าเขาจะมี
‘ตราจักรพรรดิ’ แต่หากถูกโจมตีเข้าจัง ๆ เกรงว่าเขา
ก็ตายได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นเขาจึงใช้เทียมฟั้าจรดดินย่อขนาดร่างกายให้
เล็กที่สุด ส่งผลให้บัดนี้เขาที่ยืนประจันหน้ากับวิหค
เพลิง มีขนาดเท่ากับยุงดี ๆ นี่เอง แต่สิ่งสำคัญยิ่งไป
กว่านั้นก็คือการเคลื่อนไหวของเขานั้นเร็วมาก
เมื่อเขามีขนาดเล็กลงความร้อนของดวงตะวันที่
ได้รับก็เล็กน้อยลงไปด้วย มันมีประโยชน์และทำให้
เขาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
เขาเปลี่ยนรูปร่าง ‘ตราจักรพรรดิ’ ให้เป็นกระบี่มังกร
แม้ว่าในยามนี้ ‘ตราจักรพรรดิ’ จะมีขนาดเล็กมากก็
ตาม แต่ก็ไม่มีผู้ใดสงสัยในพลังอำนาจของมัน
โดยทั่วไปนับตั้งแต่ ศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณ
ขึ้นไป ล้วนสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดได้อย่างอิสระ
แล้วในยามนี้เขาได้ย่อขนาดร่างกายให้เล็กลงที่สุด
แล้ว
เปั้าหมายที่ อู่ อวี้ คือต้องการใช้กระบี่มังกรตรา
จักรพรรดิที่มีขนาดเท่ากับไม้จิ้มฟันในมือของเขา งัด
เอาไข่มุกทองคำเหยียนหวงออกมา!
วิหคเพลิงเริ่มโจมตีอย่างรวดเร็ว ในบางครั้งวิธีการ
โจมตีของสรรพเทวะวิญญาณนั้นก็ดูเรียบง่ายมาก
แต่ประสิทธิภาพของมันมิได้ง่ายเฉกเช่นดั่งกระบวน
ท่าเลย
ร่างกายของมันถูกสร้างขึ้นจากเพลิงลาวา เพลิง
ลาวาที่อยู่ภายในของมันปันปั่วนเป็นอย่างยิ่ง ระดับ
ความร้อนไม่ใช่เพียงแค่ลาวาธรรมดา แต่เป็นความ
ร้อนที่มีระดับอุณหภูมิเกินจะบรรยาย ทันใดนั้นมันก็
พ่นเพลิงลาวาไร้สิ้นสุดออกมา เฉกเช่นดั่งพิรุณเพลิง
จำนวนนับไม่ถ้วน สาดปะทะเข้ากับร่างกายของ อู่
อวี้ นอกจากนี้การโจมตีด้วยการพุ่งโฉบกับใช้ปีก
ตวัดฟาดก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้เช่นกัน!
แม้ว่า อู่ อวี้ จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการ
แผดเผาของมหาตะวันทั้งเก้า แต่เพราะร่างกายของ
เขานั้นยืดหยุ่นคล่องตัว จึงทำให้เขาเคลื่อนไหวได้
อย่างรวดเร็วมากเช่นกัน อีกทั้งเขายังเคลื่อนไหว
อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นวิหคเพลิงจึงยากจะพบเห็นเขา!
เวลานี้เขาเปรียบเหมือนยุงที่เคลื่อนไหวด้วย
ความเร็วราวกับประกายแสงอยู่รอบตัวของมัน!
จากนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้เคล็ดก้าวเทวะเพิ่มความเร็วใน
การเคลื่อนที่มากยิ่งขึ้น ส่วนคนที่อยู่บนพื้นดินใน
ตอนแรกยังเห็นเขาเป็นจุดสีดำเล็ก ๆ ได้อยู่ แต่เวลา
นี้ร่างของเขากลับหายไปในพริบตา
ตูมมม ตูมมมมม!
ระเบิดลาวาจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระเซ็นกระจาย
ไปทั่ว ราวกับว่ามหาตะวันทั้งเก้า กำลังดึงริบบิ้นสี
แดงฉานจำนวนนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมา
” นอกจาก อู่ อวี้ จะเป็นคนฉลาดหลักแหลมแล้ว
กายเนื้อของเขายังสามารถทานทนกับการแผดเผา
ของเปลวเพลิงได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ” ความเป็นจริง
แล้วในลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุผู้คนกำลังถกเถียง
กันเรื่อง อู่ อวี้ กันยกใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จอม
จักรพรรดิหมิงไห่จะเป็นคนพูด
” เขาใช้ความเร็ว สยบความแข็งแกร่งของวิหคเพลิง
ดีไม่ดีครั้งนี้เขาอาจมีหวังก็ได้ ”
อย่างไรเสีย อู่ อวี้ ก็เป็นชาวเหยียนหวง ดังนั้นเวลา
นี้ชาวเหยียนหวงส่วนใหญ่รู้สึกอารมณ์ดีไม่น้อย มี
เพียงคนใหญ่คนโตบางส่วนซึ่งคอยให้การสนับสนุน
โอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ ที่รู้สึกวิตกกังวล แต่จริง ๆ
แล้วคนที่มีความคิดดังกล่าวก็มีไม่มากนัก
ผู้คนต่างจับตามอง อู่ อวี้ ที่กำลังต่อสู้กับวิหคเพลิง
กล่าวได้ว่าในภายในหัวใจของทุกผู้คนกำลังเต้นถี่รัว
ราวกับกลองศึก ทั้งยังคงรู้สึกลุ้นระทึกตื่นเต้นยิ่งเสีย
กว่า อู่ อวี้ เองซะอีก
ครืดดดด!
เสียงหยาดพิรุณลาวากำลังกวาดผ่านดังอึกทึก
ครึกโครม แม้ อู่ อวี้ จะหลบเลี่ยงได้อย่างรวดเร็ว
แต่ก็ยากที่จะหลบการโจมตีแบบหว่านของหยาด
พิรุณเพลิงลาวาไปได้เช่นกัน
เมื่อถูกหยาดพิรุณลาวากลืนกิน ร่างของเขาได้ถูก
เพลิงแผดเผาจนไหม้เกรียม แม้ว่าพิภพภายในร่าง
จะไม่พังทลาย แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างมาก
ทีเดียว
“ย๊าก!”
อู่ อวี้ ถูกโจมตีจากคลื่นลูกแรก เขาพุ่งทะยาน
ออกมาจากหยาดพิรุณลาวาที่โหมกระหน่ำ เวลานี้
ร่างกายเขาถูกเผาจนดำเป็นตอตะโก แม้ว่าร่างกาย
ของเขาจะฟืนตัวอย่างรวดเร็ว แต่ถ้ายังถูกโจมตีอยู่
หลายครั้งก็ค่อนข้างลำบาก
วิหคเพลิงคิดว่าตัวเองจัดการกับ อู่ อวี้ ได้แล้ว ใน
เวลานี้มันจึงบอกสะบัดปีกกรีดร้องอย่างผู้มีชัย แคว๊
กกก∼ แคว๊กกกกก∼∼
แต่มันไม่รู้ว่าระหว่างที่มันโจมตีใส่ อู่ อวี้ นั้นเขาได้
โจมตีสวนกลับอย่างรวดเร็วโดยพุ่งทะยานมายังส่วน
หัวของมัน ‘ตราจักรพรรดิ’ ขนาดจิ๋ว ในมือของเขา
แสดงเปล่งประกายแสงอันงดงามอย่างน่าตกใจ
“กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้น!”
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ก็สยบพลังอำนาจของวงเวทนี้ไว้
ด้วยการเสริมทักษะบางอย่าง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
ให้กับวงเวท เขาเพิ่มความเร็วในการโจมตีของให้สูง
มากยิ่งขึ้น และลดพลังอำนาจลงอีกเล็กน้อย ส่งผล
ให้บัดนี้ขนาดของวงเวทถือว่าเล็กจากที่เคยเป็น
อย่างมาก แล้วทันใดนั้นปราณกระบี่วิหคมังกรก็ถูก
ปลดปล่อยออกไป ถึงแม้จะเล็กแต่อย่าได้ดูถูกพลัง
อำนาจของมันเด็ดขาด ทันใดนั้นปราณกระบี่ที่มี
ขนาดน้อยกว่าร่างของวิหคเพลิงอยู่ 1 ใน 10 ส่วน
ก็เปล่งประกายแสงสีทองก็กะพริบวาบ แล้วมุ่งตรง
ไปยังตำแหน่งระหว่างคิ้วของวิหค!
ตูม!
บังเกิดเสียงดังก้องกัมปนาท กล่าวได้ว่าเวลานี้หัวใจ
ของ โอรสยวี่ ซึ่งอยู่ใกล้มากที่สุดกำลังรู้สึกกดดันตึง
เครียดเป็นอย่างยิ่ง เพราะในเวลานี้ทุกคนต่างเห็นว่า
ใบหน้าของวิหคถูกเปั่ากระจุยอย่างสมบูรณ์ เพลิง
ลาวาจากร่างของวิหคที่เกิดจากการถูกบดขยี้ทำลาย
สาดกระจายราวกับห่าพิรุณไปทั่วทุกแห่งหน!
อู่ อวี้ ใช้เนตรเพลิงจ้องมองมานานมากแล้ว แต่ยัง
ไม่เห็นไข่มุกทองคำเหยียนหวงกระเด็นหลุดออกมา
แม้ว่าตรงจะงอยปากของวิหคเพลิงจะถูกทำลายไป
แล้ว แต่ตำแหน่งระหว่างคิ้วของมันก็ยังไม่ถูกทำลาย
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงยังคงอยู่ที่
เดิม!
โอรสยวี่ลุ้นระทึกจนแทบหัวใจจะหยุดเต้น ในเวลานี้
หยาดเหงื่ออันเย็นเฉียบไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่
ก็นับว่าโชคดีที่ อู่ อวี้ ยังไม่ประสบความสำเร็จ
แม้แต่คนที่อยู่ด้านนอกก็ลุ้นระทึกจนเหงื่อไหลย้อย
ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
” ถึงแม้ อู่ อวี้ จะมีความสามารถเพียงน้อยนิด แต่
ถ้าเขาประสบความสำเร็จล่ะ … ”
” อย่าได้กล่าววาจาไร้สาระ เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้
อย่างแน่นอน! ”
” ยังถือว่าโชคดีที่ไข่มุกยังไม่ตกไปอยู่ในมือของเขา
คราวนี้เขาเจอปัญหาแน่ ”
แม้มันพึ่งโดน อู่ อวี้ โจมตีเพียงครั้งเดียว ทว่าวิหค
เพลิงก็โกรธแค้นเป็นอย่างมาก แม้จะโดนโจมตีตรง
บริเวณส่วนปากอย่างหนัก แต่มันก็ยังส่งเสียงกรีด
ร้องอย่างเกรี้ยวกราดได้ มันยังคงพ่นพิรุณลาวาสาด
กระหน่ำออกมาอีกครั้ง ในเวลานี้เปลวเพลิงไร้สิ้นสุด
ปกคลุมแผ่นฟั้าไปทั่วทุกหนทุกแห่ง! หากโดนโจมตี
อีกครั้ง รับรองมันจะสร้างความเสียหายให้แก่เขา
อย่างใหญ่หลวง!
ในขณะนี้ อู่ อวี้ ตอบสนองทันที
“เปลี่ยน!”
เมื่อเขาตะโกนคำว่าเปลี่ยน กระบี่ตราจักรพรรดิใน
มือก็แปรเปลี่ยนเป็นโล่จักรพรรดิทันที เวลานี้กระบี่
ยาวสีทองเปลี่ยนเป็นโล่สีดำ บนโล่เป็นรูปเต่านูนสูง
ลอยขึ้นมา แม้ว่าโล่จะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่มัน
สามารถปั้องกัน อู่ อวี้ ได้อย่างสมบูรณ์
“โล่มังกรจักรพรรดิคุกเต่าเทวะสะเทือน”
โล่นี้ไม่ได้แค่เพียงเป็นเกราะปั้องกันเท่านั้น แต่มันยัง
มีความสามารถในการสั่นสะเทือนสะท้อนการโจมตี
กลับไปอีกด้วย ชั่วขณะที่โล่มังกรจักรพรรดิคุกเต่าเท
วะสะเทือนก่อตัวขึ้น กระแสลาวาก็พวยพุ่งอัด
กระแทกเข้าใส่โล่มังกรอย่างรุนแรง!
ตูม!
อย่าดูถูกว่าโล่นี้จะมีขนาดเล็ก เนื่องจากมันสามารถ
ต้านทานเพลิงลาวาที่พวยพุ่งออกมาได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้มันยังสะท้อนการโจมตี 1 ใน 3 กลับไป
ยังวิหคเพลิง จนเปลวเพลิงอาบท่วมไปทั่วทั้งตัวของ
มัน
งานนี้คงต้องขอบคุณการปั้องกันของโล่เกราะมังกร
ทำให้ อู่ อวี้ ไม่ได้ถูกโจมตีอีกครั้ง เพียงแต่เขาถูก
กระแทกจนต้องถอยออกมาก็เท่านั้น ส่งผลให้บัดนี้
ร่างกายของเขากำลังหมุนวนลอยออกไปอย่าง
ต่อเนื่อง
แต่ความร้อนของมหาตะวันทั้งเก้าก็ส่งผลกระทบต่อ
เขา ระหว่างที่เขากำลังปลิวไป เขารู้สึกว่าร่างกาย
แสบร้อนจากเพลิงความร้อนที่เพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ
ทันใดนั้นเขาก็พบว่า ทิศทางที่ตนเองกำลังลอยตรง
ไป คือมหาตะวันทั้งเก้า อีกทั้งยังเป็นดวงตะวันตรง
กลางอีกด้วย!
เขารู้ว่าตนจะต้องหลบไปให้พ้นจากมันอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้เพลิงลาวาอันน่าสะพรึงกลัวของ
วิหคเพลิง ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้
โล่มังกรจักรพรรดิไม่อาจสลายการโจมตีไปได้อย่าง
สมบูรณ์
หลังจากวิหคเพลิงถูกสะท้อนการโจมตี จนเปลว
เพลิงอาบท่วมไปทั่วทั้งตัวของมันเอง มันก็โกรธเป็น
อย่างมาก มันพุ่งทะยานไปหา อู่ อวี้ ที่กำลังเข้าใกล้
มหาดวงตะวันตรงจุดกึ่งกลางไปทุกขณะ!