กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1093: ความตายมาเยือน
ทุกอย่างบังเกิดขึ้นเพียงชั่วประกายหินเหล็กไฟ
เท่านั้น
วิหคเพลิงกับ อู่ อวี้ พุ่งเข้าห้ำหั่นกันอีกครั้ง
เชื่อว่าในช่วงเวลานี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดทั่วทั้งชมพูทวีป
โลกธาตุ ต่างจดจ่อกับการต่อสู้ครั้งนี้
อู่ อวี้ พยายามควบคุมพยุงร่างกายให้เสถียรมั่นคง
ที่สุด ทั้งยังพยายามไม่ให้ตนเองเข้าไปใกล้มหาตะวัน
ทั้งเก้าอีกต่อไป แต่เขาไม่คิดว่าวิหคเพลิงจะพุ่งเข้า
มาโจมตีซ้ำอีกครั้ง
บอกตามตรงเวลานี้ดูเหมือนวิหคเพลิงจะหัวเสียเอา
มาก ๆ โดยเฉพาะหลังจากโดน อู่ อวี้ โจมตี
พฤติกรรมของมันในปัจจุบันราวกับสัตว์ปั่าแสนดุ
ร้ายบ้าคลั่งอย่างที่สุด มันโจมตีเขาอย่างรุนแรง
ต่อเนื่องไม่หยุด มันพ่นไฟแผดเผาจนอาณาเขต
โดยรอบกลายเป็นทะเลเพลิงไปในพริบตา เมื่อมอง
จากด้านล่างจะเห็นเป็นก้อนเมฆาเพลิงขนาดใหญ่
กำลังล้อมรอบปกคลุมมหาตะวันทั้งเก้าดวงไว้
โดยเฉพาะยิ่งใกล้กับดวงตะวันตรงกลางยิ่งเข้มข้น
มากขึ้น
แม้ในตอนนี้ผู้คนด้านล่างจะเห็นภาพเหตุการณ์ได้ไม่
ค่อยชัดเจนนัก แต่พวกเขาก็รู้ว่าผู้ที่ทำให้วิหคเพลิงมี
โทสะเกรี้ยวกราดถึงเพียงนี้อย่าง อู่ อวี้ จะต้องตก
อยู่ในอันตรายเป็นแน่
คงบอกว่าสิ่งที่คนเหล่านี้คิดกันล้วนเป็นเรื่องจริง
เหล่าสรรพเทวะวิญญาณในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
เป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากจริง ๆ อย่างเช่น รุกขชาติ
โลหิต ที่เขาเคยต่อสู้ปะทะกับมันมาก่อน อันที่จริง
สรรพเทวะวิญญาณตัวนั้นมันก็ร้ายกาจตึงมือมาก
แล้ว ทว่าวิหคเพลิงตัวนี้กลับร้ายกาจหนักหนายิ่ง
กว่าหลายขุม
การที่โอรสยวี่ไม่ยอมรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ มัน
จะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน แต่การที่ อู่ อวี้ รับมือ
กับวิหคเพลิงที่ร้ายกาจเช่นนี้เพียงลำพังนับว่ากล้า
หาญอย่างแท้จริง
ตอนนี้ อู่ อวี้ ติดแหง็กอยู่กับการโจมตีอันบ้าคลั่ง
รุนแรงของวิหคเพลิง แต่เขายังคงยืนหยัดอย่างไม่ย่อ
ท้อ ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า
แล้วหลบหนีออกไปได้ในทันที
แม้ว่าเขาจะตกอยู่ในช่วงเวลาแห่งยากลำบาก แต่
เขาก็ไม่ใช่คนจำพวกรู้ว่าข้างหน้าจะต้องเผชิญกับ
ความยากลำบากก็รีบหลบหนีจนหางจุกตูด คน
ประเภทนี้ไม่ใช่ตัวเขาเลยจริง ๆ อีกทั้งยังมีสายตา
มากมายคอยจับจ้องเขาอยู่
ปัจจุบัน อู่ อวี้ ถือจับ ‘โล่มังกรจักรพรรดิคุกเต่าเทวะ
สะเทือน’ พุ่งทะยานอัดกระแทกเข้าใส่เพลิงลาวา
ของวิหคเพลิงอย่างต่อเนื่อง เปั้าหมายของเขายังคง
มีเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ทว่าครานี้ดูเหมือนว่าวิหคเพลิงมันจะฉลาดขึ้น มัน
เรียนรู้จากบทเรียนครั้งก่อนด้วยการบีบบังคับดัน อู่
อวี้ ให้ถอยห่างออกไปไกล ไม่ยอมปล่อยให้เขาเข้า
ประชิดตัวมันได้อย่างเด็ดขาด มันพยายามสังหาร อู่
อวี้ ด้วยการโจมตีระยะไกลมาดหมายให้เขาแหลก
ละเอียดเป็นผุยผง
ในช่วงเวลาบีบคั้นเช่นนี้ อู่ อวี้ คงไม่ทันสังเกตว่า
ท่ามกลางการต่อสู้ประหาร ผลัดกันรุกผลัดกันรับ
อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตัวเขามีโอกาสเข้าใกล้ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงอยู่หลายครั้งหลายครา อีกทั้งถึง
ขั้นยังจวนเจียนประสบความสำเร็จด้วยซ้ำไป แต่
การปะทะของพวกเขาก็ทำให้เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้
ดวงตะวันตรงใจกลางอย่างต่อเนื่อง
แต่แล้วอยู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าเนื้อหนังของตนเองเริ่ม
ร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ พอเงยหน้าขึ้นไปมองพบว่าเนื้อ
ศีรษะของเขา คือดวงตะวันตรงกลาง ที่มีขนาดใหญ่
เกือบครึ่งหนึ่งของท้องเวหา!
” ไร้ซึ่งหนทางที่จะเข้าใกล้ประชิดตัวมันได้ หรือว่า
เราควรถอยกลับไปตั้งหลักก่อนดีกว่า ”
เขาตระหนักถึงปัญหาในข้อนี้ เลยคิดว่าตนเองควร
ใช้เมฆาตลบฟั้ากระโดดออกไป เพื่อหลบเลี่ยง
สายตาจากวิหคเพลิงไปชั่วขณะ แต่แท้จริงแล้วไม่ได้
จากไปหรือถอยจริง ๆ
หลังจากกระโดดออกไปชั่วคราว เขาค่อยคิดหาวิธี
อื่นเพื่อจัดการกับมัน เมื่อมาถึงจุดนี้ อู่ อวี้ ก็ยังพอ
เห็นความหวังอยู่บ้าง
แต่แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่
คาดคิดเกิดขึ้น!
นั่นก็คือดวงตะวันดวงกลางที่เขาอยู่ใกล้ที่สุด
ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ ดวงตะวันตรง
กลางก็บังเกิดความผันผวนอย่างหนัก ก่อเกิดเป็น
แรงดูดพลังมหาศาลเหนือศีรษะของเขา
แม้แต่คนที่อยู่ด้านล่างหรือคนที่อยู่ ณ ลานเมฆา
สวรรค์เพลิงวายุ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า อู่ อวี้ อยู่
ใกล้ดวงตะวันดังกล่าวมากเพียงใด ใกล้พอที่ตัวเขา
จะถูกดูดเข้าไปในนั้นเลยทีเดียว ฉับพลันดวงตะวัน
ตรงกลางก็บังเกิดความปันปั่วนอย่างรุนแรง ทันใด
นั้นเปลวเพลิงจำนวนมากก็ระเบิดพวยพุ่งออกมา
กระจายไปสู่พื้นที่โดยรอบ!
เพียงชั่วพริบตา ดวงตะวันตรงกลางก็ขยายตัว
ประมาณหนึ่งในห้าจากเดิม ถึงแม้จะขยายเพิ่มขึ้น
เพียงแค่หนึ่งในห้า แต่ก็มากเพียงพอที่จะสร้าง
อันตรายจนถึงตัวของ อู่ อวี้ อย่างแน่นอน!
กล่าวได้ว่าเวลานี้ทั้งตัวเขาและวิหคเพลิง ถูกกลืน
หายไปในเปลวเพลิงของดวงตะวันตรงกลางไปเป็นที่
เรียบร้อยแล้ว
จากนั้นเปลวเพลิงพี่ระเบิดออกมาของดวงตะวันดวง
กลาง ก็ย่อหดตัวเล็กลงแล้วกลับสู่ขนาดเดิมของดวง
ตะวันดวงกลาง แต่ผู้คนต่างก็เห็นกันอย่างชัดเจนว่า
ทันทีที่มันย่อขนาดลงทั้งสองก็ถูกดูดกลืนไปในดวง
ตะวันดวงดังกล่าวด้วย
เมื่อดวงตะวันที่อยู่ตรงใจกลางกลับคืนสู่สภาพเดิม ก็
ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่าวิหคเพลิงก็ถูกกลืนกินเข้าไปด้วย
เหมือนกัน
ส่วน อู่ อวี้ ก็อยู่ในช่วงนั้นที่ดวงตะวันเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นเขา
จะถูกกลืนกินเข้าไปด้วย
หลังจากผ่านเหตุการณ์ดังกล่าว มหาตะวันทั้งเก้า
ดวงก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง สงบไร้ซึ่งระลอกใด
ๆ ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
จากภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็น
เพียงชั่วพริบตา แต่ดวงตะวันตรงใจกลางก็เป็น
เหมือนดั่งอสูรยักษ์ที่กำลังหมอบคลาน เฝั้ามอง
เหยื่อสองตัวต่อสู้อยู่ตรงหน้าของมัน เมื่อสัตว์ตัวเล็ก
ทั้งคู่มาถึงบริเวณปาก มันก็อ้าปากออกแล้วกลืนกิน
สัตว์ตัวเล็ก ๆ ทั้งสองตัวเข้าไปในทันที
ทุกอย่างบนท้องเวหาเงียบสงบลงแล้ว ทุกผู้คนที่อยู่
ด้านล่างรวมถึงยอดฝีมือลำดับต้น ๆ ก็กำลังตกอยู่
ในอาการอึ้งตะลึง นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว
การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ อาจกล่าวได้ว่าทำ
ให้ทั่วทั้งโลกหล้าเงียบสงัด ราวอยู่ในความตาย!
ผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ หรืออยู่บนลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ
สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ว่าวิหคเพลิงตัวใหญ่ที่เข้า
ไปใกล้ดวงตะวันตรงจุดกึ่งกลาง เป็นเสมือนดั่งเงา
ดำเล็ก ๆ ที่ถูกดูดกลืนเข้าไปในดวงตะวันอย่าง
รวดเร็ว เรียกได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่าง
ฉับพลันนี้ เล่นเอาวิหคเพลิงไม่สามารถดิ้นรนต่อสู้ได้
เลย หลังจากนั้นก็ถูกล้มละลายหายไปอย่างรวดเร็ว
หากวิหคเพลิงตกตาย แล้ว อู่ อวี้ ที่ถูกกลืนกินเข้า
ไปในดวงตะวันอย่างพร้อมเพรียงเช่นเดียวกันล่ะ…
ผู้คนรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้โลกนี้ร้อนมาก นั่นเป็นเพราะ
มหาตะวันทั้งเก้าดวง มันเป็นเสมือนดั่งเตาอบที่
กำลังเผาไหม้อย่างไรอย่างนั้น
เหตุผลที่โอรสยวี่และคนอื่น ๆ ไม่สามารถตามจับ
วิหคเพลิงได้ส่วนใหญ่ ๆ ก็เป็นเพราะระดับความ
ร้อนของมหาตะวันทั้งเก้า
คนอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าใกล้กับระดับความร้อนที่สูง
ถึงเพียงนี้ได้ ส่วน อู่ อวี้ กลับสามารถอยู่ใกล้ ๆ ดวง
ตะวันได้ แต่การอยู่ใกล้ ๆ แล้วโดนเพลิงความร้อน
นั้นแผดเผา กับการถูกดวงตะวันกลืนกินเข้าไปนั้น
แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การถูกความร้อนของแสงตะวันแผดเผาจากผิวกาย
ด้านนอก มันก็จะเหมือนกับการให้ความอบอุ่น
ร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากถูกดวงตะวันดูดกลืนเข้าไป
เพราะมันจะเหมือนกับการหลอมละลายโดยตรง
โอรสยวี่กับคนอื่น ๆ อยู่ในระยะที่ตนเองสามารถ
ทานทนกับระดับความร้อนได้เต็มที่แล้ว ถ้าขึ้นไปสูง
กว่าระยะดังกล่าวเขาก็ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป อู่
อวี้ กับ วิหคเพลิงต่อสู้ท่ามกลางการแผดเผาของ
เปลวเพลิงในระดับที่พวกเขาไม่อาจจะทนได้ ถ้า
พวกเขาอยู่ในระดับนี้คงถูกทำลายล้างไปนานแล้ว
เมื่อความตายมาเยือน ความเงียบสงัดก็บังเกิด
ภายในหัวของแต่ละคนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เด็กหนุ่มผู้กำเนิดมาพร้อมกับความมหัศจรรย์อย่าง
น่าเหลือเชื่อ เขาก็มีความโดดเด่นดึงดูดสายตาของ
ผู้คนนับไม่ถ้วนรวมไว้เป็นจุดเดียว แต่ทันใดนั้นเขาก็
ต้องเผชิญกับภัยพิบัติอย่างรวดเร็วกะทันหันจนไม่
อาจจะตั้งรับแล้วก็ถูกดูดกลืนหายไป
“ หมดปัญญาจะออกมาแล้วสินะ นี่แหละคือผล
กรรมที่จะได้รับจากสิ่งที่กระทำไว้ ต่อให้เจ้าตกตาย
ก็ยังไม่สาสมกับความผิดที่เจ้ากระทำไว้! ” ทันใดนั้น
พระธิดาหยินก็ตะโกนขึ้น พร้อมกับยิ้มแล้วปรบมือ
ด้วยความดีใจอย่างสุดแสน
แม้ว่านางจะสูญเสียตราจักรพรรดิไปตลอดกาล แต่
ความรู้สึกอันเลวร้ายที่กัดกินหัวใจของนางก็ถูกลบ
เลือนหายไปแล้ว
จากภาพที่เห็นแม้แต่วิหคเพลิงก็ดูเหมือนจะถูก
ดูดกลืนละลายหายไป ดังนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง อู่
อวี้
แม้คนที่เอ่ยปากจะมีเพียงแค่คนเดียวที่พูด ทว่า
ความจริงในข้อนี้ก็เป็นที่ยอมรับภายในใจของทุกคน
ไม่มีผู้ใดสงสัยหรือตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อย นั่น
เป็นเพราะทุกคนรู้ดีว่ามหาตะวันทั้งเก้าดวงนั้นน่า
สะพรึงกลัวมากเพียงใด
การเสียชีวิตของ อู่ อวี้ ในการต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการ
ตอกย้ำความจริงที่ว่ากว่าจะครอบครองไข่มุกทองคำ
เหยียนหวงนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย หัวใจของคน
ส่วนใหญ่ยังคงตกอยู่ในหลุมดำที่มืดแปดด้าน
แน่นอนว่ามีบางคนที่ยังคงรู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อย
ตัวอย่างเช่น มหาอุปราชที่อยู่ด้านนอก และจอม
จักรพรรดิหมิงไห่ที่ช่วงเวลานี้สีหน้าขาวซีด เดินถอย
หลังไปสองสามก้าวราวกับไม่มีแรงหยัดยืน ขณะที่
ดวงตายังคงจ้องมองไปบนคันฉ่องบานที่ 5 แต่นี่
อาจจะไม่ใช่ความสงสารเสียใจ แต่เป็นเพราะเรื่องวง
เวทพันธะโลหิตควบคุมวิญญาณ ถ้า อู่ อวี้ ตกตายก็
หมายความว่าบุตรสาวของตัวเองต้องตายไปด้วย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพร่ำพรรณนาในใจคาดหวังว่า อู่ อวี้
จะกลับมาได้
ทว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความหวังก็ยิ่งเลือน
หายไป อีกทั้งตอนนี้ยังไม่สามารถส่งข้อความแจ้งถึง
กันได้ บางทีองค์หญิงโยว่เสี่ยอาจจะตกตายไปแล้วก็
เป็นได้
อู่ อวี้ นับว่าเป็นคนที่มีจิตใจอาจหาญเป็นอย่างยิ่ง
เขากล้าที่จะพุ่งทะยานฝั่าความร้อนจากเปลวเพลิง
เพื่อไขว่คว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวงด้วยตัวคนเดียว
แล้วหลายคนก็ภาวนาให้เขาตกตายไป ถึงแม้จะไม่มี
ผู้ใดเอื้อนเอ่ยวาจา แต่พวกมันก็คิดไปในทิศทาง
เดียวกัน
หลายคนยิ้มให้กันอย่างสบายใจ ราวกับว่าตอนนี้
ความตึงเครียดและความหนักขึ้นทั้งหมดได้ถูก
ปลดปล่อยออกไปแล้ว
” อู่ อวี้ มั่นใจในฝีมือความสามารถของตนเองมาก
เกินไป เป็นยังไงล่ะ… สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่
เด็กเมื่อวานซืน นี่ถือเป็นอัจฉริยะอีกคนหนึ่งที่ต้อง
ตกตายพ่ายแพ้ไปเพราะความหยิ่งผยองของตนเอง
”
” อย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ที่ทำตัวโดดเด่นมี
ชื่อเสียงอย่างเช่นเขาจะไปได้ไกลมากแค่ไหนกัน?
แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นบุคคลที่น่าทึ่ง ใน
ประวัติศาสตร์ไม่เคยปรากฏพบเจอมาก่อน แต่ส่วน
ใหญ่บุคคลที่โดดเด่นเช่นนี้ มักจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นจน
ไม่มีโอกาสได้กลายเป็นเซียนอมตะ ”
” ก็สมควรแล้ว ยิ่งเป็นอัจฉริยะมีพรสวรรค์มาก
เท่าไหร่ ก็ยิ่งโดดเด่นมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น
เท่านั้น ครั้งนี้ข้ากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าหาเรื่องใส่
ตัวชัด ๆ จะโทษผู้อื่นก็มิได้ ”
ตอนนี้พวกคนใหญ่คนโตจากอาณาจักรผู้ฝึกตนต่าง
ๆ ที่อยู่ด้านนอก กำลังพูดคุยไปยังทิศทางดังกล่าว
แม้กระทั่งชาวเหยียนหวงบางคนก็คิดและกล่าว
เช่นนี้เหมือนกัน
ดูเหมือนว่ายามนี้ คงมีเพียงหวงจุนที่สีหน้ายังไม่
เปลี่ยนแปลงมากนัก แล้วนางก็กล่าวขึ้นว่า ” ไม่มี
ทางที่จักรพรรดิโบราณจะปล่อยให้ชายผู้นี้ตกตายไป
แน่ อย่าลืมว่าที่นี่คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ”
คำกล่าวข้างต้นคือสิ่งที่นางคิด แม้ว่าคนอื่นจะไม่เชื่อ
ก็ตาม เพราะทุกคนต่างคิดว่าหากนำเขามา
เปรียบเทียบกับโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ แล้ว อู่ อวี้
ไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากจักรพรรดิโบราณ
เหมือนกับโอรสพระธิดาองค์อื่น ๆ
ส่วนทางด้านของมังกรเทวะสีหน้าก็ยังคงไม่
เปลี่ยนแปลงเช่นกัน แต่ก็อาจจะใจหายเล็กน้อย
ส่วนมังกรเทวะที่นั่งด้านหลังของนางต่างมองหน้า
กันแต่ไม่กล่าวอันใดออกมา มีเพียงมังกรปีศาจเทวะ
พิสุทธิ์ที่แสดงอาการยิ้มเยาะมา ราวกับว่าเรื่องที่
เกิดขึ้นคือสิ่งที่มันได้คาดคิดเอาไว้แล้ว
บางทีมันอาจจะคิดว่า ถึงเวลากลับวังมังกรสี่สมุทร
เสียที
ระหว่างที่ผู้คนกำลังพูดถึงการตกตายของ อู่ อวี้ ก็
ยังไม่ลืมถกเรื่องไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ถึงแม้ผู้คนจะเห็นอยู่เต็มว่า อู่ อวี้ กับวิหคเพลิงอยู่
ด้วยกัน แต่ก็ยังแอบคิดว่าจะมีความเป็นไปได้หรือไม่
ที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงจะถูกละลายหายไปด้วย ?
โอรสยวี่กับคนอื่น ๆ ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วย
ความตื่นตกใจ เมื่อนึกถึงว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวง
จะถูกแผดเผาไปด้วยหรือไม่ เรียกได้ว่าพวกมันไม่มี
ผู้ใดห่วงกังวลชีวิตและความ ตายของ อู่ อวี้ เลย
ทันใดนั้นท่ามกลางตะวันดวงตะวัน ก็บังเกิดแสงสี
ทองเปล่งประกายขึ้น เมื่อผู้คนเพลงมองดูอย่างพินิจ
แล้ว พวกมันก็พบว่านั่นคือไข่มุกทองคำเหยียนหวง!
“ อยู่นั่น! ”
ชั่วครู่หนึ่งก็มีเสียงร้องตะโกนขึ้น เนื่องจากมันผู้นั้น
แลเห็นไข่มุกทองคำเหยียนหวงปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เวลานี้มันได้เป็นอิสระจากวิหคเพลิงแล้ว จากสิ่งที่
เห็นได้สร้างความฮือฮาแก่ผู้คนเป็นอย่างยิ่ง บัดนี้
ความบ้าคลั่งได้บังเกิดขึ้นอีกครั้ง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงยังไม่ถูกแผดเผาทำลายไป
ทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้น มันก็พุ่งทะยานไปทาง
วงกลมสีดำ ซึ่งเป็นทิศทางขึ้นสู่เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลชั้นที่ 6!
“ มันไปชั้นที่ 6 แล้ว! ”
ทุกคนต่างตระหนักดีว่าตำแหน่งที่ไข่มุกพุ่งทะยาน
ไป คือวงกลมสีดำที่ระดับความร้อนช่วงนั้นไม่สูง
มาก พอที่พวกมันจะพุ่งผ่านเข้าไปได้ แต่คนผู้นั้นก็
ต้องอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 เป็น
อย่างต่ำ
ในเวลานี้ไม่มีใครสนใจพูดคุยถกเถียงเกี่ยวกับ
เรื่องของ อู่ อวี้ อีก ทันทีที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
คงทะยานเข้าสู่ชั้นที่ 6 หากผู้ใดมีความแข็งแกร่งอยู่
ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 หรือมีคนที่มี
ฝีมืออยู่ในระดับนี้อยู่ในกลุ่ม พวกมันก็จะแห่ไล่ล่า
ติดตามไปในทันที แม้กระทั่งกันระหว่างไล่ล่า
ติดตาม พวกมันก็โต้เถียงขัดแย้งกัน จนเกิดการ
ปันปั่วนโกลาหลขึ้นอีกครั้ง
โดยเฉพาะกลุ่มยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเดียวกับ
โอรสยวี่ เมื่อเห็นภาพดังกล่าวพวกมันทุกคนไล่ล่า
ไข่มุกทองคำเหยียนหวง ขึ้นสู่หลุมดำชั้นที่ 6 ทันที
ส่งผลให้จำนวนของผู้คนในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 5 ลดลงอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ชั่วพริบตา
จำนวนก็เหลือน้อยกว่าครึ่ง เพราะคนจำนวนมาก
ไม่ได้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6
แต่พวกมันก็ถูกพาขึ้นไปด้วยยอดฝีมือผู้แข็งแกร่ง
ด้วยเช่นกัน
” องค์หญิงรีบไปกันเร็ว! ” ราชาปีศาจแห่งทวีปปีศาจ
ทายาททักษิณรีบเร่งให้ หนานกง เหว่ย ติดตามไป
แต่องค์หญิงหวงซียังคงจับจ้องไปที่ดวงตะวันอย่าง
ไม่วางตา
” อู่ อวี้ มันตายแล้ว ถือเป็นการล้างแค้นให้แก่องค์
หญิง! ” ราชาปีศาจกระทิงแปดตากล่าว
” หุบปาก! ” หนานกง เหว่ย มองไปที่มันอย่างไม่พอ
หลังจากนั้นนางก็หลับตาลงสงบจิตใจ แล้วก็กัดฟัน
พูดขึ้นว่า ” งั้นเราก็ขึ้นไปกันบ้างเถอะ “