กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1117: ทามกลางความโกลาหล
การต่อสู้ไร้ความหมายเช่นนี้ อู่ อวี้ ย่อมไม่อยากเข้า
ไปมีส่วนร่วมอย่างเด็ดขาด เพราะมันเป็นการลงทุน
ลงแรงที่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์สิ้นดี
องค์ชายทมิฬต้องการใช้ประโยชน์จากความ
โกลาหลดังกล่าว เพื่อแก้แค้น อู่ อวี้ และเอาน้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผันกลับคืนมา
แต่กลับกลายเป็นว่าน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันหาได้
อยู่ที่นี่ ดังนั้นมันจึงคลุ้มคลั่งไปการใหญ่
ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายนั้น อู่ อวี้ ก็ใช้ร่างเงา
จำแลง หลบซ่อนตัวอยู่ในมุม ๆ หนึ่ง โดยย่อขนาด
ร่างกายจนเหลือขนาดเล็กจิ๋วหลิว ยิ่งเขาผสานร่าง
กับเมฆตลบฟั้าก็ยิ่งทำให้เหล่าสรรพเทวะวิญญาณ
ไม่มีทางพบเห็นหรือแตะต้องตัวเขาได้
ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่องค์ชายทมิฬจะไม่ทราบว่า
อู่ อวี้ อยู่ที่ใด
อันที่จริงแล้วมันไม่ได้มีเวลาตามล่าตัว อู่ อวี้
มากมายนัก เพราะเวลานี้มันก็กำลังตกอยู่ในที่นั่ง
ลำบากเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
หลังจากเม็ดทองคำสรรพเทวะวิญญาณก้อนจิ๋วหลิว
ถูกปลุกให้ตื่นแล้ว ร่างของมันก็ส่องประกายแสงสี
ทองเจิดจ้าสว่างไสว หลังจากนั้นขนาดของมันก็
ขยายเพิ่มขึ้น กลายเป็นมีขนาดเท่ากำปัน ลักษณะ
ของพวกมันคล้ายกับเจ้าหนามเขียวที่อยู่ในคฤหาสน์
มารกลืนสวรรค์เอามาก ๆ การเคลื่อนไหวของมัน
เป็นลักษณะพุ่งดิ่งคล้ายดาวตก พวยพุ่งเข้าใส่ยอด
ฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 อย่างไม่
หวั่นเกรงกลัวตาย
เปรี๊ยงงงง!
ทันใดนั้นภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ก็
บังเกิดเสียงคำรามระเบิดดังกึกก้องอยู่พักหนึ่ง
อู่ อวี้ เห็นว่ายามนี้เหล่ายอดยุทธผู้ที่อยู่ในระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ไม่ว่าจะเป็นโอรสยวี่ ,
โอรสเซียว ,หลานฉีหลิวเมิ่ง , มู่หยุนซี ฯลฯ งัด
สารพัดกระบวนท่าที่ตนเองมีปัดปั้องกันหยุดยั้งการ
ระเบิดโจมตีของฝั่ายตรงข้าม
การโจมตีของสรรพเทวะวิญญาณนั้นดูเรียบง่าย แต่
กลับทรงพลังเปียมล้นไปด้วยอานุภาพรุนแรง หาก
โดนมันโจมตีเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง เป็นไปได้ว่าอาจ
ถูกบดขยี้เอาได้ง่าย ๆ ภายใต้การอัดกระแทกอย่าง
รุนแรง ก่อให้เกิดแสงประกายสีทองส่องสว่างขึ้น
อย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก
หน่วงแก่การปั้องกันของพวกเขา
โดยทั่วไปแล้วยอดฝีมือหนึ่งคน จะสามารถรับมือ
สรรพเทวะวิญญาณได้หลายร้อยตัว บางทีอาจถึงขั้น
หลายพันตัวเลยด้วยซ้ำ ทั้งสองฝั่ายปะทะกันอย่าง
ดุเดือดเลือดพล่าน ทางฝังของสรรพเทวะวิญญาณ
ได้ถาโถมโจมตีโหมกระหน่ำจากทุกทิศทาง ระเบิด
ประกายแสงทองคำก็รุนแรงจนน่าเหลือเชื่อ สรรพ
เทวะวิญญาณบางตัวถูกยอดฝีมือบดขยี้ ซึ่ง อู่ อวี้
คิดว่ามันจะต้องตกตายแล้วเป็นแน่ แต่ที่ไหนได้…
หลังจากตัวของมันแตกกระจายออก ฉับพลัน
ชิ้นส่วนเหล่านั้นก็กลับรวบรวมกัน แล้วก็กลับสู่
สภาพเดิมอีกครั้ง!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้พวกมันถึงพยายาม
เตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าทำเสียงดังเด็ดขาด
ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า สรรพเทวะ
วิญญาณเหล่านี้มันน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด อู่ อวี้
เห็นว่ายามนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
ท่ามกลางการปะทะต่อสู้อันแสนชุลมุนวุ่นวายจะ
บังเกิดเป็นความสูญเสียอย่างหนัก สรรพเทวะ
วิญญาณพวกนี้ไม่ยอมพ่ายแพ้ง่าย ๆ แถมยังพุ่งเข้า
โจมตีใส่อีกฝั่ายอย่างบ้าคลั่งไม่กลัวตาย
พื้นที่ทั้งหมดบนชั้นที่ 8 ปัจจุบันเต็มไปด้วยประกาย
แสงเจิดจ้าแลกระแสสายอัสนีสี่ทอง โดยปกติแล้ว
ท่ามกลางการต่อสู้อันแสนดุเดือดเลือดพล่านของ
เหล่ายอดฝีมือ ย่อมสามารถต่อต้านโต้กลับสรรพเท
วะวิญญาณได้อยู่แล้ว สรรพเทวะวิญญาณหลายสิบ
ตัวถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นชิ้น ๆ ด้วย
อานุภาพของศาสตราวิธีแท้วิญญาณนภา นับเป็น
ภาพที่ยอดเยี่ยมหาดูได้ยากยิ่งเหลือคณา แต่ช่างน่า
เสียดายสถานการณ์ยามนี้มันวุ่นวายเสียจนไม่
สามารถจ้องจับตาดูอย่างตั้งใจได้เต็มที่ นั่นเป็น
เพราะสรรพเทวะวิญญาณพวกนี้สามารถเกิดขึ้นใหม่
ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพวกยอดฝีมือจึงตกเป็นฝั่าย
เสียเปรียบ แล้วดูเหมือนจะต้องอยู่ในสถานการณ์
เช่นนี้ไปอีกสักพักใหญ่ ๆ เลยทีเดียว
เท่ากับว่าเวลานี้มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่ไม่ตกอยู่ใน
สถานการณ์ต่อสู้อันแสนชุลมุนวุ่นวายดังกล่าว คนผู้
นั้นก็คือ อู่ อวี้ เขาหลบซ่อนตัวอยู่ในเหลี่ยมที่
เหมาะสม อีกทั้งยังทำตัวไม่โดดเด่นสะดุดตา จึงมี
เพียงคนที่อยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น ถึงจะสังเกตเห็นเขาได้
เมื่อเห็นว่าตนเองเริ่มมีคนสนใจ เขาก็จะใช้ร่างเงา
จำแลงผู้กระโดดหลบออกไปยังตำแหน่งอื่น เพื่อ
หลีกเลี่ยงการถูกจับตามอง และเพื่อปั้องกันคำครหา
ว่ารู้มาก เขาจึงพยายามเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่ง
อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเม็ดทองคำสรรพเทวะวิญญาณ
จะระเบิดอยู่ใกล้ ๆ เขาหลายครั้ง แต่ก็หาได้ระคาย
ผิวหรือเป็นอุปสรรคขวางทางเขาแต่อย่างใดไม่
องค์ชายทมิฬกำลังมองหาเขาอยู่ สีหน้าของมันดู
วิตกกังวลเป็นอย่างมาก ดู ๆ แล้วช่างน่าขบขันต่อผู้
พบเห็นเป็นยิ่งนัก
อู่ อวี้ เกียจคร้านเกินกว่าที่จะมานั่งสนใจมัน เขาจึง
เพิกเฉยแล้วไม่เหลียวแลมันอีกต่อไป หลังจากนั้น
เขาก็ใช้เนตรเพลิงกวาดตามองดูสภาพแวดล้อม
โดยรอบใหม่อีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเดิม
เขายังไม่สามารถพบเจอสิ่งผิดปกติใด ๆ บนชั้นนี้ได้
เขารู้สึกว่าที่นี่ช่างเป็นสถานที่เรียบง่ายแต่กลับเต็ม
ไปด้วยความลึกลับแลปริศนาซับซ้อนยากแก้ไข
ท่ามกลางสถานการณ์โกลาหลวุ่นวาย มีเขาเพียงคน
เดียวที่ใช้โอกาสนี้ตรวจสอบสิ่งผิดปกติบนเจดีย์ชั้นที่
8 ว่าจะมีสิ่งใดแตกต่างไปจากเดิมบ้าง
แน่นอนว่าเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก ตอนนี้
สถานการณ์ยังคงค่อนข้างชุลมุน อันเนื่องจากการ
อาละวาดของเม็ดทองคำสรรพเทวะวิญญาณ ชนิดที่
เรียกว่ามืดฟั้ามัวดินแทบมองไม่เห็นทิศทางกันเลย
ทีเดียว
” บนเจดีย์มีสรรพเทวะวิญญาณมากมายถึงเพียงนี้
ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! ”
หลังจากเวลาผ่านไปได้ประมาณ 1 ก้านธูป เม็ด
ทองคำจำนวนนับพันนับหมื่นยังไม่ยอมลดจำนวนลง
เลยแม้แต่น้อย นับว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริง ๆ
หากสรรพเทวะวิญญาณเหล่านี้ไม่สามารถเกิดใหม่
ได้ ด้วยจำนวนนับพันนับหมื่นของพวกมัน คงไม่
คณามือเหล่าผู้ฝึกตน ผู้ฝึกตนนอกรีต และปีศาจ
พวกนี้เป็นแน่ เป็นไปได้ว่ามันคงถูกเหล่ายอดฝีมือ
บดขยี้จนแทบไม่เหลือหลอแล้ว
แต่หลังจากเหล่ายอดฝีมือปล่อยและต้านรับการ
โจมตีอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง พวกมันทุกคนก็เริ่ม
เหนื่อยล้ากันไม่น้อยแล้ว การที่พวกมันต้องประสบ
โชคร้ายบนชั้นนี้ ทำให้เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของพวก
มันยามนี้ตึงเครียดเป็นอย่างมาก รวมถึงโอรส
พระธิดาทั้งสาม
“หินวิญญาณ”
อู่ อวี้ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเฝั้าดูหินวิญญาณ
หรือไม่ก็มองหาความแตกต่างบนกำแพงรอบ ๆ
และสิ่งที่เขาค้นพบในก็คือทุกอย่างยังคงเป็น
เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ที่นี่จะ
วุ่นวายโกลาหลเป็นอย่างมาก
” ไร้ซึ่งเงื่อนงำ … คงจะต้องลงไปรออยู่ข้างล่าง รอ
ให้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงปรากฏขึ้นเองยังน่าจะมี
โอกาสมากกว่า… ” เขาชักเริ่มท้อแท้เล็กน้อย
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าภายในไข่มุกทองคำเหยียนหวง มี
สมบัติมากมายเก็บซ่อนอยู่ เขาก็มีแรงฮึดสู้อีกทุก
ครั้ง ภายในใจก็เฝั้าบอกตัวเองว่าไหน ๆ ก็มาถึงจุดนี้
แล้ว โอกาสอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น จะมายอมแพ้ตอนนี้
ไม่ได้เด็ดขาด
หลังจากนั้นเขาก็กวาดตามองรอบ ๆ อย่างผ่อน
คลาย แล้วฉับพลันสายตาของเขาก็ไปสะดุดอยู่ที่
อาณาเขตการต่อสู้หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ
“หืม?” ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็เบิกตากว้างราวกับได้เห็น
ทางสว่าง ท่ามกลางความโกลาหลและเม็ดทอง
คำนับพันนับหมื่น ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นบางอย่างที่
ผิดแผกออกไป แต่เมื่อเขามองอย่างพินิจพิเคราะห์ก็
ไม่เห็นมันแล้ว
“นั่นมันอะไร … ” อู่ อวี้ รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่
ได้เห็นเค้าลางบางอย่าง ด้วยเหตุนี้จิตใจของเขาก็
เริ่มกระวนกระวายมองซ้ายมองขวาล่อกแล่ก
หลังจากนั้นก็ใช้เมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 3 พุ่งเข้าไปกลาง
สนามรบ เงยหน้ากวาดตามองไปทั่วทุกทิศทาง
“หรือเราตาฝาดไป?” เขาชักเริ่มสงสัยตนเองว่าตา
ฝาดไปหรือไม่ ด้วยเพราะเม็ดทองคำทุกเม็ดดูแล้ว
ล้วนเหมือนกันหมด มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเขา
จะตาฝาดแล้วมองผิดพลาดไป
อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าตนเองอาจจะไม่ได้ตาฝาด
เหมือนกัน และสิ่งผิดปกติดังกล่าวอาจจะมีอยู่จริง
ดังนั้นเขาจึงมองหาต่อไป ท่ามกลางเม็ดทองคำ
จำนวนนับไม่ถ้วน เขาสามารถแลเห็นบางสิ่ง
บางอย่างได้อย่างเลือนราง
สิ่งผิดปกติเขาสังเกตผมก่อนหน้านี้มันก็คือ ไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงจริง ๆ แต่เป็นเพราะมันถูกปก
คลุมไปด้วยเม็ดทองคำสรรพเทวะวิญญาณจำนวน
มาก มันเลยละลานตาจนทำให้มองไม่เห็น
รูปลักษณะของเม็ดทองคำคล้ายคลึงกับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงมากจริง ๆ เหมือนแม้กระทั่งแสง
สีทองที่ส่องประกายเจิดจ้าบนร่างของมัน แล้วสิ่งที่
แตกต่างกันก็คือไข่มุกทองคำเหยียนหวงไม่มีตาปาก
จมูก และไม่สามารถส่งเสียงร้องได้
ซึ่งหากจะเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องธรรมดา
ถึงกระนั้น อู่ อวี้ ก็คิดว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงถูกซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางเม็ด
ทองคำจำนวนมาก แล้วถ้ามันมีอยู่จริง ๆ ก็ไม่น่า
แปลกใจเลยว่าเพราะเหตุใดคนอื่น ๆ ที่อยู่ที่นี่นาน
2-3 เดือนกลับไม่พบเห็นไข่มุกทองคำเหยียนหวง
นั่นเพราะมันเป็นเรื่องเกินความคาดหมายเกินไป
ด้วยเพราะเม็ดทองคำสรรพเทวะวิญญาณ เป็น
เสมือนสินค้าก๊อปเกรดเออย่างไรอย่างนั้น ในเมื่อไม่
มีอะไรจะเสีย อู่ อวี้ จึงลองวางเดิมพันอีกครั้ง ด้วย
การพยายามไขว่คว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวง และดู
เหมือนว่าตราบใดที่มีการต่อสู้ยังคงไม่จบสิ้น ไข่มุก
ทองคำของแท้ก็ยังคงเคลื่อนตัวต่อไปไม่หยุดเช่นกัน
“จักรพรรดิโบราณเป็นพวกแหกคอกอย่างแท้จริง ไม่
ยอมทำตามกฎใด ๆ ดังนั้นเราเองก็ต้องคิดนอก
กรอบ เพื่อตามเขาให้ทัน … ”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ตัวเขาซึ่งอยู่ท่ามกลางสมรภูมิการ
ต่อสู้และสรรพเทวะวิญญาณนับไม่ถ้วน ก็เริ่มกว่าตา
ขึ้นมองไข่มุกทองคำเหยียนหวงที่มีรูปลักษณ์
แตกต่างจากเม็ดทองคำเม็ดอื่น ๆ อีกครั้ง แล้วครั้งนี้
เขาจะต้องจับความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนั้นให้ได้
หนึ่งก้านธูป… สองก้านธูปผ่านไป ความหวังในใจ
ของเขาก็เริ่มหดหายไปตามกาลเวลา มันค่อย ๆ
ลดลง ลดลงเรื่อย ๆ ปัจจุบันดูเหมือนว่าการต่อสู้ก็
ยิ่งโกลาหลมากขึ้นกว่าเดิม เหล่ายอดฝีมือทั้งหลาย
เริ่มพูดคุยกันว่าจะย้อนกลับไปที่เจดีย์วิญญาณบรรพ
กาลชั้นที่ 7 ชั่วคราว แต่เพราะพวกมันไม่อยากไป
คนเดียวแล้วปล่อยให้คนอื่น ๆ อยู่ที่นี่ ดังนั้นมันจึง
พยายามชักชวนคนอื่น ๆ ให้เห็นพ้องแล้วลงไป
ด้วยกัน มันคิดว่าหากไม่มีผู้ใดอยู่ที่นี่แล้วรอเวลาอีก
สักประมาณ 2-3 วัน สรรพเทวะวิญญาณทั้งหมดก็
จะเข้าสู่การหลับใหลอีกครั้ง แล้วหลังจากพวกมัน
หลับสนิทเหล่ายอดฝีมือก็จะรวมตัวกลับมาบนนี้ใหม่
อีกครั้ง
ปัจจุบันผู้ที่ยังไม่แสดงความคิดเห็นก็มีองค์ชายทมิฬ
กับ มัจฉาหยินหยาง เมื่อทุกคนทั้งหมดเห็นด้วยกัน
ก็เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะล่าถอยไปพร้อม ๆ กัน
พวกมันไม่ได้ไต่ถามความเห็นชอบของ อู่ อวี้ แต่
พวกมันบีบบังคับให้เขาตามลงมาด้วย
อู่ อวี้ ทอดถอนหายใจ เขารู้สึกว่ามันค่อนข้างดู
แปลก ๆ ไปซะหน่อย และในระหว่างที่เขากำลังจะ
จาก ฉับพลันสายตาของเขาก็ไปสะดุดกับสิ่งผิดปกติ
บางอย่างอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ ในระหว่างที่เม็ด
ทองคำเม็ดอื่น ๆ หมุนเป็นลูกข่างพุ่งเข้าโจมตีฝั่าย
ตรงข้ามอย่างดุดันต่อเนื่อง ไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ก็ทำเนียนโดยหมุนเพียงเล็กน้อย โจมตีฝั่ายตรงข้าม
พอเป็นพิธีอย่างไม่ให้ถูกจับสังเกตได้เท่านั้น เห็นได้
ชัดว่ามันซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียนเสียจริง ๆ อีก
ครั้งในรัศมีทรงกลมจะไม่มีเม็ดทองคำเม็ดอื่น ๆ เข้า
มาเกี่ยวข้องกับมัน …
อู่ อวี้ ไม่ต้องการสิ่งใด ภายในใจต้องการเพียงสิ่ง
เดียวเท่านั้นก็คือได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง!
อันที่จริงตอนแรก เขาคิดเพียงว่าจะขึ้นสู่ชั้นที่ 8
แล้วไปต่อชั้นที่ 9 เท่านั้น แล้วไม่รู้ว่าไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงจะอยู่ที่นี่หรือไม่ แต่ยามนี้เขามั่นใจเต็มร้อย
แล้วว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่บนชั้นนี้จริง ๆ
เมื่อเวลางวดเข้ามาใกล้เช่นนี้ เขาจึงใช้ร่างเงาจำแลง
โดยไม่เอื้อนเอ่ยอันใด ร่างของเขาเปลี่ยนไปอย่าง
รวด แล้วก็ไปปรากฏตัวอยู่ทุกที่อย่างต่อเนื่อง แล้ว
ในที่สุดเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเม็ดทองคำที่
แตกต่างจากเม็ดอื่น โดยไม่พูดอะไรเขาเพียงแค่ยื่น
มือออกไปหยิบมันมาไว้ในแขนเสื้อทันที!
ด้วยเพราะตอนนี้ร่างกายของเขาเล็กกระจิ๋วหลิว จึง
ยืดหยุ่นคล่องตัวเป็นอย่างมาก
อันที่จริงคงต้องกล่าวว่า อู่ อวี้ ยังไม่มั่นใจว่า สิ่งที่
เขาได้รับมานั้นมันจะใช่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงของ
จริงหรือไม่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในชั่วอึดใจต่อมา มันทำให้เขาต้อง
เชื่ออย่างสนิทใจ เพราะทันใดนั้นสรรพเทวะ
วิญญาณเม็ดทองคำที่กำลังง่วนอยู่กับการโจมตีฝั่าย
ตรงข้ามอย่างดุเดือดเลือดพล่าน อยู่ ๆ พวกมันก็
หยุดนิ่งชะงัก ส่งผลให้บนเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
ชั้นที่ 8 ยามนี้เงียบเชียบราวปั่าช้าขึ้นมาอย่าง
ฉับพลัน เหล่ายอดฝีมือทั้งหลายก็วิตกกังวลกับ
สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นเช่นกัน
หลังจากนั้นสรรพเทวะวิญญาณดวงตาแดงก่ำทุกตัว
ก็หันมาจ้องมองที่ อู่ อวี้ แต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งยัง
สามารถเห็นได้ชัดว่ายามนี้พวกมันกำลังอยู่ในอาการ
กระสับกระส่ายสุดชีวิต สายตาที่จ้องมองเขาเต็มไป
ด้วยจิตสังหารอย่างท่วมท้น จิตสังหารที่รุนแรงยิ่ง
กว่าก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นยอดฝีมือทุกคนก็หลบ
ฉากถอยห่างจาก อู่ อวี้ สมบูรณ์ กล่าวได้ว่าเวลานี้
เขาโดดเด่นเป็นยิ่งนัก
ด้วยปฏิกิริยาทั้งหมดทำให้ อู่ อวี้ มั่นใจว่าสิ่งที่เขา
ได้รับมาจะต้องเป็นไข่มุกทองคำเหยียนหวงอย่าง
แน่นอน!
“สำเร็จแล้วใช่หรือไม่!? ” เขาลังเลเล็กน้อยแล้ว
ความสุขก็เบ่งบานขึ้นมาในทันทีทันใด