กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1116:ความโกลาหลครั้งใหญในเจดียวิญญาณ
ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ร่างต้นใช้เวลาอยู่ในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 อย่างเงียบสงบ
ส่วนร่างกลืนสวรรค์และคนอื่น ๆ ยังคงปลอดภัยอยู่
ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 7 พวกเขายังหลบ
ซ่อนตัวไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหน
แต่ก็พบเจอกับสรรพเทวะวิญญาณบ้างบางครั้งบาง
ครา ซึ่งมันก็คือบางสิ่งบางอย่างที่ประกอบขึ้นมา
จากอณูแสงสีขาว โดยยากจะจัดการหรือแลเห็น
โดยทั่วไปแล้วร่างกลืนสวรรค์กับหงส์ทมิฬจะเป็น
ด่านหน้ารับมือต่อสู้อย่างยากลำบาก
พอเสร็จจากการต่อสู้ร่างกลืนสวรรค์ก็จะกลับเข้าไป
ในเจดีย์ล่องกำเนิด เพื่อทำสัญญาควบคุมน้ำเต้าเท
วะสรรพสิ่งผกผัน ซึ่งเวลานี้เกือบจะเสร็จสมบูรณ์
แล้ว
แม้ว่าน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันจะมีวงเวทย์ประทับ
กว่า 800,000 วง แต่กลับมีวงเวทย์โจมตีหลักวง
เดียวเท่านั้น และเป็นระดับสูงสุดอีกด้วย
วงเวทย์มีชื่อเรียกว่า ‘เวทแปรเปลี่ยนกำเนิดสรรพ
สิ่ง’
วงเวทย์นี้เป็นหนึ่งวงเวทย์ที่อยู่ท่ามกลางวงเวทย์
จำนวนนับไม่ถ้วน สามารถสรรค์สร้างสิ่งต่าง ๆ ได้
นานานัปการ เป็นได้ทั้งกระบี่และง้าวรูปแบบของ
มันเป็นทั้งโจมตีและปั้องกัน สามารถสรรค์สร้างสัตว์
อสูรออกมาได้นับหมื่น อีกทั้งยังสามารถแปลงเป็น
นาวาก็ยังได้ ซึ่งเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงไร้สิ้นสุด
ส่วนกำลังหลักอย่าง อู่ อวี้ ร่างต้นก็ยังคงอยู่บนเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้น 8
ยามนี้เขายังคงทุ่มเทสมาธิไปกับการเก็บ
รายละเอียดทุกอณูบนเจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่
8
บอกตรง ๆ ว่าความตั้งใจครั้งนี้ไม่ต่างจากการเดิม
พัน ซึ่งเขาอาจจะได้กำไรหรืออาจจะไม่ได้กำไรอะไร
เลยก็ได้
หลาย ๆ แห่งในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยปริศนาแล
ความลึกลับ ราวกับว่ามีความลับซุกซ่อนอยู่
เบื้องหลังมากมายนับไม่ถ้วน ประเด็นสำคัญก็คือมัน
ยากที่จะทำความเข้าใจได้
นอกจากนี้ความลึกลับของแต่ละแห่งแต่ละสถานที่
หาได้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันแต่อย่างไร
เขารู้ดีว่ายามนี้ทุกคนต่างรู้สึกสับสนไม่เข้าใจ แม้
พวกเขาแต่ละคนจะมีพื้นฐานฝึกตนเหนือกว่า อู่ อวี้
แต่กลับไม่ได้อะไรคืบหน้าขึ้นมาเลย เมื่อรู้ดังนั้น อู่
อวี้ ก็รู้สึกว่าตนเองคงไม่ต้องห่วงกังวลในเรื่องนี้
แต่เมื่อลองครุ่นคิดทบทวนดูให้ดี ๆ เขาก็คิดว่ามัน
จะต้องมีอะไรที่ผิดสังเกตให้เห็นอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
เพราะอย่างไรจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงจะต้อง
ทิ้งร่องรอยปริศนาบางอย่างเอาไว้ให้แน่ ๆ
บางทีการที่ไข่มุกทองคำเหยียนหวงไม่ปรากฏในชั้น
ที่ 6 และชั้นที่ 7 ทำให้เหล่ายอดฝีมือในระดับค้นหา
เต๋าขั้นที่ 8 เมื่อเห็นว่าตนไม่สามารถเก็บเกี่ยวอะไร
ได้ จึงพากันขึ้นมาที่เจดีย์ชั้นที่ 8
อย่างเช่น เสวี่ยชิงอิ่น แห่งดินแดนเทวะเหมันต์ นาง
เป็นสตรีที่มีความงดงามยอดเยี่ยมยิ่ง เป็นเรื่องยากที่
ผู้ใดจะทิ้งร่องรอยไว้บนตัวนาง นางยังคงดูเย็นชา
เฉกเช่นดังตำนานร่ำลือ นางเป็นคนพูดน้อยมาก
โดยส่วนใหญ่นางจะไม่ยอมหลุดปากพูดสิ่งใดออกมา
ง่าย ๆ
ต่อมาก็เป็น ฮวงกู่จื่อ ผู้ฝึกตนนอกรีตจากแดนเก้า
ยมโลก คนผู้นี้สวมใส่ชุดคลุมสีเหลือง ร่างกายผอม
บาง ใบหน้าซีดจาง ดวงตาคมกริบ ร่างกายล้อมรอบ
ไปด้วยรัศมีสีเหลือง
หลังจากเวลาผ่านไปก็เริ่มมีปีศาจขึ้นมาบนชั้นนี้ คน
แรกก็คือจักรพรรดิน้อยแห่งอาณาจักรปีศาจสวรรค์
ผู้มีร่างแท้เป็นอสูรเมฆาแหวกสวรรค์ ในอนาคตเขา
จะกลายเป็นเจ้าอาณาจักรปีศาจสวรรค์ แต่ก็คง
จะต้องรอจนเหงือกแห้งอยู่พอสมควร เพราะบิดา
ของมันนั้นมีอายุยืนยาวเกินไป
แล้วก็วานรจิตเขตแดนวิญญาณแห่งล้านภูผาปีศาจ
เมื่อ อู่ อวี้ เพ่งพินิจมองดูอย่างใกล้ชิด ก็ได้เห็นว่า
มันคงรูปลักษณ์ของมนุษย์อยู่ในวัยหนุ่มแน่นฉกรรจ์
ดูบริสุทธิ์สดใสประดุจดวงตะวันยามรุ่งอรุณ ดวงตา
ล้ำลึกประดุจมหาสมุทร ดูลึกลับซับซ้อนมีเรื่องราว
มากมาย ทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะค้นหาความจริงที่
ซ่อนอยู่ในนั้น
นอกจากนี้ยังมีปีศาจมัจฉาหยินหยางในน่านสมุทร
เพลิงผลาญ อีกทั้งเขายังมาคนเดียวไร้ซึ่งผู้ติดตาม
บุคคลผู้นี้มีลักษณะแปลกประหลาด นั่นคือครึ่งซ้าย
และครึ่งขวาของมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงโดยมี
จุดตัดอยู่ที่กลางจมูก ด้านซ้ายเป็นสีแดงเข้มมีเปลว
เพลิงลุกไหม้อยู่ทุกอณูขุมขน มีลักษณะเหมือนเพศ
ชาย ส่วนอีกด้านเป็นสีน้ำเงินแล้วมีลักษณะเหมือน
อิสตรี ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจระบุได้ว่าปีศาจ ‘มัจฉาห
ยินหยาง’ เป็นเพศหญิงหรือชายกันแน่
อู่ อวี้ รู้สึกว่าจำนวนของผู้คนที่ขึ้นมาบนนี้เริ่มเพิ่ม
มากขึ้นเรื่อย ๆ
” ถ้าเป็นเช่นนี้อีกไม่นานองค์ชายทมิฬ ก็คงจะตาม
ขึ้นมาเช่นกัน เพราะเขาตามหาข้าไม่เจอในชั้นล่าง
แต่เมื่อขึ้นมาแล้วก็คงลงมือทำอะไรไม่ได้ง่าย ๆ
เพราะที่นี่มีสรรพเทวะวิญญาณจำนวนมากอยู่บน
พื้น ”
ด้วยเพราะไม่ต้องการทำให้กับสรรพเทวะวิญญาณ
เม็ดทองคำเหล่านี้ตื่น ฉะนั้นทุกคนที่ขึ้นมาจะถูก
ตักเตือนทันที
นอกจากนี้แม้แต่พระธิดาซีกับโอรสเซียวก็ขึ้นมาด้วย
ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็น อู่ อวี้
อยู่บนชั้นนี้กับคนอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะโอรสเซียว
มันเคยถูก อู่ อวี้ โจมตีมาแล้วครั้งหนึ่ง หากไม่ใช่
เพราะชั้นที่ 8 แห่งนี้ไม่สามารถส่งเสียงดังหรือทำ
อะไรที่มันดูอึกกระทึกครึกโครมแล้วล่ะก็ มันคง
อยากจะลองวัดความสามารถกับ อู่ อวี้ อีกครั้ง
” เจ้าฉลาดมากที่มาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เจ้ากล้าแย่ง
ชิงน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันขององค์ชายทมิฬมา
เจ้าช่างเหิมเกริมยิ่งนัก ” พระธิดาซีจ้องเขม็งมาที่ อู่
อวี้ ขณะกล่าว
อู่ อวี้ กระทำเพียงแต่ยิ้มให้แต่ก็มิได้ตอบโต้อันใด
กลับไป
ข่าวที่เขามีความขัดแย้งกับองค์ชายทมิฬ ถูก
แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วจนรู้กันอย่างทั่ว
หน้า นอกจากนี้เขายังสามารถแย่งชิงน้ำเต้าเทวะ
สรรพสิ่งผกผันมาจากองค์ชายทมิฬได้ ทำให้ทุกคน
มอง อู่ อวี้ สูงขึ้นมาก
ในระหว่างที่เจ้าตัวยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรทั้งสิ้น
สำหรับคนอื่น ๆ ต่างยกย่องว่าเขาเป็นคู่แข่งที่เท่า
เทียม
คาดว่าองค์ชายทมิฬยังคงตามหา อู่ อวี้ ให้ควั่กอยู่
ในชั้นล่าง แล้วในที่สุดมันก็มาถึงบนชั้นนี้จนได้ เป็น
ช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ กำลังศึกษาหินวิญญาณเพิ่มเติมอยู่
ทันใดนั้นเขาก็ต้องตกใจเล็กน้อยเมื่อใบหน้าขององค์
ชายทมิฬปรากฏขึ้นที่นี่
หลังจากขึ้นมาบนชั้นที่ 8 ทุกคนต่างรู้สึกหนักใจไป
ตาม ๆ กัน
นอกจากผู้ฝึกตนในดินแดนโบราณเหยียนหวงแล้ว
ยังมีผู้คนของอาณาจักรโบราณเหยียนหวงอยู่ที่นี่อีก
7 คน หากรวม อู่ อวี้ ด้วย ก็เป็น 8
มีผู้ฝึกตนนอกรีต 3 คน
มีปีศาจ 4 ตัว และปีศาจสมุทรอีก 1
หลังจากองค์ชายทมิฬเข้ามาทุกคนก็เตือนมันทันที
ว่าห้ามส่งเสียงดังอึกกระทึกครึกโครมเป็นเด็ดขาด
มิฉะนั้นจะต้องลำบากแน่
องค์ชายทมิฬพยักหน้ารับทราบ เมื่อเห็นว่ามีสรรพ
เทวะวิญญาณ
หลังจากมันตามขึ้นมาบนนี้ มันก็ต้องละวางเรื่อง
บาดหมางโทสะที่คับแค้นอยู่ในใจเอาไว้ก่อน โดย
เลือกที่จะไขว่คว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวงตรงหน้า
แต่แล้วมันไม่คาดคิดว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นการ
ดำรงอยู่ของ อู่ อวี้ ในเวลานี้โจทย์ของมันอยู่
ตรงหน้าไม่ไกลจากกันเท่าไหร่นัก เมื่อดวงตาของทั้ง
สองสาดประสบต้องกัน อู่ อวี้ ก็กล่าวว่า ” อ้าว! องค์
ชายทมิฬขึ้นมาแล้วหรือ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ข้า
รู้ว่าเจ้าเกลียดชังข้ามาก แต่สถานการณ์ตอนนี้มัน
ย่ำแย่จริง ๆ พวกเราไม่อาจทำให้เกิดเสียงดังได้
เอาไว้ออกจากชั้นที่ 8 นี้ไปก่อนแล้วค่อยมาสะสาง
กันใหม่ก็แล้วกัน ”
เขาแค่หลีกเลี่ยงความบ้าคลั่งของชายผู้นี้เท่านั้น
ไม่ให้มันรบกวนความสงบเงียบที่นี่ คนอื่น ๆ รู้ว่า
เกิดอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งสอง แต่เวลานี้ทุกคน
พยายามไกล่เกลี่ยให้ใจเย็น ๆ แล้วหาหนทางขึ้นสู่
ชั้นที่ 9 เนื่องจากไม่มีผู้ใดอยากปลุกเม็ดทองคำให้
ตื่นขึ้นมา เพราะการตกเข้าสู่สถานการณ์แห่งความ
วุ่นวายจนทุกคนต้องสู้กันนั้นมันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับ
ทุกคน
ตอนนี้ทุกคนกำลังมองดูท่าทีขององค์ชายทมิฬ
หลังจากมันเห็น อู่ อวี้ ทุกคนก็สามารถแลเห็นได้
อย่างชัดเจนว่าอารมณ์ของมันเริ่มไม่มั่นคง
“ หากจะทะเลาะ ก็ลงไปทะเลาะกันข้างล่าง ”
โอรสยวี่กล่าวให้ทั้งสองไปทะเลาะกันที่อื่น แต่อันที่
จริงแล้วเขาอยากให้ อู่ อวี้ ไปให้พ้น ๆ หน้าเสีย
เนื่องจาก อู่ อวี้ ได้นำความหวาดกลัวอย่างสุดแสน
มาให้แก่มัน
องค์ชายทมิฬกัดฟันกรอด จ้องเขม็งไปมาที่ อู่ อวี้
ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วพูดว่า ” มา! ตามข้า
มา! ”
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” ข้าหาใช่คนโง่ ไฉนข้าต้อง
รนหาที่ตายเป็นปลาบนเขียงให้เจ้าเชือด ข้าว่าองค์
ชายทมิฬรีบเร่งศึกษาหาสิ่งผิดปกติในชั้นที่ 8 นี้เสีย
ดีกว่า ถ้าคนอื่น ๆ เกิดเก็บเกี่ยวทรัพย์สมบัติได้
ขึ้นมาล่ะก็…. เจ้าจะอดเอานะ อย่าลืมว่าเจ้าหาได้
เหนือหรือได้เปรียบไปมากกว่าคนอื่น ๆ ที่อยู่ในชั้น
นี้ ตอนนี้ทุกคนต่างรู้ดีว่าโอกาสที่จะได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง เกี่ยวข้องกับเจดีย์ชั้นที่ 8 แห่งนี้
… ”
” มากับข้าเดี๋ยวนี้! ” เวลานี้องค์ชายทมิฬเริ่มระงับ
โทสะในใจไม่ไหว ด้วยเสียงที่ดังของมันทำให้เวลานี้
สรรพเทวะวิญญาณเริ่มแสดงสัญญาณให้เห็นว่า
กำลังจะตื่นขึ้นมา
มันเลือดขึ้นหน้าจนระงับสติอารมณ์ของตนเองไว้ไม่
ไหว ทุกคนจึงรีบหันไปดุมันทันที
” หัดควบคุมอารมณ์ตัวเองเสียบ้าง? ไม่เห็นหรือไร
ว่าไม่มีผู้ใดพูดเสียงดังเหมือนกับเจ้า? ทุกคนอายุอา
นามก็ไม่ใช่น้อย ๆ กันแล้ว ศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาของเจ้าไม่ได้หนีหายไปไหนเสียหน่อย? แล้วเจ้า
มาหัวเสียใจร้อนไปไย?”
” หุบปากไปเลย! องค์ชายทมิฬอย่าได้ทำตัวจน
ตนเองต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ”
อันที่จริงทุกคนรู้สึกไม่ค่อยพอใจนักที่ต้องมาอยู่กับผู้
ฝึกตนนอกรีตสักเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักร
เมฆาทะยาน หรือ แดนเก้ายมโลกก็ตาม ต่างมีความ
ขัดแย้งในใจ ส่งผลให้เวลานี้ไม่มีผู้ใดเอ่ยปากช่วย
องค์ชายทมิฬ
“ เจ้าตะโกนใส่ข้าเช่นนั้นหรือ? ถ้าพวกเจ้าถูกไอ้เด็ก
เหลือขอนี่ขโมยสมบัติของตนเองไป ก็จะไม่ว่ากระไร
เช่นนั้นใช่หรือไม่? ” องค์ชายทมิฬตอกกลับฝั่ายตรง
ข้ามด้วยคำพูดเชือดเฉือน มันค่อนข้างเป็นคนดื้อรั้น
หัวแข็ง ใจร้อน อู่ อวี้ รู้สึกว่าเขาประเมินโทสะอัน
พลุ่งพล่านของมันต่ำเกินไป หลังจากมันต้องสูญเสีย
น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน
” หุบปาก! ”
คนอื่น ๆ เห็นเม็ดทองคำเหล่านี้เริ่มจะตื่นขึ้นมาจริง
ๆ บางคนถึงกับดวงตาเบิกกว้างรู้สึกกังวลขึ้นมา
ทันที
” เจ้าเองก็ทำตัวไม่ได้ต่างจากเด็กเหลือขอนักหรอก?
อายุอานามก็ปาเข้าไปหลายร้อยปีแล้ว กลับระงับ
โทสะความโกรธของตนเองไม่ได้ เจ้ามีอะไรดีกว่า
เขาตรงไหน? ”
” ชาวมารฟั้า เจ้าจะเล่นกับข้าเช่นนี้ใช่หรือไม่? ”
คาดว่ามันคงจะเริ่มโมโหไม่น้อยเหมือนกัน แม้มันจะ
พยายามเตือนองค์ชายทมิฬซ้ำหลายครั้งแล้ว แต่
องค์ชายทมิฬก็ไม่คิดจะฟังมันแม้แต่น้อยนิด
ตอนนี้เกือบทุกคนเล็งเปั้าหมายมาที่องค์ชายทมิฬ
กล่าวได้ว่ายามนี้มันยืนอยู่ฝังตรงข้ามกับทุกคน
เรียกได้ว่าหัวเดียวกระเทียมลีบเลยก็ว่าได้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทุกคนกลัวมากที่สุดคือความ
โกลาหลที่จะเกิดขึ้น ส่วนบางคนก็ถือโอกาสจงใจทำ
เป็นโมโหหงุดหงิดใส่มัน ถึงแม้ว่าภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 จะเงียบสงบ แต่ทุกคนก็
ไม่ได้รับความคืบหน้าใด ๆ เลยทั้งสิ้น ดังนั้นหากมี
ใครบางคนทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ก็มีโอกาสที่
สถานการณ์จะพัฒนาต่อไปได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมี
ใครบางคนบอกให้เงียบ ทุกคนก็เลือกที่จะเงียบตาม
แต่ทางด้านขององค์ชายทมิฬ เมื่อตกกลายเป็นเปั้า
วิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชน ความโกรธเกรี้ยวในใจก็
ระเบิดออกทันที ราวกับหม้อต้มเดือดที่ปะทุขึ้นเมื่อ
แรงดันความร้อนพุ่งสูงถึงขีดสุด
เมื่อองค์ชายทมิฬเห็นว่าคนเหล่านี้รังเกียจตนเอง
ส่งผลให้ยามนี้มันไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่
สนว่าใครจะตำหนิติเตียนในคำกล่าวของมันอีก มัน
จึงคิดยั่วยวนกวนโทสะผู้อื่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการ
ตะเบ็งอย่างสุดเสียงออกไปว่า ” ไอ้ลูกหมาคนไหน
พูด แน่จริงก็เข้ามา! สรรพเทวะวิญญาณแล้วยังไง?
ในเมื่อเหล่ายอดฝีมือล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แล้ว
จะกลัวอะไรกับอีแค่สรรพเทวะวิญญาณ? ถ้ามันจะ
ตื่นขึ้นมา ก็ฆ่าทิ้งก่อนจะมีโอกาสได้ตอบโต้! ”
มันคำรามออกมาอย่างไม่สนใจผู้ใด ไม่เพียงเสียงแค่
เสียงพูดที่ตะเบ็งออกมาเท่านั้น แต่มันยัง
กระแทกกระทั้นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
สร้างความตื่นตระหนกตกใจกับทุกผู้ทุกนามที่อยู่ที่นี่
การเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่นี้ทำให้สรรพเทวะ
วิญญาณนับหมื่นตื่นจากหลับใหล ดวงตาทุกดวง
ของมันเปิดกว้างออก ดวงตาที่เคยเป็นสีทองคำของ
พวกมันบัดนี้ได้กลายเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว เห็น
ได้ชัดว่าเสียงอึกทึกครึกโครมนี้ทำให้มันหงุดหงิด
เกรี้ยวโกรธเป็นอย่างมาก ที่มีผู้ใดบังอาจปลุกมันให้
ตื่นจากนิทรากลางคันเช่นนี้ แล้วทันใดนั้นเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลก็ระเบิดท่วมท้นไปด้วยเสียงกรีด
ร้องอันดังกึกก้อง!
ทุกคนเห็นว่าสถานการณ์ชักไม่ดี ต่างก็รีบไปหลบ
ซ่อนตัวอยู่ในมุมห้อง หากมองจากด้านนอกจะเห็น
ได้ชัดว่ายามนี้มีการโจมตีเกิดขึ้นทุกทิศทาง แต่ถ้า
เอาหลังพิงกำแพงอย่างน้อยก็จะไม่โดนโจมตีจาก
ด้านหลัง
ความบาดหมางอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างองค์ชาย
ทมิฬ กับ อู่ อวี้ ได้ก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่
ขึ้น เม็ดทองคำขนาดเล็กเหล่านี้เหมือนกับหัวขนาด
จิ๋วที่มีทั้งปากทั้งจมูก เวลานี้ดวงตาของพวกมันแดง
ก่ำบินทะยานสูงขึ้น ระเบิดเสียงกรีดร้องซ้ำแล้วซ้ำ
อีกออกมากันอย่างนับไม่ถ้วน กล่าวได้ว่าบัดนี้เจดีย์
ชั้นที่ 8 เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังก้อง
กังวานไปทั่วทุกแห่ง ซึ่งมันทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกอึดอัดไม่
น้อยเลยทีเดียว
“ มีบางคนซุ่มดูสถานการณ์ รอให้สบโอกาสแล้ว
สร้างความวุ่นวาย ข้าคงต้องระวังตัวให้มาก ” อู่ อวี้
หาได้กังวลกับองค์ชายทมิฬแต่อย่างใด เพราะเวลา
นี้องค์ชายทมิฬไม่ได้มีน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันอยู่
กับตัว
อู่ อวี้ ใช้เทียมฟั้าจรดดินย่อขนาดร่างกายลดลงให้
เล็กสุดอย่างรวดเร็ว การทำเช่นนี้จะทำให้สรรพเท
วะวิญญาณยากจะสังเกตเห็นเขา
ในเวลานี้เจดีย์วิญญาณบรรพกาลชั้นที่ 8 ได้กระโจน
เข้าสู่ห้วงแห่งการต่อสู้โกลาหลอย่างไม่เคยปรากฏ
มาก่อน!