กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1121: ชวงเวลาอันแสนโกลาหล
ถึงแม้ว่ายักษ์ทองคำตัวนี้จะดูเหมือนกับจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง แต่มันไม่ใช่จักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงอย่างแน่นอน
จากที่มอง ๆ ดูแล้ว อู่ อวี้ รู้ว่าสิ่งนี้หาใช่สรรพเทวะ
วิญญาณ แต่เป็นอย่างอื่นที่เขาค่อนข้างคุ้นเคย
มันคือหุ่นเชิด
ถูกต้องแล้วคนยักษ์ทองคำ คล้ายคลึงกับหงส์ทมิฬ
เป็นอย่างมาก ทั่วทั้งร่างของมันมีประกอบขึ้นมา
จากสมบัติวิเศษทองคำชั้นสูง ดังนั้นจึงสามารถสรุป
ได้ว่ามันคือหุ่นเชิด
แต่ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่คนยักษ์ทองคำ
ปลดปล่อยออกมา ทำให้แทบไม่ต้องสงสัยเลยว่ามัน
ต้องแข็งแกร่งเหนือกว่าหงส์ทมิฬ
ในมือของมันกำลังถือจับศาสตราเทวะสองชิ้น ทั้ง
ศาสตราวุธและร่างกายของมันล้วนถูกสร้างมาจาก
ทองคำทั้งสิ้น กล่าวได้ว่าศาสตราทั้งสองเป็นส่วน
หนึ่งของร่างกายมัน
และในส่วนของศาสตราวุธก็มีวงเวทย์ประทับอยู่
เป็นจำนวนมาก อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นวงเวทย์โจมตี
เปียมไปด้วยอำนาจทำลายล้างสังหาร แม้ว่า
ศาสตราทั้งสองจะแยกออกจากกัน แต่พวกมันต้อง
เป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาอย่างแน่นอน
อาวุธในมือข้างขวาเป็นกระบี่ยักษ์ ซึ่งในเวลานี้กำลัง
ลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงทองคำ นอกจากนี้บนใบ
กระบี่ยังมีบอลเพลิงขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนกลิ้ง
ไหวไปมา จนดูเหมือนกับธารธาราสวรรค์ก็มิปาน
ส่วนอาวุธในมือข้างซ้าย มีรูปลักษณ์เฉกเช่นดั่งมีดวง
เดือนสีฟั้าอ่อน ๆ กำลังส่องแสงสว่างเจิดจ้าราวกับ
ผลึกแก้วอัญมณีก็ไม่ปาน มันดูงดงามตระการตาเป็น
อย่างมาก อีกทั้งตรงส่วนของคมมีดก็คมกริบเป็น
อย่างยิ่ง ซึ่งความร้ายกาจไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่
เพลิงทองคำ สิ่งนี้ได้สร้างความตื่นตกใจของผู้พบ
เห็นไม่น้อยทีเดียว
ยามนี้ยักษ์ทองคำสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่บนเจดีย์
ชั้นแรก ในมือทั้งสองข้างถือจับอาวุธทั้งคู่ เหยียบยืน
อยู่บนผืนทรายสีเหลืองอร่าม หินกรวดทรายจำนวน
นับไม่ถ้วนพุ่งกระแทกเข้าชนร่างของมัน กล่าวได้ว่า
ผู้คนส่วนใหญ่ภายในดินแดนทะเลทรายของเจดีย์
ชั้นแรก สามารถมองเห็นยักษ์ทองคำที่กำลังยืน
ตระหง่านโดดเด่นได้อย่างชัดเจน …
คงต้องบอกว่าเจดีย์ชั้นที่ 1 แห่งนี้เงียบเหงามาช้า
นานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็บังเกิดความตื่นเต้นขึ้นมาอย่าง
กะทันหัน ซึ่งทำให้ผู้คนนับหมื่นต่างมารวมตัวกันที่นี่
นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นตกใจอย่างมาก
ส่งผลให้เกิดเป็นความบ้าคลั่ง , โกลาหล , หวาดกลัว
ความรู้สึกต่าง ๆ นานาอารมณ์ความรู้สึกของคน
หลายคนได้มารวมกันอยู่ที่นี่ บางคนพยายามเข้า
ใกล้อย่างต่อเนื่อง ส่วนบางคนลังเลเฝั้าดูสถานการณ์
อยู่ห่าง ๆ ซึ่งหลายคนต่างรู้ดีว่ายักษ์ทองคำตัวนี้ได้
เปลี่ยนร่างมาจากลูกไฟขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้
เป็นไข่มุกทองคำ
ฉะนั้นมันมากเพียงพอที่จะบังเกิดความบ้าคลั่ง
โกลาหล
อู่ อวี้ และโอรสยวี่รวมถึงกลุ่มคนอื่น ๆ ต่างเห็นการ
เปลี่ยนแปลงของไข่มุกทองคำเหยียนหวงได้อย่าง
ชัดเจน
แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรผลีผลามอย่าง
เด็ดขาด พวกเขาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเพิ่มเติม
ไม่เช่นนั้นอาจมีอันตรายถึงตาย
” มันกลายเป็นหุ่นเชิดไปแล้ว! ” ร่างกลืนสวรรค์เหิน
ทะยานอยู่บนฟากฟั้า สีหน้าของโอรสเล่อ
เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกของเขายามนี้
เต็มไปด้วยความตึงเครียด ภายในหัวของเขา
หมกมุ่นอยู่กับเรื่องดังกล่าว จิตใจของเขาเปียมไป
ด้วยความร้อนรนกระสับกระส่าย เขามองไปที่ร่าง
กลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ เพื่อขอความช่วยเหลือเขา
ถามขึ้นว่า ” มีแผนอะไรบ้าง? แล้วตอนนี้คิดจะทำ
อย่างไร? การจะได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง
จะต้องฆ่ามันหรือไม่?”
” พระโอรสอย่าเพิ่งใจร้อน ตอนนี้ยังไม่มีผู้ใดรู้ว่ามัน
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทุกคนกำลังเฝั้าดูสถานการณ์ว่า
จะเกิดอะไรขึ้นอีก ” อู่ อวี้ ตอบผ่านกระแสจิต
“ อย่าปล่อยให้ผู้อื่นคว้าโอกาสตัดหน้าไปได้เด็ดขาด
” โอรสเล่อกล่าวออกมาอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่
สายตาจับจ้องไปที่ยักษ์ทองคำ
“ ไม่มีผู้ใดสามารถขัดหน้าคว้าโอกาสนี้ไปได้ ครั้ง
ล่าสุดหม่อมฉันก็คว้าจับมันไว้ได้แล้ว แต่ก็ยัง
ล้มเหลว พระองค์โปรดมั่นใจในอีกไม่ช้า หม่อมฉัน
จะต้องครอบครองมันได้แน่ ๆ ”
ถึงเขาจะกล่าวต่อไปเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้ว อู่ อวี้ ก็
ยังคิดอยู่ว่าจะใช้วิธีใดถึงจะไขว่คว้ามันได้สำเร็จ ?
ตอนนี้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงได้เปลี่ยนไปแล้ว มัน
จะเป็นเช่นเดียวกับที่โอรสเล่อได้กล่าวไว้หรือไม่ ว่า
จำเป็นต้องจัดการยักษ์ทองคำให้ได้เสียก่อน ถึงจะ
สามารถครอบครองมันได้อย่างแท้จริง?
ในเมื่อยังไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจน เขาจึง
หันไปมองโอรสยวี่และคนอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในอาการ
ลังเลเช่นกัน
” ถ้าไม่อยากตายก็อย่าเข้าไปใกล้ แม้แต่พวกเรายัง
ไม่มีผู้ใดกล้าเฉียดเข้าใกล้ เจ้ากำลังรนหาที่ตายงั้น
หรือ? ” ในขณะที่โอรสยวี่ร้องตะโกนบอกอยู่นั้น
ปรากฎว่าชาวเหยียนหวงบางคนหน้ามืดอยากจะ
ได้รับไข่มุกเสีย จนไม่คำนึงฝีมือความแข็งแกร่งของ
ตนเอง บางคนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับก่อร่าง
กำเนิดจิตเทวะเท่านั้น พวกมันเพิกเฉยคำเตือนของ
โอรสยวี่พร้อมพุ่งทะยานเข้าไปใกล้ยักษ์ทองคำ ดู
เหมือนว่าคนยักษ์ทองคำเพิ่งเปลี่ยนร่างเสร็จอย่าง
สมบูรณ์แล้ว ดังนั้นมันจึงกวาดสายตามองผู้คนรอบ
ๆ ด้วยความสับสนเล็กน้อย
อู่ อวี้ แลเห็นว่าสายตาของมันเต็มไปด้วยจิตสังหาร
และถึงแม้ว่าโอรสยวี่จะร้องบอกตักเตือนแล้วก็ตาม
แต่ดูเหมือนยังมีคนหูหนวกตาบอดไม่สนใจอะไร
ทั้งสิ้นอยู่ ส่วนใหญ่เป็นคนต่างถิ่นต่างแดนที่ไม่
อยากจะเชื่อฟังคำพูดของชาวเหยียนหวง ซึ่งส่วน
ใหญ่ก็จะเป็นผู้ฝึกตนนอกรีต , ปีศาจสมุทร ฯลฯ
พวกมันเหล่านี้ล้วนต้องการไขว่คว้าไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง หรือไม่บางทีพวกมันอาจจะคาดเดาได้ว่า
หากผู้ใดสามารถเอาชนะเจ้าคนยักษ์ทองคำตัวนี้ ถึง
จะครอบครองไข่มุกได้ ?
ดังนั้นนี่คือจึงถือเป็นโอกาสเดียวของคนจำนวนมาก
เหล่านี้ ด้วยเพราะในอดีตไข่มุกทองคำเหยียนหวง
แว่บไปแว่บมาราวกับภูตผีก็ไม่ปาน สำหรับ
คุณสมบัติอย่างพวกมันถือว่ายังห่างไกลที่จะไขว่คว้า
ไข่มุกนี้ได้
ดังนั้นกลุ่มคนดังกล่าวจึงรีบคว้าโอกาสที่มีโดยวิ่งเข้า
ไปแย่งชิงทันที
แม้แต่ผู้คนที่ใจเย็นที่สุด เมื่อเห็นผู้คนจำนวนหลาย
พันคนพุ่งเข้าไปแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวงเช่นนี้
จิตใจก็เริ่มร้อนรนไขว้เขวอดไม่ได้ที่จะรีบพุ่งเข้าไป
ข้างหน้าเช่นกัน
อู่ อวี้ มองตามคนเหล่านั้น
เพียงชั่วพริบตาผู้คนหลายพันคนก็ปิดล้อมคนยักษ์
ทองคำตัวนี้เอาไว้จากทุกหนทุกแห่ง เมื่อมองภาพ
ดังกล่าว คนเหล่านี้ไม่ต่างจากมดปลวก อีกทั้งยังมี
คนจำนวนหนึ่งอยู่ใกล้เคียงกับ อู่ อวี้!
อู่ อวี้ มีเพียงคำพูดเดียวที่สามารถอธิบายภาพฉาก
ดังกล่าวนั่นก็คือ ฝูงแมลงเม่ากำลังบินเข้ากองไฟ
ด้วยความเชี่ยวชาญในหุ่นเชิด สิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้
จึงไม่น่าจะเกินเลยไป การเอาชนะยักษ์ทองคำตนนี้
อาจจะต้องการผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 ถึงจะสามารถเอาชนะมันได้!
ทันใดนั้นผู้ฝึกตนและปีศาจจำนวนมาก ต่างจู่โจมพุ่ง
เข้าใส่ร่างของคนยักษ์ทองคำ หมายหมาดแย่งชิง
ประหัตประหารมันให้สิ้นซาก
ตูม ๆ ๆ!
ชั่วขณะนี้เองดูราวกับว่าคนยักษ์ทองคำ ถูกเคล็ด
วิชาเต๋า พลังอิทธิฤทธิ์ และศาสตราวุธจำนวนนับไม่
ถ้วนกลืนหายไป
ฟูั้มมม!
ทันใดนั้นแสงสีทองและแสงสีฟั้าก็เปล่งประกายเจิด
จ้าขึ้นพร้อมเพรียง พร้อมปลดปล่อยกระบี่และดาบ
จำนวนนับไม่ถ้วน เพียงชั่วอึดใจ เสียงกรีดร้องก็ดัง
ระงมไปทั่ว ผู้ฝึกตนและปีศาจที่ทะยานดาหน้าเข้า
ไปก่อนหน้านี้ อยู่ ๆ พวกมันก็ถอยหลังหนีด้วยความ
หวาดกลัวอย่างที่สุด!
พวกมันกระเสือกกระสนหลบหนีตาลีตาเหลือก
ส่วนหลายคนที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เข้าไปใกล้ก็ถือว่า
โชคดีไป ส่วนผู้คนที่ดาหน้าเข้าไปใกล้ก่อนหน้านี้ ก็
ส่งเสียงกรีดร้องอยู่ข้าง ๆ ตัวของคนยักษ์ทองคำ
ด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดแสนสาหัส อู่ อวี้ ที่ใช้
เนตรเพลิงเพ่งมองสถานการณ์อยู่ ก็พบว่าคนยักษ์
ทองคำไม่ได้รับผลจากการโจมตีจำนวนนับไม่ถ้วน
ดังกล่าวเลย
ถ้าไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในระยะห่างไกลออกไป หรือผู้ที่
สามารถหลบหนีได้อย่างรวดเร็วแล้วล่ะก็ ผู้คน
จำนวนมากที่อยู่ในระยะการโจมตีก็จะตกตายไปไม่
ต่างจากฝูงแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ ร่วงตกกระจัด
กระจายเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วพื้นที่ เพียงชั่วพริบตาคน
ยักษ์ทองคำก็เปรียบประดุจดั่งฝันร้ายที่กลืนกินพวก
มัน
อันที่จริงคงต้องกล่าวว่า มีแต่คนฉลาดน้อยเท่านั้น
ถึงวิ่งด่ม ๆ เข้าไป รวมถึงพวกจิตใจหวั่นไหวโลภ
มากกลัวผู้อื่นได้ดีกว่า เมื่อเห็นผู้คนมากมายวิ่งเข้า
ไปตนเองก็จะต้องตามไปด้วย ซึ่งความจริงพวกมัน
ควรจะเอะใจบ้าง ที่เหล่ายอดฝีมือคนอื่น ๆ รวมถึง
โอรสยวี่ยังไม่ยอมเข้าใกล้คนยักษ์ทองคำเลยด้วยซ้ำ
แต่ละคนพยายามอยู่ห่าง ๆ และซุ่มดูสถานการณ์ไป
ก่อนอย่างใจเย็นไม่รีบร้อน
“ การปั้องกันของคนยักษ์ทองคำช่างร้ายกาจเสีย
จริง ๆ ”
อู่ อวี้ รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก มองเห็นทุก
อย่างชัดเจนด้วยสองตาของตนเอง ตอนนี้ผู้ที่ยัง
โจมตีคนยักษ์ทองคำกันอยู่มีจำนวนเหลือเพียงแค่
หยิบมือเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีฝีมืออยู่ในระดับสาม
ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 5 ขึ้นไปทั้งสิ้น การโจมตีด้วย
วงเวทย์ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา ไม่ต่างจาก
เหลือบไรหรือฝุั่นละอองที่มาสะกิดเกาะคนยักษ์
ทองคำ
สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือร่องรอยเล็ก ๆ ที่อยู่บนผิว
กายของมันกลับหายไปในพริบตา ซึ่งนี่แสดงให้เห็น
ว่าคนยักษ์ของคำสามารถฟืนฟูบาดแผลและอาการ
บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ต่างกับกายาเพชร
อมตะเลยทีเดียว
เมื่อกระบี่เพลิงขนาดยักษ์ถูกกวาดตวัดออกไป ทั้งผู้
ฝึกตนและปีศาจก็ถูกแผดเผาสลายกลายเป็นขี้เถ้า
หายไปในบัดดล ผู้ที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าพลังของตนเองไม่
สามารถทำอะไรกับมันได้ ก็เริ่มสงบจิตใจ ไม่สุ่มสี่สุ่ม
ห้าเข้าไปโจมตีแบบมั่ว ๆ ซั่ว ๆ อีก
ในที่สุดรอบกายของคนยักษ์ทองคำก็เริ่มว่างเปล่า
อีกครั้ง หลายคนเริ่มหวาดกลัวแล้วพยายามไปหลบ
ซ่อนตัวอยู่ในที่ห่างไกล สำหรับระดับฝีมืออย่างพวก
มันถ้าเซ่อซ่าดุ่มไปแนวหน้าก็มีแต่จะตกตายเพียง
เท่านั้น
ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวอยู่ในเจดีย์ชั้นที่ 1 เวลานี้
ผู้คนที่เหลือยังคงจับจ้องไปยังคนยักษ์ทองคำเป็น
ตาเดียว ด้วยหัวใจอันเต้นระทึกยากที่จะสงบลงได้
ในไม่ช้าผู้คนที่อยู่ด้านในรวมถึงผู้คนที่อยู่ด้านนอก
ณ ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ ก็ต้องตื่นตกใจอีกครั้ง
หลังจากลูกไฟขนาดใหญ่ร่วงตกลงมาอยู่ในชั้นแรก
ของเจดีย์ คันฉ่องทั้ง 9 บานที่อยู่ด้านนอกก็รวมตัว
เป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นกระจกบานใหญ่ ส่องสว่าง
อยู่บนเจดีย์ถึง 9 ชั้น
คันฉ่องบานใหญ่จับภาพเน้นเฉพาะไปที่ลูกไฟขนาด
ใหญ่ หลังจากนั้นผู้คนก็เห็นได้ชัดว่า ลูกไฟขนาด
ใหญ่ได้แปรเปลี่ยนเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
” มันน่าจะเป็นหุ่นเชิด! ”
” ดูเหมือนว่ารูปลักษณ์ของไข่มุกทองคำเหยียนหวง
จะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจจะเกิดจากการถูกกระตุ้น
ก็เป็นได้ แม้รูปลักษณ์ใหม่ที่มันเปลี่ยนแปลงจะดูน่า
สะพรึงกลัว แต่นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่จะได้รับ
มัน ”
” หรือว่าจักรพรรดิโบราณอยากจะทดสอบพลังฝีมือ
ของพวกนั้น? เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ต้องบังเกิด
การต่อสู้กันอย่างสับสนอลหม่านเป็นแน่ และผู้ที่
สามารถครอบครองไข่มุกได้จะต้องมีอะไรพิเศษใน
ตัว ”
ภาพฉากอันยิ่งใหญ่นี้ ได้สร้างความตื่นตะลึงถึงขั้น
หายใจไม่ทั่วท้องให้แก่กองกำลังทั้งหมดที่เข้าร่วม
การแข่งขัน โดยเฉพาะยอดฝีมือระดับสูงอย่าง
เสวียนจินซื่อ , หลานฉีหลิวเมิ่ง , องค์ชายทมิฬ ,
มัจฉาหยินหยาง , จักรพรรดิน้อย และสิ่งมีชีวิต
หลากหลายสายพันธุ์ ล้วนปรากฏภาพให้เห็นบนคัน
ฉ่องขนาดใหญ่
แม้แต่หวงจุนเมื่อเห็น หนานกง เหว่ย ดวงตาของ
นางก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาในทันที แต่เมื่อเห็น
ว่าอย่างนี้ราชาปีศาจเก้าหัวไม่ได้อยู่เคียงข้างนาง
อย่างที่ควรจะเป็น นางก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะ
ก่อนจะเข้าไปในเจดีย์ นางได้กำชับราชาปีศาจเก้า
หัวว่าห้ามอยู่ห่างจาก หนานกง เหว่ย เด็ดขาด
เรื่องนี้ทำให้นางขมวดคิ้ว เพราะถ้าหากไม่มีราชา
ปีศาจเก้าตัว อยู่เคียงข้าง หนานกง เหว่ย จะสร้าง
ความแตกต่างในความโกลาหลครั้งนี้ได้อย่างไร ไม่
ต้องสงสัยเลยว่าลูกบุญธรรมของนางจะต้องพบเจอ
กับสถานการณ์ยากลำบากเพียงใดกับการต่อสู้ครั้งนี้
อันที่จริงคงต้องบอกว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ต่างหาก
สิ่งนี้ทำให้หวงจุนตึงเครียดคิดหนักอยู่ไม่น้อย
คนอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะรู้สึกกังวลเป็นห่วงผู้ใต้
ปกครองของตนเอง ยกตัวอย่างเช่นจอมจักรพรรดิห
มิงไห่ เขาจับจ้องไปที่องค์หญิงโย่วเสี่ยและองค์ชาย
องค์หญิงคนอื่น ๆ ด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้เวลานี้
บรรดาลูก ๆ ของเขาจะมีราชาเหงาเดียวดายอยู่
เคียงข้าง แต่เขาก็รู้สึกว่าทั้งหมดล้วนเป็นบุคคล
สำคัญ และเขาจะสูญเสียคนเหล่านี้ไปไม่ได้สักคน
ตอนนี้บนพื้นใกล้ ๆ ยักษ์ทองคำ มีซากศพหลาย
ร้อยศพนอนตายเกลื่อนกลาดกระจัดกระจาย ซึ่ง
แน่นอนว่าภาพฉากดังกล่าวสร้างความตื่นตะลึง
ให้แก่ผู้คนมากมาย ท่ามกลางซากศพดังกล่าวมีชน
รุ่นหลังอยู่พอสมควร ถ้าไม่ใช่เพราะมิอาจแลเห็นได้
อย่างชัดเจน สถานการณ์คงสับสนวุ่นวายยิ่งกว่านี้
“ เห็น อู่ อวี้ หรือไม่? คิดว่าสถานการณ์เช่นนี้เขายัง
พอมีหวังอยู่บ้างไหม? ” หนึ่งในมังกรเทวะมองหา อู่
อวี้ มานานสองนานแล้ว
ดวงตาของลั่วผินเปล่งประกายรวดเร็ว เส้นเกศา
พลิ้วไสวไปตามกระแสลม ท่าทีของนางยังเต็มไป
ด้วยความสุขุมเยือกเย็น นางเปล่งวาจาออกมาอย่าง
ช้า ๆ ว่า ” ข้าก็ยังไม่เห็นเขาเช่นกัน แต่คิดว่าเขา
จะต้องอยู่ใกล้ ๆ เขาย่อมไม่ปรากฏตัวอย่างโจ่งแจ้ง
ให้คนเห็นได้ชัด ๆ หรอก สิ่งที่เขาทำถือว่าเป็นเรื่อง
ที่ฉลาดแยบยลอย่างยิ่ง ”
ผู้อาวุโสต่างมองหน้าสบตากัน โดยไม่หวังสิ่งใด
ออกมาอีก เมื่อเห็นสายตาของลั่วผินพวกมันก็ได้แต่
ส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ เพราะนั่นหมายความว่านาง
เชื่อมั่นในตัวของ อู่ อวี้ อย่างเต็มที่ ทว่าพวกมันต่าง
คิดว่าความเชื่อมั่นในตัว อู่ อวี้ ของนางช่างเป็นเรื่อง
ไร้เหตุผลสิ้นดี
แต่มันไม่อยากจะกล่าวอันใดมากมาย เพราะไม่
อยากไปยุ่มย่ามกับเรื่องส่วนตัวของนางมากเกินไป
นอกจากนี้ยศศักดิ์ของนางยังเป็นถึงเจ้ามังกรสี่
คาบสมุทร พวกมันจึงปล่อยเลยตามเลย ให้นางได้
เห็นความล้มเหลวของ อู่ อวี้ ด้วยตาของตนเอง เมื่อ
นั้นนางอาจจะต้องผิดหวังเสียใจเป็นธรรมดา