กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1122: วิถีการตอสูแหงเซียนเตา
ไม่มีผู้ใดสามารถทำนายได้ว่าต่อจากนี้ ภายในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลจะเกิดอะไรขึ้น
ถึงกระนั้นโอรสเซียวก็ยังกล่าวยังภาคภูมิใจว่า ” ข้า
จะบอกอะไรให้นะ ผู้ที่จะสามารถต่อสู้กับหุ่นเชิดตัว
นี้ได้จะต้องเป็นผู้มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 เป็นอย่างต่ำ ซึ่งภายในชมพู
ทวีปโลกธาตุมีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น และนี่คือหุ่น
เชิดของเสด็จพ่อ! ถ้าพวกเจ้าอยากไปนัก ก็รีบดา
หน้ากันเข้าไป มนุษย์มักพร้อมยอมตายเพื่อ
ทรัพย์สินเงินทอง วิหคยอมตายเพื่อให้ได้อาหาร แต่
ถ้าผู้ใดอยากตายชาวเหยียนหวงอย่างพวกเราจะไม่
ติดใจสงสัยเลย เพราะนี่ถือเป็นความต้องการของ
พวกเจ้าเอง! ”
คำพูดนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากต่างหวาดผวาไปตาม
ๆ กัน
อย่างไรก็ตามผู้คนเข้ามาในนี้ ก็เพราะหวังที่จะ
ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง ไม่ว่าสิ่งที่อยู่
ตรงหน้าจะน่าสะพรึงกลัวร้ายกาจเพียงใด แต่พวก
มันก็จะไม่ยอมหนีหายออกไปจากที่นี่อย่างเด็ดขาด
ในเมื่อทุกคนมีโอกาสที่จะได้รับโชควาสนาดียิ่งใหญ่
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโชคมหาศาลดังกล่าวตกลงใส่หัว
ของมัน?
กล่าวได้ว่ายามนี้พวกมันแต่ละคน ล้วนอยู่ในระยะ
ในตำแหน่งที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัย เพ่งสมาธิเฟั้น
สมองคิดค้นหาวิธีที่ทำให้ตนเองมีโอกาส ยกตัวอย่าง
เช่น ให้กลุ่มยอดฝีมือออกหน้าไปก่อน เมื่อเห็นว่า
ฝั่ายหนึ่งฝั่ายใดเริ่มเสียท่า พวกมันก็จะสอดมือเข้า
ไปไขว่คว้าโอกาสนี้
นี่ถือเป็นความคิดที่ดีสุดยามนี้ แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังคิด
เช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจยังไม่เผชิญหน้ากับคนยักษ์
ทองคำในตอนนี้
โอรสเล่อกล่าวด้วยความกังวล ” ไม่คิดจะลองก่อน
หรือ? พวกนั้นมีกันอยู่ตั้ง 10 กว่าคน หากช่วยกัน
โจมตีอาจพอจัดการกับหุ่นเชิดตัวนี้ได้ เมื่อถึงตอน
นั้นจะต้องมีคนใดคนหนึ่งประสบความสำเร็จแน่ …
”
” มันไม่ได้ง่ายอย่างที่พระองค์คิด ” ด้วยเพราะ อู่ อวี้
อยู่ในระดับเดียวกับยอดฝีมือเหล่านี้ และต้องต่อสู้
กับคนยักษ์ทองคำ
ในเวลานี้ผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 6 จำนวนมากซุ่มซ่อนตัวอยู่ด้านหลังโอรส
เซียว เพื่อเฝั้ารอและหาโอกาสจังหวะเหมาะ ๆ
สายตาของพวกมันสาดประกายราวกับว่าไม่มีผู้ใด
สามารถขับไล่ออกจากการแย่งชิงแข่งขันนี้ได้
หลังจากโอรสเซียวกล่าวคำดังกล่าวออกไปได้ไม่
นาน ก็มีบางคนเดินไปข้างหน้า ก้าวช้า ๆ เข้าไปที่
ด้านหลังคนยักษ์ทองคำอย่างระมัดระวัง ช่วงเวลานี้
คนยักษ์ทองคำยังอยู่ในอาการสับสนสังเกตได้จาก
สายตาอันขึงขังของมัน
” โฮกกกก! ” ทันใดนั้นคนยักษ์ทองคำก็แผดเสียง
คำรามดังสนั่น จนชุดเกราะและข้อต่อส่วนต่าง ๆ
ของหุ่นเชิดสั่นสะเทือนปลดปล่อยเสียงเสียดสีของ
โลหะดังก้องกังวานไปทั่วทุกแห่งหน ยามนี้มันจะ
เหมือนดั่งขุนพลสวรรค์ก็ไม่ปาน แล้วทันใดนั้น
ขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้ลงมือ ยักษ์ทองคำก็เปิด
ฉากโจมตีทันที!
หลังจากที่มันเริ่มโจมตี มันก็ล็อกเปั้าหมายไปที่กลุ่ม
ของยอดฝีมือโดยตรงเช่นกลุ่มของโอรสยวี่ ราวกับ
มันรู้ว่า ณ ที่แห่งนี้ผู้ใดที่แข็งแกร่ง และเป็น
เปั้าหมายของมัน
และด้วยเพราะ อู่ อวี้ ร่างต้นมีความยืดหยุ่น
คล่องตัวมากกว่า เขาจึงบอกให้โอรสเล่อและคนอื่น
ๆ ล่าถอยห่างออกไป หลังจากนั้นก็ใช้เทียมฟั้าจรด
ดินย่อขนาดร่างกายให้เล็ก จากนั้นเขาก็เข้าสู่ระยะ
การต่อสู้ทันที ผู้ฝีมือสูงส่งที่มุ่งหน้ามาก่อนหน้านี้เริ่ม
โจมตี และบางคนก็คอยโจมตีสนับสนุนอยู่ห่าง ๆ
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังทดสอบความแข็งแกร่งคนยักษ์
ทองคำ บางทีพวกมันอาจคิดว่าตนเองอาจเอาชนะ
คนยักษ์ทองคำได้ และมีโอกาสได้รับไข่มุกทองคำเห
ยียนหวง
บางทีนี่อาจเป็นเพราะสิ่งที่จักรพรรดิโบราณได้กล่าว
เอาไว้ว่า ‘ครอบครองอย่างแท้จริง’ ถึงจะมีโอกาส
ได้รับไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่คนที่ลงมือโจมตีจริง ๆ หลังจาก
ที่เขากวาดตาหันไปมองก็พบว่าด้านข้างไม่ว่าจะเป็น
โอรสยวี่ , พระธิดาซี , จอมกระบี่ลมโชย , ฮวงกู่จื่อ,
องค์ชายทมิฬ , วานรจิตเขตแดนวิญญาณ ฯลฯ
ล้วนเริ่มทำการโจมตีไปแล้ว
สำหรับคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าใครบางคนกล้าหาญ
พอที่จะเปิดการโจมตี พวกมันก็เริ่มติดตามไปบ้าง
แม้ว่าจะไม่ได้ร่วมวงต่อสู้แต่ขอแค่ได้อยู่ใกล้ ๆ ก็ยังดี
พร้อมทั้งเตรียมลงมือโจมตีทุกเมื่อ เหตุผลเดียวที่มัน
ยังไม่ลงมือ เพราะต้องการเดิมพันว่าคนยักษ์ทองคำ
ยากจะเอาชนะหรือไม่ ดังนั้นมันจึงอยากให้ผู้อื่นลง
มือโจมตีก่อน ฉะนั้นการที่พวกมันไม่ยอมลงมือ จึง
ถือว่าเป็นอะไรที่ฉลาดมากจริง ๆ แสร้งทำเป็นว่าใจ
กว้างเปิดโอกาสให้ผู้อื่น แต่จริง ๆ แล้วเป็นเพราะ
มันไม่แน่ใจว่าคนยักษ์ทองคำตัวนี้จะอันตรายมาก
แค่ไหน ไม่รู้ว่าหากตนเองเข้าไปจะถูกฆ่าอย่าง
กะทันหันหรือไม่
อู่ อวี้ คาดเดาความคิดของจักรพรรดิโบราณ เขาคิด
ว่าผู้ที่จะสามารถครอบครองไข่มุกทองคำเหยียน
หวงได้ ก็ต้องสามารถรับมือกับคนยักษ์ทองคำได้
เช่นกัน และบุคคลนั้นจะต้องมีความพิเศษบางอย่าง
เนื่องจากเวลานี้มีผู้คนมากมายจึงยังไม่มีผู้ใดทัน
สังเกตเห็นเขา ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อน ซึ่งอย่างน้อย
ๆ ก็ผ่อนคลายกว่าโอรสเล่อมาก
ความจริงโอรสเล่อถอยห่างไปไกลแล้ว แต่เขาก็ยัง
สามารถมองเห็น อู่ อวี้ ได้และหวังว่าเขาจะลงมือ
สังหารทันที
” อู่ อวี้ ไฉนเจ้ายังไม่ยอมลงมืออีก ” ชวี่ เฟิงอวี๋ รู้สึก
กังวล
ไปั๋หลี่ จุยหุน เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมออกมาพร้อม
กล่าวขึ้น “ถ้ายังไม่ลงมือ… เกรงว่าจะไม่มีโอกาสอีก
ต่อไป มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู่รอบตัวมัน … ”
” นี่มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เกี่ยวข้องกับผู้ที่จะ
ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงในอนาคต
เขาไม่รู้ถึงความสำคัญของมันหรือไง… ” ชวี่ เฟิงอวี๋
พูดพึมพำขึ้น
” ไฉนเจ้าถึงพูดจาเหลวไหลเช่นนี้? มีแต่เจ้าละมั้งที่
คิดเช่นนั้น ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ว่ามันสำคัญมากเพียงใด
เขาจะต้องคิดกลอุบายแลยุทธวิธีฉกชิงสมบัติชิ้นอยู่
แน่ เจ้าคิดว่าไข่มุกทองคำเหยียนหวงได้มาง่าย ๆ
หรือไร? ” เย่ซีซีเกลียดชังคนพวกนี้เป็นอย่างมาก
พวกมันมีนิสัยเห็นแก่ตัว ทั้งยังไม่มีจิตสำนึกตัวอย่าง
ที่สุด เมื่อได้ยินคำพูดเห็นแก่ตัวหลุดออกมา นางจึง
ระเบิดอารมณ์ทันที
” ง๊าาววว! ” เจ้าแมวหลานหลานแสดงอาการ
ต่อต้านอย่างสุดชีวิต
” อย่าฉุนเฉียวไปเลยน่า∿… พวกเดียวกันทั้งนั้น ดีดี
กันไว้ดีกว่า ฮ่า ๆ ๆ ว่ากันว่าเด็กสาวที่ชอบทำตัว
ฉุนเฉียวขี้โมโหจะทำให้หน้าอกหน้าใจของนางนั้น
แบนแต๊ดแต๋เอานะจะบอกให้ … ” หนานซาน หวาง
เยว่ แกล้งพูดจาเย้าแหย่หมายคลายบรรยากาศที่ตึง
เครียด คงมีแต่เขาเท่านั้นที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ยังมีอารมณ์หยอกเย้าล้อเล่นกันอีก …
เดิมทีร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ รออยู่ด้านนอก เพื่อ
พยายามดูว่ามีโอกาสหรือไม่ แล้วก็พบว่าแค่ร่างต้นก็
น่าจะเพียงพอแล้ว ดังนั้นร่างกลืนสวรรค์จึงกลับมา
ที่หงส์เพลิง แล้วพบว่าพวกเขากำลังขัดแย้งกันจน
เดือดระอุ ซึ่งเขาก็สามารถเดาเหตุผลได้ในทันทีว่า
ต้นสายปลายเหตุเกิดจากอะไร เขาจึงพูดกับโอรส
เล่อว่า ” ใจเย็น ๆ อย่าได้รีบร้อนกันถึงเพียงนั้น จาก
การประเมินของข้าบอกได้เลยว่างานนี้ไม่ใช่ง่าย ๆ ”
อย่างไรเสียกำลังหลักของกลุ่มนี้ก็คือร่างต้น
บางทีอาจเป็นเพราะความตึงเครียดและหลายสิ่ง
หลายอย่างที่สะสมมาอย่างยาวนาน ดังนั้นหากมีคำ
กล่าวใดที่ไม่เข้าหูต่อให้เป็นคำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ
อารมณ์ที่คุกรุ่นก็อาจจะระเบิดขึ้นมาได้ ส่งผลให้
บรรยากาศในยามนี้ อึมครึมเช่นดังห่าพิรุณที่ร่วงตก
อยู่ในหุบเขา
เขากำลังเฝั้าดูเวลา ยามนี้ยอดฝีมือชั้นแนวหน้าต่าง
มารวมร่วมแรงร่วมใจลงมือโจมตีคนยักษ์ทองคำ
รวมถึงผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 6 ก็เอากับเขาด้วย กล่าวตามตรงการเคลื่อนตัว
ของคนยักษ์ทองคำถือว่าไม่ได้รวดเร็วอะไรมากนัก
คงต้องกล่าวว่ามันค่อนข้างเคลื่อนตัวช้าเกินความ
จำเป็นเสียด้วยซ้ำ ไม่ต่างจากเครื่องกลอันเก่าแก่ แต่
ข้อได้เปรียบของมันก็คือขนาดอันใหญ่โต และพลัง
ทำลายล้างชี้เป็นชี้ตาย รวมถึงร่างกายอันแข็งแกร่ง
เกินกว่าจะจินตนาการได้
แม้แต่องค์ชายทมิฬที่มีฝีมือระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 8 ยังต้องงัดเสาทมิฬออกมาใช้ แต่ก็ยังได้
แค่เพียงสร้างรอยหลุมที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรบนตัวของ
มันเท่านั้น แต่เพียงไม่นานรอยหลุมดังกล่าวก็เลือน
หายไปกลับคืนสู่สภาพเช่นดังเดิม ราวกับว่าไม่เคย
ถูกโจมตีมาก่อน
อันที่จริงไม่ได้มีเพียงแค่มันที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
คนอื่นอย่างเช่นโอรสยวี่ ,โอรสเซียว ,หลานฉีหลิว
เมิ่ง, เสวียนจินซื่อ, จอมกระบี่ลมโชย , มู่หยุนซี ,
เสวี่ยชิงอิ่น ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่แต่ละคนใช้ศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาโจมตี แต่ก็ทำได้แค่เพียงสร้างรอย
บาดแผลให้บนร่างกายของมันเท่านั้น บางทีรอยฉีก
กระชากดังกล่าวอาจจะบาดลึกเข้าไปจนถึงกระดูก
แต่เป็นเพราะร่างกายของมันถูกสร้างขึ้นด้วยทองคำ
จึงไม่สามารถเห็นกระดูกมันได้ ส่วนวงเวทย์ก็ไม่ได้
รับความเสียหายใด ๆ เลย นอกจากนี้บาดแผลที่ถูก
โจมตีซึ่งดูเหมือนจะรุนแรงที่สุด ก็ฟืนฟูกลับสู่สภาพ
เดิมด้วยเวลาเกือบสิบลมหายใจ บาดแผลที่ถูกฉีก
กระชากก็กลายเป็นของเหลวสีทองเข้ามาผสาน
รวมกันอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นมันก็กลับมารวมตัว
เข้าหากัน หลังจากนั้นก็ถูกหล่อหลอมกลับ
กลายเป็นทองคำแข็งกล้าอีกครั้ง ดังนั้นในเวลานี้มัน
จึงฟืนฟูกลับคืนสู่สภาพปกติ
ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ หากต้องการสร้างรอย
บาดแผลอันยิ่งใหญ่ให้กับคนยักษ์ทองคำ ก็คงมีแต่
ในกลุ่มยอดฝีมือผสานการโจมตี เข้าไปจุดเดียวกัน
ตัวอย่างเช่นโจมตีบริเวณส่วนหัว ซึ่งน่าจะพอมี
โอกาสเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใด
ทำเช่นนั้น เนื่องจากเมื่อพวกมันเริ่มลงมือ ไม่สำคัญ
ว่าการต่อสู้โจมตีดังกล่าวจะสามารถโค่นล้มคนยักษ์
ทองคำได้หรือไม่ สิ่งสำคัญก็คือระหว่างที่พวกมัน
กำลังต่อสู้ จะต้องไม่ยอมปล่อยให้มือที่สามเข้ามาฉก
ฉวยไข่มุกทองคำเหยียนหวงเอาไปได้ ดังนั้นพวกมัน
จึงพยายามรักษาชีวิตของยักษ์ทองคำไว้ ไม่ให้ผู้ใด
ฉกฉวยมันไปได้
หลักจาก อู่ อวี้ ประเมินภาพรวม เขาก็สังเกตเห็นว่า
คนเหล่านี้ไม่ยอมจัดการคนยักษ์ทองคำรวดเร็ว
เกินไปนัก กล่าวได้ว่าการต่อสู้กับหุ่นเชิดของกลุ่ม
ยอดฝีมือกำลังมาสู่ทางตัน ส่วนที่ฝีมือระดับกลาง ๆ
อย่างสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ก็อาจจะตกตาย
เอาง่าย ๆ ส่วนพวกระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น
ที่ 7 เข้ามาผสมโรงช่วยต่อสู้แค่พอหอมปากหอมคอ
เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นราชาเงาเดียวดายเขามาต่อสู้
ยังไม่ถึงสิบลมหายใจก็รามือจากไป นั่นเพราะเขา
ประมาณตนเองแล้วว่าหากยังดื้อดึงสู้ต่อไปอาจมี
อันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้
ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มของโอรสเซียวที่ทำเหมือนตนเอง
ลงมืออย่างดุเดือด แต่อันที่จริงแล้วพวกมันตั้งใจถ่วง
เวลาเพื่อลดทอนความแข็งแกร่งของฝั่ายตรงข้าม
ดังนั้นจำต้องออมแรงถนอมกำลังเอาไว้บ้าง เพราะ
ถ้าหากปล่อยให้ตนเองเหนื่อยล้าจนหมดแรง บางที
ผู้อื่นอาจจะฉวยจังหวะนี้มาไขว่คว้าไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงตัดหน้าเอาไป ถึงจะคาดเดาประเมินความ
เป็นไปได้กันไปต่าง ๆ นานา แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่มี
ผู้ใดคิดวิธีคว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวงได้เลย
บางทีการเอาชนะมันอาจจะเป็นเรื่องง่าย แต่ข้อ
พิพาทอื่น ๆ หลังจากเอาชนะมันได้แล้ว ก็คงจะ
หนักหนาสาหัสสากรรจ์มากทีเดียว กล่าวได้ว่ายามนี้
หลายคนกำลังพยายามคาดคะเนสถานการณ์ไปต่าง
ๆ นานา
อู่ อวี้ ยังไม่เริ่มลงมือโจมตี เขายังคงเฝั้าดูเหตุการณ์
ต่อไป อันที่จริงไม่ได้มีเพียงแค่เขา ยังมียอดฝีมืออีก
หลายคนที่ยังไม่ลงมาโจมตีด้วยเช่นกัน อย่างเช่น
พระธิดาซีนางถอนตัวเลิกโจมตีคนยักษ์ทองคำได้สัก
พักหนึ่งแล้ว โดยที่นางหยุดโจมตีเอาซะดื้อ ๆ ซึ่งอัน
ที่จริงการต่อสู้ครั้งนี้จำเป็นต้องใช้กำลังพลที่มาก
เพียงพอ ไม่เช่นนั้นหากอยู่ ๆ ไข่มุกทองคำเหยียน
หวงโดนฉกชิงไปต่อหน้าต่อตาคงเป็นเรื่องน่าขันสิ้น
ดี
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ ค่อนข้างสนอกสนใจใน
วิธีการต่อสู้ของคนยักษ์ทองคำ ความจริงหุ่นเชิดตัว
นี้ราวกับไม่มีวงเวทย์โจมตีอย่างไรอย่างนั้น วิธีการ
โจมตีของมันไม่ต่างจากนักรบที่เขาเคยพบเห็นมา
ก่อน ซึ่งถ้าพินิจอย่างละเอียดถี่ถ้วน จะเห็นว่ามันมี
ความยืดหยุ่นคล่องตัวค่อนข้างสูงมากทีเดียว
ถึงแม้ว่ามันจะเคลื่อนไหวค่อนข้างเชื่องช้าก็ตาม
และถึงแม้ว่าร่างของมันจะใหญ่โต แต่ในมือข้างหนึ่ง
ถือกระบี่ทองคำ ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ถึงดาบวงเดือนสี
ครามซึ่งนับว่าดูดีไม่น้อยทีเดียว
หากมองอย่างผิวเผินจะเห็นว่าสารพัดกระบวนท่า
ต่อสู้ล้วนเรียบง่ายเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากความ
แข็งแกร่งอันน่าเกรงขาม ซึ่งนับว่าแตกต่างจากกลุ่ม
ยอดฝีมือเป็นอย่างมาก อย่างเช่นระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 ในเวลาต่อมาก็อาจจะถูกตัดศีรษะ
ตกตายได้เอาเสียง่าย ๆ จนต้องหลบหนีจากรัศมี
การต่อสู้ แม้ว่ายามนี้ยังไม่มีผู้ใดบาดเจ็บสาหัส แต่
ถ้าโดนโจมตีเข้าจัง ๆ ก็อาจบาดเจ็บเอาได้ ดังนั้นจึง
ไม่จำเป็นต้องพุ่งเข้าจู่โจมทุกครั้งไป ละเว้นบ้างเป็น
บางครั้งบางคราว และในตอนนี้โอรสยวี่ เสวียนจิ
นซื่อกับคนอื่น ๆ ได้รับบาดเจ็บประมาณหนึ่ง จึง
ต้องออกมาพักผ่อนด้านนอก
” ไฉนการต่อสู้เช่นนี้ จึงทำให้ข้าสัมผัสได้ถึง ‘วิถีเต๋า’
มากขึ้น? ” อู่ อวี้ กำลังจมสู่ห้วงภวังค์แห่งความคิด
จนหลงลืมเรื่องไข่มุกทองคำเหยียนหวงไปชั่วขณะ
ทั้งหมดเป็นเพราะการกระทำของคนยักษ์ทองคำ
ชั่วขณะที่ยักษ์ทองคำเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ การตวัด
ฟาดฟันกระบี่และดาบในแต่ละครั้ง ล้วนแล้วแต่เป็น
การกระทำที่เรียบง่าย แต่กลับนำมาซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงอย่างไร้สิ้นสุด แต่เขาก็ยังสงสัยว่ามัน
เป็นแค่หุ่นเชิดแท้ ๆ ไฉนจึงทำให้เขารู้สึกได้ถึงมหา
วิธีแห่งเต๋าอันลึกลับเช่นนี้ได้?
ดังนั้นเมื่อหันไปมองการโจมตีของยอดฝีมือระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 8 กระบวนท่านั้นดู
ซับซ้อนแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ทั้งหมดเป็นวงเวทย์
เคล็ดวิชาเต๋าและพลังอิทธิฤทธิ์ซึ่งเปียมไปด้วย
อำนาจ นั่นก็คือเต๋าอันสลับซับซ้อนของพวกมัน ทว่า
เขากลับไม่รู้สึกอะไร แต่กระบวนท่าและวิธีการ
โจมตีอันเรียบง่ายของคนยักษ์ตนนี้ กลับดึงดูดและ
ทำให้ อู่ อวี้ รู้สึกสนใจมันเป็นอย่างมาก…