กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1124: เวทเกาธาราสวรรคดารารวง
แม้ปัจจุบันเขาจะยกระดับเข้าสู่สามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นแรกแล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกราวกับว่าตนเอง
กำลังฝันไปนั้นยังคงอยู่ และเขายังไม่ต้องการที่จะ
กระโดดเข้าไปต่อสู้ตอนนี้
ความสำเร็จที่ได้มาก็ไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณคนยักษ์
ทองคำ หรือจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงกันแน่
แน่นอนว่าการที่ อู่ อวี้ ก้าวหน้าขึ้นมาขั้นนี้ได้ มัน
เกิดจากเมื่อทุกอย่างสุกงอมความสำเร็จจึงบังเกิด
ดั่งคำสุภาษิตที่ว่า น้ำมาคลองก็เกิด
เมื่อประสบความสำเร็จในการขึ้นสู่ระดับใหม่แล้ว
เขาก็ย้อนมองกลับมายังสนามรบ และพบว่ายาม
เวลานี้สถานการณ์ในสนามรบยังคงร้อนระอุเดือด
พล่านเช่นเดิม ทั้งผู้ฝึกตนแลปีศาจต่างต่อสู้กันอย่าง
ยาวนาน และดูเหมือนว่าบางคนจะเริ่มวิตกกังวล
เป็นอย่างมาก กังวลถึงขนาดตัดสินใจถอนตัวออก
จากการต่อสู้เลยก็มี ผู้ฝึกตนระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ออกจากการต่อสู้นานแล้วเหลือ
เพียงแค่ขั้นที่ 7 บางคนเลือกที่จะมาอยู่ข้างนอกแล้ว
โจมตีเป็นครั้งคราว ส่วนบางคนฝีมืออ่อนด้อยกว่า
คนอื่น ๆ ก็ทำได้แต่เฝั้ามองอยู่ใกล้ ๆ เท่านั้น พวก
มันอาจจะคิดว่าคนยักษ์ทองคำอยู่ภายใต้การรุม
ล้อมของยอดฝีมือหลายคน มันคงไม่สามารถยืน
หยัดได้นานและต้องถูกโค่นล้มในที่สุด และในเวลานี้
ผู้คนเร่งรีบโจมตีคนยักษ์ทองคำอย่างบ้าคลั่ง
พยายามให้มันอับจนหมดหนทางตอบโต้กลับ! หาก
พวกมันไม่มัวแต่ขัดแข้งขัดขา ทะเลาะเบาะแว้งต่อสู้
กันเองแล้วล่ะก็ เกรงว่าแรงกดดันที่มีต่อคนยักษ์
ทองคำจะยิ่งรุนแรงมหาศาลมากกว่านี้!
” อู่ อวี้ เกิดอะไรขึ้น ไฉนเจ้าถึงไม่เข้าไปโจมตีแย่งชิง
กับคนเหล่านั้น ” ในเมื่อสมบัติกองโตอยู่ตรงหน้า
เช่นนี้ผู้ใดจะสงบใจไหว แม้แต่โอรสเล่อยังคอย
กระตุ้นถามเขาสองสามครั้ง
คำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความกระสับกระส่ายไม่
สบายใจในของเขา
ในความเป็นจริงคนยักษ์สีทองแข็งแกร่งเหนือกว่าที่
ทุกคนคิด พวกมันต่างคิดว่าตนเองสามารถจัดการ
มันลงได้ จนบางทีดูเหมือนว่าพวกมันจะฝืนเกินไป
เสียด้วยซ้ำ แม้ว่าคนยักษ์ทองคำจะมีร่องรอย
บาดแผลเต็มตัว แต่มันก็สามารถฟืนตัวอย่าง
ต่อเนื่อง
“ ไม่ต้องกังวล ” อู่ อวี้ มองสถานการณ์ผ่านเนตร
เพลิงเขาจึงสามารถเห็นทุกอย่าง ๆ ชัดเจน ถึงแม้
พวกมันจะร่วมมือผสานโจมตี แต่ไม่สามารถทำอะไร
คนยักษ์ทองคำได้เลย แม้ว่ามันจะถูกโจมตีกลายเป็น
เพียงกองเศษเหล็ก แต่หลังจากอีกฝั่ายหยุดโจมตีมัน
ก็ฟืนคืนสภาพกลับสู่ปกติอย่างรวดเร็ว ขณะที่การ
ต่อสู้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง คนยักษ์ทองคำได้โจมตี
โต้กลับบ้างเป็นครั้งคราว และการโจมตีสวนกลับ
ของมันแต่ละครั้งได้สร้างความลำบากให้กับโอรสยวี่
และกลุ่มพันธมิตรไม่น้อยทีเดียว
โอรสเล่อรู้สึกหมดหวัง การกระทำของ อู่ อวี้ ทำให้
เขาไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่างเปล่าอับจน
ไร้ซึ่งหนทาง เพราะสุดท้ายแล้วเขาไม่สามารถลงมือ
ยื้อแย่งสิ่งที่ต้องการมาด้วยกำลังของตนเอง อู่ อวี้
เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของเขา แม้แต่ หนานซาน
หวางเยว่ หรือ เย่ซีซี ล้วนแล้วแต่เชื่อฟัง อู่ อวี้
บางทีเขาอาจจะรู้สึกได้ถึงความต่างของพลัง และ
ความสัมพันธ์ระหว่างคนสอง และเมื่อไม่นานมานี้
มันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถออก
คำสั่งกับ อู่ อวี้ ได้อีก บางทีเขาอาจจะนึกถึงเรื่อง
การกบฏในราชสำนัก แต่สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ในเหยียนหวง เพราะจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
ทุกคนล้วนเป็นคนของจักรพรรดิโบราณ
ไม่เพียง อู่ อวี้ จะไม่ลงมือโจมตีแล้วเท่านั้น แต่เขา
ยังกลับมาที่ร่างของหงส์ทมิฬอีกด้วย โอรสเล่อกับ
คนอื่น ๆ ก็ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่หรือตั้งใจทำ
อะไรกันแน่ แต่แล้วอยู่ ๆ อู่ อวี้ ร่างต้นกับร่างกลืน
สวรรค์ก็หายไปในพริบตา ซึ่งโอรสเล่อไม่อาจรู้ได้
เลยว่าพวกเขาทั้งสองไปที่ไหนกัน
ในความเป็นจริง อู่ อวี้ และร่างกลืนสวรรค์เข้ามาใน
เจดีย์ล่องกำเนิด ซึ่งเขาได้ฝากไว้กับ หนานซาน
หวางเยว่ ชั่วคราว
” เขาไปไหนแล้ว? ” โอรสเล่อถาม
หนานซาน หวางเยว่ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” โอรสเล่อ
โปรดมั่นใจ เขารู้ตัวดีว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ แล้ว
สิ่งไหนควรไม่ควร ด้วยต้นทุนความแข็งแกร่งใน
ปัจจุบันของพวกเรายามนี้ ไม่สามารถเข้าไปสู้รบตบ
มือกับคนเหล่านั้นได้ เขาจึงต้องรอเวลาและโอกาส
พยายามทำให้ตนเองแข็งแกร่งมากที่สุด”
” อืม ” โอรสเล่อส่ายศีรษะ ความจริงเขาก็รู้ดีว่า
เพราะเหตุใด อู่ อวี้ จึงไม่ยอมทำตามคำสั่งของเขา
เพราะมันเป็นเช่นดัง หนานซาน หวางเยว่ ได้กล่าว
ไว้ ด้วยพลังปัจจุบันที่มีไม่มีทางที่จะไปต่อกับคน
กลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน
แต่ละคนล้วนมีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 8 ซึ่งจวนเจียนเข้าสู่การเป็นเซียนอมตะ
มากขึ้นทุกขณะ
การที่ อู่ อวี้ กับร่างกลืนสวรรค์เข้ามาในเจดีย์ล่อง
กำเนิด ก็เพราะพวกเขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่ง
ในเวลาที่จำกัดเช่นนี้!
พวกเขาทั้งสองจึงอยากจะท้าทายหุ่นเชิดตัวที่
เหนือกว่าหงส์ทมิฬ ด้วยเพราะพื้นฐานฝึกตนของ อู่
อวี้ ยกระดับสูงขึ้นจนเข้าสู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 1 แล้วนั่นเอง บัดนี้วงเวทย์ทั้ง 9 วงก็
ปรากฏขึ้น แล้วหุ่นเชิดตัวที่เขาต้องการท้าทายก็คือ
หุ่นเชิดในวงกลมสีดำ
ส่วนตำแหน่งในปัจจุบันของหงส์ทมิฬยามนี้ น่าจะ
ถูกเลื่อนลงมาเป็นวงเวทย์สีม่วง และหุ่นเชิดตัวใหม่
ก็ต้องแข็งแกร่งกว่าหงส์ทมิฬอย่างแน่นอน
การบรรลุสู่ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า ถือเป็นการ
ก้าวกระโดดครั้งใหญ่อีกครั้งเลยทีเดียว
ส่วนพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงก็ถูกปรับปรุงเพิ่มขึ้น
มากเช่นกัน ซึ่งมันเหนือล้ำกว่าก่อนหน้านี้มาก
นับตั้งแต่ที่เขาหลอมสร้างกายาวัชระอรหันต์มหา
สุริยะโชติได้สำเร็จ รวมถึงพลังแก่นแท้ตำหนักม่วงที่
เพิ่มสูงขึ้นจากการยกระดับ ทำให้รากต้นของเขา
พัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างใหญ่หลวง ซึ่งตัวเขาเองก็ยัง
ไม่รู้ว่าตอนนี้ หากปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่แล้วมัน
จะทรงพลังขนาดไหน?
ซึ่งการเผชิญหน้าในครั้งนี้ จะเป็นเครื่องชี้วัดทดสอบ
ฝีมือของ อู่ อวี้ ในปัจจุบัน
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ระหว่างที่คน
กำลังต่อสู้กับคนยักษ์ทองคำ เขาเลือกจะแข่งกับ
เวลา ยับยั้งแรงกระตุ้นภายใน ใช้พลังอำนาจอันน่า
อัศจรรย์ของตนเอง ทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการท้า
ทายหุ่นเชิดตัวใหม่นี้ เป็นระดับความแข็งแกร่งซึ่ง
แทบจะไม่มีผู้ใดภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
สามารถสยบมันได้อย่างแน่นอน
ส่วน หนานซาน หวางเยว่ ซึ่งอยู่ด้านนอกทำหน้าที่
เฝั้าคอยจับตาดูสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่
ยักษ์ทองคำแสดงสัญญาณว่าไม่สามารถทานทนได้
อีกต่อไป อู่ อวี้ สามารถหยุดได้ทุกเมื่อ แล้วเข้าร่วม
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย จวบจนตอนนี้เขาเชื่อว่าต่อให้
เขายังไม่ออกไป สถานการณ์ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
หรือแม้กระทั่งพวกมันอาจจะต่อสู้แก่งแย่งกันเอง
ด้วยซ้ำ
ความขัดแย้งในอดีตจะได้แตกหักในการต่อสู้ครั้งนี้
เช่นอาณาจักรปีศาจสวรรค์ , จักรพรรดิน้อย , อสูร
เมฆาแหวกสวรรค์ , ล้านภูผาปีศาจ , วานรจิตเขต
แดนวิญญาณ , หลานฉีหลิวเมิ่งแห่งอาณาจักรเมฆา
ทะยาน , ชาวมารฟั้าอย่างองค์ชายทมิฬ หากบังเกิด
ความขัดแย้งขึ้นเพียงเล็กน้อยในเวลานี้ พวกมัน
จะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างแน่นอน
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อู่ อวี้ กำลังจดจ่ออยู่ใน
เจดีย์ล่องกำเนิด เมื่อเขาเลือกท้าทายหุ่นเชิดในวง
เวทย์ที่ 8 วงเวทย์แสงวงอื่นก็ค่อย ๆ สลัวดับลงแล้ว
ก็หายไปในที่สุด มีเพียงวงเวทย์สีดำเท่านั้นที่ส่อง
แสงสว่างเจิดจ้า แล้วหายไปในที่สุด ชั่วอึดใจต่อมาก็
ปรากฏการณ์ หุ่นเชิดตนหนึ่งเปล่งเสียงคำรามทุ้มต่ำ
ออกมา ทั้งหนักแน่น สง่างามน่าเกรงขาม เสียง
คำรามนั้นเต็มไปด้วยความดุดันอหังการ ซึ่งแตกต่าง
จากหงส์ทมิฬอย่างสิ้นเชิง เสียงของมันเสมือนดั่ง
กำปันที่อัดกระแทกเข้าใส่ร่างของ อู่ อวี้ นำมาซึ่ง
พลังอันน่าสะพรึงกลัว
อู่ อวี้ สามารถมองเห็นลักษณะของหุ่นเชิดตัวนี้ได้
อย่างชัดเจน
ซึ่ง อู่ อวี้ ก็รู้สึกคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของมันเป็น
อย่างยิ่ง
อันที่จริงแล้วครั้งก่อนหน้าที่เขาได้เห็นหงส์ทมิฬ ก็
รู้สึกค่อนข้างคุ้นเคยกับมันมากเช่นกัน เนื่องจากมัน
ดูคล้ายคลึงกับ หนานกง เหว่ย ในรูปลักษณ์ของ
หงส์เพลิงนิรันดร์มาก
แล้วเหตุผลที่ว่าทำไมยามนี้เขาเริ่มคุ้นเคยกับมันเป็น
เพราะทวนศึกกิเลน จักรพรรดิเสด็จ
ถูกต้องแล้วหุ่นเชิดตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าของเขา
ยามนี้ก็คือ กิเลนตัวขนาดใหญ่ แต่เนื้อตัวของมันนั้น
เป็นโลหะดั่งเช่นเคย เพียงแค่ครั้งนี้เป็นโลหะสีเงิน
ส่องสว่างแวววับปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย ทำให้
กิเลนโลหะเงินตัวนี้ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขามมากขึ้น
ลักษณะร่างกายโดยรวมของมันมีดังนี้ ส่วนหัวเป็น
สิงโต , มีเขาเหมือนกวาง , ดวงตาเหมือนพยัคฆ์ ,
ร่างกายเหมือนกวาง , มีเกล็ดเหมือนมังกร , มีหาง
เหมือนวัว อันที่จริงส่วนหัวของมันเหมือนกับมังกร
เทวะเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่เท่ามังกร ดูทรง
อำนาจน่าเกรงขามอหังการเป็นอย่างมาก
บนร่างกายของเต็มไปด้วยสมบัติวิเศษโลหะเงิน แต่
เป็นวัสดุคนละอย่างกับหงส์ทมิฬ เรียกได้ว่าวัสดุที่
นำมาใช้กับกิเลนเงินตัวนี้เป็นวัสดุชั้นสูงอย่างยิ่ง
เหนือกว่าของหงส์ทมิฬ รวมทั้งวงเวทย์ที่ประทับอยู่
บนร่างของมัน ก็ยังซับซ้อนและมีจำนวนมากกว่า
หงส์ทมิฬที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชาแห่งวิหคทั้งมวลเสียอีก
ส่วนกิเลนก็ถือเป็นราชันแห่งอสูร แม้ว่ามันจะเป็น
เพียงแค่หุ่นเชิดแต่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของมันที่
แผ่ออกมา หาได้แตกต่างจากกิเลนตัวจริงแต่อย่าง
ใด ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเวลานี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเอง
กำลังเผชิญหน้ากับกิเลนตัวจริงอย่างไรอย่างนั้น!
หลังจากได้เห็นมหาวิถีเต๋าอันยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่อง
จนพื้นฐานฝึกตนของ อู่ อวี้ ยกระดับขึ้นสู่สามภัย
พิบัติค้นหาเต๋า โลหิตภายในกายของเขาก็สูบฉีด
เดือดพล่านมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นการต่อสู้ครั้งนี้ดูเหมือน
จะแตกต่างจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิง
ส่งผลให้ในเวลานี้เขาเปลี่ยนร่างเป็นวานรทองคำ
อย่างรวดเร็ว แล้วขยายร่างด้วยเทียมฟั้าจรดดิน
กลายเป็นวานรยักษ์ ถึงกระนั้นก็ยังดูเหมือนจะ
เทียบไม่ได้กับ ‘กิเลนเงิน’ ส่วนในมือถือจับจักรพรรดิ
เสด็จ เป็นเสมือนดั่งการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบยิ่ง
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาบรรลุระดับค้นหาเต๋า พลัง
ที่แสดงออกมาในทุก ๆ การเคลื่อนไหวล้วนแตกต่าง
ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
สำหรับร่างกลืนสวรรค์มือทั้งสองข้างถือจับศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณนภา ข้างหนึ่งถือ ‘ตราจักรพรรดิ’
ส่วนมืออีกข้างถือจับน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน การ
มีศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาทั้งสอง ยิ่งทำให้พลัง
การต่อสู้ของเขาน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น โดยเฉพาะ
เมื่อเขาหลบเร้นกายซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ‘โล่กายเนื้อ’
ของร่างต้น โดยทั่วไปแล้วเขากำลังมองหาโอกาส
โจมตีอย่างลับ ๆ ยากที่จะตรวจสอบได้ และน้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผันทำให้เขามีกลยุทธ์การโจมตี
หลายมากยิ่งขึ้น
ร่างต้นและร่างกลืนสวรรค์ ยืนตระหง่านเผชิญหน้า
กับกิเลนเงิน กิเลนเงินแผดเสียงคำรามดังสะเทือน
เลื่อนลั่นไปทั่วทุกแห่งหน สร้างความสะเทือนอย่าง
รุนแรงไปทั่วทั้งเจดีย์ล่องกำเนิด!
อู่ อวี้ ร่างต้นเตรียมตัวพุ่งเข้าจู่โจมกิเลนเงิน!
” เวทแหวกสวรรค์สามกิเลนสังหาร! ”
เขาพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกับทวนศึกกิเลนในมือ
ส่งผลให้การต่อสู้ในครั้งนี้ เป็นการปะทะกันระหว่าง
สามกิเลนเพลิงของเขากับกิเลนเงิน!
การโจมตีจากกิเลนพิฆาตทั้งสาม หนึ่งทะลวง หนึ่ง
สะบั้น หนึ่งฟัน!
ส่วนกิเลนเงินนั้นมีรูปร่างที่สง่างามอหังการเป็น
อย่างยิ่ง ความน่าเกรงขามของมันไม่ได้ด้อยไปกว่า
คนยักษ์ทองคำเลย!
” เอากระบวนท่าทำลายแรกนี้ไปกินซะ เวทเก้าธารา
สวรรค์ดาราร่วง!”
ในขณะ อู่ อวี้ พุ่งเข้าโจมตี กิเลนเงินก็พุ่งเข้าโจมตี
เช่นกัน วงเวทย์ประทับบนร่างกายของเขาไม่น้อย
กว่า 800,000 วง จำนวนดังกล่าวมากยิ่งกว่า
ศาสตราวิญญาณนภาทั่วไปเสียอีก หลังจากวงเวทย์
ดังกล่าวถูกเปิดใช้งาน ทันใดนั้นแสงสว่างก็ส่อง
ประกายเจิดจ้าออกมาจากร่างกายของมัน
ก่อให้เกิดเป็นลำแสงขนาดใหญ่พวยพุ่งออกมาจาก
ปากของมัน จากนั้นลำแสงดังกล่าวก็เบี่ยงเบนหักเห
จนกลายเป็นรูปสี่เหลี่ยม โดยล้อมรอบ อู่ อวี้ ไว้ตรง
จุดกึ่งกลาง!
ทันใดนั้นลำแสงสีเงินก็ระเบิดออกอย่างกะทันหัน
พร้อมแปรเปลี่ยนกลายเป็นสายธาราขนาดใหญ่
อย่างรวดเร็ว สายธาราดังกล่าวเสมือนดั่งธารา
สวรรค์ที่อยู่บนฟากฟั้าก็ไม่ปาน ดวงดาราจำนวนนับ
ไม่ถ้วนกะพริบวิบวับอลังการ พลังของดาราทุกดวง
เทียบเท่ากับระเบิดทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
ช่วงเวลาต่อมาดวงดาราเหล่านั้นก็ร่วงตกลงมาโจมตี
ถล่มใส่เข้าใส่ อู่ อวี้ จากเหนือศีรษะ เฉกเช่นดั่ง อู่
อวี้ จมอยู่ในทะเลดาราก็ไม่ปาน เวทเก้าธาราสวรรค์
ดาราร่วง ดวงดาราเหล่านี้ดูเฉกเช่นดังทางน้ำตก พูด
ได้เลยว่าอำนาจทำลายล้างของมันแข็งแกร่งเหนือ
หงส์ทมิฬเสียอีก!
ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ ร่างต้นจะปลดปล่อยการโจมตีสาม
กิเลนสังหาร ทะยานเข้าใกล้ประชิดตัวมัน แต่ดู
เหมือนว่าเขาจะถูกสกัดกั้น อยู่ภายในธารดารา!