กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1125: เวทพิมานสวรรคจันทราเงินมรณะ
ถ้าถามว่าเพราะเหตุใด อู่ อวี้ ถึงนำน้ำเต้าเทวะ
สรรพสิ่งผกผันมาด้วย? ทำไมเขาถึงไม่ยอมส่งน้ำเต้า
เทวะสรรพสิ่งผกผันให้องค์ชายทมิฬ?
นั่นเป็นเพราะว่าน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน มี
บทบาทในการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง มันสามารถ
เปลี่ยนแปลงรูปทรงได้อย่างไม่มีสิ้นสุด ซึ่งเหมาะกับ
อู่ อวี้ มาก
ยกตัวอย่างเช่นในระหว่างนี้ ขณะที่ธาราสวรรค์
โปรยปรายลงมา ร่างกลืนสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่
ด้านหลัง อู่ อวี้ ก็เริ่มลงมือ น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่ง
ผกผัน ที่อยู่ในมือของเขาเริ่มปลดปล่อยหมอกควัน
ออกมามากมาย ควันดำเหล่านี้ดูราวกับมีชีวิต พวย
พุ่งเข้าขวางกั้นระหว่าง อู่ อวี้ กับธาราสวรรค์
จากนั้นก็ควบแน่น แปรเปลี่ยนกลายเป็นกำแพงอยู่
เหนือศีรษะของ อู่ อวี้ โดยมีลักษณะลาดเอียงลงไป
ทางด้านซ้าย เมื่อดาราอัดกระแทกโจมตีเข้าใส่
กำแพง มันก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นรูปแบบของเหลว
ไหลลงไปตามแนวลาดเอียงของกำแพง ร่วงลงไป
ทางด้านซ้ายของ อู่ อวี้!
แน่นอนว่าหลังจากปั้องกันการโจมตีให้กับ อู่ อวี้
ร่างต้นได้ชั่วขณะหนึ่ง กำแพงก็ถูกอำนาจทำลาย
ล้างจากการระเบิดของดวงดาราบดขยี้ทำลาย แต่
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว อู่ อวี้ อาศัยจังหวะที่กำแพง
ปั้องกันการโจมตีไว้ ผสานร่างกับเมฆาตลบฟั้า ใช้
ออกด้วยร่างเงาจำแลงขั้นที่ 3 เมื่อบวกกับพลัง
อำนาจแห่งกายเนื้อ ความเร็วในการสังหารของเขาก็
ยกระดับขึ้นอีกหลายเท่า กิเลนเงิน โจมตีพลาดพลั้ง
และกลายเป็นฝั่ายที่ถูก อู่ อวี้ เข้าประชิดตัวแทน
แล้วทันใดนั้นวงเวทย์กิเลน 3 สังหาร ก็ถูก
ปลดปล่อยเข้าใส่กิเลนเงินทันที!
หนึ่งทะลวงแทง หนึ่งสะบั้น หนึ่งตวัดฟัน!
สองกระบวนท่าการโจมตี ถูกปลดปล่อยออกไป
อย่างต่อเนื่อง ทะลวงแทงเข้าใส่ใต้ลำคอด้านล่าง
ของกิเลนเงิน เจาะทะลวงลึกเข้าไปด้านใน จากนั้นก็
ตามด้วยการสะบั้นเป็นมุมขวางจากด้านล่าง จนหัว
ของมันแทบขาดครึ่ง ต่อด้วยการ ตวัดฟัน ซึ่งเป็น
กระบวนท่าสุดท้าย กิเลนเพลิงพุ่งทะยานลงมาจาก
ด้านบน ปลดปล่อยความโกรธเกรี้ยวอหังการ ผ่า
แยกเป็นรอยขนาดใหญ่บนหัวของหัวกิเลนเงิน!
แต่ช่างน่าเสียดายที่กิเลนเงินไม่มีเลือดเนื้อ ถึงแม้ว่า
การโจมตีดังกล่าวจะสร้างความเสียหายอย่างหนัก
แต่มันก็มิได้แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดใด ๆ ทว่า
หลังจากถูก อู่ อวี้ โจมตีอย่างดุเดือด มันก็เริ่มตอบ
โต้หมายเข่นฆ่าประหัตประหารให้ตกตายทันที!
ทางด้านของกิเลนเงิน มีวงเวทย์และวิธีการโจมตีที่
หลากหลาย อีกทั้งไม่ว่าจะเป็นวงเวทย์หลักหรือวง
เวทย์รองล้วนทรงอนุภาคเป็นอย่างมาก ส่วน
สมรรถนะทางด้านร่างกายของมันก็ค่อนข้าง
แข็งแกร่ง แม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าของคนยักษ์ทองคำ
แต่ถ้าให้กล่าวถึงภายในชมพูทวีปโลกธาตุ การมี
ร่างกายแข็งแกร่งเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการเป็นอมตะ
นอกจาก ‘เวทเก้าธาราสวรรค์ดาราร่วง’ ก็ยังมีวง
เวทย์หลักอยู่อีกวงหนึ่งมันมีชื่อว่า ‘เวทพิมานสวรรค์
จันทราเงินมรณะ’ ซึ่งวงเวทย์นี้ทรงพลังเสียยิ่งกว่า
เวทเก้าธาราสวรรค์ดาราร่วง บนหัวของกิเลนเงินมี
เขากวางอยู่ 1 คู่ หรือจะบอกว่าเป็นเขามังกรก็ว่าได้
แล้วในช่วงเวลานั้นเอง เขามังกรก็ปลดปล่อยบางสิ่ง
ที่ดูเสมือนดั่งบอลทรงกลมสีเงิน ส่องแสงประกาย
แพรวพราว ปกคลุมไปด้วยกลุ่มแสง ราวกับก้อน
โลหะที่เรืองแสงสีเงิน เฉกเช่นดั่งเงาจันทราเงินที่
ส่องสะท้อนอยู่บนผิวกระจก ลูกทรงกลมนี้มีขนาด
ไม่ใหญ่มากเท่าใดนัก มันมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของ
หัวกิเลนเงินเท่านั้น แต่ความเร็วในการหมุนวน
ระหว่างเขาทั้งสองข้างของมันก็ทวีขึ้นเรื่อย ๆ !
ท่ามกลางการหมุนวน ภายใต้การผสานงานของวง
เวทย์จำนวนนับไม่ถ้วน บอลแสงสีเงินก็ทวีความน่า
สะพรึงกลัวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเริ่มทรงพลังมากขึ้น
ด้วย ดูราวกับว่าเวลานี้พลังมหาศาลอัดแน่นรวมตัว
กันอยู่ในลูกทรงกลม บอลแสงสีเงินนี่มีชื่อเรียกว่า
‘พิมานสวรรค์จันทราเงิน’ แล้วในชั่วขณะนั้นเมื่อ
พิมานสวรรค์จันทราเงินหมุนด้วยความเร็วถึงขีดสุด
มันก็บังเกิดการสั่นสะเทือน และผันผวนมากขึ้น
เรื่อย ๆ
แล้วในช่วงเวลานั้นเอง กิเลนเงินก็พุ่งทะยานขึ้นสู่
ท้องเวหา พร้อมกับมุ่งเปั้ามาที่ อู่ อวี้ กับร่างกลืน
สวรรค์ พร้อมปลดปล่อยพิมานจันทราเงินจากเขา
ทั้งสองข้าง พิมานจันทราเงินแหวกฝั่าอากาศอย่าง
รวดเร็ว หลังจากนั้นบังเกิดการสั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรง บัดนี้พลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ภายในลูก
ทรงกลมเล็ก ๆ ได้บังเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง
ปลดปล่อยพลังอำนาจทำลายล้างสั่นสะเทือนไปทั่ว
ทั้งสวรรค์และปฐพี ไม่เพียงแต่เศษชิ้นส่วนโลหะอัน
คมกริบ แต่ยังมีลำแสงสีเงินซึ่งเปียมไปด้วยอำนาจ
ทะลุทะลวง ปลิวว่อนสาดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน
ราวกับดาวตกก็มิปาน ยามนี้พื้นที่ภายในเจดีย์ล่อง
กำเนิดได้ตกลงสู่ห้วงแห่งมรณะ
ส่วนร่างกลืนสวรรค์ที่อยู่ด้านข้าง ได้ใช้ศาสตราวิถี
แท้วิญญาณนภาน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน กับ ตรา
จักรพรรดิต้านรับการโจมตี ทางด้านของน้ำเต้าเทวะ
สรรพสิ่งผกผันปลดปล่อยหมอกควันหนาแน่น
จำนวนนับไม่ถ้วนก่อรูปเป็นโล่เหล็กกล้า ส่วนตรา
จักรพรรดิได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นโล่ทมิฬ สกัดกั้น
ปั้องกันอยู่เบื้องหน้า ถึงแม้ว่าการโจมตีของกิเลนเงิน
ทรงพลังมากเพียงใด แต่ในท้ายที่สุดแล้วเมื่ออยู่
ภายใต้ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาทั้ง 2 ชิ้นของร่าง
กลืนสวรรค์ อู่ อวี้ มั่นใจว่าเขาสามารถปั้องกันการ
โจมตีของมันได้
ในช่วงเวลานั้นร่างต้นสัมผัสได้ว่า พลังเวทพิมาน
สวรรค์จันทราเงินมรณะนั้นน่าสะพรึงกลัวจริง ๆ แต่
อู่ อวี้ ก็หาได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย ยามนี้เขามีความ
มั่นใจเหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่า หลังจากให้ร่าง
กลืนสวรรค์รับการโจมตีของอีกฝั่าย อู่ อวี้ ก็
เตรียมพร้อมลงมือแล้ว!
“เวทเพลิงเทวะจักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์!”
แทบจะในเวลาเดียวกัน อู่ อวี้ ก็ทะลวงแทนทวนศึก
กิเลนขึ้นสู่ท้องเวหา กิเลนเพลงทะยานขึ้นสู่ท้องนภา
ระเบิดกระจายออกกลายเป็นเมฆาทองคำ
ท่ามกลางหมู่มวลเมฆา ปรากฏเงาร่างของเจ้าเทวะ
อยู่ภายใน กวัดแกว่งทวนศึกเปลวเพลิงทองคำในมือ
พร้อมพุ่งทะลวงแทงลงมาเบื้องล่าง ภายใต้การ
ทะลวงแทงไม่ว่าจะเป็นเจ้าเทวะหรือเมฆาทองคำ
ล้วนถูกดูดกลืนเข้าสู่ทวนศึก แปรเปลี่ยนกลายเป็น
พลังอำนาจของทวนศึกเพลิงทองคำ เช่นดั่งการลง
ทัณฑ์จากทวยเทพบนสวรรค์ พุ่งทะลวงแทงเข้าใส่
ด้านหน้าของกิเลนเงินในชั่วพริบตา!
กล่าวตามตรงว่าหลังจากกิเลนเงิน ได้แสดงพลังอัน
แสนยิ่งใหญ่อลังการออกมา มันก็อ่อนแอลงอย่าง
มาก และในช่วงเวลานั้นเองมันก็ต้องประสบกับการ
โจมตีสังหารของ อู่ อวี้
มันจะต้องได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่แท้
เวลานี้ อู่ อวี้ ก็ถือว่าได้รับภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวง
เช่นกัน หลังจากปลดปล่อยวงเวทย์ออกไปแล้ว เขา
ก็เคลื่อนที่ตัวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ มาหลบ
อยู่บริเวณใกล้เคียงกับตำแหน่งของร่างกลืนสวรรค์
อยู่ คงต้องบอกว่าอานุภาพของพิมานจันทราเงินน่า
ทรงพลังน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ภายใต้การบด
ขยี้โจมตีอย่างต่อเนื่องจากลำแสงและเศษโลหะ โล่
ปั้องกันของน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันก็พังทลายลง
จากนั้นเศษชิ้นส่วนโลหะและลำแสงจำนวนนับไม่
ถ้วนก็พุ่งอัดกระแทกเข้าใส่โล่เต่ามังกรอย่างรุนแรง
ในเวลานี้มังกรเต่าแผดเสียงคำราม ร่างกลืนสวรรค์
ทุ่มเทพลังทั้งหมด สกัดกั้นต้านรับการโจมตีอย่าง
อาจหาญ!
ตูมมมมมมม!
ถึงกระนั้นทั้งสองร่างของ อู่ อวี้ ก็ยังถูกต้อนจนมุม
แต่โชคดีที่พวกเขาทั้งสองหาได้รับบาดเจ็บอันใด
นับว่าโชคยังดีด้วยการต้านรับของศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาทั้งสอง ทำให้พวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บ
อันใดมากนัก เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ เวทเพลิงเทวะ
จักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์และทวนศึกเปลว
เพลิงทองคำโจมตีลงมา นำมาซึ่งภัยคุกคามใหญ่
หลวงให้แก่กิเลนเงิน เรียกได้ว่ามันถูกโจมตีใน
ช่วงเวลาที่อ่อนแอมากที่สุด ซึ่งมันก็ไม่มีหนทางใดที่
จะมาตั้งรับการโจมตีนี้ได้ ส่งผลให้กิเลนเงินถูกทวน
ศึกเปลวเพลิงทองคำทะลวงแทงเข้าใส่ จนร่างพุ่งลง
ไปอัดกระแทกกับพื้นพสุธา ทั่วทั้งร่างลุกโหม
กระหน่ำไปด้วยเปลวเพลิง ภายใต้การโจมตีซึ่งเต็ม
ไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาล เห็นได้ชัดว่ากิเลน
เงินไม่อาจควบคุมเวทพิมานสวรรค์จันทราเงินมรณะ
ได้อีกต่อไป ส่งผลให้อำนาจของวงเวทย์ลดทอนลง
อย่างมาก จากนั้น อู่ อวี้ ทั้งสองร่างก็ถูกปลดปล่อย
เป็นอิสระ เมื่อเห็นว่ากิเลนตกอยู่ภายใต้การโจมตี
จากวงเวทย์ของตน พวกเขาก็รีบพุ่งทะยานเข้าไป
ปลดปล่อยความแข็งแกร่ง สาดประเคนการโจมตี
เข้าใส่หมายบดขยี้ทำลายกิเลนเงิน แล้วในที่สุดเขาก็
เอาชนะมันได้
อาจต้องใช้เวลาพักฟืนสักสองสามวัน กว่ากิเลนเงิน
ตัวนี้จะกลับคืนสู่สภาพใช้งานได้ตามปกติ กล่าวได้
ว่าในครั้งนี้เป็นความโชคดีอย่างแท้จริง เพราะเขาใช้
เวลาไปไม่มากนักในการเผด็จศึกกิเลนเงินตัวนี้ โดย
บอกให้ หนานซาน หวางเยว่ คอยเฝั้าดูสังเกตการณ์
และ ควบคุมสถานการณ์ด้านนอกไว้ ด้วยเหตุนี้ทุก
อย่างจึงยังคงปกติไม่มีอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้น ส่งผล
ให้ปัจจุบันเขายังพอมีเวลาเตรียมการเพิ่มขึ้น
” กิเลนเงินก็ถูกพิชิตไปแล้ว เหลือแค่รอให้มันกู้คืน
กลับสู่สภาพเดิม ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักสองสามวัน
เจ้าพยายามเลือดตาแทบกระเด็นถึงเพียงนี้ ถ้ามัน
เกิดใช้งานไม่ได้ขึ้นมา ไม่กลายเป็นว่าเจ้าเสียแรง
เปล่าหรอกหรือ ? ” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างจบลงแล้ว
หมิงซวงก็เริ่มจ้อทันที
อู่ อวี้ หัวเราะ ” ฮ่า ๆ ๆ ไม่ว่ายังไงคนแพ้ชนะด้าน
นอกก็คงยังไม่ถูกตัดสิน ดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
คงอีกหลายวันกว่าที่พวกมันคิดจะจัดการกับยักษ์
ทองคำจริง ๆ การจัดการกับคนยักษ์ทองคำไม่ใช่
เรื่องง่าย ๆ ถ้าพวกนั้นทำได้จริงก็คงทำไปนานแล้ว
คงไม่ต้องดึงเชงถกเถียงกันเช่นนี้ อย่างไรเสียทางฝัง
เรากิเลนเงินได้ถูกเผด็จศึกแล้ว อดทนรออีกไม่กี่วัน
เดี๋ยวมันก็ออกใช้งาน ข้าจะฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้
เตรียมการบางอย่างอีกสักหน่อย ”
” เจ้าแน่ใจหรอว่าแค่ไม่กี่วัน ? ”
” ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าพวกมันก็คิดจะกำจัด
ยักษ์ทองคำก่อนกำหนดเวลา คงพึ่งพาได้แต่ตัวข้า
กับร่างกลืนสวรรค์เท่านั้น ” สำหรับการต่อสู้กับคน
ยักษ์ทองคำ พลังของหงส์ทมิฬไม่สามารถทำอะไรได้
อู่ อวี้ ยังรู้สึกมหัศจรรย์กับความสามารถของกิเลน
เงินอยู่เลย
ความเป็นจริงรูปแบบของมันค่อนข้างคล้ายกับหงส์
ทมิฬ เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นหุ่นเชิดชุดเดียวกัน
โดยรวมแล้วมันมีสามวงเวทย์โจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด
วงเวทย์แรกก็คือ เวทเก้าธาราสวรรค์ดาราร่วง
วงเวทย์ที่สองก็คือ เวทพิมานสวรรค์จันทราเงิน
มรณะ
ส่วนวงเวทย์ที่สาม รูปแบบการโจมตีของมัน
คล้ายคลึงกับ ‘เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพ’ ของหงส์
ทมิฬ ซึ่งผลลัพธ์ออกมาก็น่าจะเหมือนกัน ส่วนวิธีใช้
ก็น่าจะเหมือนกับหงส์ทมิฬ
ความแตกต่างของมันก็คือวงเวทย์มันดูซับซ้อนกว่า
คาดว่าอนุภาคพลังทำลายล้างของมันต้องเหนือกว่า
‘เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพ’ เรียกได้ว่าเป็นวงเวทย์
ขั้น 2 ก็ว่าได้ ดังนั้น อู่ อวี้ จึงแอบสงสัยว่าน่าจะมี
หุ่นเชิดตนต่อไปที่แข็งแกร่งกว่า อาจจะมีวงเวทย์นี้
ด้วยเช่นกัน
ซึ่งหลักฐานก็แสดงให้เห็นอยู่เต็มตาว่าภายในเจดีย์
ล่องกำเนิดยังมีหุ่นเชิดอยู่อีก หลังจาก อู่ อวี้
สามารถพิชิตชัยจากหุ่นเชิดกิเลนได้ยังมีหุ่นเชิด
เหลืออีกตัว
กล่าวได้ว่าเขาสามารถเอาชนะหงส์ทมิฬ กับ กิเลน
เงิน ได้อย่างง่ายดาย และดูเหมือนว่ามันยังไม่ได้ใช้
เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพจัดการกับ อู่ อวี้ มีความ
เป็นไปได้ว่าถ้ามันใช้กระบวนท่าดังกล่าว นั่นคง
หมายถึงความพ่ายแพ้ของ อู่ อวี้ ไปโดยปริยาย …
” ภายใต้สมบัติมหาศาลที่อยู่เบื้องหน้า เจ้าต้อง
พยายามระงับความต้องการอีกหน่อย อาศัยจังหวะ
และโอกาสช่วงที่พวกนั้นยังไม่ลงมือจัดการกับคน
ยักษ์ทองคำ ให้ร่างกลืนสวรรค์ขึ้นไปไล่ล่าสรรพเท
วะวิญญาณบนชั้นที่ 6 ชั้นที่ 7 เพื่อเพิ่มความ
แข็งแกร่ง แค่ช่วงเวลาไม่กี่วันนี้ก็น่าจะเพียงพอ ”
หมิงซวงเสนอ
” ข้าคิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่เจ้าอย่าลืมว่าที่นี่
คือเจดีย์วิญญาณบรรพกาล ไม่มีทางพ้นสายตาของ
จักรพรรดิโบราณไปได้อย่างเด็ดขาด ข้ากลัวว่ามัน
จะทำให้จักรพรรดิโบราณ รู้ถึงการดำรงอยู่ของร่าง
กลืนสวรรค์ ”
หมิงซวงกล่าวว่า ” เอาตรง ๆ เลยนะ ข้าว่าตาแก่นั่น
รู้เรื่องนี้มานานแล้วล่ะ แล้วก็คงรู้หมดทุกอย่างด้วย
หูตาอย่างกับสับปะรดถึงเพียงนั้น เขาแค่ยังไม่ลงมือ
ทำอะไรเท่านั้นแหละ ข้าว่าเจ้าอย่ารอให้ตาแก่นั่นลง
มือดีกว่า เจ้าควรชิงลงมือเสียแต่เนิ่น ๆ ก่อนเลย
เราไม่สามารถคาดเดาความคิดของมันว่าคิดเช่นไร
กันแน่ ความจริงข้านั้นอยากจะแนะนำว่า พยายาม
ช่วงชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวงในการต่อสู้ครั้งนี้ให้
ได้ก่อน หลังจากนั้นก็มาดูกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
หรือไม่ ถ้าไม่มีเจ้าก็ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์กับโลกนี้อีก
พาพี่สาวและคนอื่น ๆ ไปอยู่ที่พิภพปีศาจบรรพกาล
เลย เมื่อนั้นในโลกแห่งนี้ก็ไม่มีอะไรให้เจ้าต้องกังวล
อีกต่อไป แน่นอนว่าหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในโลก
นี้ เจ้าก็สามารถไปที่พิภพปีศาจบรรพกาลได้ทุกเมื่อ
โดยไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง ถึงแม้พิภพปีศาจ
บรรพกาลมันจะไม่ใช่สถานที่ดีเลิศ แต่มันก็ดีกว่าอยู่
แบบเสี่ยง ๆ ที่นี่ หรือไม่ก็เสาะหาที่ ๆ ดีกว่าให้พวก
เขาอยู่ซะ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ
ของเจ้า ส่วนเจ้าจะรอดูอยู่ที่นี่ก็ได้ว่า จักรพรรดิ
โบราณมันต้องการอะไรกันแน่ ”
สิ่งที่นางกล่าวมา อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันฟังดูสมเหตุสมผล
“ใช่ ในเมื่อเขาทรงฤทธานุภาพขนาดนั้น ถ้าอยากรู้
อะไรก็จะได้รู้ ไหน ๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่
จำเป็นต้องมานั่งปิดบังอะไรกันต่อไปอีก แต่ตอนนี้
เราก็ต้องให้ความสนใจกับเจดีย์ชั้นที่ 1 นี่ก่อน มีร่าง
ต้นของข้าเฝั้าอยู่ที่นี่ ต่อให้ทุกคนกำลังจับตามองดู
อยู่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนที่เหลือหลังออกจาก
ที่นี่แล้วเราค่อยจัดการตามแผนกัน ”
อู่ อวี้ หาได้อาดูรกับโลกนี้มากนัก
สำหรับนครบูรพาเย่วอู่ เขามีอู่หยูผู้เป็นพี่สาว มี
อาจารย์และคนอื่น ๆ ในนิกายกระบี่สวรรค์ บุคคล
เหล่านี้ล้วนเป็นคนที่เขาห่วงใยและนับถือเป็นอย่าง
ยิ่ง
ถ้าให้กล่าวถึงชมพูทวีปโลกธาตุ คนที่ดีกับเขามาก
ที่สุดคือ ลั่วผิน และ องค์หญิงโยว่เสี่ย
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิโบราณนั้นเป็นเทพเซียน
การที่จะมานั่งสนใจมนุษย์ปุถุชนแสนต่ำต้อยอย่าง อู่
อวี้ จะมีความหมายอะไร
ดังนั้นเขาจะต้องสู้!!!