กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1130:ความคลุมคลั่งของชาวเหยียนหวง
ไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ในมือของ อู่ อวี้ อย่าง
สงบนิ่ง
ตั้งแต่วันแรกเข้ามาภายในเจดีย์ เขาไม่เคยคิดฝันมา
ก่อนเลยว่าตนเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ต่อมาก็พัฒนา
แบบก้าวกระโดด หลังจากนั้นกิเลนเงินและร่าง
กลืนสวรรค์ก็มีฝีมืออยู่ในระดับเดียวกัน กล่าวได้ว่า
การผนึกกำลังของพวกเขาทั้งสามนั้นมีพลานุภาพ
เหนือกว่า กลุ่มของโอรสยวี่กับพรรคพวกร่วมมือกัน
เสียอีก ทำให้ความมั่นใจของเขาเพิ่มสูงขึ้น
ในท้ายสุดด้วยเวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพของกิเลน
เงิน ส่วนหัวของคนยักษ์ทองคำจึงถูกบดขยี้จนไม่
เหลือซาก ภายใต้การรัดพันจากอสรพิษ 7 ชุ่น ทำ
ให้คนยักษ์ทองคำไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว
ร่างกายได้ ส่งผลให้วงเวทย์ส่วนใหญ่โจมตีเข้าใส่
ส่วนหัวของคนยักษ์ทองคำอย่างเต็มกำลัง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงส่วนดวงตาของมัน จึงเรียก
ได้ว่า การเดิมพันของเขาในครั้งนี้ประสบ
ความสำเร็จ
ตอนนี้เจดีย์วิญญาณบรรพกาลแห่งนี้ช่างเงียบสงัด
คนยักษ์ทองคำได้ถูกกำราบจนสิ้นแล้วเหลือเพียง อู่
อวี้ ยืนตระหง่านโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวรรค์และ
ปฐพี ส่วนโอรสเล่อที่อยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะไม่มี
บทบาทความสำคัญอะไรเลย
” อู่ อวี้ ส่งไข่มุกทองคำเหยียนหวงมาให้ข้า ” ดวงตา
ของโอรสเล่อเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่
หลากหลาย มีทั้งความตื่นเต้น , กระสับกระส่าย ,
ตึงเครียด , วิตกกังวล สำหรับโอรสเล่อแล้วนี่ถือเป็น
ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ เขา
จึงวิตกกังวลเป็นอย่างมาก แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่
จะถือจับไข่มุกทองคำเหยียนหวงไว้ในมือของซะ
เดี๋ยวนี้
อู่ อวี้ ไม่คิดจะงุบงิบมันไว้คนเดียว ด้วยเพราะของ
สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับผู้ที่จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงคนใหม่ในอนาคต แล้วตัวเขาเข้ามา
แข่งขันในฐานะราชอารักษ์เล่อ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึก
ลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยินดีที่จะมอบสมบัติล้ำค่านี้ให้แก่
โอรสเล่อ อย่างไรเสียนี่ถือเป็นสิ่งที่บิดาของเขา
คาดหวังเอาไว้ อู่ อวี้ จึงไม่สามารถริบเก็บไว้ได้คน
เดียว เช่นนั้นเขาคงโดนชาวเหยียนหวงถล่มเละแน่
แล้ว อู่ อวี้ ก็มั่นใจว่าหลังจากโอรสเล่อได้สืบราช
บัลลังก์อย่างเป็นทางการ เมื่อนั้นเขาจะต้องมอบ
ของกำนัลก้อนโตเพื่อเป็นเครื่องบรรณาการให้แก่
ตนเองเองอย่างแน่นอน
เว้นเสียแต่ว่าโอรสเล่อเป็นคนประเภท เมื่อข้าม
แม่น้ำถึงฝังก็ระเบิดสะพานทิ้ง แต่ อู่ อวี้ คิดว่าเขา
ไม่น่าทำเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็ยังไม่
มอบให้กับเขา
เขาตบลงไปบนไหล่ของโอรสเล่อแล้วพูดว่า ” ใจเย็น
ๆ ก่อนพระโอรส เรายังไม่ออกจากเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล หากมันอยู่กับท่าน ผู้อื่นจะมาฉกชิงเอา
ได้ แม้แต่หม่อมฉันก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นของ ‘จริง’
หรือไม่ แล้วมันก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นของ
ปลอม ฉะนั้นเราควรรอจนกว่าจะออกจากเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลน่าจะดีกว่า ”
” ถ้าเช่นนั้น ก็ได้ … ” ฟังเสียงตอบรับของโอรสเล่อ
เหมือนกันค่อนข้างอึดอัดลำบากใจเล็กน้อย เขา
ค่อนข้างวิตกกังวล แต่ดูเหมือนสิ่งที่ อู่ อวี้ กล่าวก็
น่าจะเป็นเรื่องจริง ถ้าไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยู่ใน
มือของเขา แล้วไข่มุกทองคำเหยียนหวงอยากจะบิน
หนีออกไปอีกเขาคงไม่สามารถจับมันได้
อู่ อวี้ ก็กำลังรออยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ผล
ปรากฏว่าสถานการณ์ยามนี้ยังคงเงียบสนิท
นอกจากนี้เจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็ยังไม่หายไป
ทุกอย่างยังคงอยู่ในสภาพปกติและทุกคนที่ยังคงอยู่
ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล เขาจำคำพูดของมหา
อุปราชได้ว่า ต้องเป็นผู้ที่ครอบครองไข่มุกทองคำเห
ยียนหวงอย่าง ‘แท้จริง’ เท่านั้นถึงจะสามารถออกไป
เจดีย์ได้
ทุกคนยังคงมีสีหน้าหมองคล้ำตึงเครียด แล้วทันใด
นั้นพวกมันต่างก็ตื่นเต้นสุดขีด ทั้งยังแปรเปลี่ยนเป็น
ดุร้าย แล้วทันใดนั้นก็มีเสียงคนผู้หนึ่งคำรามขึ้นว่า ”
มันยังไม่จบ ฆ่ามัน!!! แล้วแย่งชิงไข่มุกทองคำเหยียน
หวงมาเร็ว! ”
เมื่อมีเสียงของใครบางคนตะโกนขึ้น โอรสยวี่ โอรส
เซียว และพรรคพวกก็พุ่งเข้าโจมตีทันที เขาชะงักไป
ชั่วครู่หลังจากนั้นก็กลายเป็นบ้าคลั่งทันที พวกมันไม่
เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ทว่าดวงตาของพวกมันเป็นสีแดง
ก่ำปานโลหิต ตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของ
พวกมัน สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนชะตาชีวิตไปตลอดกาล
อย่างที่ อู่ อวี้ คาดการณ์เอาไว้ว่าพวกมันจะต้อง
โจมตีทุ่มเทสุดกำลัง แลกด้วยชีวิตอย่างแน่นอน
มันเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างแท้จริง!
ประเด็นสำคัญคือให้โอรสเล่อหลบหนีออกจากวิกฤต
เลวร้ายนี้ไปก่อน ไม่เช่นนั้น อู่ อวี้ ต้องมาคอยห่วง
หน้าพะวงหลัง ไม่มีสมาธิในการต่อสู้
แต่ดูแล้วไม่มีทางอื่น สิ่งที่เขาทำได้ก็คือต้องพาโอรส
เล่อวิ่งหนีออกไปจากดงมือดงเท้านี้เท่านั้น ด้วยพลัง
ในปัจจุบันแม้จะเป็นระดับความเร็วธรรมดาก็ยัง
เหนือกว่ากลุ่มของโอรสยวี่มากนัก เวลานี้เขาได้
ควบคุมเมฆาตลบฟั้าแล้วพุ่งทะยานออกไปแบบด่วน
จี๋ แม้เขาจะพาโอรสเล่อมาด้วย ทว่าก็หาได้เป็น
ปัญหา ชั่วพริบตาเขาก็หายลับจากสายตาของพวก
มันไป แม้จะมีทั้งผู้ฝึกตนและปีศาจรายล้อมอยู่
โดยรอบ แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งเขาได้
ด้วยความเร็วระดับกล่าวไม่มีทางที่ โอรสยวี่ ,
หลานฉีหลิวเมิ่ง , มัจฉาหยินหยาง ฯลฯ จะมีปัญญา
ไล่ตามทัน แล้วพวกมันก็สิ้นหวังไปอีกครั้งในที่สุด
ในความเป็นจริงมีในกลุ่มของพวกมันก็ยังมีอีกคนที่
พยายามไล่ล่าติดตามไปคนผู้นั้นก็คือ หนานกง
เหว่ย หลังจากราชาเก้าหัวพ่ายแพ้ตกตายไป กำลัง
การต่อสู้ของกลุ่มนางลดไปเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้
นางขึ้นไปได้แค่ชั้นที่ 5 และชั้นที่ 6 เท่านั้น มันเป็น
เรื่องที่น่าเสียดายและเสียโอกาสเป็นอย่างยิ่ง นาง
หมดหวังที่จะไขว่คว้าเปั้าหมายอย่างสิ้นเชิง แล้วสุด
ผู้ที่โดดเด่นเจิดจ้าที่สุดในครั้งนี้ก็ยังคง อู่ อวี้
อย่างเช่นเคย เสมือนดังเมื่อในอดีตที่ผ่านมา นางทำ
ได้แค่หลบซ่อนตัวอยู่ในมุมเล็ก ๆ จ้องมองเขาแสดง
ฝีมืออภินิหารต่าง ๆ นานา เป็นตำแหน่งที่นางนั้นไม่
สามารถเอื้อมถึงได้
นางยังจำได้ดีว่าตอนอยู่ในทวีปปีศาจทายาททักษิณ
ฝีมือของนางกับ อู่ อวี้ ยังพอ ๆ กันอยู่เลย…
น่าเสียดายที่ อู่ อวี้ มองไม่เห็นนาง ไม่เช่นนั้นเขาคง
ได้แลเห็นว่ายามนี้ ในดวงตาของนางเต็มไปด้วย
ความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งสิ้นหวัง ทั้งเกลียดชัง ทั้ง
ริษยา ฯลฯ
ในชั่วพริบตาเดียวนั้น อู่ อวี้ ทิ้งห่างจากคนเหล่านี้ไป
ไกลหลายพันลี้ พระธิดาซี , มู่หยุนซี , เสวี่ยชิงอิ่น
กับคนอื่น ๆ ยังคงพยายามติดตามอย่างมุ่งมั่น
พยายามทำทุกอย่างสุดกำลัง แต่ด้วยเพราะก่อน
หน้านี้กลุ่มของพวกนางต่อสู้กับคนยักษ์ทองคำจน
หมดเรี่ยวแรงไร้ซึ่งกำลัง ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้จึงทำได้แค่
ติดตามเขามาห่าง ๆ เท่านั้น ยิ่งพวกมันเห็น อู่ อวี้
ในอิริยาบถที่แสนผ่อนคลายพวกมันก็ยิ่งหมดหวัง
มากขึ้น เช่นดั่งโอรสเซียวยามนี้มันทำได้แค่เพียง
ตะโกนข่มขู่ปาว ๆ แม้ภายนอกจะทำเป็นฝีปากกล้า
แต่แท้จริงแล้วภายในใจมันกลับรู้สึกล้มเหลวพ่ายแพ้
อย่างสิ้นเชิง
สำหรับ อู่ อวี้ การสลัดพวกมันให้หลุดเป็นเรื่อง
ง่ายดายอย่างยิ่ง เขากำลังสงสัยว่าจะได้รับไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงอย่าง ‘แท้จริง’ ได้อย่างไร ส่วน
ร่างกลืนสวรรค์ยามนี้อยู่ภายในเจดีย์ล่องกำเนิด
กำลังศึกษาไข่มุกทองคำเหยียนหวง ซึ่งปัจจุบันมัน
อยู่ในสถานะสงบนิ่ง แต่ อู่ อวี้ ก็เป็นห่วงว่ามันจะ
อาละวาดจนเจดีย์ล่องกำเนิดพังเละเทะ
ในขณะที่กำลังปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่นั้น ฉับพลันก็
เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เวลานี้พายุที่
รุนแรงก็หยุดนิ่งเอาซะเฉย ๆ หลังจากนั้นมันก็
หายไปในพริบตาเหลือเพียงอากาศที่บางเบา ไม่ว่า
จะเป็นทะเลทรายสีเหลือง พายุทรายที่โหมกระหน่ำ
ขอบฟั้าอันไกลโพ้น เมฆาแลแสงสีทองที่สาดส่อง
สว่างบนท้องฟั้า มันหายไปในช่วงเวลาอันสั้น
อู่ อวี้ หยุดชะงัก หลังจากท้องฟั้าหายไป ก็ปรากฏ
ท้องฟั้าขึ้นอีกครั้ง ทว่าในยามนี้บนฟากฟั้ากลับแน่น
ขนัดไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง ดูเก่าแก่สง่างามมีมนต์ขลัง
งดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง ที่นี่ก็คือนครเทวะ
มันคือสถานที่ที่เขาไม่ได้เห็นมาสักระยะหนึ่งแล้ว
ภายในใจก็แอบคิดถึงมันอยู่บ้างเล็กน้อย
หลังจากนั้นผ่านไปได้ประมาณสามลมหายใจ ทุก
อย่างในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลก็ได้หายไปอย่าง
สิ้นเชิง เมื่อ อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็
พบว่ายามนี้ตนเองอยู่ในลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ
อันแสนวุ่นวาย เจดีย์วิญญาณบรรพกาลขนาดใหญ่ที่
อยู่บนฟั้าได้หายไปแล้ว ตอนนี้บรรยากาศโดยรอบ
อาบเต็มไปด้วยความสว่างไสวอีกครั้ง และเมื่อกวาด
สายตามองดูก็พบว่าที่นี่คือนครเทวะแน่ ๆ สิ่งปลูก
สร้างอาคารบ้านเรือนเรียงรายเป็นทิวแถว บนถนน
ที่กว้างใหญ่มีฝูงชนและผู้ฝึกตนอยู่เป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่เป็นชาวเหยียนหวง อันที่จริงแล้วจำนวน
ของฝูงชนมีมากมายนับไม่ถ้วน ประมาณว่ามืดฟั้ามัว
ดินเลยก็ว่าได้ แต่ละคนคอยื่นคอยาวพยายามมอง อู่
อวี้ จากตำแหน่งที่ตนเองอยู่
ส่วนรอบ ๆ ตัวเขา คือผู้คนที่เคยอยู่ภายในเจดีย์มา
ก่อนทั้งสิ้น แล้วในเวลานี้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่
ลานเมฆาสวรรค์เพลิงวายุ โดยจำนวนผู้คน
ค่อนข้างมากทำให้รู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย อู่ อวี้
ออกมาจากหงส์ทมิฬพร้อมคนอื่น ๆ จากนั้น หนาน
ซาน หวางเยว่ ก็เดินมาสมทบ อู่ อวี้ อย่างรวดเร็ว
เวลานี้พวกเขาทั้งเจ็ดอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อม
ตาแล้ว โอรสเล่อที่อยู่ตรงกลางรู้สึกหวาดกลัว
เล็กน้อย ส่วนคนอื่น ๆ ก็อยู่ในอาการสับสน
ประหลาดใจ หลังจากนั้นแต่ละคนก็เริ่มมีอาการเขิน
อาย ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว แต่ อู่ อวี้ ยังคงสุขุมไม่มีอาการตื่นตระหนก
ใด ๆ แล้วเมื่อหันไปเห็นโอรสเล่ออยู่ในอาการหวาด
วิตก เขาก็เลยพูดปลอบใจขึ้นว่า ” โอรสเล่อขอแสดง
ความยินดีด้วย ทุกอย่างจบลงแล้ว บัดนี้ความฝัน
สำคัญที่สุดในชีวิตของท่าน ในที่สุดก็ประสบ
ความสำเร็จ ”
เมื่อมองจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น ยืนยันได้ว่า
ตอนนี้พวกเขาทุกคนได้ออกมาจากเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลแล้ว ทั้งเจดีย์และคันฉ่องที่ฉายภาพการ
เคลื่อนไหวของพวกเขาได้หายไปจนหมดสิ้น บัดนี้
การต่อสู้แข่งขันในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลได้สิ้นสุด
ลงอย่างแท้จริง
“ หา? ” โอรสเล่อยังคงอยู่ในอาการมึนงง หลังจาก
นั้นเขาก็เริ่มรู้สึกเขินอายระคนตื่นเต้นประหลาดใจ
เวลานี้จ้องมองทุกคนด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วก็อด
ไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
อู่ อวี้ เห็นโอรสเล่อกับพวกพ้องของเขากวาดตามอง
ไปรอบ ๆ อย่างเลิ่กลั่ก ซึ่งตรงกันข้ามกับโอรส
พระธิดาองค์อื่น ๆ ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วย
ความสิ้นหวัง เรียกได้ว่าได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ย พวก
มันทั้งหมดได้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตไปแล้ว
เกรงว่าในอนาคตพวกเขาคงได้ล้างหน้าด้วยหยาด
น้ำตาเป็นแน่ แต่พวกมันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี การ
แข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่โหดร้ายมาก มีแต่ผู้
ชนะเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้หัวเราะในตอนจบ
เมื่อมาถึงจุดนี้ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าผู้ที่ได้ขึ้นเป็น
จักรพรรดิเหยียนหวงคนต่อไปจะต้องเป็นโอรสเล่อ
อย่างแน่แท้
ผู้ชนะคือผู้ที่น่าริษยาที่สุด
แม้แต่คนภายนอกก็ยังมองว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น ทุก
สายตาจับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสอง ถึงแม้ผู้คนจะให้
ความสนใจ อู่ อวี้ มากกว่า แต่อย่างไรเสียผู้ที่เป็น
พระเอกในวันนี้ก็คือโอรสเล่อ
ทันใดนั้นเสียงปั่าวประกาศของมหาอุปราชก็ดังขึ้น ”
ข้าขอประกาศว่าบัดนี้การแข่งขันแย่งชิงไข่มุก
ทองคำเหยียนหวง ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลได้จบ
อย่างเป็นทางการแล้ว! ผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์! ผู้ใด
คือผู้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง ล้วนเป็นที่
ประจักษ์แก่สายตาของทุกผู้คน! ให้พวกเราทุกคน
แสดงความยินดีกับพระโอรส! ”
โอรสเล่อกำลังตัวลอยล้นทะลักไปด้วยความสุขมา
นานแล้ว ส่งผลให้เวลานี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย
ความตื่นเต้น ทุกสายตามองลงมาบนร่างของโอรส
เล่อ ชาวเหยียนหวงส่วนใหญ่ต่างยินดีปรีดา
เพราะว่าผู้ที่ได้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง
ในครั้งนี้หาใช่คนต่างเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ และอย่าง
น้อยสมบัติของพวกเขาก็ไม่ถูกผู้อื่นพรากไป
ครอบครองต่อหน้าต่อตา และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ที่รู้สึกผิดหวังเสียใจ นั่นเป็นเพราะคนกลุ่มนี้มี
ความสัมพันธ์สนิทสนมกับโอรสพระธิดาองค์อื่น
มากกว่า
ดังนั้นในเวลานี้ ไม่ใช่แค่เพียงผู้คนในนครเทวะ แต่
รวมถึงผู้คนชาวเหยียนหวงในอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงทั้งหมด ต่างส่งเสียงไชโยโห่ร้องขึ้นมา
เกือบจะพร้อมกัน เฮ!!!! เรียกได้ว่าวงเวทย์คุ้มกันใน
แนวชายแดนถึงกับสะเทือนเลือนลั่นกันเลยทีเดียว
หากไม่ใช่เพราะอาคารบ้านเรือนในเทวะถูกคุ้มกัน
ด้วยวงเวทย์ปั้องกันแล้วล่ะก็ ปั่านนี้คงได้พังทลาย
หมดแล้ว
เสียงอื้ออึ้งอึกทึกดูคลุ้มคลั่งเป็นอย่างมาก!
อู่ อวี้ ผู้อยู่ท่ามกลางกระแสวังวนเสียงไชโยโห่ร้องก็
รู้สึกตื่นตะลึงเช่นกัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า
ผู้คนจะบ้าคลั่งกันได้ถึงเพียงนี้ โอรสเล่อถึงสั่น
สะท้านเดินเซ อู่ อวี้ ต้องรีบประคองเขาไว้
ไม่เช่นนั้นเขาคงจะตื่นตระหนกตกใจจนล้มลงต่อ
หน้าธารกำนัล!
ด้วยกระแสเสียงไชโยโห่ร้องอันน่าตื่นตระหนกตกใจ
ของชาวเหยียนหวง ร่ำร้องตะโกนขานนามของโอรส
เล่อ เขาถือเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากจักรพรรดิโบราณ
มาตั้งแต่ไก่โห่แล้ว เสมือนดั่งผู้เหยียบเมฆามาเกิดก็
ไม่ปาน โอรสเล่อ 3 คำนี้ดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้ง
ชมพูทวีปโลกธาตุวนไปวนมาประดุจกระแสน้ำวน
และผู้ที่อยู่ใจกลางของห้วงแห่งพายุนี้ หยาดน้ำตา
เอ่อล้นด้วยความปลื้มปิติ ช่วงเวลาดี ๆ เช่นนั้นมี
เพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต
ในทางกลับกัน เหล่าราชทูตหมื่นทวีปที่เดินทาง
มาร่วมเทศกาลจารึกศักดิ์สิทธิ์หมื่นทวีป ต่างหุบปาก
เงียบกริบราวกับเป็นใบ้ บางทีพวกมันอาจจะคิดว่านี่
เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ภาพลักษณ์อัน
ฉาบฉวยภายนอกอาจดูสวยงามร่มเย็น แต่อนาคต
ยังไม่มีอะไรชัดเจน ดังนั้นผู้คนยังคงรู้สึกโกรธและไม่
เต็มใจที่จะยอมรับ เวลานี้สิ่งที่พวกมันพอจะทำได้
คือโอบกอดหัวใจตัวเองเท่านั้น
” อู่ อวี้ เจ้ามอบไข่มุกทองคำเหยียนหวงให้ข้าได้แล้ว
ล่ะ ” ท่ามกลาเกลียวคลื่นแห่งความตื่นตะลึง ใน
ที่สุดโอรสเล่อก็เริ่มตั้งสติได้ เขาหันมายิ้มให้กับ อู่
อวี้ พร้อมเอื้อมมือออกไป