กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1129: ผลลัพธเปนที่ประจักษ
ผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่นั้นคือ คือเซียนวานรทองคำ
ขนาดยักษ์ เส้นขนสีทองที่ปกคลุมตัวร่างนั้นเหมือน
ดั่งเปลวเพลิงที่กำลังลุกโหมกระหน่ำ ในมือถือจับ
ทวนศึกกิเลนที่หุ้มล้อมรอบด้วยไปด้วยเกล็ดมังกร
และในเวลานี้อสูรกิเลนเพลิงทั้ง 3 กำลังราย
ล้อมรอบกายของ อู่ อวี้ ประดุจดั่งทวยเทพอยู่
ส่วนผู้ที่อยู่ในตำแหน่งด้านซ้ายก็คือร่างกลืนสวรรค์ผู้
มีเส้นเกศาสีขาวนัยส์ตาสีแดงโลหิต ในมือถือจับ
น้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผัน ร่างกายปกคลุมห่อหุ้ม
ด้วยหมอกควันสีดำ กลิ่นอายแลแรงกดดันที่แผ่
ออกมาจากร่างของเขานั้น ช่างแปลกประหลาดเป็น
อย่างยิ่ง ส่วนทางด้านขวาก็คือกิเลนเงิน ซึ่งแผ่กลิ่น
อายแรงกดดันที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนยักษ์ทองคำ
แม้แต่น้อย เมื่อผสานรวมไปกับ อู่ อวี้ ในร่างวานร
ทองคำ ยิ่งทำให้มันดูดุร้ายอหังการมากยิ่งขึ้น
เมื่อทั้งสองร่างปรากฏก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง
ใหญ่ขึ้น และการเปลี่ยนแปลงนี้ดึงดูดความสนใจ
ของผู้คนทั้งภายนอกและภายในเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ ไม่ยอมปล่อยโอกาสให้เสียไปโดยเปล่า
ประโยชน์ เขาจะต้องรีบจัดการมันก่อนที่ โอรสยวี่
กับเหล่าพันธมิตรจะฟืนฟูร่างกายมากพอที่จะ
มาร่วมวงต่อสู้ ซึ่งถือเป็นโอกาสเดียวของเขาเลยก็ว่า
ได้
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหุ่นเชิด เคล็ดสะบั้นจิตก็ไร้
บทบาทไปโดยปริยาย ทันใดนั้นเองทั้ง 3 เปิดฉาก
การโจมตีแทบจะในเวลาเดียวกัน ก่อนหน้านี้ อู่ อวี้
เฝั้ารอให้กิเลนเงินฟืนฟูกลับสู่สภาพปกติเพื่อที่เขา
จะมีโอกาสมากยิ่งขึ้น ซึ่งอันที่จริงแผนการนี้ได้ถูก
วางเอาไว้อย่างดีแล้ว
ขณะเดียวกันศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาน้ำเต้าเท
วะสรรพสิ่งผกผัน ก็มีควันพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวน
มาก ฉับพลันควันสีดำเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นโซ่
เหล็กหนา รัดพันอยู่ที่ข้อเท้าของคนยักษ์ทองคำ
ประดุจอสรพิษก็ไม่ปาน โซ่เหล็กอสรพิษเลื้อยพัน
จากล่างขึ้นบนอย่างรวดเร็ว ในพริบตาคนยักษ์
ทองคำก็ถูกโซ่รัดพันจนเหลือแค่เพียงศีรษะ และนี่ก็
คือส่วนศีรษะของจักรพรรดิโบราณ
วงเวทย์บนน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งผกผันปลดปล่อย
พลังอำนาจออกมาถึงขีดสุด บ่งบอกถึงการเปิดใช้
งานอย่างเต็มกำลัง อย่างไรเสียมันก็คือศาสตรา
ระดับศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา จึงสามารถหยุด
การเคลื่อนไหวของคนยักษ์ทองคำไว้ได้ในเวลาอัน
สั้น แม้ว่าพลังแห่งความโกรธแค้นของคนยักษ์
ทองคำจะทำลายโซ่พันธนาการได้ก็ตาม ทว่าหมอก
สีดำก็ยังพวยพุ่งออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน แล้ว
หมอกเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นโซ่ตรวน รัดพัน
พันธนาการมันไว้อย่างไม่จบสิ้น ต่อให้คนยักษ์
ทองคำจะฉีกกระชากทำลายมันเป็นชิ้น ๆ ก็ตาม
และนี่เป็นเพียงแค่การโจมตีส่วนหนึ่งของ อู่ อวี้
เท่านั้น ในระหว่างที่คนยักษ์ทองคำกำลังง่วนอยู่กับ
การฉีกกระชากทำลายโซ่ตรวน ทางด้านของวานร
ทองคำในเวลานี้ท่อนแขนของเขาขยายใหญ่ขึ้นจาก
เดิมถึง 2 เท่า!
แม้ว่ารูปลักษณ์ของแขนทั้งสองข้างนี้จะดูไม่สมส่วน
งดงามเสียเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอำนาจ
ทำลายล้างของมันจะทรงพลังมากมายเพียงใด
กล่าวได้ว่าเวลานี้ อู่ อวี้ กลายเป็นสัตว์ประหลาดไป
แล้วอย่างสมบูรณ์!
แล้วในช่วงเวลาต่อมา วานรทองคำ ก็แทงทวนศึก
กิเลนชี้ไปบนฟากฟั้า ด้วยรูปลักษณ์ที่ไม่ต่างจาก
เซียนเหรินร่างทองคำ ผู้ใดก็ตามที่คุ้นเคยกับ
ปรากฏการณ์ของจักรพรรดิเสด็จ จะรู้ดีว่าถึงแม้จะดู
เหมือนว่า อู่ อวี้ ยังไม่ได้ลงมือโจมตีก็ตาม แต่
แท้จริงแล้วพลังโจมตีกำลังพวยพุ่งลงมาจากด้านบน
เสมือนดั่งทูตมรณะร่วงตกลงมายังศีรษะของฝั่าย
ตรงข้าม!
กิเลนเพลิงทั้ง 3 เหินทะยานขึ้นสู่ฟากฟั้า ท่ามกลาง
การเปลี่ยนแปลงของวงเวทย์ กิเลนเพลิงได้ระเบิด
กระจายออกกลายเป็นเมฆาทองคำทันที ท่ามกลาง
ม่านเมฆาสีทองปรากฏร่างของจักรพรรดิสวรรค์ถูก
ห่อหุ้มปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีทอง ทวนศึกเปลว
เพลิงทองคำในมือถูกง้างขึ้น จากนั้นก็พุ่งทะลวงแทง
ลงมาเบื้องล่าง โดยมี อู่ อวี้ เป็นผู้ล็อกเปั้าหมาย
โจมตีเข้าใส่ศีรษะของคนยักษ์ทองคำ!
ตูมมมม!
ชั่วขณะที่ทวนศึกอัคคีเพลิงทองคำพุ่งทะลวงแทงลง
มา ไม่ว่าจะเป็นเมฆาทองคำหรือเงาร่างของทวย
เทพจักรพรรดิสวรรค์ล้วนถูกดูดกลืนเข้าสู่ทวนศึก
ผสานหลอมรวมอำนาจทำลายล้าง บัดนี้ อู่ อวี้ ได้
ระเบิดความแข็งแกร่งออกมาถึงขีดสุดแล้ว! เพียงชั่ว
พริบตา ทวนศึกเปลวเพลิงทองคำก็ทะลุทะลวงแทง
เข้าใส่ร่างของคนยักษ์ทองคำ ซึ่งในเวลานี้มันใกล้จะ
ฉีกกระชากโซ่ตรวนจากน้ำเต้าเทวะสรรพสิ่งออกมา
ได้แล้ว!
ท่ามกลางกำลังรบทั้งสามนี้มี อู่ อวี้ ร่างต้นเป็นจุด
ศูนย์กลาง ซึ่งแตกต่างอย่างใหญ่หลวงกับกลุ่มยอด
ฝีมือ พวกมันไม่มีผู้ใดเป็นศูนย์รวมจิตใจอย่างแท้จริง
ทั้งยังพยายามต่อสู้กันเองเพื่อรักษาความได้เปรียบ
และอำนาจไว้ ทำให้ไม่อาจจัดการกับคนยักษ์ทองคำ
ได้ กลับกัน อู่ อวี้ เลือกที่จะทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจ
กับการต่อสู้ครั้งนี้!
ชั่วขณะที่ทวนศึกอัคคีเพลิงทองคำ จาก ‘เวทเพลิง
เทวะจักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์’ ถูกปลดปล่อย
ออกไปนั้น เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ‘กระบี่เซียน
อาสัญตราจักรพรรดิตำหนักสวรรค์’ ของร่างกลืน
สวรรค์ กำลังเริ่มก่อตัวแล้วเช่นเดียวกัน!
ตูมม ตูมมมม ตูมมมมม!
ในช่วงเวลาที่ทวนศึกเปลวเพลิงทองคำทะลวงแทง
เข้าใส่หัวของคนยักษ์ทองคำ ร่างกายของมันก็กำลัง
ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ดังนั้นมัน
จึงไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับส่วนหัวของมัน แล้ว
ก่อนที่ทุกคนจะทันได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อย่างชัดเจน อู่ อวี้ ก็ลงมือโจมตีเป็นครั้งที่สองทันที
ในเวลานี้ตำหนักสวรรค์พร้อมกับเหล่าเทพเซียน
กำลังผสานรวมเข้ากับกระบี่เซียนอาสัญ ชั่วพริบตา
นั้นเอง กระบี่เซียนขนาดยักษ์ซึ่งเปียมไปด้วยพลัง
มหาศาล ก็พุ่งทะลวงแทงลงมาเบื้องล่างประดุจดั่ง
อุกกาบาตพุ่งดิ่งร่วงลงสู่พื้นพสุธา โจมตีเข้าใส่คน
ยักษ์ทองคำอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาของการจู่โจมนี้ห่าง
กันเพียงเสี้ยวอึดใจเท่านั้น!
ทุกคนเฝั้ามองดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความ
ตื่นตะลึง ชั่วขณะที่ทวนศึกเปลวเพลิงทองคำพุ่ง
ทะลวงแทงลงมาจากบนฟั้า ทันใดนั้นกระบี่ยักษ์ก็
ทะลวงแทงเข้าใส่ตำแหน่งเดียวกันทันที ซึ่งการ
โจมตีที่เกิดขึ้นนี้ ห่างกันไม่ถึงเสี้ยวอึดใจด้วยซ้ำ พลัง
ทำลายล้างปะทุขึ้นอีกครั้ง ปรากฏเป็นปราณกระบี่
จำนวนนับไม่ถ้วน ผสานรวมไปกับเปลวเพลิงทองคำ
ที่กำลังลุกโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง บังเกิดเป็นพลัง
อันน่าสะพรึงกลัวถาโถมโจมตีเข้าใส่คนยักษ์ทองคำ
อย่างบ้าคลั่ง! และดูเหมือนว่าตรงส่วนปากของคน
ยักษ์สีทองคงถูกทำลายจนสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใด
ได้ยินเสียงแผดร้องคำรามของมันดังออกมาสักแอะ
แต่ก็ยังเห็นว่ามันพยายามยื่นแขนออกมาไขว่คว้า
อากาศ ดิ้นรนอย่างสุดชีวิต!
ผู้ชมที่เฝั้าดูเหตุการณ์รวมทั้งกลุ่มโอรสยวี่และเหล่า
พันธมิตร แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนหน้านี้
มันแอบลุ้นตัวโก่งว่าการโจมตีเดียวของ อู่ อวี้ จะ
สามารถสังหารคนยักษ์ทองคำได้ แต่เห็นได้ชัดว่า
ปัจจุบันคนยักษ์ทองคำยังคงมีชีวิตอยู่ พวกมันเองก็
เคยสร้างความเสียหายเช่นนี้แก่คนยักษ์ทองคำมา
ก่อน ซึ่งเกิดจากการโจมตีอย่างพร้อมเพรียงกัน
แล้วทันใดนั้นกิเลนเงินที่อยู่ถัดจาก อู่ อวี้ ก็กระโจน
พุ่งเข้าใส่ไปบนลำคอของคนยักษ์ทองคำ ซึ่งบอกได้
เลยว่าขนาดตัวของกิเลนเงิน แทบจะเทียบเคียงได้
กับหัวของคนยักษ์ทองคำเลยทีเดียว อู่ อวี้ ลงมือได้
อย่างเด็ดขาดด้วยเพราะทั้งหมดนี้เขาไตร่ตรอง
ครุ่นคิดมานานแล้ว หลังจากนั้นเขาก็สั่งให้กิเลนเงิน
ปลดปล่อย ‘เวทหมื่นทัณฑ์สังหารเทพ’ ทันที
นี่เป็นวงเวทย์ที่ทรงพลังมากที่สุดซึ่งยกระดับขึ้นจาก
วงเวทย์เดิม ดังนั้นวงเวทย์พลีชีพของกิเลนเงินย่อมมี
พลังทำลายล้างเหนือกว่า หงส์ทมิฬ หลายเท่าตัวนัก
นี่คือการพลีชีพอย่างแท้จริง อำนาจความน่า
สะพรึงกลัวของมันเหนือกว่าเวทเพลิงเทวะ
จักรพรรดิเสด็จตำหนักสวรรค์ของเขาเสียอีก
โดยเฉพาะเมื่อมันระเบิดตรงส่วนหัวของคนยักษ์
ทองคำ!
ตูมมมมมม!!!!
ทันทีที่เกิดการระเบิดขึ้น อานุภาพทำลายล้างของ
มันก็ดังก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี
กลุ่มของโอรสยวี่และคนอื่น ๆ ด้วยพลังที่ด้อยกว่า
ทำให้พวกมันไม่มีพลังที่จะต้านทานแรงระเบิดที่ทรง
อานุภาพนี้ได้ ส่งผลให้ร่างของพวกมันลอยละลิ่ว
ปลิวกระเด็นคนละทิศคนละทาง คลื่นระเบิดทำลาย
ล้างแผ่ขยายออกไปโดยรอบ จนกรวดทรายแทบ
ทั้งหมดแหลกละเอียดเป็นผุยผง!
แม้แต่พื้นผิวทะเลทรายก็ยังถูกแรงระเบิด อัดจน
ปลิวกระเด็นกลายเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่!
ฝุั่นควันที่ฟุั้งกระจายตลบอบอวล ทำให้ผู้คนที่อยู่
ด้านนอกไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้เลยเป็น
เวลานาน ส่งผลให้ภาพที่ปรากฏอยู่บนกระจกยามนี้
มีเพียงภาพของเปลวเพลิงและปราณกระบี่พร้อมฝุั่น
ทรายตลบอบอวลไปทั่วเท่านั้น
เชื่อว่าเวลานี้ทุกผู้คนต่างได้เห็น อู่ อวี้ ยังคงยืนหยัด
มาจวบจนทุกวันนี้ พวกมันคงตระหนักแล้วว่าทุกสิ่ง
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มิได้มีแค่ความอดทนพยายาม
และไหวพริบปฏิภาณเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็น
เพราะเขาตระเตรียมแผนการทุกอย่างมาก่อนหน้า
แล้ว
พวกมันได้เห็น อู่ อวี้ สำแดงฝีมืออย่างเต็มตา เวลา
นี้ต่างพากันตกตะลึงพรึงเพริด! นี่คือการทำลายล้าง
3 ครั้งติดต่อกันโดยมีเปั้าหมายเพียงหนึ่งเดียว
แม้แต่ผู้มีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้น
8 ก็ยังไม่สามารถแสดงพลังฝีมือเช่นนี้ออกมาได้ ทั้ง
สามผสานโจมตีด้วยจังหวะที่แม่นยำเฉียบคม หาก
เปรียบเทียบกับกลุ่มยอดฝีมือก่อนหน้านี้ ที่โจมตี
สะเปะสะปะไม่เป็นโล้ไม่เป็นพาย นี่เป็นพลังทำลาย
ล้างซึ่งมั่นใจได้ว่า สามารถปลิดชีพฝั่ายตรงข้ามได้
อย่างแน่นอน
บางทีก่อนที่คนยักษ์ทองคำจะติดอยู่ภายในวงล้อม
ของเหล่ายอดฝีมือ อู่ อวี้ ก็มุ่งเปั้าไปที่ส่วนหัวของ
มันตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว คิดว่าถ้าโจมตีตรงส่วนศีรษะ
ได้มันจะต้องตกตายอย่างแน่แท้ ซึ่งอย่างน้อย ๆ ก็
ไม่มีสิ่งใดที่ถูกบดขยี้ศีรษะแล้วไม่ตายมาก่อน กล่าว
ได้ว่าเวลานี้หัวใจของทุกผู้คนกำลังเต้นรัวเป็นกลอง
ศึกไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่อยู่ด้านนอกหรือด้านในเจดีย์
วิญญาณบรรพกาล ตอนนี้ภายในใจของพวกมัน
กำลังวิตกกังวลอย่างที่สุด ถ้า อู่ อวี้ สามารถสังหาร
มันได้สำเร็จด้วยการโจมตีที่ทรงพลังดังกล่าว เขาก็
จะกลายเป็นผู้ครอบครองไข่มุกทองคำเหยียนหวง
และเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้!
ยิ่งพวกมันกังวลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่า
ความสามารถของ อู่ อวี้ นั้นเหนือความคาดหมาย
กว่าที่พวกมันคิดไว้ สามารถอธิบายได้จากท่าทีอัน
แสนตื่นตระหนกของ โอรสเซียว และพวกพ้อง ก่อน
หน้านี้มันยังหัวเราะเยาะเย้ยหยัน อู่ อวี้ ด้วยความดู
ถูกดูแคลน แต่บัดนี้สีหน้าของพวกมันกับซีดขาวราว
กับกระดาษก็ไม่ปาน ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะไม่ได้กระทำ
สิ่งใดกับพวกมันเลย แต่พวกมันกลับรู้สึกว่ากำลังถูก
เขาตบหน้าเข้าฉาดใหญ่นับร้อย ๆ ครั้ง มันช่างเป็น
ความรู้สึกที่น่าขบขันสมเพชเวทนายิ่งนัก
เมื่อนึกถึงคำพูดที่เคยเย้ยหยันถากถาง อู่ อวี้ ก่อน
หน้านี้ เสมือนกับว่าพวกมันกำลังก่นด่าตนเอง
อย่างไรอย่างนั้น และแน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่พวก
มันที่ชะล่าใจ ยอมปล่อยให้ อู่ อวี้ ออกไปจัดการกับ
คนยักษ์ทองคำอย่างเต็มใจ แต่คนอื่นก็ชะล่าใจเขา
เช่นเดียวกัน ในเวลานี้ภายในหัวใจของพวกมันทุก
คนรู้สึกหวาดกลัวแลเศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง กลุ่ม
พวกอาวุโสทั้งหลายแทบจะร่ำไห้ออกมาด้วยความ
เสียใจ นี่มันย่ำแย่เสียยิ่งกว่าตนเองถูกสังหารเสียอีก
แน่นอนว่าพลังอานุภาพการทำลายล้างของระเบิด
ครั้งนี้ ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง แรงระเบิดจะต้อง
สามารถบดขยี้ทำลายเปั้าหมายจนกลายเป็นผุยผง
ไปได้อย่างรวดเร็ว โอรสยวี่กับคนอื่น ๆ พยายามปัด
ไล่ฝุั่นที่ฟุั้งกระจายไปทั่วทั้งท้องฟั้าแลอากาศออกไป
ให้พ้นวิสัยทัศน์การมองเห็น และเมื่อมันมองลึกลง
ไปยังใต้หลุมลึกของผืนทราย แล้วเห็นว่าคนยักษ์
ทองคำยังคงยืนหยัดอยู่ มันก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจเป็น
อย่างมาก มันก้าวเดินไปข้างหน้ายืนยันสถานการณ์
ความเป็นจริง ผู้คนมากมายเริ่มผุดขึ้นมาจากกองฝุั่น
ละอองอย่างต่อเนื่อง พยายามเดินเข้ามาดูยัง
เปั้าหมายเดียวกัน แม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอไร้พลัง
มากเพียงใด แต่เปั้าหมายสูงสุดของทุกคนในที่นี้ก็
คือไข่มุกทองคำเหยียนหวง
แล้วมีหลายคนที่พยายามโบกปัดฝุั่นละอองอันตลบ
อบอวลไปให้พ้น ๆ กล่าวได้ว่าเวลานี้ผู้คนที่อยู่ข้าง
นอกและในเจดีย์ต่างเห็นภาพด้านหน้าอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน อู่ อวี้ คืนร่างกลับสู่สภาพเดิมเป็นที่
เรียบร้อย หาได้อยู่ในรูปลักษณ์ของวานรทองคำอีก
ต่อไป เวลานี้ร่างกลืนสวรรค์กำลังยืนเอามือไพล่หลัง
อย่างนิ่งสงบ โดยมีคนยักษ์ทองคำอยู่ใกล้ ๆ แล้วสิ่ง
ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเจน นั่นก็คือตรง
บริเวณส่วนหัวของคนยักษ์ทองคำหายไปอย่าง
สิ้นเชิง ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันถูกทำลายจากแรงระเบิด
จริง ๆ
ตรงศีรษะของมันขาดสะบั้นแหลกละเอียดเป็นผุยผง
ส่งผลให้ผู้คนที่อยู่ทั้งด้านในด้านนอกต่างงงงวย
ประหลาดใจไปตาม ๆ กัน
ทันใดนั้นพวกมันก็เห็นตำตาว่า เมื่อ อู่ อวี้ ยื่นมือ
ออกไปข้างหน้า วัตถุสีทองก็ลอยออกมาจากบริเวณ
ลำคอที่แตกหักของคนยักษ์ทองคำ ร่วงตกลงมาอยู่
ในมือของ อู่ อวี้ ราวกับสัตว์เชื่อง ๆ ที่เชื่อฟัง
เจ้านาย อู่ อวี้ ยิ้มเมื่อเห็นมันยอมยอมจำนนแก่เขา
แต่โดยดี ไร้ซึ่งการต่อต้านขัดขืนอย่างสิ้นเชิง
หลังจากนั้นเขาก็เก็บมันไว้ในเจดีย์ล่องกำเนิด จาก
สิ่งที่เห็นแสดงว่าการแข่งขันภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลได้สิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อย
“นะ นั่นมัน… ไข่มุกทองคำเหยียนหวง … ”
คำถามนี้หลุดออกมาจากปากของสิ่งมีชีวิตนับหมื่น
นับพัน ไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาล
ในความเป็นจริงพวกมันล้วนแล้วแต่มีคำตอบอยู่ใน
ใจกันอยู่แล้ว แต่เหตุผลที่พวกมันยังต้องกล่าวคำนี้
ออกมา เพียงเพราะพวกมันไม่อยากจะทำใจเชื่อ
เนื่องจากนี่คือสิ่งที่มันเฝั้าใฝั่ฝันถวิลหา เลยหวังว่าจะ
มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริง ทุกอย่างนิ่งสนิทราวกับ
เปั่าสาก หลังจากนั้นส่วนลำตัวของคนยักษ์ทองคำที่
ยังหลงเหลืออยู่ ก็สูญสลายกลายเป็นละอองทองคำ
บริสุทธิ์ฟุั้งกระจายตลบอบอวลคละคลุ้งไปทั่วทั้ง
อากาศ ส่งผลให้บัดนี้มีเพียง อู่ อวี้ ผู้เดียวเท่านั้นที่
ยืนตระหง่านโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวรรค์และปฐพี
ถ้าหาก อู่ อวี้ สำแดงพลังฝีมือออกมาได้ไม่ค่อยน่า
กลัวนัก บางทียามนี้พวกมันคงกระโจนเข้าไปแย่ง
ชิงไข่มุกทองคำเหยียนหวง ประท้วงกับความอ
ยุติธรรมของจักรพรรดิโบราณ เนื่องจากในท้ายสุด
แล้วนี่อาจเป็นฝีมือการจัดฉากของจักรพรรดิโบราณ
ทว่าพวกมันไม่อาจทำเช่นนั้นได้ อู่ อวี้ แสดงให้เห็น
ถึงความมุ่งมั่นพยายาม และพลังฝีมือที่ห่างชั้น
เหนือกว่าอย่างไม่อาจเทียบได้ติด ซึ่งแตกต่างจาก
รูปแบบแผนและการโจมตีของ โอรสยวี่ กับเหล่า
พันธมิตรจำเป็น ที่มั่วซั่วสะเปะสะปะ พยายาม
แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน เนื่องจากเขาวางแผนการ
โจมตีอย่างลึกซึ้งรัดกุม เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ
และเด็ดขาดมากที่สุด มากขนาดที่จะทำให้พวกมัน
เชื่อว่า นี่คือวิธีไขว่คว้าไข่มุกทองคำเหยียนหวงมา
ครอบครอง
แต่อย่างน้อยก็มีบางอย่าง ที่เป็นไปตามที่พวกมัน
คาดเดาเอาไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อใดที่สามารถเอาชนะ
คนยักษ์ทองคำได้ก็จะได้ไข่มุกทองคำเหยียนหวงมา
ครอบครอง
แต่ทำไมจะต้องเป็น อู่ อวี้ …
โอรสยวี่ , โอรสเซียว และคนอื่น ๆ อีกประมาณสิบ
กว่าคน เวลานี้ทั้งสายตาและหัวใจของพวกมันกำลัง
เจ็บปวดเศร้าหมองอย่างสุดแสน
แล้วทันใดนั้นโอรสเล่อก็กระโดดออกมาจากหงส์
ทมิฬ ยิ้มร่าวิ่งเข้ามาหา อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เปียมล้น
ไปด้วยความสุข หลังจากนั้นก็กล่าวอย่างตื่นเต้นขึ้น
ว่า ” อะ… อู่ อวี้ มอบมันให้ข้าเร็ว มอบไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงมาให้ข้า … ”
ด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด เขาจึงพูดออกมาด้วย
น้ำเสียงละล่ำละลักติด ๆ ขัด ๆ