กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1132: บุตรชายของจักรพรรดิโบราณ
เมื่อได้ยินการประกาศของจักรพรรดิเหยียนหวง
หากจะกล่าวถึงโอรสเล่อก็ถือว่าเรื่องที่เหมาะสม แต่
เมื่อได้ยินประกาศว่า อู่ อวี้ จะกลายเป็นผู้
สืบราชสมบัติขึ้นเป็นจักรพรรดิโบราณเหยียนหวง
คนต่อไป หัวใจของเขาก็ตกอยู่ที่ตาตุ่มทันที
แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับโอรสเล่อ
แต่อย่างไรตัวเขาก็เหมือนตั๊กแตนที่เกาะอยู่บนเชือก
แล้วถ้าหากความใฝ่ฝันของเขาเป็นจริงขึ้นมา อู่ อวี้
ย่อมยินดีกับเขาไปด้วย
“ ขอแสดงความยินดีกับพระโอรสด้วยที่ความฝันได้
กลายเป็นจริง ” อู่ อวี้ ยิ้มแสดงความยินดีกับโอรส
เล่อ ระหว่างที่จักรพรรดิโบราณก าลังป่าวประกาศ
แล้วด้วยความไม่คาดคิด สีหน้าของโอรสเล่อยามนี้
จะบิดเบี้ยวเหยเก จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่แสน
เจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง
เมื่อเห็นดังนั้นหัวใจของ อู่ อวี้ ก็ว่างเปล่า ไม่รู้ว่า
ตนเองควรแสดงท่าทีค าพูดเช่นไรกลับไป
ทันใดนั้นเสียงของผู้คนก็ไชโยโห่ร้องขานนามของ อู่
อวี้ อื้ออึง อู่ อวี้ รู้สึกว่ามีสายตานับไม่ถ้วนก าลังจับ
จ้องมายังเขา ก็พบว่ายามนี้แม้แต่ หนานซาน หวาง
เยว่ กับเย่ซีซีก็อยู่ในอาการอึ้งตะลึงตื่นตกใจอย่าง
ที่สุดเช่นกัน แม้แต่ หนานกง เหว่ย ที่อยู่ข้าง ๆ หวง
จุน รวมถึงลั่วผินกับเผ่าพันธุ์มังกรที่ติดตามมาด้วย
ต่างก็อยู่ในอาการเดียวกัน
สายตาของลั่วผินเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ใช้เวลาอยู่สักพัก อู่ อวี้ ถึงรู้สึกตัวและเต็มไปด้วย
ความสับสน ว่าเหตุใดทุกผู้คนจ้องมองมาที่เขาเป็น
ตาเดียว สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ หลังจากสิ้นค าประกาศของจักรพรรดิ
โบราณ?
เมื่อรู้สึกตัวเขาเองก็ตกใจเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เขาฟังค าประกาศไม่ได้ละเอียดนัก แล้ว
ยังรีบหันไปแสดงความยินดีกับโอรสเล่ออีก
โดยเฉพาะค าว่า ‘ท าพิธีสืบราชสมบัติอย่างเป็น
ทางการในวันพรุ่งนี้’ เมื่อเขาคิดทบทวนค าประกาศ
ให้ดี ๆ ดูแล้วดูเหมือนว่า ‘ ราชอารักษ์ อู่ อวี้ ‘ …
” ราชอารักษ์ อู่ อวี้ ขึ้นครองบัลลังก์? ” เมื่อทบทวน
สิ่งที่ได้ยินไปมา ดูเหมือนว่ายามนี้ อู่ อวี้ ชักเริ่ม
หายใจไม่ทั่วท้องแล้ว ชักเริ่มมั่นใจนิดหน่อยแล้วว่า
สิ่งที่จักรพรรดิโบราณเพิ่งป่าวประกาศออกมาหาใช่
ชื่อของโอรสเล่อ แต่เป็นราชอารักษ์ อู่ อวี้
” เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ … เมื่อสักครู่เหมือนจักรพรรดิ
โบราณเอ่ยว่าโอรสอู่อวี้ … ” ในที่สุดเขาก็จ าค าพูด
ของจักรพรรดิโบราณได้
เมื่อเขาคิดว่าทบทวนดูให้ดี ๆ ปรากฏว่าสิ่งที่
จักรพรรดิพูดหาใช่ราชอารักษ์ อู่ อวี้ แต่เป็น
พระโอรส อู่ อวี้!
อู่ อวี้ อึ้งตะลึงใบ้รับประทานไปเลยทีเดียว นี่สวรรค์
ก าลังเล่นตลกกับตนเองหรือว่าอะไร มันช่างเป็น
ตลกร้ายเป็นเรื่องที่หนักหนาใหญ่หลวงเสียจริง ๆ
แล้วสิ่งที่ยืนยันเรื่องโอรส อู่ อวี้ นั่นก็คือสีหน้า
ท่าทางของโอรสเล่อที่บิดเบี้ยวเหยเกยามนี้นั่นเอง
มิฉะนั้นผู้คนทั้งปฐพี , จักรพรรดิอารามสวรรค์แล
ชาวเหยียนหวงคงไม่มองมาทางเขาด้วยอาการอึ้ง
ตะลึงเช่นนี้
” เจ้า … เจ้า… ! ” โอรสเล่อดวงตาแดงก่ า น้ าตาไหล
พรากราวสายพิรุณปานจะขาดใจ จ้องมองชี้นิ้วไป
ทาง อู่ อวี้ ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ ดะ เดี๋ยวพระโอรส มันน่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด
พระโอรสอย่าเพิ่งกังวล ” อู่ อวี้ เองก็ยังสับสนอยู่
ไม่น้อยเช่นกัน เมื่อเห็นท่าทางของโอรสเล่อเป็น
เช่นนี้จึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ทันใดนั้น อู่ อวี้ ก็
สัมผัสได้ว่าหน้าผากของตนเองร้อนผ่าวขึ้น ทั้งยัง
ผสมไปด้วยความรู้สึกคันยิบ ๆ เสมือนดั่งมีแมลงนับ
ไม่ถ้วนไต่คลานอยู่บริเวณนั้น มันท าให้เขาอึดอัดไม่
สบายตัวเท่าใด แต่เพียงไม่นานความรู้สึกนี้ก็หายไป
อย่างไรก็ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งเกิดขึ้น
อย่างฉับพลัน ท าให้ อู่ อวี้ เอื้อมมือแตะกลาง
หน้าผากของตัวเองด้วยความตื่นตกใจ ตอนที่เขาจับ
กลับไม่รู้สึกว่าสัมผัสอะไรได้เลย แต่หลังจากปล่อย
มือออก ทันทีที่โอรสเล่อก็เห็นบริเวณกลางหน้าผาก
ของ อู่ อวี้ เขาก็แหงนหน้าขึ้นฟ้า แผดเสียงกรีดร้อง
ค ารามจนสุดเสียงด้วยความคั่งแค้นใจ แล้วก็ไอ
ส าลักร่ าไห้อย่างน่าเวทนา ดูทุกทรมานอย่างสุดแสน
จนผู้คนที่แลเห็นแอบกลัวว่าอวัยวะเครื่องนงเครื่อง
ในจะหลุดออกมาหรือไม่
ผู้ติดตามคนสนิทอย่างชวี่ห้าวเหยียนและกับคนอื่น
ๆ อยู่ในสภาพน่าอเนจอนาถ น้ าตาอาบนองหน้าไม่
แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อมองมาที่เขา มันก็แสดง
ท่าทางตื่นตกใจมากยิ่งขึ้น ราวกับว่าเข้าใจถึงอะไร
บางอย่าง
“พี่ชาย อู่ อวี้ … กลางหน้าผากของท่านมีค าว่า ‘ อวี้
‘ ปรากฏอยู่ ” เย่ซีซียืนอยู่ด้านหน้าของเขา ถึงกลับ
ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นอักษรดังกล่าว เสียงของ
นางดูเบามากราวกับว่าก าลังแบกรับความรู้สึกอัน
หนักอึ้งอยู่
หนานซาน หวางเยว่ พยักหน้าขณะที่ก าลังอยู่ใน
อาการตกตะลึงอย่างหาใดเปรียบ ” นางพูดถูก ”
มีค าว่า ‘อวี้’ ปรากฏอยู่กลางหน้าผาก!
อู่ อวี้ ย่อมรู้ดีว่าสิ่งนี้หมายถึงอันใด!
ภายในใต้ฟ้าบนพื้นปฐพีแห่งนี้มีเพียงโอรสพระธิดา
ของจักรพรรดิโบราณเท่านั้น ถึงจะมีอักษรขึ้นกลาง
หว่างหน้าผาก!
อย่างเช่นโอรสเล่อก็มีอักษรค าว่า เล่อ ปรากฏกลาง
หน้าผากเช่นกัน
ส่วนของเขาก็มีค าว่า ‘ อวี้ ‘ ขึ้นกลางหน้าผากซึ่งก็
หมายความว่าเขาเป็นพระโอรส!
ทว่า อู่ อวี้ ก็มั่นใจที่สุดในชีวิตเช่นกันว่าพระบิดา
ของเขานั้นก็คือ ฮ่องเต้อวี้ตง ส่วนมารดาของเขาก็
เป็นสนมธรรมดา ๆ เท่านั้น ส่วนตัวเขาก็เป็นเพียง
มนุษย์ผู้แสนต่ าต้อย ก็มีรูปลักษณ์หน้าตาละม้าย
คล้ายคลึงมาทางฝั่งบิดาเป็นอย่างยิ่ง ความจริงในข้อ
นี้แข็งแกร่งหนักแน่นประดุจเหล็กกล้า!
” เป็นไปไม่ได้! ข้าจะมาเป็นโอรสได้อย่างไร! ” สิ่งที่
ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าตนเองก าลังเดือดร้อนแล้ว
ความรู้สึกร้อนรนเช่นนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
เขารู้ดีว่าถ้าตัวเขากลายเป็นบุตรของจักรพรรดิ
โบราณ ทุกอย่างที่จักรพรรดิโบราณกระท าก็ดู
สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ซึ่งแตกต่างจากโอรสเล่อราว
ฟ้ากับเหวที่จักรพรรดิโบราณไม่เคยเหลียวแลเลย
เพียงให้ความสนใจแก่ อู่ อวี้ เท่านั้น นี่คือเหตุผลว่า
ท าไมตอนอยู่ในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล พลังฝีมือ
ความสามารถของ อู่ อวี้ ถึงระเบิดออกมาให้เห็น
อย่างเด่นชัด เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกผู้นาม ส่วนโอรส
เล่อก็ไม่ต่างจากตัวถ่วงแข้งถ่วงขาดี ๆ นี่เอง
นอกจากนี้ระหว่างพวกเขาทั้งสองยังไม่มี
ความสัมพันธ์ใด ๆ ให้เกี่ยวข้องผูกพันกัน ซึ่งผู้คนก็
คิดว่าโอรสเล่อคือผู้ที่จักรพรรดิโบราณได้เลือกแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ เรื่องที่ อู่ อวี้ อาจเป็น
บุตรนอกสมรสของจักรพรรดิโบราณมันก็ดู
สมเหตุสมผลเช่นกัน ซึ่งถ้าเขาเอาเรื่องนี้มาอ้างก็จะ
สามารถอธิบายความเคลือบแคลงใจได้ทุกเรื่อง
แม้แต่หวงจุนก็ยังเข้าใจได้ทันที …
” ข้าไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์จะพลิกผันถึงเพียงนี้
อย่างที่ข้าได้เคยกล่าวไว้นานแล้วว่า จักรพรรดิ
โบราณให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษ แต่ข้าก็ไม่คิดว่า
เรื่องมันจะลงเอยเช่นนี้ … ” หวงจุนหรี่ตาเต็มไปด้วย
ความรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
” เป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ข้ารู้
ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา … ” หนานกง เหว่ย กล่าวด้วย
ความรู้สึกที่ว่างเปล่า
” หืม? ” หวงจุนดูไม่พอใจ
หนานกง เหว่ย รีบหุบปากไม่กล้าพูดไปมากกว่านี้
ยามนี้ อู่ อวี้ อยู่ในวังวนแห่งความสับสน
ยามนี้ผู้คนทั้งใต้หล้าก าลังเฝ้าดูพระโอรสองค์ใหม่
หากไม่มีอุบัติเหตุหรืออุปสรรคใดขัดขวางแล้วละก็
พรุ่งนี้เขาจะต้องขึ้นครองราชบัลลังก์ ครั้งสุดท้ายที่
เขาอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็คือการที่เขาอยู่ในอาณาจักร
มนุษย์ แล้วตอนนี้ก็เป็นอาณาจักรโบราณเหยียน
หวง เป็นอาณาจักรที่เปรียบเสมือนดั่งหัวมังกรของ
ชมพูทวีปโลกธาตุ เป็นจักรพรรดิอันดับ 1 ของ
ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุดแห่งนี้ เป็นผู้
อิทธิพลทรงอ านาจสูงสุดเด็ดขาดอย่างแท้จริง …
ทว่า อู่ อวี้ ก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน เขาไม่อยากจะ
เชื่อว่าตนเองคือโอรสของจักรพรรดิโบราณ แล้วเขา
ก็คาดเดาว่าน่าจะต้องเป็นแผนที่จักรพรรดิโบราณได้
วางไว้เป็นแน่แท้
” ถ้าถามว่าเป็นไปได้อย่างไรน่ะหรือ? ข้าฝึกฝน
บุตรชายคู่นี้มาตั้งแต่อ้อน หวังว่าจะให้เขาเป็นผู้สืบ
สกุล ฉะนั้นข้าจึงไม่ให้เขาเติบโตในเหยียนหวง
ปล่อยให้เขาฝึกฝนสั่งสมประสบการณ์อยู่ในโลกโลกี
ยะ เมื่อเขามีพื้นฐานได้ในระดับหนึ่ง ข้าจึงดึงตัว
กลับมายังเหยียนหวง จวบจนกระทั่งในวันนี้เขามี
คุณสมบัติมากพอที่จะปกครองอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงของข้า นี่คือความจริงที่ข้าต้องการชี้แจง
แถลงไข พวกเจ้ายังติดใจสงสัยอะไรอีกหรือไม่? ”
ตัวตนของจักรพรรดิโบราณเหยียนหวงสูงส่งไร้ที่
เปรียบ ทั้งยังพูดจาสวยหรูดูดี เต็มไปด้วยพลัง
อ านาจแห่งการกดขี่บีบบังคับ เมื่อเซียนเหรินเปล่ง
วาจาออกมาเช่นนี้ มนุษย์ธรรมดาสามัญไหนเลยจะ
กล้าโต้แย้งขัดขืนได้ แม้เรื่องของ อู่ อวี้ จะสั่นคลอน
หัวใจของใครหลาย ๆ คน แต่พวกมันก็คงไม่กล้าที่
จะไม่ยอมรับ ไม่กล้าไม่เชื่อค าพูดของเทพเซียน
หลังจากที่จักรพรรดิโบราณพูดเสร็จ หวงจุนก็
ประสานมือคารวะกล่าวแสดงความยินดีเป็นคนแรก
” ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับ
จักรพรรดิโบราณด้วย อย่างที่หม่อมฉันเคยว่า อู่ อวี้
เป็นผู้มีความสามารถอย่างแท้จริง ด้วยเจตจ านงที่
แรงกล้าเช่นนี้ เขาจะต้องไม่ได้ถือก าเนิดมาจาก
มนุษย์ธรรมดาแน่ ๆ สมแล้วที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข
ขององค์จักรพรรดิ หากเกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของ
มนุษย์ธรรมดา ไม่เช่นนั้นพระโอรสคงจะไม่มี
ความสามารถมากมายเช่นนี้? นั่นเพราะว่าโอรสถูก
สั่งสอนฝึกฝนโดยองค์จักรพรรดิ ท าให้หม่อมฉัน
เข้าใจทุกอย่างจนแจ่มแจ้ง อู่ อวี้ ข้าต้องแสดงความ
ยินดีกับท่านด้วย ยามนี้ท่านคือจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงองค์ใหม่ผู้มีอ านาจยิ่งใหญ่ล้นฟ้า แผ่นดินนี้
อยู่ในก ามือของท่านแล้ว ”
หลังจากหวงจุนกล่าวเปิด ขุมพลังอ านาจอื่น ๆ ก็
ทยอยแสดงความยินดี คงต้องยอมรับว่าเรื่องที่ได้ยิน
นับเป็นข่าวอันน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง ถึงแม้
ภายในใจจะรู้สึกติดขัดหลาย ๆ อย่างเช่นความ
เคลือบแคลงในเรื่องความยุติธรรม กับการแข่งขัน
ต่อสู้ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล แต่เมื่อ
สถานการณ์เป็นเช่นนี้ พวกมันก็ต้องปล่อยวางทิ้งไป
ก่อนแล้ว ก็มาแสดงความยินดีกับ จักรพรรดิโบราณ
และ อู่ อวี้
จักรวรรดิเป่ยหมิง , ราชวงศ์มู่ซวี , จักรวรรดิดารา
นภาทมิฬ , จักรวรรดิแก่นรัศมีทองค า , ราชวงศ์มาร
ฟ้า , อาณาจักรเมฆาทะยาน , แดนเซียนบุปผา
ฟ่านฮวา , อาณาจักรปีศาจสวรรค์ , ล้านภูผาปีศาจ
, ปีศาจสมุทร พวกมันเป็นดั่งนกรู้ รู้งานในทันทีว่า
ตนเองควรจะท าเช่นไร ภายในใจอดชื่นชมความ
ปราดเปรื่องของจักรพรรดิโบราณอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากนั้นพวกมันก็รีบกล่าวแสดงความยินดีกับ อู่
อวี้ และจักรพรรดิโบราณ
หลายคนยังจดจ าได้ดีว่าครั้งแรกที่ อู่ อวี้ มาถึง ชาว
เหยียนหวงดูถูกเหยียดหยามเขาเป็นอย่างมาก ใน
ตอนแรกก็พวกมันแอบคิดว่าจักรพรรดิโบราณ
วางแผนให้พวกมันเป็นเพียงแค่ก้อนหินให้โอรสเล่อ
ก้าวเหยียบ จนวันนี้บางคนก็ยังคิดเช่นนั้น แต่
สถานการณ์กลับตาลปัตรพลิกผัน ‘ความจริง’ ที่
ซ่อนอยู่นั้นยิ่งใหญ่เกินคาด แม้แต่เหล่าพี่น้องของ
จักรพรรดิโบราณเองก็ยังตกตะลึงอย่างสมบูรณ์
ในความเป็นจริงจักรพรรดิอารามสวรรค์ไม่ทราบ
เรื่องนี้มาก่อนแม้แต่น้อย เขาให้ความส าคัญกับ อู่
อวี้ เพราะได้รับค าสั่งจากจักรพรรดิโบราณ เพราะ
คิดว่าทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ของโอรสเล่อ ดังนั้นจึง
คอยช่วยเหลือโอรสเล่อหลาย ๆ อย่าง แต่สุดท้าย
กลับกลายเป็นว่าเขาเข้าใจผิดทั้งหมด ไม่คิดว่าผู้ที่
จักรพรรดิโบราณ ให้ความสนใจอย่างแท้จริงนั่นก็
คือ อู่ อวี้ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างล าบากใจเล็กน้อย
แน่นอนว่ายามนี้โอรสเล่อถูกลืมไปอย่างสิ้นเชิง หลุด
ออกจากสารบบประมาณว่าไกลจนสุดขอบฟ้าเลยก็
ว่าได้ ชาวเหยียนหวง , ราชวงศ์เหยียนหวง , ขุน
นางน้อยใหญ่ ต่างเออออตามน้ ารีบเข้ามาร่วมแสดง
ความยินดีกับจักรพรรดิโบราณและ อู่ อวี้ ยามนี้
พวกเขาเรียก อู่ อวี้ ว่า ‘โอรสอวี้’ ซึ่งอาจจะมีนัย
บางอย่างในการเรียกชื่อใหม่ในครั้งนี้
เพราะเขาก าลังจะขึ้นครองบัลลังก์
หัวใจของ อู่ อวี้ เป็นเสมือนดั่งคลื่นลมพายุที่แสน
พลุ่งพล่านปั่นป่วน เขาเงยหน้าขึ้นมองจักรพรรดิ
โบราณ สิ่งที่เขาเห็นในยามนี้คือเมฆที่เคยปกคลุม
ร่างกายค่อย ๆ สลายหายไปจนหมดสิ้น แล้วร่าง
ของจักรพรรดิโบราณก็ปรากฏตัวขึ้น ดวงตาทั้งคู่
ของเขาช่างน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ดวงตาข้างซ้าย
ร้อนแรงประดุจดวงตะวันที่ก าลังเผาไหม้ ส่วน
ดวงตาข้างขวาเสมือนดั่งจันทราคราม นอกจาก
ดวงตาทั้งคู่ที่ดูโดดเด่นนี้ หน้าตาของเขายัง
เหมือนกับบิดาในความทรงจ าในวัยเด็กของ อู่ อวี้
แทบไม่มีผิดเพี้ยน …
” อย่าต าหนิข้าเลย เพราะข้าอยากให้เจ้าประสบ
ความส าเร็จเช่นดั่งในวันนี้ ข้าให้เจ้าเติบโตใน
สภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากพี่น้องของเจ้า ก็เพราะ
ต้องการให้เจ้าเข้าใจยิ่งขึ้นว่า ‘เต๋า’ ที่แท้จริงคือ
อะไร การฝึกฝนที่แท้จริงคืออะไร ท าให้ดูว่า ‘การ
ฝึกฝนบ าเพ็ญตนคือการปล้นชิง ยืนหยัดอย่างกล้า
หาญเฉกเช่นวีรบุรุษ’ ”
เสียงนี้ดังกึกก้องอยู่ภายในโสตประสาทแก้วหูของ อู่
อวี้
การฝึกฝนบ าเพ็ญตนคือการปล้นชิง ยืนหยัดอย่าง
กล้าหาญเฉกเช่นวีรบุรุษ …
” นี่เป็นอีกรูปลักษณ์หนึ่ง ” ทันใดนั้นรูปลักษณ์ของ
จักรพรรดิโบราณก็เปลี่ยนไป กลายเป็น เฟิง ซัวหยา
ยืนอยู่เบื้องหน้าของ อู่ อวี้ ใช่แล้วนี่คือ เฟิง ซัวหยา
จริง ๆ ในชาตินี้เขาไม่มีทางลืมเลือนอาจารย์ผู้มี
พระคุณของเขาได้ แล้วความหมายที่จักรพรรดิ
โบราณต้องการจะสื่อก็คือ เฟิง ซัวหยา ก็คือ
จักรพรรดิโบราณ
ทั้งยังต้องการจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่เขา
ได้วางไว้ หลังจากถูกเนรเทศออกจากวัง เขาก็ถูกไล่
ล่าหมายเอาชีวิต แล้วขณะที่เขาหลบหนีหัวซุกหัว
ซุน เฟิง ซัวหยา ก็ปรากฏกายขึ้น ทั้งหมดนี้จะบอก
ว่ามันคือฉากที่ถูกจัดขึ้น เขามาปรากฏตัวเพื่อช่วย อู่
อวี้ เช่นนั้นหรือ?
แต่เขาก็เห็นได้ชัดว่าครั้งหนึ่งเขารอดตายมาได้
เพราะพลองทองสมปรารถนา ซึ่งมันเป็นมรดกตก
ทอดของ เสิ่น อู๋เต้า
เมื่อ อู่ อวี้ คิดได้เช่นนั้น รูปลักษณ์ของจักรพรรดิ
โบราณก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง กลายเป็นชายชรายืน
อยู่เบื้องหน้า แม้จะดูแก่ชรา มีรอยเหี่ยวย่นอยู่บน
ใบหน้ามากมาย แต่ชายชราผู้นี้ก็ยังมองมาที่ อู่ อวี้
พร้อมกับยิ้มให้แก่เขาอย่างอ่อนโยน
นั่นก็คือ เสิ่น อู๋เต้า
ขณะนั้นหัวใจของ อู่ อวี้ ก็เสมือนดั่งถูกกระแทก
อย่างแรง ราวกับว่าตนเองก าลังฝันไป
” จ าได้หรือไม่ว่าในเวลานั้น เจ้าถามข้าว่าเกลียดชัง
เซียนเหรินหรือไม่? ส่วนข้าก็ตอบว่า : ไม่เกลียด
เกลียดไม่ได้ มนุษย์ไม่สามารถต่อสู้กับเซียนอมตะ
เพราะพวกเขาคือความภาคภูมิใจของสวรรค์ เกิดมา
เพื่อครอบครอง เราเป็นมนุษย์ไม่ต่างจากมดปลวก
พวกเขาสามารถบดขยี้พวกเราได้อย่างง่ายดายได้ทุก
เมื่อ เจ้าสามารถเกลียดได้ ยิ่งเกลียดก็ยิ่งไม่รอด ”
อู่ อวี้ จ าค าพูดนี้ มันเป็นค าพูดของท่านลุงเสิ่น
หลังจากที่เขาคลานออกมาจากหลุมฝังศพ
———————————