กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1133: อสูรกาฝากโลงศพ
” แม้ว่าอดีตชีวิตของเจ้าจะไม่ค่อยน่าพิสมัยเท่าไหร่
นัก แต่ข้าก็เป็นผู้จัดการวางแผนชีวิตของเจ้าทั้งหมด
ข้าเองก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน แต่ข้าก็เชื่อว่าเจ้าจะเข้าใจ
ในภายหลัง ”
เสิ่น อู๋เต้าบนฟากฟ้ากล่าวกับ อู่ อวี้ อย่างจริงใจ
ทันใดนั้นเมฆาสีทองก็กลับมาล้อมรอบเขาอีกครั้ง
หลังจากนั้นผู้คนก็ไม่สามารถมองเห็นร่างของ
จักรพรรดิโบราณได้อีกต่อไป แต่ทุกคนก็ได้แลเห็น
ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปของจักรพรรดิโบราณ แล้ว
ก็เฝ้ามองดูท่าทางการแสดงออกของ อู่ อวี้ ท าให้ทุก
คนมั่นใจว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นความจริง ก่อนหน้านี้
ทุกคนอาจสงสัยว่า อู่ อวี้ สามารถอยู่รอดมาได้
อย่างไรเมื่อมีสมบัติล้ าค่าติดตัวเยี่ยงนี้ พอฟัง
เรื่องราวทุกอย่างข้อสงสัยภายในใจของทุกคนก็
คลี่คลายทันที
ผู้ฝึกฝนบ าเพ็ญตนจะต้องความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว
เช่นดั่งวีรบุรุษ แม้จะถูกผู้มีพลังอ านาจเหนือกว่ามา
ปล้นชิงก็ตาม
นี่คือความเชื่อของนิกายกระบี่สวรรค์
แล้วผู้ที่ปลูกฝังความเชื่อเหล่านั้นก็คือเฟิง ซัวหยา
เจ้านิกายกระบี่สวรรค์ แต่อันที่จริงแล้ว เฟิง ซัวหยา
และ เสิ่น อู๋เต้า ที่เขาเคารพรักคนนั้นก็คือจักรพรรดิ
โบราณเหยียนหวง!
หลังจากนั้นหลุมฝังศพของ เสิ่น อู๋เต้า ก็กลายเป็น
ทางเข้าสู่เส้นทางเซียนบรรพกาล เป็นสถานที่อัน
เป็นไปด้วยความลึกลับนานัปการ ดูเหมือนว่าความ
สงสัยทั้งหมดในตอนนี้ จะได้รับการแก้ไขแล้ว
นี่คือความจริง
ปัจจุบันภายในหัว อู่ อวี้ ว่างเปล่าอย่างที่สุด เขาไม่
รู้จริง ๆ ว่าตนเองควรจะเชื่อดีหรือไม่
เขารู้สึกว่าคงจะต้องสงบจิตใจก่อน ต้องใช้เวลา
ครุ่นคิดไตร่ตรอง
เขากวาดตามองดูทุกคน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
ความว่างเปล่า ส่วนทุกคนก็มองเขาด้วยสายตา
ริษยาอย่างที่สุด นอกจากนี้โอรสพระธิดาบางคนก็
ท าท่าทางเหมือนว่าตนเองก าลังเผชิญหน้ากับความ
ตาย โดยเฉพาะ หนานกง เหว่ย นางเฝ้าดู เฟิง
ซัวหยา และ เสิ่น อู๋เต้า ฯลฯ ด้วยความสับสนอยู่ไม่
น้อย แน่นอนว่าลั่วผินก็จ้องมองเขาด้วยท่าทางห่วง
กังวลเช่นกัน
รวมถึง หนานซาน หวางเยว่ กับ เย่ซีซี ก็มีอาการไม่
ต่างกัน
หนานซาน หวางเยว่ ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่เย่ซีซีคือ
คนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด จักรพรรดิโบราณเป็นผู้ลง
มือสังหารบิดามารดาของนาง แล้วถ้าเรื่องนี้เป็นจริง
เขาคงไม่กล้าสู้กับเย่ซีซีเป็นแน่
เพราะเป้าหมายในชีวิตของเย่ซีซีก็คือการแก้แค้น
ความโกลาหลยุ่งเหยิงนี้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ดูน่ากลัว
เป็นอย่างยิ่ง
“ สิ่งที่ส าคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือต้องพยายามท า
จิตใจให้สงบ แม้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเต็มไปด้วย
ปริศนาลึกลับก็ตาม ” แต่โชคดีที่หมิงซวงช่วยพูด
เตือนสติเขา
“ จริงของเจ้า ” อู่ อวี้ ก็รู้ว่าเขาต้องใจเย็น
แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่สามารถสงบจิตใจลงได้นั่นคือ
โอรสเล่อ
เขายืนอยู่ไม่ไกลจากสายตาของ อู่ อวี้ สิ่งที่เขาเห็น
ในยามนี้โอรสเล่อเสมือนตกอยู่ในหุบเหวแห่งฝันร้าย
ราวกับว่าเขาลงตกลงมาจากสวรรค์ลงดิ่งสู่นรกในชั่ว
พริบตา
เขารู้ดีว่ายามนี้โอรสเล่อรู้สึกเช่นไร จากความฝันที่
จะได้กลายเป็นเซียนเหรินผู้ไม่มีวันตาย กลับ
กลายเป็นตัวตลกให้ผู้อื่นมานั่งหัวเราะอย่างขบขัน
ตอนนี้ข่าวของ อู่ อวี้ ได้แพร่กระจายไปทั่วชมพูทวีป
โลกธาตุ ไม่มีผู้ใดในใต้หล้านี้ไม่รู้จักจักรพรรดิโบราณ
เหยียนหวงคนใหม่
แล้วทันใดนั้นก็มีมวลพลังมหาศาลพวยพุ่งเข้าใส่ อู่
อวี้ , หนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี โดยเฉพาะเป็น
มวลพลังมหาศาลจึงท าให้พวกเขาไม่อาจต้านทานได้
ถ่ายโอนมายังพวกเขาอย่างกะทันหันรวมถึง
จักรพรรดิอารามสวรรค์ก็ติดอยู่กับเขาด้วย ซึ่ง อู่
อวี้ สัมผัสไม่ได้ถึงความผิดปกติใด ๆ แม้แต่น้อย
ส่วนคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“ พลังนี้น่าจะเป็นของจักรพรรดิโบราณ ท าไมเขาถึง
… ” อู่ อวี้ ไม่เข้าใจ
สิ่งนี้เสมือนกับว่าเป็นเกราะปกป้อง
เขารีบหันกลับมามองอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาเห็นก็คือ
ในพื้นที่ว่างตรงกลางโอรสเล่อ , ชวี่ ห้าวเหยียน ,
ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไป๋หลี่ จุยหุน ยังคงอยู่ที่เดิม แต่สิ่งนี้ท า
ให้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ส่วนโอรสเล่อก็ก าลังจ้องเขม็งที่ตัวเขา!
แต่แล้ว อู่ อวี้ ก็เสมือนดั่งถูกสายอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่
อีกครั้ง!
เพราะในเวลานี้ดวงตาทั้งคู่ของโอรสเล่ออยู่ ๆ ก็มา
รวมกันเป็นดวงตาดวงใหญ่เป็นดวงเดียว!
ถ้าเป็นมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ได้อย่างไร
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นก็คือร่างของ ชวี่ ห้าวเห
ยียน , ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไป๋หลี่ จุยหุน ก าลังเริ่มร้าวราว
กับว่าเนื้อหนังภายนอกก่อนหน้านี้ หาใช่เนื้อหนังที่
แท้จริง แต่เป็นอะไรบางอย่างที่มีสีเงิน
ขณะฝูงชนต่างก็ตกอยู่ในอาการสับสนแตกตื่น
จักรพรรดิโบราณก็เปล่งเสียงหัวเราะแล้วกล่าวกว่า
“ สรรพเทวะวิญญาณจากเส้นทางเซียนบรรพกาล
นับเป็นครั้งแรกที่พวกเจ้าปรากฏตัวในชมพูทวีป
โลกธาตุของข้า ในที่สุดยอมปรากฎตัวออกมาแล้ว
เช่นนั้นหรือ? อสูรกาฝากโลงศพ ”
อู่ อวี้ พยายามสงบจิตใจลง แต่ยามนี้เขาไม่สามารถ
ท าเช่นนั้นได้เลยจริง ๆ
นี่คือสรรพเทวะวิญญาณจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาล มีชื่อเรียกว่า ‘อสูรกาฝากโลงศพ’!
สิ่งนี้ท าให้เขาจดจ าบางสิ่งบางอย่างได้
เมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในหลุมฝังศพบน
เส้นทางเซียนบรรพกาล โอรสเล่อ , ชวี่ ห้าวเหยียน
, ชวี่ เฟิงอวี๋ , ไป๋หลี่ จุยหุน เขาสาบานได้ว่าในวัน
นั้นเขาเห็นทุกคนถูกดึงเข้าไปในโลงศพ แล้วก็ได้ตก
ตายไปแล้วต่อหน้าต่อตา
แต่แล้วอยู่ ๆ พวกเขาทุกคนก็กลับมาได้อย่างน่า
อัศจรรย์ขณะที่ประตูของเส้นทางเซียนบรรพกาล
ใกล้จะปิดลง ราวกับฟื้นจากความตาย แล้วเรื่องนี้ก็
สร้างความวิตกกังวลให้แก่ อู่ อวี้ ไม่น้อย
นับตั้งแต่แรกที่ได้พบเจอกับโอรสเล่อ อู่ อวี้ ก็คอย
พร่ าเตือนตัวเองอยู่ตลอดว่าให้ระวังพวกเขาอยู่เสมอ
แต่เป็นเพราะโอรสเล่อนั้นสามารถแสดงละครตบตา
ได้อย่างสมบทบาทและแนบเนียนไร้ที่ติ โดยเฉพาะ
ท่าทีการแสดงออกที่อยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพ
กาล ดูพวกเขาไม่ผิดสังเกตใด ๆ แม้แต่น้อย ส่วน
เรื่องนั้น อู่ อวี้ ก็ลืมเลือนไปนานแล้ว คงต้องบอก
ตามตรงว่าตัวเขาเองก็หลงเชื่อไปแล้ว ว่าโอรสเล่อ
กับคนสนิทกับผู้ติดตามของเขายังมีชีวิตอยู่จริง ๆ
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิโบราณบอกว่าพวกเขา
ทั้งหมดเป็นสรรพเทวะวิญญาณที่ชื่อว่า อสูรกาฝาก
โลงศพ แล้วเวลานี้ลักษณะที่แปลกประหลาดของ
พวกมันก็ได้ประจักษ์แก่สายตาของทุกผู้คน ซึ่ง
สอดคล้องกับค าพูดของจักรพรรดิโบราณ!
” นี่มันอะไรกัน! ”
” ทุกคนหนีเร็ว! ”
กองก าลังต่าง ๆ ของเทศกาลจารึกศักดิ์สิทธิ์หมื่น
ทวีป ไม่คิดว่าจะมีสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย
เกิดขึ้นอีก และพวกมันก าลังตื่นตระหนกตกใจระคน
ไปด้วยความหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่หวงจุนก็
รีบพา หนานกง เหว่ย พร้อมกับพวกของนาง
หลบหนีถอยห่างออกมาอย่างหวาดกลัว
จักรพรรดิโบราณยิ้มแล้วกล่าวว่า ” พวกเจ้าทุกคน
อย่าได้ตื่นตระหนก ถึงแม้อสูรกาฝากโลงศพจะเป็น
สรรพเทวะวิญญาณ ที่มาจากเส้นทางเซียนบรรพ
กาล แต่จริงแล้วพวกมันก็ไม่ต่างจากกาฝากที่ต้อง
พึ่งพาเลือดเนื้อของมนุษย์ในการด ารงชีพ แต่กาฝาก
พวกนี้ก็มีพลังความสามารถมากเช่นกัน เซียนเหริน
ธรรมดาจะไม่สามารถมองเห็นมันได้ในทันที แม้แต่
ตัวข้าเองก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการปะติดปะต่อ
เรื่อง ”
” สาเหตุที่ท าให้ปรสิตพวกนี้ ยากจะแยกแยะ
ตรวจสอบได้ เนื่องจากพวกมันหาได้ควบคุม
ความคิดและการกระท าของร่างต้นไม่ แต่ปล่อยให้
ร่างต้นเป็นผู้ควบคุมด าเนินไปอย่างอิสระ ส่วนพวก
มันก็แอบหลบซ่อนตัวอยู่ภายในส่วนลึกของร่างกาย
ดังนั้นพวกเราจึงไม่พบความผิดปกติจากโอรสเล่อ
และผู้ติดตามที่เหลืออีก 3 คน ก่อนหน้านี้พวกมันที่
ติดอยู่ภายในเส้นทางเซียนบรรพกาล เมื่อมีอิสระได้
ออกมาสู่ชมพูทวีปโลกธาตุ ก็ได้รู้ข้อมูลจากร่างต้นที่
ตนเองยึดครอง หากกลายเป็นจักรพรรดิโบราณเห
ยียนหวงคนใหม่ พวกมันจะมีโอกาสกลายเป็นเซียน
อมตะ ดังนั้นพวกมันจึงพยายามไขว่คว้าไข่มุก
ทองค าเหยียนหวงอย่างเต็มก าลัง หากอสูรกาฝาก
โลงศพพึ่งพาร่างต้นจนบรรลุกลายเป็นเซียน พวก
มันจะถือเป็นอสูรที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากมันสามารถเปลี่ยนร่างยึดครองได้
ตลอดเวลา ยกระดับก้าวหน้าขึ้นไปทีละขั้น จน
แม้แต่เทพเซียนภายในสวรรค์ก็มีเพียงไม่กี่คนที่
สามารถจัดการกับมันได้ โชคดีที่ข้าพบพวกมันก่อน
จะแข็งแกร่งไปมากกว่านี้ ภัยคุกคามจากอสูรกาฝาก
โลงศพจึงมิได้ใหญ่โตอันใดนัก ”
ค าอธิบายของจักรพรรดิโบราณ ท าให้อู่ อวี้ เข้า
ใจความเป็นจริงทั้งหมด
เมื่อได้ยินค าชี้แจงแถลงไขทั้งหมด เขาก็รู้สึกไม่
แปลกใจเลยว่าเหตุใด เขาถึงไม่สามารถจับสังเกต
โอรสเล่อกับคนสนิทของเขาได้เลย นั่นเป็นเพราะ
กาฝากเหล่านี้ยังคงไว้ซึ่งอุปนิสัยลักษณะดั้งเดิมของ
โอรสเล่อทั้งหมด ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
แม้แต่น้อย
ส่วนเหตุผลที่พวกมันกระตือรือร้นที่จะครอบครอง
ไข่มุกทองค าเหยียนหวงให้ได้นั้นเป็นเพราะพวกมัน
ต้องการเป็นเซียนอมตะ เมื่อพวกมันกลายเป็นเซียน
เกรงว่าความน่าสะพรึงกลัวของอสูรกาฝากโลงศพ
จะไม่ด้อยไปกว่าอสูรกลืนสวรรค์เลยทีเดียว
นอกจากนี้มันยังรู้ว่าจักรพรรดิโบราณต้องการฝึกฝน
ให้บุตรของตนกลายเป็นเซียนอมตะ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อจักรพรรดิโบราณเริ่มแสดงท่าทางว่า
ให้ความสนใจกับโอรสเล่อ ถึงแม้จะเป็นการบ่มเพาะ
ช่วยเหลือผ่าน อู่ อวี้ ก็ตาม แต่ส าหรับพวกมันคิดว่า
นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นพวกมันจึงเข้าร่วมการ
แข่งขันเจดีย์วิญญาณบรรพกาล และวิตกกังวลเป็น
อย่างมาก
แล้วพวกมันไม่คิดว่าจักรพรรดิโบราณจะมองร่างที่
แท้จริงของมันออกได้
แม้แต่เนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ก็ยังไม่สามารถเห็นมัน
ได้
เมื่อ อู่ อวี้ กลายเป็นพระโอรส อสูรกาฝากโลงศพจึง
หวาดกลัวอย่างยิ่ง
นับเป็นสรรพเทวะวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวมากใช่
หรือไม่?
ส่งผลให้ยามนี้ร่างกายของโอรสเล่อก็ปริแตกเช่นกัน
มีดวงตาเพียงดวงเดียวเท่านั้น ไม่คาดคิดว่าเมื่อ
ผิวหนังเดิมของโอรสเล่อฉีกขาดออกจากกัน เผยให้
เห็นเนื้อสีทองมีหนวดยาวยั้วเยี้ยยุบยับเหมือน
ปลาหมึก แต่ดูน่าขยะแขยงเสียยิ่งกว่าปลาหมึกมาก
นัก
นอกจากนี้ร่างของ ชวี่ ห้าวเหยียน, ชวี่ เฟิงอวี๋ กับ
ไป๋หลี่ จุยหุนก็แตกออกเช่นกัน ทั้งสามกลายเป็น
ก้อนเนื้อสีเงินไปในพริบตา แล้วตอนนี้พวกมันได้มา
รวมตัวกันกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนตัวสี
ทองข้าง ๆ มัน เต็มไปด้วยหนวดอันน่าขยะแขยง
และเจ้าสัตว์ประหลาดพวกนี้ก็คือกาฝากที่อยู่ในร่าง
ของพวกมันนั่นเอง …
ความจริงแล้วโอรสเล่อ , ชวี่ ห้าวเหยียน , ชวี่
เฟิงอวี๋ , ไป๋หลี่ จุยหุน ตกตายไปนานแล้ว สิ่งที่
เหลืออยู่ก็มีเพียงผิวหนังที่เอาไว้ห่อหุ้มเท่านั้น ดังนั้น
เมื่อชั้นผิวหนังนี้ถูกลอกออกโดย อสูรกาฝากโลงศพ
จักรพรรดิโบราณจึงใช้พลังน าซากศพของพวก
ออกมา แล้วก็ส่งต่อให้มหาอุปราชจัดการแทน
พร้อมกล่าวว่า “ พวกเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่อยู่ในบน
เส้นทางเซียนบรรพกาลแล้ว ช่างน่าเศร้านัก เจ้าจง
น าซากศพของพวกเขาไปฝัง แล้วจัดท าพิธีให้ด้วย ”
มหาอุปราชพยักหน้าอย่างรวดเร็วแล้วตอบว่า “ ได้
ขอรับ เดี๋ยวหม่อมฉันจะจัดการต่อเอง ขอให้องค์
จักรพรรดิสบายใจได้ ”
อู่ อวี้ รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย เขาไม่คาดหวังว่าโอรส
เล่อกับผู้ติดตามคนสนิทจะตกตายไปนานแล้วขนาด
นี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ ก็มีเพียงอสูรกาฝากสองตน ที่
ใช้เนื้อหนังของพวกเขาห่อหุ้มปกปิดร่างที่แท้จริง
ของพวกมัน
หลังจากลายเป็นอสูรกาฝากโลงศพ และเปิดเผยตัว
ต่อหน้าสาธารณชน พวกมันก็ดูหงุดหงิดร้อนรนเป็น
อย่างมาก และดูเหมือนพร้อมที่จะลงมือโจมตีทุก
เมื่อ อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกมันจะน่ากลัว แต่กลับ
ไม่มีผู้ใดเกรงกลัวพวกมัน เพราะเวลานี้มีจักรพรรดิ
โบราณอยู่ ทั้งจักรพรรดิโบราณยังกล่าวอีกว่าพวก
มันก าลังอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ ไม่ได้แข็งแกร่งมาก
นัก ซึ่งไม่ต่างจากอสูรกลืนสวรรค์ ที่ยังอยู่ในสภาพ
ตัวอ่อนเช่นดั่งก่อนหน้านี้
ถึงกระนั้นพวกมันก็ยังกล้าที่จะเผชิญหน้ากับ
จักรพรรดิโบราณ
“ เสี่ยวเล่อ ข้าจะแก้แค้นให้เจ้า ”
พวกมันหาได้อยู่ในสายตาของจักรพรรดิโบราณ
แม้แต่น้อย ในดวงตาทั้งคู่ของเขาข้างหนี่งส่องแสงสี
ทองประกายเจิดจ้า ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็นดวงตาสี
คราม แสงทั้งสองส่องสว่างพุ่งตรงเข้าใส่อสูรกาฝาก
โลงศพทั้งสองทันที แล้วในฉับพลันนั้นสรรพเทวะ
วิญญาณก็ส่งเสียงกรีดร้อง จากนั้นร่างของมันก็สูญ
สลายตกตายไป
จักรพรรดิโบราณจัดการพวกมันในวันนี้ทันที
นอกจากนี้ยังเป็นข้ออ้างให้กับ อู่ อวี้ เข้ามาร่วม
แข่งขันในเจดีย์วิญญาณบรรพกาลอีกด้วย เรื่องนี้
เป็นที่กระจ่างแจ้งของทุกผู้คน
ยามนี้อสูรกาฝากโลงศพตกตายไปแล้ว ท าให้ผู้คน
ล่วงรู้ความลับที่ถูกเก็บซ่อนอยู่เบื้องหลังว่าเหตุใด
จักรพรรดิโบราณถึงไม่เลือกโอรสเล่อ
“ ข้าทนไม่ได้ที่จะสังหารพวกเขา เพราะพวกมันยัง
ไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ท้ายสุดแล้วมันดู
เหมือนกับเสี่ยวเล่อมากซะจนท าให้ข้าคิดว่าเขามี
ชีวิตอยู่จริง ๆ เขายังคงท าตามเจตจ านงที่ตนเองตั้ง
มั่น แต่ยามนี้ข้าจ าต้องกล้ ากลืนฝืนทนลงมือสังหาร
เพราะพวกมันได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาแล้ว
”
จักรพรรดิโบราณแสดงท่าทางเศร้าโศกเสียใจ
ผู้คนต่างตกตะลึง
เนื่องจากพวกมันมักจะคิดว่าจักรพรรดิโบราณเป็น
เทพเซียนอันสูงส่ง และไม่เคยสนใจอะไรตนเอง
แม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น แท้จริง
แล้วเขากลับมีความรู้สึกรักและเป็นห่วงอยู่ในใจ แต่
ไม่ได้แสดงมันออกมาก็เท่านั้น ซึ่งนี่ก็ดูเหมือนเป็น
รูปแบบอย่างหนึ่งของบิดา
ดูเหมือนว่ามันจะจบแล้ว
หลังจากจักรพรรดิโบราณถอนหายใจด้วยความเศร้า
โศก เขาก็หันมาเผชิญหน้ากับ อู่ อวี้ อีกครั้ง จากนั้น
ก็หยุดอยู่ชั่วครู่ แล้วเอ่ยขึ้นว่า ” อวี้เอ๋อ จงจ าไว้ว่า
พิธีปราบดาภิเษกในวันพรุ่งนี้ เจ้าจะมีนามว่า
‘จักรพรรดิอวี้’ ”
ชั่วพริบตานั้น ทั่วทั้งโลกหล้าก็เงียบสงบลงในบันดล