กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1147: วิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์
นครเทวะจ้าละหวั่นไปกับการจัดเตรียมงานพิธีการครั้งใหญ่ในการขึ้นครอง
บัลลังก์ ในที่สุดก็เสร็จสิ้นก่อนรุ่งสาง
ส่วน อู่ อวี้ อยู่กับลั่วผินจนถึงรุ่งสาง นางนั่งอยู่บนม้านั่งข้างศาลา ขณะที่ อู่
อวี้ นอนหัวหนุนบนตักอันเรียบเนียนกลมกลืนของนาง พูดคุยหารือกันทั้งคืน
อันที่จริงมีหลายสถานที่สามารถพูดคุยหารือกันได้ แต่สถานที่ดังกล่าวก็ไม่
สามารถพูดคุยกันได้ยาวนาน
ถึงแม้เขาจะต้องการให้ช่วงเวลาอันแสนสุขนี้คงอยู่ตลอดไป แต่มันไม่
สามารถเป็นไปได้ เวลาแห่งความสุขของเขาอยู่ถึงแค่รุ่งอรุณเท่านั้น เมื่อถึง
เวลาก าหนดเขาต้องรีบกลับไปยังเขตพระราชฐาน เพื่อเข้าร่วมพิธีขึ้นครอง
บัลลังก์
พิธีจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์
” ข้ายังจดจ าได้ดี คืนวันสุดท้ายที่ก่อนข้าขึ้นครองบัลลังก์เป็นฮ่องเต้ วันนั้น
มันกลายเป็นจุดเปลี่ยนสิ้นสุดในชีวิตของข้า ข้าคิดว่าคืนนี้ท่าจะต้องพบเจอ
โชคชะตายากล าบากเช่นกัน ไม่คาดคิดว่าทุกอย่างมันจะผ่านไปได้อย่างสงบ
ราบรื่น ” อู่ อวี้ ไม่อยากจะลาจากความรู้สึกอันอบอุ่นไปเลย
” ทว่าครานี้ถึงทุกอย่างมันจะดูสงบราบรื่น แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นจุด
เปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของเจ้า มนุษย์ผู้ต ่าต้อยในสายตาของผู้คนทั่วทั้งโลก
หล้า กลายเป็นจักรพรรดิอวี้ผู้ครองแผ่นดิน ” ลั่วผินกล่าว
” ข้าหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ขอให้มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี! ”
เมื่อจักรพรรดิอารามสวรรค์เห็นว่า อู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ในต าหนักโอรสเล่อ ดังนั้น
จึงส่งรีบยันต์สื่อสารเรียกให้เขากลับมาเริ่มพิธีการขึ้นครองบัลลังก์
ณ เขตพระราชฐาน ยามนี้เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ เหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย
ต่างนั่งประจ าที่เป็นการเรียบร้อย งานพิธีขนาดใหญ่ได้ถูกจัดเตรียม
พร้อมสรรพสมบูรณ์แล้ว และเฝ้ารอการมาถึงของ อู่ อวี้ พิธีการจึงสามารถ
ด าเนินต่อไปได้ วันเวลาผ่านมาหลายปีแล้วในที่สุดเหยียนหวงก็ได้จักรพรรดิ
องค์ใหม่จริง ๆ เสียที คนส่วนใหญ่รู้สึกชื่นมื่นตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
เวลานี้ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ไม่ว่าจะเป็นชาวเหยียนหวงก็ดี
หรือไม่ใช่ชาวเหยียนหวงก็ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติพันธุ์เสียมากกว่า
ต่างก าลังอาบน ้าอาบท่าแต่งตัวปรับเปลี่ยนอาภรณ์เครื่องทรง ขณะนี้ทั้ง
อาณาจักรโบราณถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟแสงส่องสว่าง สุรเสียงผู้คน
ตะโกนเอ่ยขานนามจักรพรรดิอวี้กันอย่างเซ็งแซ่เนืองแน่น บางพื้นที่คึกคักมี
ชีวิตชีวาอย่างยิ่งในงานพิธีครั้งใหญ่นี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นเจ้าแคว้น
เจ้าเมืองของทุกผู้คน ส่งผลให้ผืนแผ่นดินเหยียนหวงเต็มไปด้วยความคึกคัก
ไร้สิ้นสุด
” ถ้าข้ายังอยู่ในชมทวีปโลกธาตุ ข้าจะพยายามติดต่อเจ้าเสมอ วันนี้ในปีหน้า
ข้าจะไปหาเจ้าที่วังมังกรสี่สมุทร ” อู่ อวี้ จับมืออันละเอียดอ่อนประดุจหยกไม่
อยากที่จะปล่อยมือนางเลย
” ข้าต้องการรู้ว่าเจ้าอยู่ที่ไหนบ้าง ” ลั่วผินรู้สึกหวาดกลัว ถึงแม้นางจะมีอายุ
มากแล้ว แต่นางมีประสบการณ์ในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ น้อยมาก เพราะนี่เป็น
ครั้งแรกที่นางมีความรัก
และแล้วความอบอุ่นอ่อนโยนก็ถึงเวลาสิ้นสุด เมื่อท้องนภาเริ่มมีแสงสว่างปก
คลุมก็ถึงเวลาที่ อู่ อวี้ จะต้องจากไป เขาจะต้องไปหาจักรพรรดิอารามสวรรค์
ที่นครหมื่นทวีป ในเขตพระราชฐานเต็มไปด้วยขุนน ้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และ
เหล่าราชทูตหมื่นทวีป พวกเขาเหล่านี้ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีขึ้นครองบัลลังก์
มันคือราชพิธีที่ส าคัญอย่างที่สุด หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการอาณาจักรโบราณเห
ยียนหวงก็จะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองสังสรรค์เหล้ายาปลาปิ้งให้แก่ราชทูต
หมื่นทวีป
โดยปกติแล้วเหล่าราชทูตจะถูกเชื้อเชิญมาเข้าร่วมราชพิธีครองบัลลังก์ แต่
ยามนี้ต่างอยู่ในนครเทวะหมดแล้ว ดังนั้นทุกคนจึงมีส่วนร่วมในงานพิธี
ดังกล่าว เพื่อเป็นการให้เกียรติไว้หน้าไว้ตาของชาวเหยียนหวง
หลังจากเสร็จงานพิธีหากพวกเขายังคงเต็มใจอยู่ในนครเทวะต่อไป ชาวเห
ยียนหวงก็จะให้ความบันเทิงแก่พวกเขา เมื่อพวกเขากลับไปยังสถานที่ของ
ตนเองชาวเหยียนหวงจะส่งมอบของก านัลและส่งคนไปปกป้องพิทักษ์
หลังจากพิธีขึ้นครองบัลลังก์สิ้นสุดลงแล้ว
เมื่อวานนี้มหาอุปราชจักรพรรดิอารามสวรรค์ ได้ส่งรายละเอียดราชพิธี
ทั้งหมดไปให้ อู่ อวี้ แล้ว ซึ่งเขาก็ดูรายละเอียดทั้งหมดเช่นกัน ที่จริงเขาไม่
ต้องท าอะไรเลยนอกจากท าตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ เพราะจักรพรรดิอาราม
สวรรค์จัดเตรียมไว้หมดแล้ว
แต่เขาจะต้องร่วมพิธีขึ้นครองบัลลังก์นี้ ด้วยเพราะเขาเป็นชาวเหยียนหวง อู่
อวี้ ต้องท าในสิ่งที่จักรพรรดิโบราณกล่าว
หลังจากนั้น เขาก็กลับเข้าสู่นครหมื่นทวีปอย่างรวดเร็ว มหาอุปราชจักรพรรดิ
อารามสวรรค์กับคนอื่น ๆ ก าลังรอ อู่ อวี้ อยู่ที่นี่
บรรยากาศเป็นไปด้วยความผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีพี่ ๆ น้อง ๆ ของ
จักรพรรดิโบราณ เช่นจักรพรรดิทั้งสองทวีปนั่นก็คือ ‘จักรพรรดิบูรพา’ ผู้
ปกป้องทวีปแห่งทวยเทพแดนบูรพา และ ‘จักรพรรดิฝูถู’ ผู้ดูแลปกป้องทวีป
แห่งทวยเทพฝูถู
ถ้าถามเรื่องต าแหน่ง เขาเป็นคนที่มีต าแหน่งสูงสุดในหมู่ชาวเหยียนหวง อีก
ทั้งจักรพรรดิโบราณยังไฟเขียวให้อ านาจสูงสุดแก่พวกเขาอีกด้วย แต่ก็อยู่ใน
ขอบเขตอ านาจหน้าที่ของพวกเขาทั้งสอง ส าหรับผู้มีอ านาจสูงสุดอย่าง
แท้จริงก็คือมหาอุปราช
แล้วยามนี้ อู่ อวี้ กลายเป็นจักรพรรดิอวี้ ฉะนั้นคนทั้งสามคนจึงต้องยอมรับ
ในอ านาจการปกครองของ อู่ อวี้ เนื่องจากยามนี้เขาคือผู้คุมพลังอ านาจ
สูงสุดในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
นอกเหนือจาก ‘จักรพรรดิทั้งสาม’ ก็ยังมีเชื้อพระวงศ์ต่าง ๆ เช่นโอรสพระธิดา
พวกเขาทั้งหมดก าลังรออยู่ที่นี่เช่นเดียวกัน ซึ่งก็มีคนคุ้นเคยอย่างโอรสเซียว
ฯลฯ แต่สภาพของพวกมันแต่ละคนล้วนคอตกหดหู่ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใด สี
หน้าวิตกกังวลหวาดกลัว ซึ่งแตกต่างจากเมื่อครั้งอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะอยู่
ๆ อู่ อวี้ ก็สามารถก้าวกระโดดข้ามหัวพวกมันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แต่ด้วยเพราะยามนี้ อู่ อวี้ ยังไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างเป็นทางการ ดังนั้น
มหาอุปราชยังคงเรียกเขาว่า ‘โอรสอวี้’ แต่ก็ยังคงให้ความเคารพ เขาหัวเราะ
แล้วกล่าวว่า ” ราชพิธีครองบัลลังก์ก าลังใกล้เข้ามาแล้ว โอรสอวี้โปรดตาม
หม่อมฉันมาที่ ‘วิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์’ ”
” อืม ” อู่ อวี้ พยักหน้า
ตอนนี้เขาสง่างามเป็นอย่างยิ่ง
เปี่ยมไปด้วยอ านาจบารมีอันน่าเกรงขาม
พิธีครองบัลลังก์แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการบูชาบรรพชน ส่วนที่
สองคือพิธีขึ้นครองราชย์ การบูชาบรรพชนอยู่ใน ‘วิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์’
วิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งเป็น
สถานที่พ านักของบรรพชน
แน่นอนว่าผู้ที่มาพักพิงอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ล้วนตกตายไปแล้ว พวกเขาไม่
สามารถบรรลุเป็นเซียนอมตะ ส่วนจักรพรรดิองค์อื่น ๆ ที่กลายเป็นเซียน
อมตะนานแล้ว ดังนั้นจึงมี ‘เสาสวรรค์เหยียนหวง’ ซึ่งแสดงถึงพลังอ านาจของ
จักรพรรดิที่กลายเป็นเซียนอมตะอยู่ หากต้องการติดต่อสื่อสารกับเหล่าทวย
เทพจะต้องสื่อสารผ่านเสาสวรรค์เหยียนหวง นอกจากนี้ยังร ่าลือกันว่า มี
เพียงจักรพรรดิโบราณเท่านั้นที่สามารถท าเช่นนี้ได้
กล่าวได้ว่าวิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจของชาวเหยียน
หวง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ที่บรรพชนต่างมาให้ค าสัตย์สาบาน ไม่
สามารถท าเล่น ๆ ได้เด็ดขาด ดังนั้นขั้นตอนแรกของพิธีบูชาบรรพชน
จุดประสงค์หลักคือการบอกบรรพชนว่า มีจักรพรรดิองค์ใหม่ก าลังขึ้นครอง
บัลลังก์ ให้ อู่ อวี้ กล่าวค าสัตย์สาบานต่อเหล่าบรรพชนให้รับทราบ
ดังนั้นผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมพิธีบูชาบรรพชนจึงต้องเป็นเหล่าราชวงศ์ ขุนน ้า
ขุนนางชาวเหยียนหวง ที่ส าคัญที่สุดก็คือเหล่าเครือญาติทั้งหลาย เหล่าโอรส
พระธิดา เหล่าสนม ฯลฯ ทุกคนจะต้องท าการสักการะบูชาสามหมอบเก้า
กราบ บรรพชนผู้ล่วงลับ แม้ขั้นตอนนั้นจะค่อนข้างน่าเบื่อ แต่ก็สามารถท าได้
โดยไม่ล าบากยากเย็นอะไร
นอกจากนี้ ‘วิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์’ ภายในนครเทวะเป็น 1 ใน 3 พระราชวัง
ที่ใหญ่ที่สุด ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้ามของชาวเหยียน
หวง
นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
เท่ากับว่ายามนี้ อู่ อวี้ เป็นผู้น า มหาอุปราช จักรพรรดิฝูถูและ องค์ชายตงอี้
ฯลฯ มาเบื้องหน้าประตูวิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่มหึมา เต็มไป
ด้วยบรรยากาศอันหนักหน่วงและศักดิ์สิทธิ์ มันคือพระราชวัง แต่ก็ไม่ใช่
พระราชวัง แต่คือสุสานอันงดงามตระการตาเป็นอย่างมาก ตั้งตระหง่านอยู่
เบื้องหน้าดูยิ่งใหญ่รโหฐาน ตรงใจกลางของมันคือ ‘เสาสวรรค์เหยียนหวง’
ตรงประตูทางเข้าวิหารบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ เป็นจุดรวมพลของเหล่าราชวงศ์เห
ยียนหวงจ านวนมาก ที่ก าลังรอคอยรวมตัวกันอยู่หลายพันคน อู่ อวี้ เหลือบ
มอง แม้แต่จักรพรรดิทักษิณสวรรค์แห่งนครจักรพรรดิทักษิณก็มาด้วย
ในบรรดาคนหลายพันคนเหล่านี้ มีคนหน้าตาสะสวยงดงามอยู่นับพัน รูปโฉม
ทรวดทรงชวนดึงดูดมารวมตัวกัน ความงามมากมายหลากหลายมารวมตัว
ที่นี่ จนเรียกได้ว่าเป็นกองทัพความงามเลยก็ว่าได้ อู่ อวี้ รู้ได้ทันทีว่านี่คือ
เหล่าสนมของจักรพรรดิโบราณที่มีศักดิ์ฐานะสูงกับต ่าแตกต่างกันไป
แต่ที่น่าแปลกก็คือจักรพรรดิโบราณไม่ยอมแต่งตั้งราชินีเลยสักคน ฉะนั้น
บรรดาเหล่าสนมของจักรพรรดิโบราณจึงไม่มีผู้น าที่แท้จริง เรื่องนี้เป็นการ
ยืนยันถึงการมีอยู่ของซูซ่างเซียนผู้เป็นเทพเซียนอยู่บนสวรรค์ ส่วนพวกนาง
ต้องแข่งขันเพื่อให้ได้ขึ้นเป็นราชินี
อันที่จริงท่ามกลางนางสนมหลายพันเหล่าคนนี้เป็นเพียงแค่สนมตัวแทนของ
จักรพรรดิโบราณ จากนางสนมหลายนับหมื่นคน ยังมีอีกหลายคนไม่เคย
แม้แต่จะได้รับการยกย่อง ถ้าไม่สามารถก าเนิดโอรสพระธิดาให้ได้ จะไม่มี
คุณสมบัติมากพอที่จะเข้าร่วมสักการะบูชาบรรพชน
ในความเป็นจริงนางสนมของจักรพรรดิโบราณ การจะมีตัวตนอันยิ่งใหญ่
หรือเล็กได้นั้น นอกจากพวกนางจะมีฝีมือความแข็งแกร่ง รวมถึงต้นก าเนิดที่
สูงส่ง แต่ยังจ าเป็นต้องให้ก าเนิดทายาทแก่จักรพรรดิโบราณ แล้วถ้าทายาท
นั้นมีความสามารถพรสวรรค์สูงส่ง นางสนมผู้นั้นจะมีสถานะที่ค่อนข้างสูงส่ง
อย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งยังมีชื่อฉายาเป็นของตนเอง
นอกจากนี้ยังมีนางสนมที่มีชาติก าเนิดไม่ค่อยดี แต่มีรูปโฉมงดงามเป็นอย่าง
ยิ่ง จะถูกส่งไปที่วังหลัง แต่ไม่เคยประสบพบพักตร์จักรพรรดิโบราณ ศักดิ์
ฐานะของนางก็ไม่ต่างจากสาวใช้ในวังธรรมดาสามัญ กล่าวได้ว่าไม่ใช่ทุกคน
จะโชคดีเสมอไป มีคนชนะก็ต้องมีผู้พ่ายแพ้ เมื่อมีจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครอง
บัลลังก์ พวกนางจะถูกส่งตัวออกจากวังหลัง ปลดเกษียณอายุได้บ าเหน็จ
บ านาญทรัพย์สินติดตัวไปตามความสมควร
แน่นอนว่าส าหรับพวกนาง นี่อาจจะเป็นการปลดทุกข์ปลดโศกอย่างแท้จริง
ฉะนั้นนางสนมหลายพันคนที่อยู่ที่นี่ ล้วนเป็นชนชั้นสูงและมีทายาทให้กับ
จักรพรรดิโบราณ คนใดไม่มีทายาท ก็มีระดับการฝึกฝนบ าเพ็ญตนอันน่าตื่น
ตะลึง เป็นสนมจักรพรรดิขั้น 9 ถึงแม้จะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ก็มีศักดิ์
ฐานะเทียบเท่ามหาอุปราช ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ทว่า อู่ อวี้ หาได้สนใจเรื่องนี้ไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าแต่ละคนล้วนงดงามหมด
จดประดุจเทพธิดา แต่ละนางเอวบางร่างน้อยสะโพกกลมกลึงผึ่งผายขนาด
สูงต ่าคละเคล้ากันไป นอกจากนี้หลายคนยังอ่อนเยาว์เป็นอย่างยิ่ง ทุกนาง
ล้วนโดดเด่นดึงดูดสายตาจากฝูงชนทั้งสิ้น ส่วนความงามอื่น ๆ อู่ อวี้ ไม่
สามารถพบเห็นได้รวดเร็วนัก แต่เมื่อความงามมากมายมารวมตัวกันเช่นนี้
คนเฝ้ามองอย่างเขาก็รู้สึกเหนื่อยล้าที่จะมานั่งสนใจ ถึงกระนั้นแม้ความงาม
จะรวมกระจุกกันหนาแน่น ทว่าสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นเป็นสง่ากว่าผู้ใดก็คือ
ลั่วผิน ซึ่งเปล่งประกายอย่างที่สุด
นอกเหนือนางสนมที่มาเข้าร่วมพิธีบูชาบรรพชน นอกจากนี้ยังมีเหล่าอาวุโส
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พวกเขาจะมีชีวิตอยู่มาจนทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันชีวิตของ
เขาก็ใกล้สิ้นอายุขัยตกตายเต็มที
อีกส่วนใหญ่ก็คือเหล่าพี่ ๆ น้อง ๆ ของจักรพรรดิโบราณ คนกลุ่มนี้กระจายตัว
เป็นผู้ปกครองแว่นแคว้นอาณาจักร กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งอาณาจักร
โบราณเหยียนหวง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะมีอ านาจบารมีเป็นอย่างยิ่งตัวอย่างเช่น
จักรพรรดิอารามสวรรค์ , จักรพรรดิก าเนิดสวรรค์ , จักรพรรดิทักษิณสวรรค์ ,
จักรพรรดิฝูถู , องค์ชายตงอี ฯลฯ
ส่วนที่เหลือก็เป็นโอรสพระธิดาล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว ยกเว้นผู้ที่ถูกคุม
ขัง ส าหรับ อู่ อวี้ คนเหล่านี้ล้วนคุ้นหน้าคุ้นตารู้จักมักจี่เป็นอย่างดี
———————–