กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1146: หวงซี กับ ลั่วผิน
” เจ้ามั่นใจได้ ต่อจากนี้ข้าจะไม่รบกวนเจ้าอีก ในอนาคตเจ้าจะเป็น
จักรพรรดิอวี้ ส่วนข้าก็เป็นองค์หญิงหวงซี นับจากนี้ข้ากับเจ้าจะไม่พบเจอกัน
อีก ข้าจะไม่ท าให้เจ้ากับลั่วผินต้องมีปัญหากัน ข้าเสียใจที่วางตราประทับ
หงส์เพลิงไว้กับเจ้า แต่ไม่มีหนทางเอามันออกได้ และข้าจะไม่กระตุ้นมันอีก ”
นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การที่นางกล่าวเรื่องนี้ออกมา เหมือนกับ
การปลดเปลื้องพันธนาการ
ในความทรงจ าของ อู่ อวี้ นางหาได้เป็นเช่นนี้ หากมีความขัดแย้งใด ๆ นาง
จะตีอกชกตัวตอบโต้กลับมาด้วยน ้าเสียงแข็งกร้าวเสมอ หรือแม้กระทั่งลงมือ
ห ้าหั่นประหัตประหารเขา โดยไม่มีการยั้งมือไว้ไมตรีแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่
สนใจด้วยซ ้าว่าเขาจะเจ็บปวดเสียใจอย่างไร
บางทีอาจเป็นเพราะนางโตขึ้น เลยท าให้เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้
เมื่อใบเมเปิ้ลร่วงหล่นชุดสีแดงเพลิงของนางก็โบกสะพัดพลิ้วไสวไปมาตามก
ระแสสายวาโย ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถระงับอารมณ์ไม่ให้
แสดงออกทางสีหน้าได้
” ถ้ามีวิธีข้าจะหาหนทางชดใช้ให้แก่เจ้า ” เรื่องทั้งหมดท าให้จิตใจของ อู่ อวี้
รู้สึกสับสนไม่น้อย
ถ้า หนานกง เหว่ย อยากจะเป็นอิสระจาก อู่ อวี้ ก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งนางได้
หากใคร่ครวญดูให้ดี ๆ ดูเหมือนตัวเขาจะสร้างปัญหาให้นางเดือดร้อนไม่
น้อย
นับเป็นเรื่องหายากที่นางจะยอมแตกหักจากเขาเช่นนี้
” ไม่จ าเป็นต้องชดใช้ ในหัวใจของข้าไม่มีมันอยู่อีกแล้ว ” หนานกง เหว่ย ฝืน
ยิ้มออกมา นางอาจจะเหนื่อยล้าเล็กน้อย นางก้มศีรษะลงมองดูสายชลธีไหล
เอื่อย
ไม่นานนักนางลุกขึ้นยืนบนก้อนหินสีน ้าเงิน ชายกระโปรงชุดสีแดงเพลิงของ
นางเปียกปอนจากสายชลธี ท าให้อาภรณ์รัดรูปอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็น
รูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งอันแสนงดงาม ยามนี้นางไม่ใช่สาวน้อยในภาพความ
ทรงจ าของ อู่ อวี้ อีกต่อไปแล้ว
นางเป็นคนซับซ้อนอย่างมาก
” พรุ่งนี้เจ้าจะขึ้นครองบัลลังก์ หวงจุนจะไปร่วมงานด้วยแต่ข้าจะไม่ไป ต่อ
จากนี้เจ้าจะไม่เห็นข้าอีก ” หนานกง เหว่ย กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา นางคิดว่า
วันนี้นางจะพูดความจริงให้หมด เพราะต่อจากนี้นางจะไม่ได้เจอเขาอีก
” ช้าก่อน ” อู่ อวี้ รั้งนาง
หนานกง เหว่ย หันศีรษะกลับมามองเขาอย่างเฉยเมย
อู่ อวี้ ครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า ” ช่วยตอบค าถามสุดท้ายของข้าได้หรือไม่ ”
หนานกง เหว่ย พยักหน้า
อู่ อวี้ ถามว่า ” หวงจุนฝึกฝนเจ้า เพราะมีจุดประสงค์อันใด? แล้วนางบีบ
บังคับอะไรเจ้าหรือไม่? ”
อู่ อวี้ ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตและความตายของ
นาง
หลังจากถามค าถามที่ออกไป หนานกง เหว่ย ก็โกรธทันที น ้าเสียงของนาง
เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้างแล้วกล่าวว่า ” ข้าบอกไปแล้วไง ว่าต่อจากนี้เจ้ากับข้า
ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก มันเป็นเรื่องของข้าไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า ข้ามี
ปัญญามากพอที่จะจัดการปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง ข้าไม่ขอรบกวน เจ้า
อย่าได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก! ”
อู่ อวี้ ค่อนข้างคุ้นเคยกับการตอบโต้อย่างดุเดือดของนาง เขากล่าวว่า ” ไม่
เป็นไร สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ … ”
” หุบปาก! เจ้าไม่เข้าใจหรือไง? ข้าบอกว่าไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเจ้าอีกใน
อนาคต! ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเส้นทางชีวิตของข้า
แม้แต่น้อยนิด! ข้าอยากจะลบเจ้าไปจากความทรงจ าอย่างสมบูรณ์ ไม่อยาก
อยู่ภายใต้เงาของเจ้าอีกต่อไป ไม่อยากต้องเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับฝุ่นธุลี!
ปล่อยข้าไปซะ ข้าอยากจะอยู่คนเดียว ”
ขณะที่กล่าวว่าน ้าตาก็ไหลพรากออกมาอย่างสุดจะกลั้น ร ่าไห้สะอึกสะอื้นตัว
สั่นเทา
หลังจากนางกล่าวจบนางก็จะจากไปทันที บางทีอาจเป็นเพราะว่านางไม่
ต้องการให้ อู่ อวี้ ได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกที่อ่อนแอ นางจึงหันหลังกลับแล้ว
กลายร่างเป็นหงส์เพลิงนิรันดร์บินทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าหายไปในชั่วพริบตา
ทว่ายามนี้สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในหุบเขาเฟิงเย่ก็คือกลิ่นหอมละมุนของนาง
” เอ่อ … ”
อู่ อวี้ ไม่คิดว่านางจะฟูมฟายมากมายถึงเพียงนี้
แต่ค าพูดของนางท าให้ อู่ อวี้ เข้าใจความคิดของนางขึ้นมากจริง ๆ
นางกล่าวว่า ไม่อยากต้องเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับฝุ่นธุลีเมื่ออยู่ต่อหน้า อู่
อวี้
นี่คือความคิดที่แท้จริงของนาง
อู่ อวี้ กับนางมีเรื่องบาดหมางกันมากมาย
ดังนั้นไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร นางต้องการเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเอง
นางต้องการอยากจะตัดความสัมพันธ์ที่มี อู่ อวี้ ออกไปจากชีวิตอย่างสิ้นเชิง
การเผชิญหน้ากับเขาให้นางตายเสียยังดีกว่า นางไม่อยากต้องกล ้ากลืนฝืน
ทนกับความรู้สึกต ่าต้อยด้อยค่าของตนเอง
” เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ไฉนเรายังท าให้นางเกลียดอีก? ”
เขามองไปบนท้องนภาอย่างไร้ค าตอบ
” เจ้าบดขยี้ความภาคภูมิใจของนาง นางคงทั้งหดหู่ ทั้งรู้สึกเสียหน้า เมื่อพูด
ถึงเรื่องที่นางพยายามจะดิ้นรน จนบางครั้งนางก็เกลียดเจ้า สิ่งที่เจ้าให้แก่
นางมันดีแล้วจริงหรือ บางครั้งการที่เจ้าท าดีกับนาง อาจกลายเป็นเสน่ห์อัน
ล้นเหลือ จนนางตัดสินใจท าบางอย่างลงไปโดยไม่ยั้งคิด เพื่อเป็นการ
เรียกร้องความสนใจจากเจ้า เช่น ตราประทับของเพลิงนิรันดร์ , เจดีย์
วิญญาณบรรพกาล สุดท้ายคนในนั้นไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานเจ้าได้ แต่พอ
เจ้าออกมาจากเจดีย์ก็กลายเป็นจักรพรรดิอวี้ไปซะได้ ไหนจะแม่มังกรลั่วผินที่
แสนสูงส่งนั่นอีก สิ่งต่าง ๆ ที่เจ้าได้รับมันท าให้นางตื่นตระหนกเสียจนมอง
ตัวเองว่าช่างต ่าต้อยเหลือแสน อาาา∼ ช่างเป็นสาวน้อยผู้น่าสงสาร
เหลือเกิน … ”
” พอ ๆ ไม่ต้องวิเคราะห์เลย ”
เรื่องก่อนหน้านี้มันนมนานมากแล้ว
ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนไม่ค่อยดีมากนัก แม้แต่ อู่ อวี้ เองก็ยัง
ค่อนข้างสับสน
คงต้องบอกว่าเขากับ หนานกง เหว่ย มีเส้นทางที่แตกต่างกัน ไม่สามารถ
บรรจบกันได้
แล้วยามนี้เส้นทางของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ตัวตนของพวกเขาทั้งสองก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
พวกเขาทั้งสองไร้ซึ่งวาสนาต่อกัน เจอหน้ากันก็มักมีข้อผิดพลาดไม่ลงรอย ซึ่ง
ต่างจากลั่วผินที่ไม่เคยมีข้อพิพาทใด ๆ
หนานกงเหว่ยออกจากป่ายวี่จวินไปอีกทิศทางหนึ่ง ส่วน อู่ อวี้ ก็เลือกไปอีก
ทิศทางอื่น
สายลมในค ่าคืนเย็นเยียบเป็นอย่างมาก แม้บรรยากาศด้านนอกของป่ายวี่
จวินเต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา อู่ อวี้ ท่องไปตามถนนอันแสนวุ่นวาย
ตอนนี้เขากลับมาที่นครหมื่นทวีปแต่ไม่มีผู้ใดสามารถพบเห็นเขาได้
ยามนี้ก าหนดเวลาที่จะขึ้นครองบัลลังก์ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว
ณ ต าหนักมังกรครามนครหมื่นทวีป
แล้วครั้งนี้ อู่ อวี้ อ้อมไปยังสวนหลังต าหนัก เนื่องจากนี่คือสถานที่ของเขา
บนท้องนภายามราตรีเต็มไปด้วยหมู่มวลดารา
ภายใต้แสงของดวงดาราลั่วผินยังคงนั่งอยู่ในศาลา ท่ามกลางความมืดมิด
ราตรี ร่างของนางเปล่งประกายแสงสีขาว บนผิวหนังของนางปรากฏเกล็ด
มังกรจาง ๆ ขึ้น
เมื่อเขาเห็นนางอีกครั้ง เขาก็รู้สึกว่าแตกต่างจาก หนานกง เหว่ย อย่างสิ้นเชิง
เพียงแค่มองหรือเห็นรอยยิ้มของนางก็ท าให้จิตใจของ อู่ อวี้ สงบลงได้
“ เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เป็นข่าวดีที่สุดส าหรับข้าแล้ว ”
เห็นได้ชัดว่านางก าลังรอข่าวของ อู่ อวี้ อย่างใจจดใจจ่อ ไม่ได้ออกจากที่นี่
เลยแม้แต่น้อย
ภายใต้ดวงดารา อู่ อวี้ ยืนอยู่ต่อหน้าของนาง เขาคิดว่านางเป็นเทพธิดาที่
สวยที่สุดภายใต้ราตรีอันมืดมิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมสีเงิน ผิวพรรณขา
วนวลราวหิมะ ช่างสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด
เขาเข้าไปกอดนาง
อุณหภูมิในร่างกายของเขาร้อนระอุ หัวใจเต้นรัวระทึก สัมผัสได้ถึงความรู้สึก
ที่แท้จริง เป็นความรู้สึกที่อยากละลายเสียให้ได้
” เล่าสิ ” นางสงสัยว่า อู่ อวี้ ตัดสินใจอย่างไรในคืนนี้
” จนป่านนี้ข้ายังไม่สามารถตัดสินใจได้เลย แต่ข้าจะเล่ารายละเอียดทั้งหมด
ให้เจ้าฟัง ”
อันที่จริง อู่ อวี้ ยังใช้วงเวทย์ในการสื่อสารแทนโดยไม่จ าเป็นต้องพูด เขา
บันทึกทุกอย่างที่พูดกับจักรพรรดิโบราณใส่วงเวทย์นี้แล้ว ฉะนั้นเขาแค่
กระตุ้นวงเวทย์แล้วภาพก็ปรากฏขึ้น ภาพการพูดคุยของ อู่ อวี้ กับจักรพรรดิ
โบราณก็ปรากฏขึ้นในวงเวทย์
ลั่วผินมองอย่างละเอียดถี่ถ้วนพินิจพิจารณา สายตาจับจ้องมองตาแทบไม่
กะพริบ นางพยายามสังเกตท่าทีการแสดงออกและทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหว
ของจักรพรรดิโบราณและอื่น ๆ นอกจากนี้ อู่ อวี้ ยังเล่าให้นางฟังว่าเขารู้สึก
ยังไงในตอนนั้น
หลังจากภาพบันทึกของของวงเวทย์เสร็จสิ้น อู่ อวี้ พูดคุยเกี่ยวกับแผนจัดการ
ของตัวเอง เรื่องที่เขาพาอู่หยูกับเฟิงซัวหยาไปที่พิภพปีศาจบรรพกาล
” ถ้าเจ้าปลอดภัยข้าก็ไม่จ าเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้ว ข้าสามารถไปยังพิภพ
ปีศาจบรรพกาล แล้วมุ่งมั่นอยู่กับการยกระดับตนเองเสียที ” หลังจากนางรู้
ทุกอย่าง อู่ อวี้ ก็มองด้วยความรัก
ลั่วผินนั่งอยู่บนขอบศาลา เหม่อมองไปที่สวนนางครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นก็
ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า ” เทพเซียนก็คือเทพเซียนไม่ใช่มนุษย์ปุถุชน
ธรรมดา กระท าการสิ่งใดล้วนสามารถคาดเดาได้ ”
” แล้วเจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง? ”
” เหมือนเจ้าก าลังสับสน ภายในใจของข้า 8 ส่วนคิดว่าเขาเป็นบิดาของเจ้า
ส่วนอีก 2 ส่วนคงต้องระวังไว้ก่อน ซึ่งใน 8 ส่วนนั้นก็ดูปลอดภัยกว่ามาก แต่
ในสองส่วนที่เหลือมันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ข้ายังนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้า
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปั้นแต่งขึ้นแล้วมันจะเป็นยังไง เพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่า
จุดประสงค์ของเขาคืออะไรกันแน่? ” นางไม่สามารถขจัดความกังวลนี้ได้
อู่ อวี้ ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้แล้วกล่าวว่า ” จริงอย่างเจ้าว่า เราไม่อาจรู้ได้ว่าเทพ
เซียนนั้นก าลังคิดหรือต้องการท าอะไร ถ้าใน 8 ส่วนนั้นเขาเป็นบิดาของข้า
จริง ๆ ทุกอย่างของจะออกมาได้อย่างสวยงามทุกคนคงมีความสุข แต่ถ้าเป็น
อย่าง 2 ส่วนที่เหลือ ข้าคงท าในสิ่งที่ข้าพอจะท าได้ ถ้าเขายังเล่นละครไม่เลิก
ด้วยความแตกต่างของเรากับเทพเซียน ก่อนที่เขาจะยอมเปิดเผย เป็นไป
ไม่ได้ที่พวกเราจะรู้ความจริง ”
แต่เขายังไม่ท้อแท้หมดก าลังใจ แม้ต้องเผชิญหน้ากับช่องว่างอย่างใหญ่
หลวง กับทวยเทพอย่างจักรพรรดิโบราณ
อู่ อวี้ เชื่อมั่นเป็นอย่างมาก
“ ดังนั้นการสนทนาในคืนนี้ ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นบิดาของเจ้า
แต่อันตรายก็ยังคงอยู่ เราคงต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปทีละขั้น บางทีเขา
อาจจะยังไม่ลงมือ พวกเรายังมีโอกาสอยู่ หลังจากที่ข้ากลับไปที่วังมังกรสี่
สมุทร ข้าสามารถพูดคุยกับบรรพชนบนสวรรค์ของข้าได้ ถ้าสามารถถาม
พวกเขาสักหนึ่งหรือสองเรื่องได้ก็คงจะดี ” ลั่วผินกล่าว
นี่เป็นวิธีเดียว มีเพียงทวยเทพเท่านั้นที่จะรู้ว่าทวยเทพด้วยกันคิดอะไรอยู่
ลั่วผินรู้ว่าอะไรควรไม่ควรที่จะกล่าวออกไป นางจะไม่ยอมแพร่งพราย
ความลับรายละเอียดของ อู่ อวี้ อย่างเด็ดขาด
แต่จะสามารถติดต่อกับบรรพชนได้หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องยากล าบากเช่นกัน
สิ่งส าคัญที่สุดก็คือพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น
” ถ้าเจ้ากลายเป็นเซียนอมตะได้เมื่อไหร่ ข้าก็ยิ่งโล่งใจ ” อู่ อวี้ บอกนาง
” อู่ อวี้ เหตุใดเจ้าถึงไม่ไปที่วังมังกรสี่สมุทรกับข้าเสียเลยเล่า ที่นั่นปลอดภัย
กว่าพิภพบรรพกาลเสียอีก ” ลั่วผินถามด้วยความหวัง
นางยังคงกล่าวเช่นนี้ถึงแม้จะรู้ว่ามังกรเทวะตัวอื่น ๆ ไม่เห็นด้วย
อู่ อวี้ ยิ้มส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” เป็นไปไม่ได้หรอก อย่างไรเสียข้าก็เป็น
จักรพรรดิอวี้ เขาจะต้องมาพาข้ากลับอย่างแน่นอน อีกอย่างข้าไม่อยาก
รบกวน ในระหว่างที่ก าลังบรรลุเป็นเซียน ”
ลั่วผินแสดงท่าทางเสียใจอยู่ไม่น้อย นางรู้ว่าเขาจะตัดสินใจเช่นไร แต่นางก็
ยังอยากจะชวนเขาอยู่ดี
” เดี๋ยวข้าไปเยี่ยมเจ้าที่วังมังกรสี่คาบสมุทรปีละครั้งได้หรือไม่? ” ถ้าเขาต้อง
ฝึกฝนอยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลเขาคงไม่ได้พบหน้านางอีกนาน เนื่องจาก
ในท้ายสุดแล้วมันไม่มีหนทางในการติดต่อสื่อสารข้ามผ่านระหว่างโลกได้ ซึ่ง
อู่ อวี้ ต้องคิดถึงนางอย่างแน่นอน
” แน่นอนอยู่แล้ว ” สิ่งนี้ท าให้ลั่วผินมีความสุขเหมือนเด็กสาวน้อยตัวเล็ก ๆ
อู่ อวี้ เห็นรอยยิ้มอันแสนงดงามของนาง
เขาต้องการให้รอยยิ้มอันแสนงดงามนี้คงอยู่ตลอดไป
————————