กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1150: ตราประทับมังกรเหยียนหวง
ยามนี้ อู่ อวี้ ในสายตาของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ , เหล่าราชวงศ์เหยียนหวง
และราชทูตหมื่นทวีป เมื่อเขาสวมใส่มงกุฎมังกรห้าสี เสื้อคลุมมังกรทองค า
ศักดิ์สิทธิ์ รองเท้ามังกรภพดารา ยิ่งท าให้เขาเปี่ยมไปด้วยอ านาจบารมีแห่ง
จักรพรรดิ นอกจากนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงคนธรรมดาสามัญในชมพูทวีป
โลกธาตุ แต่เป็นจักรพรรดิแห่งเหยียนหวง ผู้ยืนอยู่เหนือจักรพรรดิทั้งปวง
แม้ว่าเขาจะยังอ่อนเยาว์ แต่เขาคือผู้ที่มีอ านาจควบคุมทั่วทั้งเหยียนหวงไป
เปี่ยมไปด้วยอ านาจบารมีแห่งจักรพรรดิ แรงกดดันที่อยู่ในสายตาของเขา
ถึงแม้ก าลังเผชิญกับยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งทั้งหมดในใต้หล้านี้ แต่ตัวเขาก็หา
ได้ด้อยกว่าคนอื่น ๆ แม้แต่น้อย ทว่าด้วยต าแหน่งที่เขาครอบครองในวันนี้
เหล่ากองก าลังแลยอดฝีมือดังกล่าวคงต้องยอมรับว่ารู้สึกกดดันจนไม่อาจนิ่ง
เฉยได้
เมื่อ อู่ อวี้ ยืนอยู่บนจุดสูงสุด เป็นมุมมองของจักรพรรดิที่มองสรรพชีวิตผู้อยู่
ภายใต้อ านาจ มันท าให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้วว่าเหตุใด เหล่าโอรสแล
พระธิดาทุกพระองค์ถึงยอมทุ่มเทจนหมดหน้าตักเพื่อให้ตนเองได้เป็น
จักรพรรดิ
แล้วขณะนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าทั้งโลกชมพูทวีปโลกธาตุอยู่ในก ามือของเขา
นับจากนี้เป็นต้นไปตัวตนของเขาที่สามัญธรรมดา ทุกคนจะปฏิบัติต่อตนเอง
แตกต่างไปจากเดิมเป็นอย่างมาก
เขาก าลังจมอยู่ห้วงความรู้สึกอันดื่มด ่ากับอ านาจบารมีอันยิ่งใหญ่ ส่วนคน
สุดท้ายก็คือมหาอุปราชจักรพรรดิอารามสวรรค์ก้าวเดินมาเบื้องหน้า ต่อหน้า
ผู้คนทั้งโลกหล้า เขาคุกเข่าลงบนเบื้องหน้า แล้วชูมือทั้งสองขึ้น สิ่งที่อยู่ในมือ
ของเขาส่องประกายเจิดจ้าสง่างามเป็นอย่างมาก แล้วเขาก็กล่าวด้วยเสียง
ดังก้องกังวานว่า ” ขอถวาย ‘ตราประทับมังกรเหยียนหวง’! สวรรค์อวยพรให้
เราชาวเหยียนหวง ส่งเทพเซียนลงมาจุติ รวมฟ้าดินเป็นหนึ่ง! ”
สิ่งของที่อยู่บนถาดแก้วผลึกใส คือตราประทับมังกรสีทองอร่าม ครึ่งด้านล่าง
เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทั้งสี่ด้านแกะสลักรูปทวยเทพไว้มากมายเฉกเช่นดั่งที่อยู่
บนผนังด้านนอก เป็นภาพของทวยเทพเยื้องย่างท่ามกลางม่านเมฆาสูงเหนือ
ฐานขึ้นมา ส่วนอีกครึ่งเป็นมังกรเทวะสองตัวก าลังพัวพันบิดเกลียว และหัว
มังกรทั้งสองก็ม้วนพันหันหน้าเข้าหากัน
นี่คือตราประทับมังกรเหยียนหวง
เมื่อตราประทับมังกรเหยียนหวงปรากฏแก่สายตา ผู้คนต่างพากันตื่นตะลึง
ด้วยเพราะหลายคนเคยได้ยินแค่เพียงชื่อเสียงของมันเท่านั้นไม่เคยเห็นด้วย
ตาของตนเองเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาแต่ละคนจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความรู้
อยากเห็น หลังจากนั้นสายตาของพวกมันก็เปล่งประกายเต็มไปด้วยความ
อิจฉา พวกมันต่างรู้ดีว่าสิ่งนี้ส าคัญเพียงใด
แต่ดูเหมือนพวกมังกรเทวะจะไม่ค่อยพึงพอใจเท่าไหร่นัก ความไม่พอใจนี้
เขียนอยู่บนใบหน้าของพวกมัน ลั่วผินได้พูดคุยกับ อู่ อวี้ แล้วเขาจึงรู้ว่าท าไม
อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นเต่ามังกร , ปักษามังกร , มังกรศักดิ์สิทธิ์ หรือมังกรพิภพ
หาใช่สัตว์สวรรค์มังกรเทวะสายเลือดบริสุทธิ์ หลังจากตกตายจิตวิญญาณ
ของมัน ก็จะถูกน ามาใช้เป็นวิญญาณศาสตรา ถึงแม้มังกรเทวะจะไม่ได้สนใจ
เท่าใดนัก
แต่อันที่จริงแล้ว มันก็เท่ากับว่าจิตวิญญาณของสัตว์สวรรค์มังกรเทวะ ถูก
น ามาใช้เป็นวิญญาณศาสตรา ในฐานะเผ่าพันธุ์มังกรเทวะย่อมไม่พอใจเป็น
เรื่องธรรมดา ต่อให้มันจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม หากเป็นกองก าลังขนาด
เล็กถ้าครอบครองสมบัติเช่นนี้อยู่ คงจะถูกเผ่าพันธุ์มังกรเทวะจัดการไปแล้ว
ประวัติความเป็นมาของตราประทับมังกรเหยียนหวง เกรงว่าน่าจะยาวนาน
พอ ๆ กับประวัติศาสตร์ของชาวเหยียนหวง ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่ามันยาวนาน
เพียงใด แต่ที่แน่ ๆ อย่างต ่าก็ต้องมีสิบกาลสมัยขึ้นไป
ภายในตราประทับมังกรเหยียนหวง มีวิญญาณศาสตราส าคัญอยู่สองดวง
ซึ่งเป็นจิตวิญญาณสัตว์สวรรค์มังกรเทวะที่แท้จริง ดวงแรกคือมังกรอัคคี
ผลาญเทวะ ส่วนอีกดวงก็คือมังกรหวงหมื่นภูผา
ซึ่งวิญญาณเหล่านี้ล้วนเป็นบรรพชนของเผ่าพันธุ์มังกรเทวะ
ครั้งหนึ่งเผ่าพันธุ์มังกรเทวะเคยต้องการให้ชาวเหยียนหวงส่งคืนมหา
วิญญาณศาสตราทั้งสองกลับคืนมา ทว่าทางชาวเหยียนหวงไม่ยินยอม
นี่คือเหตุผลที่ท าให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่
ประวัติศาสตร์อย่างช้านาน แม้ว่าความเกลียดชังจะไม่ได้มากมายอันใดนัก
แต่ความบาดหมางดังกล่าวก็ยากจะเป็นสหายที่ดีกันได้ จวบจนกระทั่งตรา
ประทับมังกรเหยียนหวงปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ด้วยความแข็งแกร่งอันทรงพลัง ตรามังกรเหยียนหวงมักจะหมุนเวียนอยู่รอบ
กายของจักรพรรดิเหยียนหวง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้
แล้วนี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าท าไมเหล่ามังกรอาวุโส ถึงไม่ยอมให้ลั่วผินสมรส
กับ อู่ อวี้ เนื่องจากเขาใช้ตราประทับมังกรเหยียนหวงเป็นอาวุธ ซึ่งเหมือน
เป็นการดูหมิ่นเผ่าพันธุ์มังกรเทวะ
อย่างไรก็ตามชาวเหยียนหวงก็ไม่ยอมปล่อยตราประทับมังกรเหยียนหวง
หลุดมือไปแน่ เพราะตราประทับมังกรเหยียนหวงมีความส าคัญเป็นอย่างยิ่ง
อู่ อวี้ รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ เขาจะครอบครองตราประทับมังกรเหยียนหวง ซึ่งเป็น
สิ่งที่ส าคัญที่สุดเลยก็ว่าได้
ประการแรกคือตราประทับมังกรเหยียนหวงมีวงเวทย์ประทับถึง 990,000 ซึ่ง
ถือว่าใกล้เคียงกับศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์แค่ก้าวเดียวเท่านั้น
ฉะนั้นจึงไม่จ าเป็นต้องกล่าวถึงพลังว่ามันจะทรงอานุภาพมากเพียงใด
ประการที่สอง ตราประทับมังกรเหยียนหวงเป็นสิ่งที่ส าคัญยิ่งเพราะมันเป็น
เสมือนดั่งตราสัญลักษณ์ของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง นอกจากนี้ยังเป็น
เสมือนกุญแจเข้าสู่ท้องพระคลังของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง หลังจาก อู่
อวี้ ได้ท าพันธะสัญญาเป็นที่เรียบร้อย เขาจะไปที่ใดก็ได้ในท้องพระคลัง
แม้แต่มหาอุปราชจักรพรรดิอารามสวรรค์ก็ยังไม่สามารถไปได้ทุกที่
ประการที่สามนี่คือสิ่งส าคัญที่สุด หลังจากท าพันธสัญญา อู่ อวี้ จะสามารถ
ควบคุม ‘ค่ายกลคุ้มกันพรมแดน’ อาณาจักรโบราณเหยียนหวงทั้งหมดอย่าง
แท้จริง
จักรพรรดิเหยียนหวงใช้ตราประทับมังกรเหยียนหวงควบคุมโลกอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงรู้สึกริษยา อู่ อวี้ อีกทั้งตราประทับมังกรเหยียนหวงยัง
สามารถน ามาใช้ต่อสู้ได้ด้วย ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภามีวงเวทย์ประทับ
ถึง 990,000 พลานุภาพของมันย่อมไม่อ่อนแออย่างแน่นอน
สายตาของทุกคนเต็มไปด้วยความคาดหวังขณะมอง อู่ อวี้ นี่ขนาดเขายัง
ไม่ได้ท าพันธะสัญญาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นถึงเพียงนี้
เขาเก็บมันตราประทับมังกรเหยียนหวงไว้ เพราะรู้ว่านี่เป็นของตนเอง ถึงแม้
สิ่งนี้จะท าให้เผ่าพันธุ์มังกรเทวะเสียใจ แต่เขาก็ไม่สามารถท าลายสัญลักษณ์
เหยียนหวงนี้ไปได้ ประการแรกคือเขาไม่สามารถขาดมันไปได้ ประการที่สอง
นี่คือมรดกของชาวเหยียนหวง หากมีอะไรผิดพลาดจักรพรรดิโบราณก็จะมา
เอาเรื่องตนเองเช่นกัน แม้ว่าเผ่าพันธุ์มังกรเทวะจะไม่พอใจ แต่เขาก็ชินกับ
อาการของพวกเขาแล้ว สิ่งเดียวที่สามารถท าได้คือใช้มันให้น้อย ๆ หรือไม่ก็
ไม่ใช้มันต่อหน้าลั่วผิน
ช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ถือตราประทับมังกรเหยียนหวง ก็เท่ากับตัวเขาเป็นผู้
ครอบครองควบคุมกฎเกณฑ์หมดของอาณาจักรโบราณเหยียนหวง นี่คือ
ช่วงเวลาที่เขากลายเป็น ‘จักรพรรดิอวี้’ อย่างแท้จริง!
ในขณะนี้จักรพรรดิอารามสวรรค์มหาอุปราช จักรพรรดิฝูถู , จักรพรรดิบูรพา
, อัครมหาเสนาบดี , เหล่าราชทูตหมื่นทวีปและทุกผู้คนที่อยู่ภายในวัง
จักรพรรดิฟ้าดิน รวมถึงชาวเหยียนหวงทั้งหมดลงนั่งคุกเข่า ต่างมีสีหน้า
ท่าทางเคร่งขรึม อยู่ในท่าคุกเข่าคารวะ
หลังจากนั้นจักรพรรดิอารามสวรรค์ ก็กล่าวตะโกนน าว่า ” ขอให้จักรพรรดิอวี้
อายุยืนนานนับหมื่นปี หมื่นปี หมื่น ๆ ปี! ”
เสียงนี้ดังกึกก้องไปทั่วฟากฟ้า จากวังจักรพรรดิฟ้าดินกระจายไปทั่วเขต
พระราชฐาน และชาวเหยียนหวงทั้งหมดที่อยู่ภายในเขตพระราชฐาน เวลานี้
ทุกคนทั้งหมดล้วนคุกเข่าลงบนพื้นกล่าวสรรเสริญจักรพรรดิอวี้ให้อายุยืน
นานนับหมื่น ๆ ปีอย่างพร้อมเพรียง
เสียงนี้ดังกึกก้องแพร่กระจายไปยังสอนเทวะนครเทวะ ไม่ช้าไม่นานก็
แพร่กระจายสู่ผู้คนหลายพันล้านคน แล้วทุกคนล้วนคุกเข่าลงกับพื้น
ค าสรรเสริญแพร่กระจายจากนครเทวะ ไปยังนครบริวาร จนทั่วทั้งอาณาจักร
โบราณเหยียนหวงทั้งหมด!
แต่ทันใดนั้นสุรเสียงเอ่ยถ้อยค าสรรเสริญว่าขอให้จักรพรรดิอวี้มีอายุยืนนาน
นับหมื่น ๆ ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งใต้หล้า
ทันทีที่มือของ อู่ อวี้ แตะสัมผัสตราประทับมังกรเหยียนหวง รูปสลักมังกรทั้ง
สองตนบนตราประทับมังกรเหยียนหวงก็ราวกับว่ามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง มังกร
ทั้งสองกรีดก้องร้องค าราม ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของมังกรทั้งสอง แสง
ดาราพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าแตะสัมผัสลงบนค่ายกลคุ้มกันพรมแดน
ซึ่งช่วงที่แสงดาราพุ่งทะยานแตะสัมผัสค่ายกลคุ้มกันพรมแดน ก็บังเกิดเป็น
ระลอกคลื่นสีสันอันงดงาม เวลานี้ผู้คนทั่วทั้งอาณาจักรโบราณเหยียนหวง
เมื่อเงยหน้ามองขึ้นบนท้องฟ้าจะแลเห็นรัศมีแสงเลื่อมพรายแวววับ ราวกับ
ว่าโลกทั้งใบก าลังอาบชโลมไปด้วยในรัศมีแสงหลากสีสัน
จากนั้นรัศมีแสงหลากสีสันก็แปรเปลี่ยนไปเป็นอักษรค าว่า ‘อวี้ ‘ จ านวนนับ
ไม่ถ้วนบนฟากฟ้า
ผู้คนชาวเหยียนหวงเคยได้ยินต านานเล่าขานกันมาว่า เมื่อใดที่ค่ายกลคุ้มกัน
พรมแดนปรากฏรัศมีแสงหลากสีสัน แสดงว่าเมื่อนั้นจักรพรรดิองค์ใหม่ได้ขึ้น
ครองบัลลังก์แล้ว ในเวลานี้เสียงดังกึกก้องกังวานในนครเทวะแพร่กระจายไป
ทั่วทั้งอาณาจักรโบราณ ในหัวใจของทุกผู้คนยามนี้เอ่อล้นเปี่ยมศรัทธา
ตื่นเต้นระทึกใจ คุกเข่าลงบนพื้นแผดเสียงตะโกนก้องของผู้คนนับไม่ถ้วน
ส่งผลให้ทั้งใต้หล้าของอาณาจักรโบราณสั่นสะท้านสะเทือน!
เมื่อถึงจุดนี้กล่าวได้ว่า พิธีขึ้นครองบัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ใหม่ก็เสร็จ
สมบูรณ์!
ในวันนี้ อู่ อวี้ ได้เป็น ‘จักรพรรดิอวี้’ อย่างสมบูรณ์แล้ว
เขาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวนั่งบนบัลลังก์อันทรงเกียรติ ส่วนจักรพรรดิ
อารามสวรรค์กับคนอื่น ๆ ได้ถอยกันออกไป
หลังจากเสียงสรรเสริญดังอย่างกึกก้องเซ็งแซ่ได้ประมาณครึ่งก้านธูป รัศมี
แสงหลากสีสันบนท้องนภาก็สลายหายไป เหลือเพียงค่ายกลคุ้มกันพรมแดน
รวมถึงเสียงของผู้คนที่ส่งเสียงร้องตะโกนก็ซาลงด้วยเช่นกัน
ผู้คนแลมอง อู่ อวี้ ด้วยท่าทีเลื่อมใสศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น
ตอนนี้การขึ้นครองบัลลังก์เสร็จสมบูรณ์แล้ว เขาคงต้องพูดอะไรสักสองสาม
ค า อู่ อวี้ กวาดสายตามองไปทั้งโลกหล้าแล้วเอ่ยขึ้นว่า ” ความจริงแล้วการ
ขึ้นครองบัลลังก์ในวันนี้ ถือเป็นเหตุบังเอิญอย่างแท้จริง เมื่อวานเกิดอะไร
ขึ้นกับข้าบ้าง ข้าก็ยังไม่แน่ใจเลย แต่อย่างไรเสียปัจจุบันข้าได้ขึ้นครอง
ต าแหน่งนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ท าให้มันบรรพชนผิดหวัง และจะท าให้เหยียนหวง
เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปหลายชั่วอายุคน ให้ทุกคนได้โอกาสฝึกฝนบ าเพ็ญ
ตนกลายเป็นเซียนอมตะ ”
” ส าหรับเรื่องราชกิจบ้านเมือง ข้าเพิ่งมารับต าแหน่งยังมีหลายเรื่องที่ข้าต้อง
ศึกษาเรียนรู้แลยังไม่เข้าใจ และไม่มีประสบการณ์ในด้านการปกครอง
อาณาจักร นอกจากนี้ยังมีมหาอุปราชได้แก่ จักรพรรดิฝูถู , จักรพรรดิบูรพา
และอัครเสนาบดี ทั้งสี่คนนี้ช่วยเหลือข้าได้มาก ข้ายังอ่อนเยาว์นักอีกทั้งพลัง
ความสามารถก็ยังอ่อนด้อยอยู่ ฉะนั้นข้าควรใส่ใจทุ่มเทกับการฝึกฝนบ าเพ็ญ
ตน หวังว่าจะกลายเป็นเซียนอมตะได้ในไม่ช้า เพื่อเสริมสร้างบารมีให้กับเห
ยียนหวงยิ่ง ๆ ขึ้นไป ”
น ้าเสียงของเขาเรียบเฉยแต่จริงใจ ด้วยอัตลักษณ์ฐานะในปัจจุบันเขาคงไม่
อาจปฏิเสธอ านาจบารมีของตนเอง
ความจริงแล้วความคาดหวังชาวเหยียนหวงที่มีต่อจักรพรรดิเหยียนหวง หา
ใช่จะต้องมาจัดการกับราชกิจบ้านเมืองทุกวี่วัน พวกเขาต้องการให้จักรพรรดิ
ของตนเอง แข็งแกร่งจนท าให้ทุกคนต้องกลัวเกรงเป็นพอ ด้วยวิธีทีนี้จะท าให้
ชาวเหยียนหวงมั่นคงมากยิ่งขึ้น
อู่ อวี้ พูดเพิ่มเติมอีกสองสามค าก็เกือบจะถึงเวลางานเลี้ยงเฉลิมฉลองแล้ว
งานเฉลิมฉลองนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความบันเทิงจ าเริญใจให้กับเหล่าราชทูต
หมื่นทวีปที่เป็นเกียรติมาร่วมงาน ซึ่งในเวลานี้ทั้งเหยียนหวงก าลังยุ่งอยู่กับ
การจัดเตรียมงานดังกล่าว
จักรพรรดิอารามสวรรค์รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้วกล่าวขึ้นว่า ” ขอให้ทุก ๆ ท่าน
ได้โปรดติดตามข้าไปที่ ‘วังเริญรมณ์’ เราเหยียนหวงได้สรรหาความบันเทิง
จัดเตรียม ‘งานเลี้ยงอาณาจักร’ ให้แก่พวกท่านไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ”
เมื่อพิธีการภายในวังจักรพรรดิฟ้าดินเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว พิธีการล าดับ
ต่อไปคืองานจัดเลี้ยงเฉลิมฉลองระดับอาณาจักร
เป้าหมายส าคัญคือการสรรค์สร้างความบันเทิงให้แก่เหล่าราชทูตหมื่นทวีป
เมื่อพวกเขามาที่งานเฉลิมฉลองนี้ก็ถือเป็นการจบพิธี และแสดงให้เห็นถึงการ
ต้อนรับอย่างอบอุ่นของชาวเหยียนหวง ไม่เช่นนั้นการครองบัลลังก์ของ
จักรพรรดิองค์ใหม่ก็จะไม่เสร็จสมบูรณ์อย่างแท้จริง
ขณะนี้ทุกคนเตรียมตัวที่วังเริญรมณ์
ยามนี้ อู่ อวี้ เป็นเจ้าผู้ครองแผ่นดิน จ าต้องต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อไม่เช่นนั้นก็
จะดูไม่งาม เขาต้องแสดงความเคารพต่อหวงจุน , ลั่วผิน , จอมจักรพรรดิ์ห
มิงไห่ ฯลฯ เขาเดินก้าวไปข้างหน้าพูดคุยอย่างสุภาพกับหวงจุน ส่วนลั่วผิน
นั้นวางตัวได้อย่างผ่อนคลายไม่ยากเย็นอันใด แม้ว่าต่อหน้าธารก านัล อู่ อวี้
จะส ารวมกายวาจากับนางไม่ค่อยได้พูดคุยส่งเสียงกับนางนัก ได้แต่สบตา
กันและกัน ทว่าเพียงแค่นี้ทุกคนต่างก็รู้อยู่แก่ใจกันดี
ส่วนมังกรเทวะที่อยู่เบื้องหลัง เห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้า
เอื้อนเอ่ยอันใดมากนัก เพราะไม่ว่าพวกมันจะท าอะไร อู่ อวี้ ก็หาได้ใส่ใจหรือ
แยแส