กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1157: เสาสวรรค์ชมพูทวีป (จบเล่ม9)
จากมุมมองการออกแบบ สถานที่นี้ควรเป็นสถานที่ส าคัญที่สุดในราชวังหมื่น
เซียน
ที่นี่ไม่มีเตียงนอน
เป็นสถานที่ว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์
อู่ อวี้ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้วิญญาณเซียนเกลื่อนกลาด
กระจัดกระจายอยู่บนพื้นไปหมด ไฉนสถานที่ส าคัญเช่นนี้กลับไม่มีอะไรเลย
ด้วยความผิดปกติดังกล่าว เขาจึงเดินเข้าไปด้านใน ในห้องโถงอันว่างเปล่านี้
ตรงกลางมีเสาอยู่ต้นหนึ่ง เขาจึงกวาดตามองด้วยเนตรเพลิง
พยายามมองอย่างระมัดระวัง และจดจ าทุกรายละเอียด
แล้วก็พบว่ามันไร้ซึ่งสมบัติใด ๆ ทุกหนทุกแห่งดูสะอาดสะอาดหมดจด
โดยเฉพาะที่นี่
” เจ้าเด็กโง่ เจ้าเพิกเฉยเสาตรงกลางได้อย่างไร? ” เมื่อ อู่ อวี้ ก าลังจะจากไป
หมิงซวงก็พูดท้วงขึ้นทันที
เมื่อได้ยินดังนั้น อู่ อวี้ ก็ชะงักทันที
จริงอย่างที่นางกล่าว เขาหาได้สนใจเสาตรงกลางห้องโถงแม้แต่น้อย ด้วย
เพราะมันเป็นเสายึดอยู่กับพื้นและหลังคา เขาจึงคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ
พระราชวัง
อีกทั้งต าหนักอื่น ๆ ก็มีอยู่เสามากมาย
แต่เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าไม่มีเสาอยู่ในห้องโถงหลักของราชวังหมื่นเซียน
เขาจึงไปตรวจสอบเสาอีกครั้งอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เสาต้นนี้หนาและเป็นสีด าทั้งต้น ทั่วทั้งพื้นผิวเต็มไปด้วยลายสลักมากมาย
ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าลายสักสลักเหล่านี้คืออะไร ดังนั้นเขาจึงตรวจสอบไปรอบ ๆ
แล้วพบว่ามันดูเหมือนเป็นอสูรตนหนึ่ง ไร้แขนไร้ขา มีแค่ร่างกายและปาก
ขนาดใหญ่ ดูราวกับว่ามันสามารถกลืนกินสวรรค์แลโลกาได้
สิ่งนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับอสูรกลืนสวรรค์
อันที่จริงวัสดุของเสานี้ดูค่อนข้างหยาบกระด้าง เป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้
ในต าหนักอื่น ๆ จึงท าให้ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นแค่เสาธรรมดา ๆ แต่
เมื่อใช้เนตรเพลิงที่มองก็พบว่าเสาต้นนี้เป็นเอกเทศของตนเอง นอกจากนี้บน
ตัวเสายังปรากฏร่องรอยของวงเวทย์ให้เห็น
” นี่คืออะไร? ” อู่ อวี้ รู้สึกสับสนเล็กน้อย เมื่อมองอย่างพินิจพบว่ามันจะต้อง
เป็นศาสตราเต๋าวิถีแท้อย่างแน่นอน
เขาเดินวนรอบ ๆ เสาอย่างงุนงง ทันใดนั้นเขาก็พบเห็นแผ่นโลหะเล็ก ๆ บน
พื้น นอกจากนี้ยังมีอักษรจารึกไว้บนแผ่นโลหะดังกล่าว แต่ตอนนี้ถูกปกปิดไป
ด้วยฝุ่นหนา แต่เพราะฝุ่นมันเกาะเกรอะกรังจึงท าให้เขามองไม่เห็นในตอน
แรก
” นี่มัน แผ่นอะไร? ”
แผ่นโลหะดังกล่าวถูกสลักอยู่บนพื้น คงต้องบอกว่าต าหนัก 30,000 หลังด้าน
นอก ทั้งแผ่นภาพค าอธิบายและสมบัติทั้งหมดถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ
เรียบร้อยไว้อย่างดี แต่หลังจากเข้ามาในห้องโถงใหญ่ เขาพบกับสมบัติ
เกลื่อนกลาดกระจัดกระจายไปทั่ว จึงท าให้เขาไม่ทันได้สังเกต
แผ่นโลหะดังกล่าวคือค าอธิบายคุณสมบัติการใช้งานของเสาต้นนี้
สายตาของ อู่ อวี้ มองลงมายังอักษรตัวเล็ก ๆ ที่เขียนไว้บนแผ่นโลหะ
ถึงแม้จะเห็นเสาต้นนี้แต่เขาก็ยังไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมากนัก เพราะตั้งแต่ก้าว
เหยียบเข้ามาในโถงนี้ เขาก็ตื่นตาตื่นใจไปกับสมบัตินานัปการละลานตาไป
หมด ฉะนั้นจึงไม่รู้สึกแปลกใจอันใดหากจะเห็นเพิ่มขึ้น
แต่หลังจากอ่านข้อความเขาก็รู้สึกติด ๆ ขัด ๆ บางอย่าง
ข้อความเขียนว่า ‘มีอสูรบรรพกาล นามว่าอสูรชมพูทวีป วิญญาณของมันถูก
น ามาใช้เป็นวิญญาณศาสตรา โดยมีโลหะอุกกาบาตสวรรค์เป็นวัตถุดิบ ซึ่ง
ใช้เวลาในการหลอมสร้างกว่า 300 ปี จนกลายเป็น ‘เสาสวรรค์ชมพูทวีป’
และมีวงเวทย์จ านวน ‘1 ล้านวง’ กลายเป็น ‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์’ ห่างจากการเป็นศาสตราเซียนเพียงก้าวเดียวเท่านั้น’
” ศักดิ์สิทธิ์ … ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์? ”
อู่ อวี้ รู้สึกงุนงงเป็นไก่ตาแตก
อสูรชมพูทวีป โลหะอุกกาบาตสวรรค์ถูกหลอมสร้างมาเป็นเวลานานกว่าสาม
ร้อยปีแล้ว มันคือศาสตราวิธีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์มีชื่อว่า ‘เสาสวรรค์ชมพู
ทวีป’!
ทั้งล าต้นเป็นสีด าสนิท มีภาพประติมากรรมอสูรร้ายสลักไว้อยู่
ในคราแรกที่เขาไม่สนใจ เพราะเขาสัมผัสไม่ได้เลยว่าเสาต้นนี้เป็นศาสตรา
เต๋า และมันก็มีชื่อว่า ‘เสาสวรรค์ชมพูทวีป’
ศาสตราที่จัดอยู่ในประเภทอาวุธของ อู่ อวี้ ในตอนนี้ก็คือทวนศึก ‘จักรพรรดิ
เสด็จ’ ที่ถูกหลอมสร้างโดยจักรพรรดิโบราณ
จักรพรรดิเสด็จเป็นทวน ซึ่งในตอนแรก ๆ เขาเองก็รู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยสัก
เท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่มีปัญหาและไม่ได้ชื่นชอบอะไรมากนัก
เมื่อเห็นว่า ‘เสาสวรรค์ชมพูทวีป’ มีวงเวทอยู่นับล้านที่เป็นเช่นดั่งต านานมา
ปรากฏอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ แน่นอนว่าเขาย่อมอยากน าเสาสวรรค์ชมพูทวีปต้น
นี้กลับไป เพราะมันจะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขายิ่ง ๆ ขึ้นไป
นี่เป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมา
นอกจากนี้มันยังเป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ มันจึงดึงดูดใจเขาเป็น
อย่างมาก
อย่างไรก็ตามเขาลังเลเล็กน้อยแล้วคิดว่า ” นี่เป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บไว้ในสถานที่แห่งนี้ ถ้าข้าเอามันกลับไปจะพกพาไปไหนมา
ไหนได้ทุกที่หรือไม่? ”
จากนั้นครู่หนึ่งเขาก็คิดว่า ” ตอนนี้ข้าเป็นจักรพรรดิเหยียนหวงแล้วนี่นา
เท่ากับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในท้องพระคลังแห่งนี้เป็นของข้า แล้วท าไมศาสตรา
วิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ ข้าถึงเอาไปใช้ไม่ได้เล่า? ถ้าจักรพรรดิโบราณ
ไม่เต็มใจจะให้เรา แล้วเขาจะเป็นบิดาของข้าได้อย่างไร? ”
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้แล้วเขาจึงตัดสินใจ
เสาสวรรค์ชมพูทวีปตั้งตระหง่านอยู่ที่นี่ เป็นเอกเทศไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ
พระราชวัง ในเมื่อ อู่ อวี้ เป็นเจ้าบ้านดังนั้นเขาจึงไม่คิดมากกับเรื่องนี้อีกแล้ว
หลังจากนั้นเขาจึงเก็บ ‘เสาสวรรค์ชมพูทวีป’ ไว้ในเจดีย์ล่องก าเนิดเพื่อ
ประกันความปลอดภัย
เมื่อเขาเก็บเสาสวรรค์ชมพูทวีปไว้ในที่ ๆ ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยังคง
กวาดตามองไปรอบ ๆ สอดส่ายสายตามองหาสมบัติชิ้นอื่นแต่ก็ยังไม่พบว่ามี
ชิ้นใดที่ดีกว่าเสาสวรรค์ชมพูทวีป ดังนั้นเขาจึงออกจากท้องพระคลังแล้ว
กลับไปที่วังเซียน
ซึ่งเป็นเวลาที่เขาได้รับข่าวคราวจากลั่วผิน นางแจ้งข่าวมาว่านางเดินทางใกล้
ถึงวังสี่สมุทรแล้ว
” ถ้าเช่นนั้นเราไปท าพันธสัญญาเสาสวรรค์ชมพูทวีปที่พิภพปีศาจบรรพกาล
ดีกว่า ”
เสาสวรรค์ชมพูทวีปต้นนี้มีอานุภาพเหนือกว่าตราประทับมังกรเหยียนหวง
เสียอีก คาดว่าคงจะต้องใช้พลังงานจิตเทวะเป็นอย่างมาก ฉะนั้น อู่ อวี้ จึงไม่
รีบร้อน
หลังจากเขาได้รับข่าวคราวจากลั่วผิน ว่านางเดินทางถึงวังสี่สมุทรอย่าง
เรียบร้อยปลอดภัย เขาจึงจะกลับไปยังพิภพปีศาจบรรพกาล แล้วบอกกับ
จักรพรรดิอารามสวรรค์ว่าเขาจะปิดด่านฝึกตน
ทว่าก่อนออกเดินทางไปยังพิภพปีศาจบรรพกาล เขาได้ออกไปด้านนอกเพื่อ
ทดลองควบคุมวงเวทย์ของตราประทับมังกรเหยียนหวงก่อน และแน่นอนว่า
เขาจะต้องไม่พลาดในการทดลองเปิดปิดวงเวทย์คุ้มกันพรมแดนหรืออะไรที่
คล้ายกัน
การได้รับสมบัติล ้าค่าอย่างเสาสวรรค์ชมพูทวีปมาครอบครองอย่างกะทันหัน
เช่นนี้ มันจะช่วยยกระดับพลังรบต่อสู้ของเขาไปถึงขั้นใหม่ ซึ่งสิ่งนี้ท าให้เขา
รู้สึกตื่นเต้นมากไม่น้อย
ในความเป็นจริงมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังอ านาจ แต่ขึ้นอยู่กับอ านาจและ
ประสิทธิภาพในการต่อสู้ กล่าวได้ว่ายามนี้เขามีความเข้าใจในศาสตราวิถีแท้
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในครอบครองของเขาได้อย่างถ่องแท้เกือบทุกชิ้นแล้ว
เขาสามารถออกไปที่ใดก็ได้ โดยเฉพาะในอาณาเขตเหยียนหวง นอกจากจักร
โบราณแล้ว คงไม่มีผู้ใดเทียบเคียงเขาได้ ต่อให้เป็นบุคคลที่อยู่ในระดับ
เดียวกับจักรพรรดิอารามสวรรค์ เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถจัดการคนนั้นได้
อย่างง่ายดาย
ในเหยียนหวงเขามีชีวิตเสมือนดั่งเทพเซียนก็ไม่ปาน
เขาออกมาจากราชวังหมื่นเซียน แล้วไปปรากฏยังเขตพระราชฐาน เขาตรงไป
ยังอาณาเขตพระราชฐานอย่างไม่เร่งรีบ ล าดับแรกเขาจะทดลองเปิดปิดวง
เวทของเขตพระราชฐานดูก่อน
ระหว่างทางที่เขาเดินไปยังเขตพระราชฐาน ได้บังเอิญพบเจอกับเหล่าขุนนาง
ซึ่งพวกมันต่างรีบคุกเข่าลงกับพื้นให้เขาอย่างร้อนรน พร้อมกับตะโกนเอ่ย
ขานนามจักรพรรดิอวี้ บางคนรู้ว่าเขาคือ อู่ อวี้ บางคนไม่รู้
เขาไม่ตอบสนองใด ๆ แค่รีบเร่งเดินหน้าต่อไป หลังจากนั้นคนที่คุกเข่าคารวะ
ก็แยกย้ายกันไปท ากิจของตนเอง
ในอดีตเขาไม่รู้ว่า ถ้าตนเองเคลื่อนไหวในเขตพระราชฐานจะถือเป็นเรื่อง
ใหญ่ถึงเพียงนี้
ยกตัวอย่างเช่นมีผู้คนที่อยู่ตามถนนหนทางทันทีที่ได้เห็น อู่ อวี้ ก็รีบคุกเข่ากับ
พื้นดินอย่างพินอบพิเทา
ในหมู่พวกเขามีบางคนรู้จักของ อู่ อวี้ อย่างเช่นชวีอิ๋นแห่งกองทัพมังกรเพลิง
” จักรพรรดิอวี้ ” ร่างของชวีอิ๋นสั่นเทา ผมเผ้ากลายเป็นสีเทามันดูแก่ไปมาก
เลยทีเดียว
นี่คงเป็นเพราะลูก ๆ ของมันได้ตกตายไปจนสิ้น
” อืม ” เมื่อต้องเผชิญหน้ากันในตอนนี้ มันก็ไม่ใช่ผู้น่าเกรงขามอีกต่อไป
ชวีอิ๋นดูหวาดกลัว อู่ อวี้ เป็นอย่างมาก
แล้วเขามองไปที่กองทัพมังกรเพลิงด้วยเช่นกัน
อู่ อวี้ ยังจดจ าได้ดีเมื่อครั้งที่เขายังอยู่ในทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง ตอนที่
มองเห็นชวีอิ๋นจากไกล ๆ ชวีอิ๋นดูราวกับเทพเซียนก็ไม่ปาน
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เขาได้เข้าใจโลกอันกว้างใหญ่นี้มากขึ้นแล้ว
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวอันใด อู่ อวี้ มุ่งตรงออกมาด้านนอก และยืนอยู่
ด้านข้างเขตพระราชฐาน หลังจากนั้นเขาจะใช้ตราประทับมังกรเหยียนหวง
ควบคุมค่ายกลนี้ดู ซึ่งถ้าหากเขาได้ลงมือปฏิบัติทดลองด้วยตนเองมันจะยิ่ง
ท าให้เขาเชี่ยวชาญมากขึ้น ภายในเขตพระราชฐานแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ผู้คน
บินเข้ามาจากบนฟ้า ทุกคนจะต้องเข้าทางประตู ดังนั้นการที่ อู่ อวี้ จะปิด
เปิดมันในช่วงเวลาสั้น ๆ จึงมิใช่ปัญหาอันใด อีกทั้งมันยังท าให้เขาคุ้นเคยกับ
มหาฟ้าดินซึ่งถูกจัดวางไว้ที่นี่มากขึ้น
รวมถึงค่ายกลของนครเทวะก็สามารถทดลองเปิดปิดได้จากที่นี่ แต่เมื่อเทียบ
กับค่ายกลวงเวทย์ของพระราชฐาน นับว่ามันยังอ่อนแอกว่าเล็กน้อย หาก
ต้องการจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้น ก็ไม่ได้กินพลังงานอะไรมากนัก
ทว่าถึงแม้วงเวทย์ดังกล่าวจะมีอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้ใช้งานอะไร ด้วยเพราะไม่มี
ผู้ใดกล้าบุกเข้ามาในนครเทวะหรือเขตพระราชทาน
ต่อจากนั้นเขาก็จะเริ่มควบคุมวงเวทย์คุ้มกันพรมแดน และนี่ถือเป็นงานใหญ่
ที่สุด
แต่ระหว่างทางเขาได้พบเจอกับสตรีสองนาง หนึ่งในนั้นก็คือพระธิดาซีและ
หญิงชราอีกคน พวกนางจะต้องออกจากเขตพระราชฐาน ด้วยเพราะถึงวัน
ครบก าหนดเส้นตายแล้ว
เมื่อหญิงชราเห็น อู่ อวี้ ก็รีบคุกเข่าลงบนพื้นร่างกายสั่นเทาร ่าไห้ทันทีพร้อม
กล่าวว่า ” ขอให้จักรพรรดิอวี้อายุยืนนาน ”
อู่ อวี้ ไม่รู้จักนาง แต่นางน่าจะเป็นมารดาของพระธิดาซี เป็นหนึ่งในสนมของ
จักรพรรดิโบราณ แต่นางดูแก่ชรามากจริง ๆ
พระธิดาซีมีท่าทางฟึดฟัดขัดขืนเล็กน้อย และนางไม่ยอมคุกเข่า ดวงตาสั่น
เทาเมื่อยามแลมอง อู่ อวี้ นางก็ยังสัมผัสถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากเขาได้
อย่างชัดเจน ว่าแรงกดดันนี้แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
” คุกเข่าลง คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้! ” หญิงชรารีบดึงนางให้คุกเข่าลงด้วยความรัก
ตัวกลัวตาย พระธิดาซีดูอึดอัดเล็กน้อย แต่ก็ยังคุกเข่าลงก้มศีรษะให้แก่ อู่
อวี้
ซึ่งมันท าให้ อู่ อวี้ งงงวยเล็กน้อย
เพราะเขาคือจักรพรรดิเหยียนหวง พระธิดาซีจึงต้องคุกเข่าลงให้กับเขาอย่าง
ง่ายดาย
” ไม่ต้องมากพิธี ไปเถอะ ”
อู่ อวี้ โบกมือ
” เพคะ จักรพรรดิอวี้ ” จากนั้นหญิงชราก็ลุกขึ้นแล้วดึงพระธิดาซีจากไป
เขาพยายามสงบสติอารมณ์ลง เพราะยามนี้เข้าใจถึงพลังอ านาจได้อย่าง
ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แล้วทันใดนั้น เขาก็ทะยานข้ามผ่านนครเทวะไปยังจุดที่ตนเองต้องการ
ระหว่างทางผู้คนที่คุกเข่าต่างมองเขาด้วยความเคารพย าเกรง
ด้วยเพราะไม่ว่าจะเป็นนครเทวะ หรืออาณาจักรโบราณเหยียนหวง ล้วนเป็น
ของเขาทั้งหมด
เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเวลานี้ตนเองเป็นเจ้าเหนือหัวของอาณาจักรผู้ฝึกตน
แล้ว ทุกคนล้วนให้ความเคารพหวั่นเกรงแก่เขา สามารถควบคุมทุกสิ่งทุก
อย่างได้ทั้งหมด ความรู้สึกของการมีอ านาจอันแสนยิ่งใหญ่นี้มันเป็นอะไรที่ไร้
ที่เปรียบอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้เขาจะไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้มาก่อน แต่
อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นเจ้าชายจึงพอจะเข้าใจมันได้
อย่างไรก็ตามอาณาจักรนี้มันกว้างใหญ่เกินไปจริง ๆ
เมื่อเขาอยู่เพียงล าพังก็เริ่มไตร่ตรองวงเวทย์คุ้มกันพรมแดน ในฐานะที่เขา
เป็นเจ้าเหนือหัว ฉะนั้นเขาจะต้องควบคุมมันได้อย่างแน่นอน เขาสามารถ
เปิดหรือปิดวงเวทย์คุ้มกันพรมแดนให้ใครเข้าหรือออกจากที่นี่ก็ได้ตามใจ
ต้องการ
เขาสามารถกระตุ้นพลังวงเวทย์คุ้มกันพรมแดน เพื่อใช้สังหารทุกอย่างใน
อาณาจักรนี้ได้
ด้วยอ านาจนี้เขาเหมือนกับเทพสวรรค์อย่างแท้จริง
ขณะที่เขาจมอยู่ในโลกแห่งอ านาจ เขาก็ได้รับสารแจ้งข่าวจากลั่วผินอีกครั้ง ”
ข้ามาถึงที่หมายอย่างปลอดภัยวงเวทย์เปิดแล้ว โปรดจ าไว้ว่าท่านคือยอดรัก
ของข้า ”
อู่ อวี้ หัวเราะ
เขารู้ว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องไปพิภพปีศาจบรรพกาล
—————
จบไปแล้วกับเล่มที่ 9 ส าหรับเล่มต่อไปนั้น ราคาจะถูกปรับขึ้นไปอยู่ที่ 30
เหรียญทองตามเดิม และ และ และ และ เล่มที่ 9 จะยังคง 20 เหรียญทอง
ตามเดิมจร้า!!!!