กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1158: อสูรชมพูทวีป
ก่อนที่เขาก าลังจะไปพิภพปีศาจบรรพกาล สิ่งแรกที่ท าคือส่งยันต์สื่อสารไป
แจ้งข่าวเรื่องนี้ให้แก่ลั่วผิน เมื่อนางกลับมาถึงวังสี่สมุทรก็ได้รับข้อความจาก
เขา
หลังจากนั้นเขาก็กลับมาพูดคุยกับจักรพรรดิอารามสวรรค์ ว่าตนเองจะปิด
ด่านฝึกตนอยู่ที่ราชวังหมื่นเซียน หากไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใดให้จักรพรรดิ
อารามสวรรค์จัดการได้เลย ห้ามรบกวนเขาเป็นอันขาด
ต่อให้เขาไม่ได้แสดงตนในอาณาจักรโบราณเหยียนหวง ก็ยังคงรุ่งเรืองอยู่
เช่นเดิม ดังนั้นเขาจึงไม่จ าเป็นต้องห่วงกังวลเรื่องของที่นี่
เขาเปิดประตูสู่พิภพปีศาจบรรพกาลในราชวังหมื่นเซียน หลังจากผ่านไป
ประมาณหนึ่งก้านธูป ประตูที่จะน าไปสู่อีกพิภพก็ถูกเปิดออก อู่ อวี้ ไม่ลังเลที่
จะเข้าสู่พิภพปีศาจบรรพกาลทันที
ครั้งล่าสุดที่เขาจากมา ก็เพื่อความปลอดภัยของคนที่อยู่ทางฝั่งนี้ ด้วยเหตุนี้
เขาจึงมิได้เปิดประตูพิภพปีศาจบรรพกาลภายในวิหารจิตเทวะ แต่เลือกที่จะ
เปิดในป่าแทน
ยามนี้ประตูพิภพปีศาจบรรพกาลปิดลงแล้ว และมันอยู่ในมือของเขา อู่ อวี้
หลังจากนั้นเขาก็เก็บมันไว้ในกระเป๋า เมื่อรู้ว่าทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่น เขา
ก็รู้สึกรู้สึกโล่งใจอย่างยิ่ง
ดูเหมือนว่าเวลานี้ เขาตัดขาดจากการเชื่อมต่อกับชมพูทวีปโลกธาตุอย่าง
สิ้นเชิง
ตอนนี้คนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุด ล้วนอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว
เหลือเพียงลั่วผินที่ยังอยู่ชมพูทวีปโลกธาตุ แต่ก็ยังโชคดีที่ยังอยู่ภายใต้การ
คุ้มครองของวังมังกรสี่สมุทร
เดิมเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับจักรพรรดิโบราณ แต่เมื่อเห็นว่าผ่านไปได้อย่าง
ราบรื่น เขาคิดว่าจักรพรรดิโบราณไม่น่าจะท าอันตรายใด ๆ ได้อีก ฉะนั้น
ระหว่างนี้เขาควรจะยกระดับตนเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะท าได้
” ไม่รู้ว่าเรื่องของมารดาข้านาม ‘ซูซ่างเซียน’ กับ ‘วิมานสวรรค์ซูหยี่’ จะเป็น
เรื่องจริงหรือไม่? ”
ความทรงจ าของเขาบิดามารดาของเขาตกตายไปตั้งแต่เขายังเยาว์ หลังจาก
นั้นอู่หยูก็เป็นผู้ดูแลเขามาตลอด
ความรู้สึกของการมีมารดามันจะเป็นเช่นไรนะ? อู่ อวี้ รู้สึกไม่ค่อยแน่ใจ
หากยกเว้นเรื่องที่เย่ซีซีเกลียดชังจักรพรรดิโบราณมาก ๆ แล้วนั้น เขาเองก็
แอบหวังว่าจักรพรรดิโบราณจะไม่หลอกลวงตนเอง เพราะประการแรก เขา
จะได้ไม่ต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลังอีก ประการที่สองเขาหวังว่าบิดา
มารดาของเขายังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้
ดังนั้นเขาจึงรู้สึกขัดแย้งอยู่ไม่น้อย
” เอาล่ะ… เราควรจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนและพัฒนาตัวเอง ลั่วผินจะ
กลายเป็นเซียนอมตะในไม่ช้า เมื่อถึงเวลานั้นนางจะไปอยู่ที่วังสวรรค์โดยไม่
รู้จักผู้ใดเลย ฉะนั้นเราจะปล่อยให้นางอยู่เพียงล าพังไม่ได้ พวกเราจะไม่แยก
จากกันและจะต่อสู้ไปด้วยกัน ข้าจะพยายามไล่ตามนาง! ”
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือการต่อสู้แลฝึกฝน
หากกล่าวถึงพลังรบ นับตั้งแต่ที่เข้าได้รับเสาสวรรค์ชมพูทวีปมา ความ
แข็งแกร่งปัจจุบันของเขาคงไม่ด้อยไปกว่าลั่วผิน
ทันทีที่มาถึงพิภพปีศาจบรรพกาล เขาก็เห็นกระต่ายเพลิงตัวน้อยที่ยังอยู่ใน
ช่วงเวลาแห่งการฆ่า เขายังจดจ าได้ดีครั้งแรกที่เขามาเหยียบที่นี่เขารู้สึก
หวาดกลัวและตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก แต่ส าหรับตอนนี้เมื่อได้มาพบเจอ
มันอีกครั้ง เขาก็ท าได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่นเท่านั้น
แล้วทันทีที่กระต่ายเพลิงเห็นเขา มันก็รู้สึกเดือดดาลเป็นอย่างมาก ในหัวของ
มันตอนนี้มีเรื่องฆ่าฟันเท่านั้น เมื่อเห็นศัตรูอยู่ตรงหน้ามันก็รีบพ่นเปลวเพลิง
เข้าใส่ อู่ อวี้ อย่างไม่รีรอ ส่วนความเร็วนั้นจัดว่าว่องไวอย่างมาก
ทว่ายามนี้ อู่ อวี้ ได้สวมใส่ ‘เสื้อคลุมมังกรทองค าศักดิ์สิทธิ์’ ทับอยู่ในร่าง เมื่อ
เปลวเพลิงระเบิดใส่บนร่างของ อู่ อวี้ มันก็จางหายไปทันที
อู่ อวี้ ไม่ใช่คนที่เพิ่งเคยเข้ามาในสู่พิภพปีศาจบรรพกาลนี้ครั้งแรก
ฉะนั้นเขาจึงเกียจคร้านเกินกว่าจะมานั่งใส่ใจที่จะต่อสู้กับเจ้ากระต่ายน้อย
เช่นนี้ เขาใช้เมฆาตลบฟ้ากระโดดออกไปยังทิศทางของ ‘วิหารจิตเทวะ’ อย่าง
รวดเร็ว
เนื่องจากต าแหน่งที่ตั้งของวิหารจิตเทวะ ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด ถ้าไม่มีร่าง
กลืนสวรรค์อยู่ เขาคงตามหาต าแหน่งของมันได้ยากมาก
เวลานี้ หนานซาน หวางเยว่ กับคนอื่น ๆ ก าลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการฝึกฝน
อีกทั้งยังต้องท าสิ่งส าคัญอย่างท าพันธสัญญากับศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมันไม่ได้ง่ายดายเหมือน อู่ อวี้
ดังนั้นหากต่อให้เขากลับมาที่วิหารจิตเทวะก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ก่อนที่
ร่างต้นจะมาถึงร่างกลืนสวรรค์บอกเล่าเรื่องราวรายละเอียดให้แก่ทุกคนได้
ทราบแล้ว ซึ่งมันก็ท าให้ หนานซาน หวางเยว่ กับเย่ซีซีโล่งใจเป็นอย่างมาก
” บางทีเขาอาจจะเป็นบิดาของเจ้าจริง ๆ ก็ได้ ไม่เช่นนั้นร่างต้นจะพาทุกคน
มาที่นี่อย่างง่าย ๆ ได้อย่างไร ” เย่ซีซีก้มศีรษะท าหน้าเศร้า
” โลกวันนี้ไม่มีอะไรแน่นอนอย่าได้รีบด่วนสรุป อย่างน้อยพวกเราก็รู้สึกว่าวิธี
นี้ท าให้เราปลอดภัยมากที่สุด ท าให้เราสบายใจมากขึ้น และสิ่งที่เราควรจะ
ท าตอนนี้ก็คือ พยายามยกระดับตัวเองให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะท าได้ ” อู่ อวี้
บอกนาง
” พี่ชายอวี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้ากับท่านผูกพันกันด้วยใจไม่มีวัน
เปลี่ยนแปลง” เย่ซีซีพูดอย่างจริงจัง
อู่ อวี้ ปลอบโยนนางอีกครั้ง แล้วโยน ‘เรือรบอนันต์กาล’ ให้ หนานซาน หวาง
เยว่ พร้อมกล่าวว่า ” นี่เป็นเครื่องอ านวยความสะดวกของพวกเราในพิภพ
ปีศาจบรรพกาลนี้ ซึ่งดีกว่านาวาซ่อนเซียนมากนัก ”
หนานซาน หวางเยว่ พูดว่า ” วูววว … นี่มันของระดับศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
นภาเลยนี่นา ดูเหมือนว่าเจ้าจะรับทรัพย์เต็ม ๆ! ตอนนี้มีศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาอยู่มากเกินไป คาดว่ากว่าจะท าพันธสัญญาควบคุมมันได้
อย่างเต็มที่ คงต้องใช้เวลากว่าหนึ่งปี! ”
” ใช้เวลาหนึ่งปีงั้นหรือ แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นพวกเราจะมีเวลา
เหลือพอ ให้ใช้ยกระดับฝึกฝนตนเอง ”
เขารู้สึกโล่งใจจากการผ่านอุปสรรคความขัดแย้งบางประการ ปัจจุบันพวก
เขาทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียว นั่นก็คือฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรมุ่งสู่การเป็นเซียน
อมตะ
เมื่อเทียบกับพวกเขา อู่ อวี้ มีเวลาถึงห้าเท่า
อู่ อวี้ ยังบอกอู่หยูกับเฟิงซัวหยาเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาบ้าง พวกเขาก็ดูรู้สึก
โล่งใจมากเช่นกัน เมื่อได้เห็นร่างต้นของ อู่ อวี้ ที่พวกเขาคุ้นเคยสนิทใจ
เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่พวกเขาต้องพบเจอพูดคุยกับร่างกลืนสวรรค์ของ อู่
อวี้ ซึ่งมันท าให้พวกเขาตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย ตลอดเวลาที่ทั้งสองอยู่ที่นี่ก็
ก้มหน้าก้มตาฝึกฝนอย่างพากเพียรบากบั่น ยิ่งเมื่อได้รับค าชี้แนะจาก อู่ อวี้
ยิ่งท าให้พวกเขาทั้งสองคนก้าวหน้าอย่างมาก
หากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น พวกเขาก็ยังมีหงส์ทมิฬกับกิเลนเงินคอยปกป้อง
พิทักษ์รักษา ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วหุ่นเชิดเหล่านี้ล้วนมีพื้นฐานฝึกตนจัดอยู่ใน
ระนาบบนสุด
หลังจากตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว อู่ อวี้ จึงเข้าสู่ห้วงแห่งสมาธิ ภายใน
วิหารจิตเทวะแห่งนี้ช่างเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนล้วนจดจ่ออยู่กับการ
ฝึกฝนยกระดับตนเอง แน่นอนว่าตัวเขาก็ไม่มีข้อยกเว้น
ซึ่งการบ าเพ็ญเพียรฝึกฝนส่วนใหญ่ล้วนมุ่งเน้นไปที่ การท าพันธสัญญากับ
‘ศาสตราวิถีแท้วิญญาณภา’
ร่างต้นและร่างแยกของเขา ล้วนอยู่ภายในเจดีย์ล่องก าเนิด โดยมุ่งเน้นไปที่
การท าพันธสัญญากับ ‘เสาสวรรค์ชมพูทวีปโลกธาตุ’ จากนั้นก็ท า
ความคุ้นเคยกับ ‘เครื่องราช’ ทั้ง 4 ชิ้นของจักรพรรดิเหยียนหวง จนสามารถ
ใช้งานวงเวทย์ทั้งหมดได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนี้ร่างกลืนสวรรค์ ยัง
จ าเป็นต้องท าความเข้าใจวงเวทย์ทั้งหมดของ กระบี่แก่นมังกรนวดารา เจดีย์
นภา และ ม้วนภาพชมพูทวีปโลกธาตุ ให้ได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย
ด้วยเพราะตอนนี้เขามี เสาสวรรค์ชมพูทวีป กับ กระบี่แก่นมังกรนวดาราแล้ว
ดังนั้นศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภาอย่างจักรพรรดิเสด็จกับตราจักรพรรดิที่ อู่
อวี้ ไม่ได้ใช้งาน จึงสามารถปลดพันธสัญญา แล้วน ามันไปเก็บไว้ใน
ท้องพระคลังได้ดังเดิม
ท่ามกลางศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภามากมาย สิ่งเดียวที่เขายังไม่ได้ท า
พันธสัญญาด้วยก็คือ เสาสวรรค์ชมพูทวีป เพราะในท้ายสุดแล้วมันคือ
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้จะมีเคล็ดสะบั้นจิต แต่เพื่อรับประกัน
ความปลอดภัย อู่ อวี้ จึงน ามันมาที่พิภพปีศาจบรรพกาลด้วย จากนั้นเขาก็
ร่วมมือกับร่างกลืนสวรรค์ ท าพันธสัญญากับเสาสวรรค์ชมพูทวีป
” บางทีภายในชมพูทวีปโลกธาตุแห่งนี้ มันอาจเป็นศาสตราวิถีแท้วิญญาณ
ศักดิ์สิทธิ์เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ”
อู่ อวี้ ตั้งเสาสวรรค์ชมพูทวีปไว้กลางเจดีย์ล่องก าเนิด เสาสีด าขนาดใหญ่ ที่
สลักไว้ด้วยอสูรยักษ์ตนหนึ่ง
แทบจะในเวลาเดียวกัน จิตเทวะของร่างต้นและร่างกลืนสวรรค์ ต่างบุก
ทะยานเข้าสู่โลกแห่งจิตวิญญาณของเสาสวรรค์ชมพูทวีป เพื่อเตรียมพร้อม
เผชิญหน้ากับศาสตราวิญญาณ
จากค าแนะน า วิญญาณศาสตรานี้มีชื่อว่า ‘อสูรชมพูทวีป’ ความหมายของ
ชมพูทวีปหมายถึงโลกมนุษย์ ดังนั้นจึงพูดได้ว่ามันคือ ‘อสูรร้ายแห่งโลก
มนุษย์’
มันคือสรรพเทวะวิญญาณ ที่ถือก าเนิดขึ้นท่ามกลางสวรรค์และปฐพี
ภายในโลกแห่งจิตวิญญาณนี้ เสมือนดั่งยืนอยู่บนห้วงแห่งจักรวาล ที่ว่าง
เปล่าไร้ซึ่งหมู่ดาว ไม่มีอะไรนอกจากความเงียบสงัดและความมืดเพียง
เท่านั้น
เมื่อ อู่ อวี้ เข้ามาในส่วนลึกของโลกที่เงียบสงัดราวกับความตาย ท่ามกลาง
ความมืดมิด เขาแลเห็นกลุ่มก้อนเมฆหมอกสีด าทะมึน ค่อย ๆ ขยาย ก่อตัว
ผสานรวมกัน กลายเป็นอสูรร้ายตนหนึ่ง จากนั้นมันก็ค่อย ๆ เปล่งเสียง
ค าราม
” อสูรชมพูทวีป ช่างคล้ายคลึงกับร่างกลืนสวรรค์ยิ่งนัก ”
สามารถแลเห็นได้ว่า บางครั้งบางครากลุ่มหมอกนั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็น
กระแสน ้าวน และบางครั้งก็กลายเป็นอสูรร้าย อู่ อวี้ ก็ค้นพบบางอย่างจาก
ร่างของมัน
เพราะร่างกลืนสวรรค์ที่อยู่ข้าง ๆ เขาก็สามารถท าเช่นเดียวกันได้
ระหว่างที่ครุ่นคิดเรื่องของหมอกสีด าเหล่านั้นอยู่ ทันใดนั้นมันก็ควบแน่น
กลายเป็นอสูรยักษ์ ซึ่งมีรูปลักษณ์อันแปลกประหลาด ท่ามกลางท้องเวหาที่
ไร้ซึ่งหมู่ดาว บนหัวของมันมีปากขนาดใหญ่ มีร่างกายเป็นเหมือนกับไส้เดือน
ไร้ซึ่งแขนขา ส่วนท่อนบนดูเหมือนจะมีเลือดเนื้อ แต่ตรงปลายหางของมัน
ยังคงเป็นหมอกควันมืดครึ้มเช่นดังเดิม เสมือนดั่งหนอนทมิฬยักษ์ท่ามกลาง
ห้วงแห่งจักรวาล ไร้หัวไร้หาง
แต่เมื่อมันมีเลือดเนื้อ ความแตกต่างระหว่างมันกับร่างกลืนสวรรค์ก็ปรากฏ
ออกมาให้เห็น เพราะร่างกลืนสวรรค์ของ อู่ อวี้ ไม่มีเลือดเนื้อ เป็นเสมือนดั่ง
จิตเทวะของ อู่ อวี้
คาดว่า นี่น่าจะเป็นร่างที่แท้จริงของอสูรชมพูทวีป
ดูเหมือนมันจะไร้ซึ่งปัญญา ทว่าหลังจากการปรากฏกายของ อู่ อวี้ ก็ให้
ความรู้สึกเสมือนว่า เขาเพิ่งปลุกมันให้ตื่นจากห้วงแห่งนิทรา แต่ยังไม่ทันได้
พูดอันใด มันก็อ้าปากขนาดใหญ่ กลืนกิน อู่ อวี้ เข้าไปทันที! ปากของมันเปิด
กว้างจนมีขนาดใหญ่มาก เมื่อ อู่ อวี้ ต้องเผชิญหน้ากับมัน เขาก็กลายเป็น
เหมือนฝุ่นละอองเล็ก ๆ ที่ก าลังจะถูกกลืนกิน!
ภายในปากของมัน เป็นเสมือนดั่งหลุมด าอันไร้สิ้นสุดที่น่าสะพรึงกลัวเป็น
อย่างยิ่ง
” บัดซบ นี่มันอะไรกัน! ”
อู่ อวี้ สบถอยู่ในใจ จากนั้นก็ลงมือตอบโต้ พร้อมปลดปล่อย ‘เคล็ดสะบั้นจิต’
ที่เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว ชั่วขณะที่มันเข้ามาใกล้เขามากที่สุด เคล็ดสะบั้นจิต
ก็ระเบิดออกไปทันที
” ก๊าซซซ!!! ”
อสูรชมพูทวีป ส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว มันบินทะยานออก
ห่างจากไปไกลลิบ ในสายตาของ อู่ อวี้ อสูรชมพูทวีปได้รับบาดเจ็บอย่าง
สาหัส ร่างกายขนาดใหญ่ส่วนเนื้อหนังบิดเบี้ยวอยู่บนท้องเวหา! มันดู
เหมือนกับไส้เดือนที่ก าลังดิ้นพล่าน ๆ ไปมาอย่างบ้าคลั่ง คงต้องบอกว่ามัน
ไม่ได้ดูน่าขยะแขยง แต่กลับดูน่ากลัวเล็กน้อย
ลงมือจัดการได้อย่างรวดเร็ว!
หลังจากปลดปล่อยเคล็ดสะบั้นจิต เขาจ าเป็นต้องพักฟื้นจิตวิญญาณ แล้ว
ปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์ ที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้ในโลกแห่งจิตวิญญาณเช่นนี้
จัดการมัน จากนั้นร่างกลืนสวรรค์ อู่ อวี้ ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นกระแสน ้าวน
ขนาดใหญ่ เสมือนดั่งเครื่องบดเนื้อ เคลื่อนตัวเข้าไปหาอสูรชมพูทวีป!
” วูววูววูว … ” ไม่คาดคิดว่า เมื่อร่างกลืนสวรรค์ทะยานเข้ามาหามัน อสูรชมพู
ทวีปก็หดหัวของมันลงด้วยความหวาดกลัว พร้อมเปล่งเสียงร้องครวญคราง
ราวกับว่ามันยอมศิโรราบให้แก่ อู่ อวี้ อย่างสมบูรณ์
อู่ อวี้ ยังไม่ทันได้ตอบสนองเสาสวรรค์ชมพูทวีป วงเวทย์อยู่นับล้านก็ปรากฏ
ขึ้นเบื้องหน้าของเขา นี่แสดงให้เห็นว่าเขาท าพันธสัญญากับเสาสวรรค์ชมพู
ทวีปเรียบร้อยแล้ว สัญลักษณ์แห่งการท าพันธสัญญาของเขา ได้ประทับลง
ไปบนศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกว่ามันน่า
เหลือเชื่อมากทีเดียว
” เจ้ากลัวข้างั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ในร่างกลืนสวรรค์เอ่ยถามมัน
” วูววูววูว… ” อสูรชมพูทวีป ร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
” ท าไม? ”
เห็นได้ชัดว่าอสูรชมพูทวีป มีปัญญาต ่า จึงไม่สามารถตอบค าถามของเขาได้
อู่ อวี้ ถามค าถามอีกสองสามข้อ มันเหมือนกับว่าเขาก าลังคุยอยู่กับลูกสุนัข
ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบว่า เหตุใดมันถึงยอมจ านนให้แก่ตนด้วยความหวาดกลัว
เช่นนี้
” เป็นไปได้ว่าข้ามีพลังของบรรพชนมารกลืนสวรรค์ ซึ่งอยู่เหนือยิ่งกว่าอสูร
ชมพูทวีปในต านาน ”
อู่ อวี้ กล่าวสรุป
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาน่าจะเป็นสรรพเทวะวิญญาณประเภทเดียวกัน
——————–