กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1160: ความลับในพิภพปีศาจบรรพกาล
กระบวนท่าสังหารสุดท้าย พิฆาตหมื่นเทวะบรรพกาล!
แสงดาราสาดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน ประดุจดั่งห่าพิรุณโปรยปราย จนทั่ว
ทั้งร่างของมังกรเทวะทองค าเต็มไปด้วยรูพรุนจ านวนมากมายนับไม่ถ้วน
เมื่อมาถึงขั้นนี้ ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่สามารถลงมือตอบโต้เขาได้แม้แต่น้อย และ
กลายเป็นฝ่ายที่ถูกสังหารตกตายไปในท้ายสุด
ไม่ใช่ว่ามังกรเทวะทองค าอ่อนแอจนไร้ซึ่งก าลัง แต่เนื่องจากศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาของ อู่ อวี้ แข็งแกร่งจนเกินไป โดยเฉพาะกระบี่แก่นมังกรนว
ดารา
อู่ อวี้ ร่างต้นยังไม่ทันได้ใช้เสาสวรรค์ชมพูทวีปโลกธาตุกับตราประทับมังกร
เหยียนหวง มังกรเทวะทองค าก็ไม่สามารถทานทนได้อีกต่อไป
ผ่านไปไม่ถึง 5 ลมหายใจ กระบี่แก่นมังกรนวดาราก็ฉีกกระชาก สับร่างของ
มังกรเทวะทองค าเป็นชิ้น ๆ
การต่อสู้ในครั้งนี้ ท าให้ อู่ อวี้ เข้าใจความแข็งแกร่งของตนเองมากขึ้น
หลังจากจัดการมังกรเทวะทองค าได้แล้ว เขาก็จ าเป็นต้องรออีก 2 – 3 วัน
เพื่อให้มันฟื้นคืนสู่สภาพสมบูรณ์ จากนั้น อู่ อวี้ จะทิ้งมันไว้ในวิหารจิตเทวะ
เพื่อคอยปกป้องพิทักษ์พวกเขา
ช่วงเวลาที่เขาออกห่างจาก หนานซาน หวางเยว่ และคนอื่น ๆ การมีมังกรเท
วะทองค าคอยปกป้องพิทักษ์อยู่ในวิหารจิตเทวะ จะท าให้เขารู้สึกโล่งใจมาก
ขึ้น
กล่าวได้ว่ายามนี้ เขาท าพันธสัญญากับศาสตราวิถีแท้สุดยอดวิญญาณของ
ตนเองได้อย่างสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็ตามส าหรับ หนานซาน หวางเย่ว และ
คนอื่น ๆ ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงต้องการร่วมมือกับร่างกลืนสวรรค์ เพื่อออกไปส ารวจโลกด้าน
นอก
โดยมีมังกรทองค า กิเลนเงิน และ หงส์ทมิฬ คอยปกป้องอยู่ในวิหารจิตเทวะ
เพียงเท่านี้ อู่ อวี้ ออกไปส ารวจโลกภายนอกได้อย่างโล่งใจแล้ว
ด้วยความแข็งแกร่งของ อู่ อวี้ ร่างต้นกับร่างกลืนสวรรค์ การเดินทางออก
ส ารวจพิภพปีศาจบรรพกาลแห่งนี้ หาได้มีปัญหาใด ๆ แม้แต่น้อย
หลังจากอธิบายให้ หนานซาน หวางเยว่ และคนอื่น ๆ ฟัง อู่ อวี้ ก็เดิน
ทางออกจากวิหารจิตเทวะ
ร่างกลืนสวรรค์ซ่อนตัวอยู่ภายในเจดีย์ล่องก าเนิด โดยมีร่างต้นเคลื่อนไหวอยู่
ภายนอก อู่ อวี้ สวมใส่มงกุฎมังกรห้าสี เสื้อคลุมมังกรทองค าศักดิ์สิทธิ์
รองเท้ามังกรภพดารา ฯลฯ โดยเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกทั้งหมดให้
เป็นเพียงเสื้อผ้าอาภรณ์ธรรมดา
ท าให้อ านาจบารมีแห่งจักรพรรดิบนร่างของเขา ลดทอนลงหลายส่วน
ยิ่งไปกว่านั้น เขาพบว่าภายในพิภพปีศาจบรรพกาลอันแสนผิดปกติแห่งนี้ ดู
เหมือนจะไม่มีใครอยู่เลย อีกทั้งปีศาจที่ อู่ อวี้ เคยพบก่อนหน้านี้ ยังไม่รู้ว่า
เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใด
เขาคิดว่าปีศาจในโลกแห่งนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นแบบมนุษย์ได้
ภายในพิภพปีศาจบรรพกาลทั้งหมด ผืนปฐพีและมหาสมุทรล้วนถูกแบ่งกัน
อย่างละครึ่ง และพื้นที่บนบก หนาแน่นไปด้วยป่าเขียวขจี ต้นพฤกษาสูงใหญ่
ไม่ว่าจะมองไปยังทิศทางใดก็เป็นสีเขียวแทบทั้งหมด
เนื่องจากพิภพแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงมีปีศาจอยู่ไม่มาก
นัก บ่อยครั้งที่พบเห็นปีศาจอยู่ไกล ๆ ปีศาจเหล่านี้มีพื้นฐานฝึกตนต ่ากว่า
ระดับจิตเทวะ พยายามหลบซ่อนตัว จากปีศาจที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า
โดยที่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าพวกมันน่าจะเข่นฆ่ากันเองไปเยอะพอสมควรแล้ว
เหล่าปีศาจที่หลบซ่อนตัวอยู่ ไม่อาจหนีรอดจากเนตรเพลิงของ อู่ อวี้ ไปได้
แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็ไม่ได้ไปรบกวนอะไรพวกมัน
เขามุ่งไปยังทิศประจิมตลอดทาง ซึ่งต าแหน่งที่เขาอยู่ก็ถือว่าใกล้เคียงกับ
มหาสมุทรเล็กน้อย และในระหว่างนั้นเอง เขาก็พบแผ่นดินใหญ่ผืนหนึ่ง
กล่าวได้ว่าผืนปฐพีนี้มีขนาดใหญ่กว่าอาณาจักรโบราณเหยียนหวงถึงสาม
เท่า
เขาขี่เมฆาตลบฟ้า ส ารวจโลกนี้อย่างระมัดระวัง ด้วยความอยากรู้ว่า โลกนี้มี
ความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
จากนั้นก็ใช้ออกด้วยเทียมฟ้าจรดดิน ย่อหดร่างกายจนมีขนาดเล็กสุด
ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เหล่าปีศาจที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า ถือว่ายากจะ
สังเกตเห็นเขาได้
บางครั้งบางคราก็มีปีศาจจู่โจมเข้าใส่เขา แต่ อู่ อวี้ ก็หลบเลี่ยงมัน โดยที่ฝ่าย
ตรงข้ามไม่อาจไล่ติดตามเขามาได้แม้แต่น้อย
“ ดูเหมือนว่ายิ่งเข้าไปลึกมากเท่าไหร่ พลังฟ้าดินก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น
เรียกได้ว่ามากกว่านครเทวะหลายเท่าเลยทีเดียว นอกจากนี้คุณภาพของมัน
ยังสูงมากขึ้นอีกด้วย หากไม่มีช่วงเวลาแห่งการฆ่า ก็ถือว่าสมควรแล้ว ที่
สถานที่แห่งนี้ให้ก าเนิดเทพปีศาจขึ้นมามากมาย! ”
แม้กระทั่งชมพูทวีปโลกธาตุ ยังมีคนที่กลายเป็นเซียนอมตะได้ ยิ่งไม่ต้องพูด
ถึงที่นี่
นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรฝึกตนและสมบัติวิเศษมากมาย ซุกซ่อนอยู่ตามภูผา
แลผืนปฐพี
และปีศาจที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่ามากมาย ก าลังต่อสู้ห ้าหั่นอยู่โดยรอบ
คงต้องบอกว่าโลกแห่งนี้ โหดเหี้ยมดุร้ายยิ่งกว่าชมพูทวีปโลกธาตุ ทุกสรรพ
สิ่งด าเนินไปตามกฎแห่งป่า ปีศาจทั้งหมดเป็นเสมือนดั่งสัตว์ป่าแสนดุร้าย
พวกมันต่างปลดปล่อยแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง ห ้าหั่น
ประหัตประหารเข้าใส่กัน แน่นอนว่าไม่มีวงเวทย์หรือเคล็ดวิชาเต๋าเข้ามา
เกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ อู่ อวี้ แลเห็นว่าวงเวทย์ของที่นี่ดูค่อนข้าง
เรียบง่ายไร้ซึ่งความสลับซับซ้อน หากเปรียบเทียบชมพูทวีปโลกธาตุที่เป็น
เสมือนดั่งดินแดนสุขาวดี ที่นี่ก็คือโลกแสนป่าเถื่อน ที่ไม่มีผู้ใดคอย
ควบคุมดูแลอยู่
โดยเฉพาะในช่วงเวลาฆ่า พวกมันจะคลุ้มคลั่งบ้าเลือดฆ่าฟันกันเอง โลหิต
อาบชโลมพื้นดินไปไกลหลายพันลี้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าปีศาจที่นี่มีขนาด
ค่อนข้างเล็ก คาดว่าในพิภพแห่งนี้ทุกตารางพื้นที่คงเต็มไปด้วยซากศพของ
ปีศาจ
อู่ อวี้ เห็นซากศพของปีศาจตายเกลื่อนกลาดเรียงรายอยู่จ านวนมาก พวก
มันมีรูปร่างคล้ายกับสัตว์ป่าทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ปีศาจเสือซึ่งมีความยาว
ของร่างกายกว่าหนึ่งจั้ง อันที่จริงแล้วมันก็เป็นถึงระดับราชาปีศาจเลยทีเดียว
ถึงแม้รูปร่างไม่ใหญ่โตแต่ก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออันทรงพลัง ซึ่งคล้ายกับ
ร่างกายของ อู่ อวี้ ซึ่งเรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วมีความยืดหยุ่นเป็นเลิศ พลังการ
ต่อสู้นั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจขนาดใหญ่มากมายนัก
ถึงแม้ตัวของพวกมันจะหนาแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่ก็ไม่เท่ากับ อู่ อวี้ ที่มี
พระพุทธรูปอยู่ภายในร่างกาย
เขามุ่งหน้าไปทางทิศประจิมตลอดทาง ซึ่งในทิศทางนั้นมีพลังฟ้าดิน
แข็งแกร่งหนาแน่นเป็นอย่างมาก ยิ่งเขาเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งรุนแรง
แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ต าแหน่งปัจจุบันของ อู่ อวี้ คืออยู่บนยอดเขาสูง
ลักษณะของเขาที่นี่ยาวไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา เขาอยู่ในต าแหน่งที่สูงมาก
เมื่อเงยหน้าก็สามารถมองเห็นยอดเขาที่พุ่งทะลุเมฆาจ านวนนับไม่ถ้วน
แม้แต่ต้นไม้ที่ขึ้นบริเวณเชิงเขาก็เต็มไปด้วยเส้นวิญญาณ บรรยากาศในพื้นที่
ปกคลุมไปด้วยหมอก ให้ความรู้สึกราวกับว่าก าลังอยู่ในแดนสวรรค์
เมื่อสูดลมหายใจเข้าไปแล้วรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเป็นอย่างยิ่ง ท าให้เขามี
ความคิดที่ว่าจะพาอู่หยูกับคนอื่น ๆ มาฝึกฝนบ่มเพาะที่นี่ จะยิ่งท าให้พวก
เขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วขึ้น
อู่ อวี้ ยืนอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก ราวกับว่าในโลกามีเขาอยู่ล าพังเพียงผู้เดียว
ในต าแหน่งที่เขาอยู่สามารถมองเห็นปีศาจได้น้อยมากทั้ง ๆ ที่อยู่ในช่วงเวลา
แห่งการฆ่า
“ ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ คาดจะมีปีศาจอยู่มากมายที่นี่ แต่มันมีประโยชน์
อย่างมากส าหรับพวกเขา ภูเขาใต้ฝ่าเท้าเต็มไปด้วยสมบัตินานาชนิด ”
เมื่อเขาใช้เนตรเพลิงกวาดตามอง ก็พบเห็นวิญญาณเซียนเป็นจ านวน
มากมาย มีสมบัติวิเศษและเส้นวิญญาณมากมาย วิญญาณเซียนเติบโต
อย่างน่ากลัวขึ้นเกลื่อนกลาดกระจัดกระจาย เมื่อเห็นเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะไป
เก็บรวบรวมข้อมูลมันไว้ในคลังสมบัติของตนเอง
หากในมือของเขาไม่มีสมบัติอยู่มากมายเหลือเกิน เขาคงแยกร่างอวตารเป็น
10,000 ร่าง แล้วสั่งให้กระจายค้นหาไปทั่วภูเขา
” ช่างเป็นโลกที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก! ”
อาจเพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการฆ่า ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเห็นซากศพปีศาจเกลื่อน
กลาดมากมาย ซึ่งไม่อาจรู้ได้ว่าช่วงเวลาแห่งการฆ่านี้จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ซึ่งถ้า
โลกนี้ไม่มีช่วงเวลาแห่งการฆ่าไม่รู้ว่ามันจะรุ่งเรืองมากเพียงใด
สิ่งที่เห็นในปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่าวิญญาณเซียนพวกนี้เติบโตขึ้นมากในช่วง
หลายปีที่ผ่านมา
ด้านหน้าเป็นกลุ่มก้อนเมฆาขนาดใหญ่ แผ่ปกคลุมภูเขาไปทั่วทั้งโลกหล้า
นอกจากรุกชาติอันเขียวขจีใต้ผ่าเท้าของเขา ยังมีพลังฟ้าดินสีขาวบริสุทธิ์
ระหว่างสวรรค์และปฐพีด้วย ยิ่งมุ่งหน้าก้าวต่อไป พลังฟ้าดินก็ยิ่งหนาแน่น
รุนแรงมากขึ้น สถานที่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังฟ้าดินเช่นนี้ เสมือนดั่งนครเทวะ
ที่เป็นหัวใจหลักของโลกหล้าก็มิปาน
หลังจากผ่านไปกว่าสิบวัน เขาก็ไม่ทราบว่าได้ปีนผ่านยอดเขาสูงมากี่ลูกแล้ว
ตอนนี้เขาอยู่บนที่ราบสูง และดูเหมือนว่าจะไม่สามารถมองเห็นยอดเขาสูง
กว่านี้ได้อีกต่อไป สภาพแวดล้อมของสวรรค์แลโลกหล้าที่นี่มันดีกว่านครเท
วะถึงสิบเท่า!
ผู้ฝึกตนถือเป็นนายเหนือหัวแห่งขุนเขา และนี่คือโชควาสนาที่ถูกรังสรรค์ขึ้น
ท่ามกลางสวรรค์และปฐพี อู่ อวี้ ยืนอยู่ท่ามกลางม่านเมฆา ด้วยความรู้สึก
สะดวกสบายอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงแผดร้องค ารามของสัตว์ป่าจากทางทิศตะวันตกเฉียง
เหนือ แม้เสียงของมันค่อนข้างแผ่วเบาแต่เมื่อฟังดูอย่างตั้งใจ เขาก็พบว่า
ตนเองไม่ได้หูฝาดไป
“ เราไม่ได้เห็นปีศาจมานานสิบวัน แล้วไฉนถึงมีเสียงค ารามของสัตว์ร้ายที่นี่
ได้? ”
เขากวาดสายตามองหา นี่คือความแปลกประหลาดของพิภพปีศาจโบราณ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงร้องอย่างรวดเร็ว ยิ่งเขาเข้าใกล้
มากขึ้นเท่าไหร่เสียงก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเสียงที่ดังเซ็งแซ่บ่งบอกได้ว่ามี
ปีศาจนานาชนิดรวมตัวอยู่ เสียงของพวกมันฟังดูแล้วโกรธเกรี้ยวหงุดหงิด
วุ่นวายยุ่งเหยิงอย่างมาก
“ ปีศาจทุกตัวอยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่ามิใช่หรือ? เหตุใดถึงได้มีปีศาจ
มากมายมารวมตัวกันอยู่ที่นี่เช่นนี้? หรือจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น? ”
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ได้ยินเพียงเสียงค าราม มิได้ยินเสียงของการต่อสู้ ซึ่งมัน
ก็ไม่ได้เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่เช่นดั่งที่เขาคิด
เขาเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปใกล้ยังทิศทางเป้าหมายให้เร็วมากขึ้น เมื่อเข้ามาใกล้
เขาก็ยิ่งรู้สึกตกตะลึง ด้วยเป็นเพราะว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของปีศาจ
จ านวนนับหมื่นนับพัน ก าลังคลุ้มคลั่งกันอย่างเต็มที่
บนยอดเขาจุดสูงสุดนั้นมี ‘แอ่งกระทะ’ บนยอดเขาแห่งนี้มีแอ่งกระทะปรากฏ
ขึ้นมากมาย ส่วนด้านล่างเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ หลังจากมองที่ด้านล่าง
ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
ด้านล่างมีกรงสีเขียวเข้มหลายพันกรง ทั้งสี่ด้านของกรงนี้ปิดสนิทอย่าง
สมบูรณ์ ดูเหมือนกับก้อนเหมันต์สีเขียว หรืออาจเป็นโลหะกล้าบางชนิด และ
สามารถมองเห็นภายในได้เล็กน้อย
ภายในกรงสีเขียวนี้มีปีศาจรูปลักษณ์แปลกประหลาด และตัวค่อนข้างใหญ่
ถูกขังอยู่ด้านใน มันดูดุร้ายเป็นอย่างมาก อัดกระแทกเข้าใส่กรง กรีดร้อง
ค ารามคลุ้มคลั่งอย่างที่สุด ประเมินจากสายตาพวกมันน่าจะอยู่ในช่วงเวลา
แห่งการฆ่า ที่ส าคัญก็คือไฉนพวกมันถึงถูกอยู่ในกรง และดูเหมือนว่ามัน
ไม่ได้เพิ่งถูกขัง แต่มันถูกขังอยู่ที่นี่มาเป็นเวลานานแล้ว
แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกมันล้วนเป็นปีศาจสายโลหิตชั้นยอด พวกมันล้วน
อยู่ในระดับราชาปีศาจ หรือแม้กระทั่งระดับมหาราชาปีศาจอีก เช่นราชินีมด
ทองค านิล , ปีศาจพฤกษาพันตา , คุนหวู่แปดจิตและปีศาจตัวอื่น ๆ รวมถึง
ปีศาจที่มีดวงตาสีเงิน สิ่งนี้ย ้าเตือน อู่ อวี้ ให้นึกถึงปีศาจบรรพกาลเนตร
ทองค า
ภายในกรงมีปีศาจรูปลักษณ์แปลก ๆ อาทิเช่น มดทองค า , พยัคฆ์ที่มีหัวอยู่
กลางล าตัว , นกอินทรีย์สองหัว , ต้นไม้ปีศาจสีน ้าเงิน , อาชาเผือกมีเขา ,
หมอกทมิฬ , และสุนัขจิ้งจอกสีโลหิตที่มีมากกว่าโหล พวกมันดูดุร้ายคลุ้ม
คลั่งหงุดหงิดอย่างที่สุด โดยเฉพาะเมื่อมันสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของ อู่ อวี้
ดังนั้นทุกตัวจึงเคลื่อนไหวมายังทิศทางของเขา จ้องมองแล้วกรีดร้องอย่างบ้า
คลั่ง
” ปีศาจจ านวนมากถูกขังอยู่ที่นี่? ” อู่ อวี้ รู้สึกอึ้งตะลึงไปพักหนึ่งทีเดียว
เมื่อเขากวาดสายตามองก็พบว่าพวกมันล้วนเป็นปีศาจชั้นสูง บางตัวมีพลัง
ฝีมืออยู่ในระดับ 3 ภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 เลยด้วยซ ้า ซึ่งแม้แต่ตัวเขาก็
ยังยากจะจัดการ
เขามองดูพวกมันทีละตัว แล้วเห็นว่าตรงกลางแอ่งกระทะมีหินทรง ‘เรียว’
ยาวตั้งตระหง่านสูงขึ้นจากบนพื้น เสมือนผลึกแก้ว บนก้อนศิลานั้น ดูเหมือน
จะมีภาพบางอย่างกระพริบเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันดึงดูด อู่ อวี้ อยู่
ไม่น้อย
และจุดที่เขายืนอยู่มันห่างไกลมากเกินไป ดังนั้น อู่ อวี้ จ าต้องเข้าไปใกล้
มากกว่านี้
——————-