กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1161: ปีศาจบรรพกาลเนตรทองค ากับต้นไม้ปรอท
เมื่อ อู่ อวี้ มุ่งหน้ามาที่ก้อนหินผลึก แน่นอนว่าเหล่าปีศาจที่ถูกขังอยู่ในกรงสี
เขียวก็แลเห็นเขาเช่นกัน
ส่งผลให้พวกมันคลุ้มคลั่งเดือดดาลมากยิ่งขึ้นไปอีก ดวงตาสีแดงโลหิตจ้อง
เขม็งมาที่ อู่ อวี้ อย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมจู่โจม พวกมันแต่ละตัวยื่นกรงเล็บมา
นอกกรงตะกุยใส่เขา ขณะที่เดินผ่าน
อู่ อวี้ เดินส ารวจรอบ ๆ กรงเหล่านี้ ปีศาจที่ถูกขังมีมากมายหลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะชนิดใดมันท าให้เขาตื่นหูตื่นตาเป็นอย่างยิ่ง
” คาดกันว่าพวกมันคงสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ล่วงหน้าว่า ‘ช่วงเวลาแห่งการ
ฆ่า’ ก าลังจะมาถึงแล้ว หรือใครบางคนได้คาดการณ์ว่าช่วงเวลาการฆ่าก าลัง
จะมาถึงจึงจับพวกมันมาขังไว้ที่นี่ล่วงหน้า ด้วยวิธีนี้พวกมันจะไม่ฆ่ากันเอง
พอช่วงเวลาแห่งการฆ่าจบลงพวกมันก็จะได้ออกมา ”
อู่ อวี้ รู้สึกว่านี่เป็นวิธีที่ดีกับส าหรับพวกมัน ซึ่งก็เหมือนการนอนหลับพักผ่อน
เหลือแค่เพียงรอเวลาตื่นนอนเท่านั้น
หลังจากดูปีศาจที่นี่เสร็จ เขาก็เข้าไปใกล้หินวิเศษ
ลักษณะของมันเรียวยาวเป็นอย่างมาก เสมือนกับการเอื้อมมือขึ้นไปบน
ฟากฟ้า ตรงกลางหนาปลายเรียวทั้งสองด้าน ส่วนอีกด้านจมแทรกอยู่ในดิน
โดยไม่ขยับเขยื้อน
สิ่งที่ท าให้ อู่ อวี้ รู้สึกมหัศจรรย์ก็คือผลึกหินก้อนที่กระพริบส่องสว่างนี้มีภาพ
ปรากฏขึ้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อมองจากระยะไกลมันค่อนข้างดูสับสน เพราะ
ภาพมันเปลี่ยนเร็วมากเหลือเกิน เรียกได้ว่าภายในหนึ่งลมหายใจมันเปลี่ยน
ภาพไปหลายครั้ง
เพราะตอนนี้อยู่ไม่ไกลนัก จึงท าให้เห็นมันถนัดตามากขึ้น อย่างไรก็ตามดู
เหมือนว่ามันเป็นภาพที่อธิบายไม่ได้
” นี่มันอะไรกันแน่? ” ตอนนี้ อู่ อวี้ ยืนห่างจากหินดังกล่าวน้อยกว่าหนึ่งจั้ง
เขามองมันอย่างตั้งใจ
ก็พบว่ารูปภาพบนหินก้อนนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ภายในระยะเวลาสั้น ๆ อู่ อวี้ เห็นดวงดารามหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แต่วินาที
ต่อมากลับเปลี่ยนเป็นพงพนาที่ใบไม้ทุกต้นเป็นสีฟ้าอ่อน ซึ่งดูแล้วงดงามตา
เป็นอย่างยิ่ง
” รูปภาพเหล่านี้เป็นสถานที่ของพิภพปีศาจบรรพกาลหรือไม่นะ ”
ไม่ว่าจะเป็นดวงดารา , มหาสมุทร , พงพนา , ดินแดนแห้งแล้งรูปแบบต่าง ๆ
และทั้งหมดนี้แตกต่างจากพิภพปีศาจบรรพกาลที่เขาเห็นเล็กน้อย
ตัวอย่างเช่นในภาพของดวงดารามันก็มีดารามากกว่าปกติเกินไป เพราะเขารู้
ดีว่าในยามราตรีบนท้องฟ้าของพิภพปีศาจบรรพกาลหาได้มีดวงดารา
มากมายอย่างที่เห็น
” เป็นไปได้ไหมว่านี่คือพิภพปีศาจบรรพกาลในอดีต อาจจะมีการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างในพิภพปีศาจบรรพกาล ”
อู่ อวี้ คิดเช่นนั้น
ฉับพลันรูปภาพตรงกลางก็เปลี่ยนแปลงไป และมันท าให้เขาต้องเบิกตา
กว้าง!
ในภาพคือกลุ่มของสิ่งมีชีวิตบางอย่างปรากฏขึ้น!
มันไม่ใช่ปีศาจแต่เป็นกลุ่มคน! ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นผู้ฝึกตนแต่ก็ดูแปลกจากที่
เห็น ๆ กันอยู่ทั่วไปเล็กน้อย ทั้งหญิงและชายต่างมีรูปโฉมงดงามโดดเด่น บน
ผิวกายเปล่งประกายราวกับแสงของดวงดารา โดยเฉพาะเส้นผมดูเหมือนจะ
เปล่งประกายเรืองแสงเป็นพิเศษ ดูแล้วเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง ดวงตา
สดใสเปล่งประกายราวกับดวงดารา นี่คือความต่างที่โดดเด่นที่สุด ตาขาว
และนัยน์ตาของพวกเขาดูไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่นัก มันเป็นแค่สีน ้าเงิน
เข้มเล็กน้อย แต่ในนัยน์ตาของพวกเขา สุกใสเปล่งประกายประดุจดวงดารา
บนฟากฟ้า
หลังจากนั้นภาพก็สั่นไหวชั่วคราว บังเกิดเป็นแสงส่องประกาย แล้วก็ตัดภาพ
มาที่ช่วงเวลาต่อมาในทันที อู่ อวี้ ได้เห็นอสูรยักษ์ที่มีรูปร่างคล้ายกับช้างทั่ว
ทั้งร่างของมันส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาราเช่นกัน สิ่งที่ส าคัญก็
คือแม้แต่ช้างก็ไม่มีตาขาว ดวงตาของมันเป็นสีฟ้าเสมือนดั่งท้องฟ้าอันแจ่ม
จรัสที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดารา แต่ละดวงมีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย
” พิภพปีศาจบรรพกาลยังมีเผ่าพันธุ์มนุษย์อยู่เช่นกันหรือนี่? เหมือนมันจะ
อัศจรรย์ยิ่งกว่าชมพูทวีปโลกธาตุเสียอีก? จากภาพที่เห็นทั้งเหล่าสัตว์ทั้ง
รูปร่างทั้งขนาด แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ที่ข้าส ารวจมาปีศาจ
ที่เจอมีแต่ตัวเล็ก ๆ ไม่รู้ว่ายังมีสถานที่ดังกล่าวอยู่อีกหรือไม่? ด้วยเพราะที่นี่
มีขนาดใหญ่กว่าชมพูทวีปโลกธาตุถึงสามเท่า ”
อู่ อวี้ สามารถอธิบายได้แค่เรื่องนี้เท่านั้น
เขายังคงดูภาพต่อไป เก็บข้อมูลประมวลผลไปเรื่อย ๆ ยิ่งดูเขาก็ยิ่งสงสัย
เพิ่มขึ้น
ถึงแม้ว่าพวกปีศาจระดับสูงหลายพันตัวด้านหลังของเขา ก าลังแผดเสียง
ค ารามใส่เขาอย่างระงมกึกก้อง แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้ใส่ใจไม่เพราะพวกมันไม่
สามารถออกมาได้
ท่ามกลางปีศาจเหล่านี้ อู่ อวี้ พบว่าปีศาจประเภทวิหคมีเยอะที่สุด ส่วน
ประเภทสัตว์ป่ามีค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีต้นไม้กิ่งไม้จ านวนมากที่
กลายเป็นปีศาจ แต่ละกรงก็ส่งเสียงดังเป็นอย่างมากราวกับกรงจะพังออกมา
เลยทีเดียว
กล่าวได้ว่าจากจ านวนสองในสามของพวกมัน เป็นบุปผาต้นไม้พืชพันธุ์นานา
ชนิดที่กลายเป็นปีศาจได้ การที่พวกมันสามารถกลายเป็นปีศาจได้ท่ามกลาง
พลังฟ้าดินเข้มข้นหนาแน่นเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติ
ใกล้ ๆ กับที่นี่ อู่ อวี้ ยังพบกับต้นไม้ปีศาจมากมาย พวกมันซ่อนตัวเก่งมาก
ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในระดับจิตเทวะก็ตาม แต่ อู่ อวี้ ก็สามารถมองเห็นได้อย่าง
รวดเร็ว
ต้นไม้เก่าแก่นับพันปี ตั้งตระหง่านซ้อนทับกันอย่างหนาแน่น
นี่คือยอดเขาสูงมาก หากไม่ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจะเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นสีเขียวขจี หาได้ของมีต้นไม้ใบไม้เป็นสีฟ้าเช่นดั่งในภาพ
บนผลึกหิน
เมื่อเข้ามาใกล้ อู่ อวี้ รู้สึกได้ถึงเจตสังหารอย่างไร้สิ้นสุด!
พวกปีศาจที่อยู่ในกรงกรีดร้องค ารามอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันต้องการฉีก
ร่างคนที่อยู่ตรงหน้าให้แหลกเป็นชิ้น ๆ เมื่ออยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลถือเป็น
เรื่องง่ายที่จะได้พบเจอเรื่องราวเหล่านี้ นี่แสดงให้เห็นว่ามีใครบางคนใช้ปีศาจ
สังเกตการณ์ว่าช่วงไหนเป็นช่วงเวลาแห่งการฆ่า
ขณะที่เขาก าลังมองปีศาจเหล่านั้น ยังมีปีศาจที่อยู่ทิศทางตรงข้ามผลึกหิน
เมื่อ อู่ อวี้ หันไปด้านข้างเล็กน้อยเขาก็เห็นร่างสีทองอร่ามในป่าตรงข้าม
ทันใดนั้นเมื่อร่างของมันปรากฏออกมา ก็บังเกิดเป็นแรงกดดันอันแข็งแกร่ง
เนื่องจากทั่วทั้งร่างของมันอาบชโลมไปด้วยโลหิต
” ปีศาจบรรพกาลเนตรทองค า? ”
ซึ่งมันท าให้ อู่ อวี้ ประหลาดใจอย่างที่สุด
ปีศาจที่อยู่เบื้องหน้าเขามีดวงเนตรอยู่นับพัน ทั่วทั้งร่างเป็นชั้นทองค า และมี
ผิวหนังที่ดูราวกับถูกห่อหุ้มด้วยเหล็กกล้า ดวงเนตรนั้นมีนัยน์ตาเป็นสีม่วง
และตาขาวซึ่งดูคล้ายคลึงกับมนุษย์ โดยที่รูปลักษณ์ของมันเป็นลูกสีทองทรง
กลม
แต่เพราะอยู่ในช่วงเวลาแห่งการฆ่า นัยน์ตาสีม่วงและตาขาวจึงถูกแทนที่
ด้วยสีเลือด ซึ่งแสดงถึงความบ้าคลั่ง
ดังนั้นปีศาจที่อยู่เบื้องหน้า อู่ อวี้ ยามนี้ คือปีศาจดวงเนตรสีโลหิตที่ทั่วทั้งร่าง
ถูกปกคลุมด้วยทองค า หากเป็นดั่งที่ อู่ อวี้ คาดไว้ มันก็คือ ปีศาจบรรพกาล
เนตรทองค า ในคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ปีศาจตน
เดียวกับที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์จักรพรรดิปีศาจสวรรค์ เพียงแค่เป็นสายพันธุ์
เดียวกันเท่านั้น
ท าไมมันถึงไม่ถูกขังอยู่ในกรง แล้วมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ อู่ อวี้ เองก็ไม่ทราบ
เช่นกัน
อย่างไรก็ตามเพียงมองแวบแรก เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ‘ปีศาจบรรพ
กาลเนตรทองค า’ ตนนี้ แข็งแกร่งกว่าปีศาจทั้งหมดที่ อู่ อวี้ เคยพบเห็นมาใน
พิภพปีศาจบรรพกาล! แน่นอนเพราะมันย่อมน่าสะพรึงกลัว อู่ อวี้ จ าได้ว่า
ปีศาจบรรพกาลเนตรทองค าเชี่ยวชาญในวิชามายาเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้
หนานซาน หวางเยว่ จะมิได้อยู่ข้างกายเขา แต่ฝ่ายตรงข้ามก็คงสังหารเขา
ไม่ได้ง่าย ๆ
แน่นอนว่าตอนนี้ทั่วทั้งร่างของ อู่ อวี้ อัดแน่นไปด้วยสมบัติวิเศษที่น่าประหวั่น
พรั่นพรึงเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาต้องเกรงกลัวมัน หากว่า
มันแข็งแกร่งเกินจะต้านทานเขาก็กระท าเพียงแค่หลบหนี เพราะอย่างไรเสีย
ปีศาจบรรพกาลเนตรทองค า ก็ไม่มีทางไล่ตามเขาได้อยู่แล้ว
ยามนี้ ปีศาจบรรพกาลเนตรทองค า ก าลังจ้องเขม็งมายังเขา
นับว่าดวงเนตรสีโลหิตน่าสะพรึงกลัวมากทีเดียว
เหล่าปีศาจที่ถูกขังอยู่ในกรง พากันเปล่งเสียงกรีดร้องค าราม ทั่วทั้งร่างท่วม
ท้นไปด้วยจิตสังหาร บางทีในมุมมองของพวกมัน ปีศาจบรรพกาลเนตร
ทองค าอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่า อู่ อวี้ ดังนั้นจึงควรค่าแก่การฉีกกระชาก
สังหารยิ่งกว่าเขา
เพื่อความปลอดภัย อู่ อวี้ ปล่อยให้ร่างกลืนสวรรค์จัดการกับมัน ส่วนร่างต้น
อย่างเขาก็รักษาระยะห่าง คอยเฝ้าระวังอันตรายจากวิชามายาของอีกฝ่าย
ถึงแม้ร่างกายทั้งสองของเขาจะเชื่อมต่อกัน แต่ก็มีมุมมองวิสัยทัศน์ที่แตกต่าง
กัน ซึ่งอันที่จริงแล้วมันถือเป็นอาวุธ และข้อได้เปรียบดีเยี่ยมที่จะใช้จัดการกับ
เคล็ดมายาของฝ่ายตรงข้าม
ร่างกลืนสวรรค์ อัญเชิญศาสตราทั้ง 3 ของตนเองออกมา กระบี่แก่นมังกรนว
ดาราอยู่ในมือข้างหนึ่ง เจดีย์นภาอยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง และ ‘ม้วนภาพชมพู
ทวีปโลกธาตุ’ ก็ม้วนพันอยู่ร่างของเขา นี่คือรูปแบบออกศึกเต็มก าลัง ร่าง
กลืนสวรรค์พุ่งทะยานเข้าจู่โจมปีศาจบรรพกาลเนตรทองค าในทันที ส่วน อู่
อวี้ ร่างต้นก็คอยเฝ้าสังเกตการณ์จากระยะไกล เพื่อช่วยให้ร่างกลืนสวรรค์ไม่
ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของวิชามายาจากฝ่ายตรงข้าม
ร่างกลืนสวรรค์ เพิ่งจะจัดการมังกรเทวะทองค าไปหมาด ๆ
อู่ อวี้ เชื่อมั่นในพลังของร่างกลืนสวรรค์ โดยเฉพาะในยามที่ศักยภาพของ
เขาพุ่งทะยานถึงขีดสุดเช่นนี้
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกลืนสวรรค์ เสมือน
เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง อู่ อวี้ รู้สึกได้ราง ๆ ว่าการ
เปลี่ยนแปลงนี้ก าลังจะเกิดขึ้นกับ ร่างกลืนสวรรค์ เนื่องจากในปัจจุบัน เขา
รู้สึกว่าร่างนี้ยังเป็นแค่เด็กทารกที่ยังลุกเดินไม่ได้ด้วยซ ้า อย่างไรก็ตาม
หลังจากการเปลี่ยนแปลง มันจะกลายเป็นเด็กที่สามารถลุกขึ้นเดินได้
นี่คือลางสังหรณ์ของ อู่ อวี้
ในยุคสมัยที่พายุแห่งความโกลาหลพัดพากวาดล้างไปทั่วทั้งโลกหล้า จน
กองทัพสวรรค์ต้องเคลื่อนพล จุติลงมาจัดการกับบรรพชนมารกลืนสวรรค์
ด้วยตนเอง ซึ่งมิใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่จะจัดการกับมันได้
ร่างกลืนสวรรค์ก าลังต่อสู้กับปีศาจบรรพกาลเนตรทองค า ส่วน อู่ อวี้ ยังคงดู
ภาพที่ปรากฏขึ้นบนผลึกหินอย่างผ่อนคลาย โดยที่เขาไม่คาดหวังว่าจะมีศัตรู
ตัวอันตรายอยู่อีก แล้วก่อนที่เขาจะได้ทันเอะใจ ศัตรูดังกล่าวก็เข้าประชิดตัว
เขาแล้ว เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่ามีปีศาจก าลังพุ่งเข้ามาจู่โจมจากด้านหลัง
ของเขา
ปีศาจตัวนี้มีรูปลักษณ์แปลกประหลาดเล็กน้อย
มองแวบแรกดูเหมือนว่าร่างกายของมันจะเป็นปรอท เพียงแต่ประกอบเป็น
ต้นพฤกษาเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นรากไม้ กิ่งก้านสาขา หรือใบไม้ แต่ร่างกายของมันก็ก่อตัวขึ้นจาก
ปรอทเหลว ดังนั้นรูปร่างของมันจึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา
เพียงแต่รักษาองค์ประกอบหลัก ๆ ของต้นไม้ไว้เท่านั้น
ล าตัวทั้งหมดเป็นสีเงิน มีเพียงดวงตาของมันเท่านั้นเป็นสีแดงโลหิต และบน
ล าต้นของมันมีดวงตาเก้าดวงกระจายอยู่รอบตัว บ้างก็มองขึ้น บ้างก็มองลง
บ้างก็อยู่ด้านหลัง เท่ากับว่ามันสามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง
นับเป็นปีศาจที่ไม่สามารถแยกชนิดได้เลยว่าเป็นประเภทพืชหรือโลหะ อู่ อวี้
คิดไม่ออกจริง ๆ
อย่างไรก็ตามมันมุ่งเป้ามาที่ร่างต้นของ อู่ อวี้
ปีศาจตนนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มันจะต้องเป็นปีศาจระดับสูงถึงกล้า
ปรากฏกายในสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าพลังฝีมือของมัน
จะอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 เป็นอย่างต ่า หรือไม่มันอาจจะ
อยู่กับขั้นที่ 10 เลยด้วยซ ้า และยังมีความเป็นไปได้ว่ามันอยู่ในระดับเทพ
ปีศาจ ดังนั้น อู่ อวี้ จะต้องระวังให้มากประมาทไม่ได้เด็ดขาด ส่วนอีกด้าน
หนึ่งร่างกลืนสวรรค์ก าลังต่อสู้กับปีศาจบรรพกาลเนตรทองค า ช่วงเวลานี้มัน
ได้ปลดปล่อยเคล็ดมายาออกมาจ านวนมาก และการมีอยู่ของร่างต้นท าให้
ร่างกลืนสวรรค์มีสติสัมปชัญญะตื่นรู้อยู่ได้
เวลานี้ปีศาจต้นไม้ที่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณนั้น บัดนี้มันได้ยื่นกิ่งก้านสาขาเข้า
โจมตีสังหาร อู่ อวี้
—————