กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1170: ความลับของหินปีศาจบรรพกาล
ปักษาน้อยขึ้นชื่อว่ามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต แต่บัดนี้กลับตกอยู่ใน
สภาพอเนจอนาถ ร่างกายแสนบอบช ้าบาดเจ็บสาหัสของมันจมลึกลงไปใน
เสาสวรรค์ชมพูทวีป ไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ โผล่ออกมาแค่
เพียงส่วนหัวเท่านั้น ไม่มีผู้ใดจะช่วยเหลือมันได้นอกจาก อู่ อวี้ ชีวิตของมัน
ตกอยู่ในก ามือของเขา ขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้อยู่หรือตาย
เมื่อทุกอย่างจบสิ้นร่างกลืนสวรรค์กลับมายืนอยู่ด้านข้าง อู่ อวี้ หลังจาก
จัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็รีบถอยออกมาอย่างรวดเร็ว
เวลานี้ปักษาน้อยหมดสติสลบไสล กลายเป็นตัวประกันอยู่ใต้การควบคุมของ
อู่ อวี้ โดยสมบูรณ์ กล่าวได้ว่าในเวลานี้มันอยู่ในสวดส่งอเวจีหมื่นชั้นตกอยู่ใน
ความน่าสะพรึงกลัวอย่างสมบูรณ์
ตราบใดที่ อู่ อวี้ มีปักษาน้อยเป็นตัวประกัน ท าให้มันมีความมั่นใจในการ
เผชิญหน้ากับปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
” จะ … เจ้าจะท าอะไรกันแน่! ”
” ปะ … ปล่อยนายน้อยเดี๋ยวนี้นะ! หากเจ้ากล้าท าให้ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
มีโทสะ รับรองว่าชีวิตนี้ของเจ้าต้องอยู่ไม่เป็นสุข พบเจอจุดจบอันแสนอนาถ
อย่างแน่นอน! อย่าลืมว่าเจ้าไม่ใช่เทพปีศาจ ”
ยามนี้พวกปีศาจสมุนก็ไม่ต่างจากหมาเห่าใบตองแห้ง มันท าได้แค่เพียงข่มขู่
อู่ อวี้ แต่ไม่กล้าลงมือกระท าอันใด
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ในไม่ช้าเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้ แต่ตอนนี้ข้าขอลาไปก่อนแล้ว
กัน ”
เขาเลือกที่จะแบกเสาสวรรค์ชมพูทวีปไว้ ไม่ได้เก็บมันเช่นดั่งปกติ ด้วยเพราะ
เวลานี้ปักษาน้อยถูกกักขังไว้ในเสา จากนั้นเขาก็ผสานร่างกับเมฆาตลบฟ้า
พร้อมกับตีลังกาพลิกตลบกระโดดออกไปอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าร่างต้น
ของเขาต้องพยายามไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะท าได้
อย่างไรก็ตามพอ อู่ อวี้ กระโดดหายออกไป เขาก็ได้ทิ้งร่างอวตารนอกวิถี
เอาไว้ที่นี่ประมาณ 10 กว่าตน สิ่งที่มันเห็นก็คือ อู่ อวี้ หายตัวไป แต่มีบางสิ่ง
บางอย่างปรากฏอยู่เบื้องหน้าของมันจ านวน 10 กว่าตน ซึ่งพวกปีศาจ
ลูกสมุนก็คิดว่านี่อาจจะเป็นปีศาจวานร
ทุกครั้งที่ อู่ อวี้ ใช้เมฆาตลบฟ้ากระโดดไปยังสถานที่หนึ่งเขาก็จะทิ้งร่าง
อวตารนอกวิถีหนึ่งหรือสองตนไว้เสมอ
เมื่อเขาออกห่างจากพื้นที่ต่อสู้ เขาก็ได้ทิ้งร่างอวตารหลายร้อยตัวไว้ระหว่าง
ทางอย่างต่อเนื่อง ท าให้ทุกที่ที่เขาไปมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ต่อไปนี้คือการต่อสู้ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ
ในเวลานี้เขาสามารถเห็นร่างอวตารหลายสิบตน อยู่ในพื้นที่การต่อสู้ เหนือ
ท้องเวหามีเมฆาโลหิตขนาดมหึมาลอยคว้างอยู่ ขนาดความใหญ่โตของมัน
กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของท้องนภา กลิ่นคาวโลหิตตลบอบอวลคละคลุ้ง
กวาดผ่านปกคลุมไปทั่วทุกแห่งหน สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดผวาให้แก่
เหล่าปีศาจในพื้นที่จนต้องรีบร้อนหลบหนีเร้นกายไปตาม ๆ กัน ราวกับว่า
ช่วงเวลาแห่งการฆ่าได้กลับมาอีกครั้ง
อู่ อวี้ รู้ได้ทันทีว่าก้อนโลหิตขนาดใหญ่ที่ลอยคว้างอยู่กลางเวหา คือร่างของ
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิต
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตขนาดใหญ่ยักษ์ ปรากฏขึ้นอยู่เหนือศีรษะของ อู่ อวี้
เขาเห็นว่าเมื่อเปรียบเทียบกับร่างอวตารนอกวิถีของเขาแล้ว ดูเหมือนทางฝั่ง
ของเขาจะเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ท่าทางของอีกฝ่ายในยามนี้จะไม่ได้ดู
เกรี้ยวกราดอะไรมากนัก แต่ก็พอรู้ว่ามันก าลังพยายามปกปิดอยู่ ด้วยความ
เข้าใจของอู่ อวี้ ในตัวฝ่ายตรงข้าม เวลานี้ควรใช้ยุทธวิธีนิ่งสงบความ
เคลื่อนไหวต่อศัตรูที่อยู่ตรงหน้า
” สวัสดีปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ”
หนึ่งในอวตารของ อู่ อวี้ กล่าวกับเมฆาโลหิตที่อยู่บนฟ้า
” เจ้าคือคนที่ก าราบบุตรชายของข้าได้ แล้วจับเขาเป็นตัวประกันใช่หรือไม่? ”
น ้าเสียงที่อีกฝ่ายเปล่งออกมาดูอ่อนโยนอย่างที่สุด แต่มันเป็นเสมือนดัง
ความนุ่มนวล ที่พร้อมจะระเบิดขึ้นทุกเมื่อ
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า ” ใช่ … ปักษาน้อยทรงพลังอย่างแท้จริง แต่ข้า
เหนือกว่าเล็กน้อย ตอนนี้ปักษาน้อยอยู่ในก ามือของข้าแล้ว ข้าขอพูดตรง ๆ
เลยแล้วกัน อันที่จริงข้ามีโอกาสสังหารเขา แต่ข้าไม่ท า เพราะข้าอยากจะขอ
แลกเปลี่ยนบางอย่างจากท่าน ฮ่า ๆ ”
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตตอบด้วยน ้าเสียงแผ่วเบาเป็นอย่างมาก ” เจ้าน่าทึ่ง
มาก นับตั้งแต่ข้าได้เป็นเทพปีศาจก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีตัวตนใดสามารถสร้าง
ภัยคุกคามให้แก่เทพปีศาจได้ นอกจากจะเป็นเทพปีศาจด้วยกันเอง เมื่อได้
ยินเจ้ากล่าวเช่นนี้ ข้าก็ชักอยากรู้ต้นก าเนิดที่มาที่ไปของเจ้าซะแล้วสิ ดู
เหมือนว่าเจ้ามาจากอีกโลกหนึ่ง ”
ฝ่ายตรงข้ามเฉลียวฉลาดล ้าลึกเป็นอย่างมาก
” ใช่ อันที่จริงแล้วข้าไม่ใช่คนของพิภพปีศาจบรรพกาล ” อู่ อวี้ พยักหน้า
การเจรจายังคงด าเนินไปอย่างราบรื่น เพราะชีวิตความเป็นไปของปักษาน้อย
อยู่ในก ามือของเขา
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตไม่ได้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาข่มขวัญ อู่ อวี้ มันรู้
ดีว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันตอนนี้เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น ถ้ามันจะปลดปล่อย
แรงกดดันออกมา ก็ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์ เพราะ อู่ อวี้ ตัวจริงไม่ได้
อยู่ที่นี่แล้ว
” อืม∼ ถ้าเช่นนั้นข้าเดานะ เจ้าต้องการ ‘หินปีศาจบรรพกาล’ ใช่หรือไม่? ”
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตซักถาม
ฝ่ายตรงข้ามอ่านเกมขาด
อย่างไรก็ตามตามค าร ่าลือ มันคือหนึ่งในแปดเทพปีศาจที่ดุร้ายที่สุดได้
สังหารปีศาจไปมากมายนับไม่ถ้วน
การด ารงอยู่ของมันเทียบเท่าได้กับช่วงเวลาแห่งการฆ่า
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วพูดว่า ” ท่านเทพปีศาจช่างฉลาดเฉลียวล ้าลึกอย่างแท้จริง
ตามที่ท่านกล่าวข้าต้องการหินปีศาจบรรพกาล เดิมทีตัวข้ากับปักษาน้อยหา
ได้มีเรื่องบาดหมางขุ่นเคือง แต่ด้วยเพราะหินปีศาจบรรพกาลข้าจึงต้องลงมือ
ท าเช่นนี้ ตราบใดที่เทพปีศาจยอมมอบหินปีศาจบรรพกาลให้แก่ข้า ข้าจะรีบ
มาส่งปักษาน้อยทันทีเช่นนั้น ส่วนทางด้านของปักษาน้อยดูเหมือนจะสนใจ
ในศาสตราเต๋าวิถีแท้ของข้า ดังนั้นข้าจะมอบศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา
500,000 วงเวทย์ให้แก่เขาเป็นการตอบแทน ถือเป็นน ้าใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก
ข้า ”
เขายังคงยิ้มระหว่างพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
” เอาล่ะ … ในเมื่อเจ้ารู้จุดอ่อนของข้าแล้ว คงไม่จ าเป็นต้องพูดจาเหลวไหล
อันใดอีก งั้นเข้าประเด็นกันเลยว่าจะท าการแลกเปลี่ยนอย่างไร ” ปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตพูดตรงเข้าประเด็น
อู่ อวี้ กระหยิ่มยิ้มย่องเพราะทุกอย่างอยู่ในแผนที่เขาประเมินไว้
อู่ อวี้ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า ” ข้าไม่อาจรู้ได้ว่าท่านเทพปีศาจมี
ความเคียดแค้นต่อตัวข้ามากน้อยเพียงใด? ข้ารู้สึกว่าตนเองท าเกินไปบ้าง
แต่ก็เป็นเพราะไร้หนทางเลือกจริง ๆ เพราะข้าต้องการหินปีศาจบรรพกาล ”
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตกล่าวออกมาด้วยน ้าเสียงเยือกเย็นว่า ” อะไรที่เป็น
ของข้ามันก็จะต้องเป็นของข้าอยู่วันยังค ่า แม้ช่วงเวลาหนึ่งจะถูกผู้อื่นช่วงชิง
เอาไป แต่ไม่นานมันก็จะกลับมาอยู่ในมือของข้าเช่นเดิม แต่สิ่งที่ข้าอยากจะ
เห็นตอนนี้ก็คือบุตรชายของข้าปลอดภัยดี ”
ความหมายของมันคือ หลังจากที่ได้เห็นว่าบุตรชายนั้นปลอดภัยดีแล้ว ใน
ฐานะเทพปีศาจมันย่อมมีความมั่นใจอย่างล้นพ้นว่าสามารถจัดการกับ อู่ อวี้
ได้ ดังนั้นเขาต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา บางทีมันอาจจะมอบหินปีศาจบรรพ
กาลให้แก่เขาอย่างง่ายดายก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะหลบหนีจากเงื้อม
มือของมันได้อย่างปลอดภัย และในอนาคตอาจจะถูกติดตามไล่ล่าอีกด้วย
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้ว่าเขามีพลังอิทธิฤทธิ์อย่างเมฆาตลบฟ้า มันเป็น
พลังอิทธิฤทธิ์ที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง อู่ อวี้ ค่อนข้างมั่นใจเรื่องนี้
จากนั้นเขาก็กล่าวว่า ” ถ้าเช่นนั้นก็ให้ทุกคนออกไปให้หมด แล้วท่านก็วางหิน
ปีศาจบรรพกาลไว้ที่นี่ จากนั้นท่านก็มารับบุตรชายไปด้วยตนเองที่ภูผาค้อน
หิน ขอให้ท่านโปรดมั่นใจได้ว่าข้าเพียงต้องการเพียงหินปีศาจบรรพกาล
เท่านั้น หาได้มีอย่างอื่นแอบแฝงหรือคิดมิดีไม่ร้ายต่อปักษาน้อย ข้าไม่ได้ใช้
วิธีสกปรก เพราะมันไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรต่อข้าเลย ข้ารู้ดีว่าส าหรับปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิตไม่มีสิ่งใดในโลกนี้มาแทนที่หรือส าคัญกว่าปักษาน้อยใช่
หรือไม่ ”
” ภูผาค้อนหิน? ” ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตทวนค าพูดอีกครั้ง มันรู้ดีว่าที่นั่น
ห่างจากที่นี่ประมาณหนึ่งทีเดียว มันต้องใช้เวลากว่าหนึ่งก้านธูปเพื่อเดินทาง
กลับมาที่นี่
มันจ้อง อู่ อวี้ แล้วพูดว่า ” ข้าจะท าตามที่เจ้าพูด แต่ถ้าเจ้าคิดเล่นลูกไม้ใด ๆ
แม้แต่น้อย ในฐานะที่ข้าเป็นเทพปีศาจข้าจะพรากทุกอย่างไปจากเจ้า ”
มันกล่าวด้วยน ้าเสียงดุดัน
” โปรดมั่นใจ ข้าแค่ต้องการหินปีศาจบรรพกาลเท่านั้น หาได้มีความคิดอื่นใด
นอกเหนือจากนี้ ”
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วสั่งให้คนอื่นออกไปให้หมด
หลังจากนั้นเหนือขึ้นไปบนเมฆาสีโลหิตก็มีหินก้อนหนึ่งร่วงตกลงมายังเบื้อง
หน้าของเขา แน่นอนว่ามันคือหินปีศาจบรรพกาล เขาไม่คิดว่าปีศาจปักษา
สมุทรโลหิตจะพกหินปีศาจบรรพกาลติดตัวมาด้วยเช่นนี้!
จากความรู้สึกที่สัมผัสได้ นี่คือหินปีศาจบรรพกาลอย่างแท้จริง แต่ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ไม่มีเนตรเพลิงจึงท าให้ไม่สามารถมองเห็นภาพที่ปรากฏอยู่บน
ก้อนหินได้ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ปรากฏขึ้นบนก้อนศิลา
สามารถพิสูจน์ยืนยันได้ว่านี่คือหินปีศาจบรรพกาลของจริง ซึ่งเขาสามารถ
ตรวจสอบผ่านร่างอวตารได้
ตราบใดที่ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตหันไปสนใจทางอื่น อู่ อวี้ ก็ไม่มีปัญหาอัน
ใด
” สรุปข้าต้องไปที่ภูผาค้อนหิน? ” ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตถาม
” ใช่ ปักษาน้อยอยู่ที่นั่น ”
” เจ้าต้องการแข่งความเร็วกับข้าเช่นนั้นหรือ? ” ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตถาม
เพราะหลังจากได้พบกับปักษาน้อย ปีศาจปักษาาสมุทรโลหิตจะต้องมุ่งตรง
กลับมายังทิศทางนี้อย่างแน่นอน
“ ถึงแม้เทพปีศาจจะทรงพลังอย่างมาก แต่ถ้าพูดถึงความเร็วข้านั้นเร็วกว่า
ท่านอย่างแน่นอน ” อู่ อวี้ ยิ้ม
“ ก็ได้ เช่นนั้นข้าขอย ้าอีกครั้ง เจ้าอย่าคิดเล่นลูกไม้กับข้า ”
ทันใดนั้นมันก็กลายเป็นแสงโลหิตแล้วหายไป
มันได้รักษาสัจจะที่ให้ไว้กับ อู่ อวี้ ด้วยการวางหินปีศาจบรรพกาลเอาไว้ที่นี่
และในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้จะไม่มีใครย่างกายเข้ามายุ่ง ส่วน อู่ อวี้ ได้โยนปักษา
น้อยไว้ที่หลังเชิงเขาภูผาค้อนหิน หากค านวณดูแล้วจากเส้นทางเดิม การ
ย้อนกลับมาที่นี่ก็คงใช้เวลาไม่นานนัก เขารีบเก็บหินปีศาจบรรพกาลไว้ใน
เจดีย์ล่องก าเนิดทันที แล้วใช้เมฆาตลบฟ้ากระโดดหายไปทันที ซึ่งเป็นเวลา
เดียวกับที่ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตย้อนกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน
อันที่จริงระดับความเร็วของปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ค่อนข้างไล่เลี่ยกับเขา
ทีเดียว
หลังจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิตช่วยเหลือปักษาน้อยเรียบร้อย มันก็รีบ
ย้อนกลับมาที่นี่ โดยไม่เชื่อว่า อู่ อวี้ จะจากไปได้อย่างรวดเร็วเพียงนั้น
อย่างไรก็ตามความจริงที่ปรากฏขึ้น กลับอยู่เหนือความคาดหมายของมัน อู่
อวี้ สามารถวางกับดักจนมันตกเข้าไปในหลุมพราง โดยมีข้อแลกเปลี่ยนแค่
การมอบหินปีศาจบรรพกาลให้เท่านั้น อู่ อวี้ เป็นคนน่าสนใจไม่น้อยเลย
ทีเดียว เพราะหลังจากตกลงกันแล้วเขาก็ไม่ได้ท าอะไรปักษาน้อยอีก เมื่อ
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตมาถึงภูผาค้อนหิน มันก็พาบุตรชายของตนออกมา
ทันที
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ รู้ว่าปีศาจปักษาสมุทรโลหิตก าลังเล่นตุกติก
มันได้ทิ้งทักษะลับบางอย่างเอาไว้บนหินปีศาจบรรพกาล ซึ่งสะดวกส าหรับ
มันที่จะเอาไว้แกะรอย อู่ อวี้
ดูเหมือนว่าปีศาจปักษาสมุทรโลหิตต้องการหินปีศาจบรรพกาลคืน และ
สังหาร อู่ อวี้ ทิ้งในทันที
อย่างไรก็ตาม อู่ อวี้ ยังคงเชื่อมั่นในเจดีย์ล่องก าเนิด ความสามารถในการตัด
ขาดโลกภายในกับภายนอกเป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวมาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของใดที่เข้าไปอยู่ในเจดีย์ล่องก าเนิด ไม่มีทางที่คนภายนอก
จะรับรู้ได้
อู่ อวี้ เอาเจดีย์ล่องก าเนิดหนีห่างออกไปมาก ประมาณหนึ่งก้านธูปต่อมา
ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตกับปักษาน้อยก็มาถึงพื้นที่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ เมื่อมอง
จากสีหน้าของมันตอนนี้เห็นได้ชัดว่าก าลังโกรธเป็นอย่างมาก ซึ่งก็อาจจะ
เป็นเพราะว่าปักษาน้อยได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะมันไม่
สามารถแกะรอยหินปีศาจบรรพกาลได้อีกต่อไป
ในขณะที่ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตไปถึงภูผาค้อนหิน มันรู้ว่า อู่ อวี้ ได้เก็บหิน
ปีศาจบรรพกาลไป หลังจากที่มันใช้ทักษะลับในการแกะรอย หากมันรู้
ต าแหน่งที่ตั้งของหินปีศาจบรรพกาล มันก็ควรจะมุ่งไปยังทิศทางนั้นทันที
ไม่ใช่ย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อดูว่าหินปีศาจบรรพกาลยังคงอยู่หรือไม่ มี
อะไรเกิดขึ้นกับมันหรือเปล่า
” เทพปีศาจดูเหมือนทักษะการแกะรอยของท่านจะไม่ค่อยดีนัก ” ร่างอวตาร
ของ อู่ อวี้ ยังอยู่ด้านล่างเขายิ้มให้เทพปีศาจอย่างผู้รู้ทัน
” อย่าภาคภูมิใจไปนักเลย ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ภายในพิภพแห่งนี้ มาดูกันว่า
ผู้ใดจะหัวเราะทีหลังดังกว่า ” ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตกล่าวอย่างมีโทสะ
หลังจากนั้นก็กลืนกินร่างอวตารของเขาทันที
หลังจากนั้น อู่ อวี้ ก็หายไปอย่างไร้ซึ่งข่าวคราว
อย่างไรก็ตามมันหาได้ส าคัญ ในเมื่อหินปีศาจบรรพกาลอยู่ในมือเขาแล้วเขา
สามารถไปยังพิภพอื่นได้
เขาวางเจดีย์ล่องก าเนิดไว้ในป่า ทั้งร่างต้นแลร่างกลืนสวรรค์เข้าไปด้านใน
หินปีศาจบรรพกาลตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง เมื่อ อู่ อวี้ ใช้เนตรสีทองก็พบว่า
ภาพที่เคยแวววับริบหรี่สามารถเห็นเด่นชัดเจนมากขึ้น
ด้วยเพราะเห็นภาพที่ปรากฏให้เห็นจากด้านนอก ท าให้เขามองอย่างไม่
ละเอียดถี่ถ้วน จึงเผลอเอื้อมมือไปแปะภาพบนหินปีศาจบรรพกาล แต่ทันใด
นั้นก็พบว่ามือของเขาถูกดูดเข้าไป ถึงแม้เขาจะรีบชักออกจากรวดเร็วแล้วก็
ตาม แต่ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นนี้ท าให้เขาเห็นภาพเด่นชัดยิ่งขึ้น
ฟูม!
บัดนี้เข้ามาถึงพิภพใบใหม่ และเห็นขอบเขตพื้นที่ของพิภพใบนี้เมื่อมองลงมา
สถานที่แห่งนี้เป็นแผ่นดินเล็ก ๆ ทางทิศบูรพามีมหาสมุทรล้อมรอบ
นอกจากนี้ทางทิศประจิมมีเกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และเกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ทางทิศใต้
ฟูม!
ภาพกะพริบอีกครั้ง
” นั่นมัน ชาวเหยียนหวง … ” อู่ อวี้ ตกตะลึงเขาเห็นนครเทวะและชาวเหยียน
หวงอยู่ข้างใน
นี่แสดงให้เห็นว่าหินปีศาจบรรพกาลที่เขาพยายามครุ่นคิดแผนการจนหัว
แทบแตก ก็คือประตูเข้าสู่ชมพูทวีปโลกธาตุ …
เวลานี้เขาโกรธจนแทบจะกระอักโลหิต
———————-