กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1169: สวดส่งอเวจีหมื่นชั้น!
ตึง! ตูม!!!
ภายใต้อ านาจของเขตแดนเทวะนภา ตราประทับมังกรเหยียนหวง ก็ประทับ
ลงมาสู่เบื้องล่างด้วยความเร็วที่สูงขึ้น บดขยี้อัดกระแทกเข้าใส่อัสนีโลหิตนิ
รันดร์และปักษาน้อย ลงสู่ผืนปฐพีเบื้องล่างอย่างรุนแรง!
เมื่อตราประทับมังกรเหยียนหวงอัดกระแทกลงสู่ผืนปฐพี ก็บังเกิดการ
สั่นสะเทือนไปไกลนับพันลี้ ภูผาจ านวนนับไม่ถ้วนยุบตัวพังทลายจมลงสู่พื้น
ปฐพีที่แตกระแหง สายชลธีจ านวนนับไม่ถ้วนถูกหินดินของภูผาร่วงทับจน
เกิดความเสียหายพังทลาย แม้แต่พื้นดินที่อยู่รอบ ๆ กายของ อู่ อวี้ ก็ยุบตัว
กลายเป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ ตราประทับมังกรเหยียนหวงอัดกระแทกจม
ลงสู่พื้นดินด้วยระดับความลึกพอสมควร เรียกได้ว่าไม่สามารถแลเห็นร่าง
ของปักษาน้อยได้ทีเดียว เห็นเพียงส่วนขอบของตราประทับมังกรเหยียนหวง
และกระแสอัสนีโลหิตที่พุ่งแล๊บผ่ากระจายตัวอยู่โดยรอยเท่านั้น!
กล่าวได้ว่ายามนี้ ปักษาน้อยถูกมังกรคู่มหาบรรพกาลสยบก าราบจนร่างจม
ลึกเข้าไปใต้ผืนพสุธา แน่นอนว่าหากถามถึงพลังท าลายล้างของมันแล้ว คงมี
เพียง อู่ อวี้ เท่านั้นที่รู้
“นายน้อย!”
ลูกสมุนของปักษาน้อย เห็นสภาพนายของตัวเองเต็มสองตา พวกมันจึงพา
กันส่งเสียงกรีดร้องตะโกนเรียกชื่อขึ้นพร้อมกัน
ร่างกายของพวกมันสั่นสะท้านจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าไม่
อยากจะเชื่อ อู่ อวี้ ใช้ตราประทับมังกรเหยียนหวงปิดฉากการต่อสู้ได้อย่าง
รวดเร็วง่ายดาย ไม่เพียงแต่ท าลายแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ของปักษาน้อยได้
ถึงสองครั้งสองครา แต่ยังสามารถสยบปักษาน้อยได้อย่างราบคาบอีกด้วย
ส าหรับการต่อสู้นี้ต่อให้มีร้อยหัวมานั่งจับจ้องเฝ้าดู ก็ยังไม่เชื่อว่าผลลัพธ์จะ
ออกมาเป็นเช่นนี้
ส่งผลให้ยามนี้ยิ่งสับสนมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งลังเลมากขึ้นเท่านั้น
พวกมันจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวครั่นคร้าม ใน
ความคิดของพวกมันเมื่อเห็นว่าปักษาน้อยลงมือโจมตีด้วยตนเอง พวกมันก็
คิดว่าอย่างไรเสียจุดจบของ อู่ อวี้ จะต้องตกตายเพียงสถานเดียว!
ดังนั้นพวกมันพวกมันจึงไม่รู้สึกกังวลแต่อย่างใด พวกมันมีหน้าที่เพียงแค่แจ้ง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ ปีศาจปักษาทะเลโลหิต ทราบด้วยความตกตะลึง
เท่านั้น โดยไม่สนใจว่าทางฝั่งของปักษาน้อยจะผิดหรือถูก เพราะเขาจะมา
จัดการกับ อู่ อวี้ ให้อย่างแน่นอน
ทันใดนั้นร่าง ๆ หนึ่งก็ปรากฏตัวออกมา มือหนึ่งถือกระบี่แก่นมังกรนวดารา
อีกมือหนึ่งถือ เจดีย์นภา และเวลานี้วงเวทย์ประทับจ านวนมากบนม้วนภาพ
ชมพูทวีปโลกธาตุ ก็เริ่มเปิดใช้งานบางส่วน พวกมันยังไม่ทันได้ลงมือ ก็ถูก
ร่างกลืนสวรรค์ของอู่ อวี้ สกัดกั้นไว้ทันที
“นี่มันอะไรกัน!”
“ดูเหมือนว่าจะเป็นร่างแยกของมัน!”
” เหตุไฉนร่างแยกของมันถึงมีพลังมหาศาลมากมายเพียงนี้ ชายผู้นี้คือใคร
กันแน่ มันได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษจากเทพอสูรตนใดหรือไม่? ”
” กล้าท าร้ายบุตรชายของปีศาจปักษาทะเลโลหิต เจ้ามันรนหาที่ตาย! เจ้าไม่
ทราบเหรอว่า เทพปีศาจตนนี้หวงแหนรักใคร่บุตรชายของเขามากเพียงใด! ”
ไม่ว่าพวกมันจะร้องตะโกนหรือกล่าวสิ่งใดออกมา อู่ อวี้ ก็หาได้แยแสแต่ไม่
ความจริงเขาอาจจะรู้ว่าปักษาน้อยไม่ได้เป็นอะไรมาก เพราะอย่างไรเสีย
อัสนีโลหิตนิรันดร์ก็สามารถทานทนต่อการโจมตีหลายต่อหลายครั้งเอาไว้ได้
แม้มันจะโดนพายุแห่งการโจมตีอัดกระแทกอย่างแรง แต่ก็ยังมีพลังต่อสู้
เหลืออยู่ และความพ่ายแพ้ในครั้งท าให้โทสะและความชิงชังของมันทวีมาก
ขึ้นไปอีก ปักษาน้อยพยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาด้วยอาการโมโหจัด
มันปลดปล่อยพลังอ านาจออกมาอย่างเต็มที่ จนตราประทับมังกรเหยียนหวง
ลอยกระเด็นขึ้นด้านบน อู่ อวี้ ใช้พลังเพียงเล็กน้อย ก็สามารถดึงดูดมัน
กลับมาอยู่ในมือได้ดังเดิม
ณ ใต้ดินลึกลงไปอันเกิดจากการพังทลายของพื้นแผ่นดิน เวลานี้ปักษาน้อย
อาบชุ่มไปด้วยโลหิต ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นแผ่จิต
สังหารออกมาอย่างท่วมท้น ขณะจ้องมอง อู่ อวี้ แล้วมันก็กล่าวขึ้นด้วย
น ้าเสียงแหบพร่าน่าสะพรึงกลัวขึ้นว่า ” ข้าเข้าใจผิดไปเอง คิดว่าเจ้าเป็นคนโง่
เขลาเซ่อซ่า แท้จริงแล้ว เจ้าเจาะจงมาหาข้าโดยเฉพาะ อีกทั้งยังจัดเตรียม
แผนการ เพื่อจัดการข้าใช่หรือไม่? ”
อู่ อวี้ ไม่รีบร้อน ตอนนี้ร่างกลืนสวรรค์ก าลังต่อสู้รับมือกับลูกสมุนของมันอยู่
เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว หากร่างกลืนสวรรค์ต้องการจะสังหารพวกมันจริง
ๆ คงง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ เขาจับจ้องไปยังปักษาน้อย พร้อมกับยิ้มขึ้นแล้ว
กล่าวว่า” โอ้ ไม่คาดคิดว่าปักษาน้อยผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในความโง่เขลา จะมี
สติปัญญาคิดเรื่องฉลาด ๆ กับเขาได้ แต่กว่าจะรู้ตัวมันก็สายเกินไปแล้ว ”
” ในอาณาเขตของข้าไม่มีผู้ใดกล้าพูดจาไม่เข้าหู เจ้าเป็นคนแรกที่พูดเช่นนี้ ”
ก่อนหน้านี้ปักษาน้อยโดนตราประทับมังกรเหยียนหวงทับร่างจนเกือบบี้แบน
ปัจจุบันแม้ว่ามันจะพยายามพยุงร่างกายมากเพียงใดก็ยังอยู่ในอาการย ่าแย่
ทั้งหมดทั้งมวลมันเป็นเพราะว่าภายในของมันบอบช ้าบาดเจ็บสาหัส
แต่ความเดือดดาลและโทสะที่ปะทุอยู่ในจิตใจกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างไม่
เคยเป็นมาก่อน ท าให้มันพยายามกล ้ากลืนฝืนทนยืนหยัดลุกขึ้น ตลอดร้อยปี
ที่ผ่านมา มันไม่เคยพ่ายแพ้ตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถน่าสังเวชเช่นนี้มาก่อน
และนี่คือสาเหตุที่ท าให้มันเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เคยประสบกับ
ความพ่ายแพ้เช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว จนโทสะของมันในยามนี้ พุ่งทะยาน
ขึ้นราวกับภูเขาไฟที่ก าลังปะทุ
แน่นอนว่ามันไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้เช่นนี้ ทั้งยังไม่ใช่พวกขี้ขลาด
ฉะนั้นโทสะจึงเพิ่มทวีคูณมากขึ้นกว่าเก่า ทันใดนั้นมันจึงส่งเสียงหวีดร้องขึ้น
บนท้องฟ้า เตรียมพร้อมปลดปล่อยแก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังยิ่งกว่า
เก่า มันไม่ต้องการให้บิดาเห็นสภาพอเนจอนาถของตนเอง แล้วยังปล่อยให้
ศัตรูหลบหนีไปได้อีก
“หลายปีมาแล้ว! ข้าไม่เคยเสียหน้ามาก่อน แล้วตอนนี้ก็เช่นกัน!”
แม้ว่ายามนี้ร่างกายของมันจะบอบช ้าบาดสาหัสมากก็ตาม แต่ปักษาน้อยก็
ยังคงจ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยโทสะที่เดือดดาลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พร้อม
กับปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ออกไปทันที แต่เมื่อเห็นท่าทางเหนือกว่าของอีก
ฝ่าย ยิ่งท าให้หัวใจของมันแหลกลาญราวกับถูกบดขยี้ ท าให้มันรู้สึกไม่พอใจ
เป็นอย่างยิ่ง!
ทว่าพลองในมือของ อู่ อวี้ นั้นรวดเร็วว่องไวกว่ามันมากนัก
“เสาสวรรค์ชมพูทวีป!”
ทันใดนั้นก็ปรากฏเสาสีด าทะมึน ขึ้นในมือของเซียนวานรทองค า บนเสานั้น
ถูกแกะสลักไว้ด้วยร่างของอสูรร้ายขนาดมหึมา
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีวงเวทย์ประทับอยู่นับล้านวง!
เมื่อเสาสวรรค์ชมพูทวีปปรากฏขึ้นในมือของ อู่ อวี้ ก็ให้ความรู้สึกราวกับว่า
โลกทั้งใบก าลังอยู่ในก ามือเข้า
ปักษาน้อยยิ่งเห็นท่าทางเช่นนั้นของเขา มันก็ยิ่งมีโทสะมากขึ้นไปอีก
พยายามสะกดข่มความเจ็บปวด แล้วระเบิดพลังอิทธิฤทธิ์ออกไปทันที
” จุติคะนึงมาร! ”
นี่คือมหาพลังอิทธิฤทธิ์อันยอดเยี่ยมอีกกระบวนท่าหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดสืบ
ต่อมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล
อย่างไรก็ตามความเร็วในการโจมตีของ อู่ อวี้ เหนือกว่ามันมากนัก เขาก าลัง
ลอยอยู่ท่ามกลางท้องเวหา จ้องมองลงมาเบื้องล่างด้วยสายตาของผู้ที่
เหนือกว่า เมื่อเห็นเช่นนั้นปักษาน้อยก็ยิ่งแค้นเคืองเข้า ทันใดนั้นเสาสวรรค์
ชมพูทวีปในมือของเขา ก็ระเบิดพลังอ านาจออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว จน
ท าให้จิตใจของผู้คนต้องสั่นสะท้าน ในช่วงเวลานั้นปักษาน้อยก าลัง
ปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์ ‘จุติคะนึงมาร’ นี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่ทรงพลังไม่น้อย
แต่ในฉับพลัน มันก็ไม่สามารถมองเห็นร่างของ อู่ อวี้ ที่ลอยอยู่บนท้องเวหา
ได้อีก เพราะสิ่งที่มันเห็นก็คืออสูรยักษ์สีด าทมิฬ ซึ่งมีขนาดใหญ่โตอย่างน่า
เหลือเชื่อ โดยเฉพาะล าตัวและปากของมัน ให้ความรู้สึกราวกับว่ามันคือ
ปีศาจซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังอ านาจอันมหาศาล จนมันระงับพลัง ‘มาร ของ
ตนเองกลับคืนไป
มันช่างเป็นความรู้สึกที่แสนต ่าต้อยเสียเหลือเกิน
บัดนี้ปีศาจน้อยอย่างมันได้พบกับปีศาจตัวจริงเสียแล้ว แม้ว่าการโจมตีของ
มันจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่ถ้าพูดถึงในแง่ของพลังอ านาจและบารมีแล้ว
ตัวมันได้พ่ายแพ้ไปอย่างสมบูรณ์
“สวดส่งอเวจีหมื่นชั้น!”
วงเวทย์นับล้าของเสาสวรรค์ชมพูทวีป ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยมีอสูร
ชมพูทวีปเป็นแกนกลางของจิตวิญญาณ เหนือท้องเวหา ทันใดนั้นเสายักษ์สี
ด าขนาดใหญ่ก็ถูกตวัดฟาดลงมาจากฟากฟ้า เมื่อเทียบกับตราประทับมังกร
เหยียนหวงก่อนหน้านี้ เสาทมิฬต้นนี้ดูทรงอ านาจรุนแรงดิบเถื่อนกว่ามาก
“ฆ่า!”
ในเวลานี้ปักษาน้อยดูบ้าคลั่งอย่างที่สุด ทันใดนั้นสีโลหิตบนร่างกายของมัน
ก็แปรเปลี่ยนด าทมิฬ กลิ่นอายปีศาจขยายสูงขึ้นเทียมฟ้า ป้องกันการโจมตี
ของ อู่ อวี้ ทันใดนั้นปราณปีศาจก็ควบแน่นกลายเป็นปีศาจจ านวนนับไม่ถ้วน
นี่คือปีศาจที่ได้มาจากการที่มันดื่มโลหิตคร่าชีวิตมาจ านวนนับไม่ถ้วน บัดนี้
ปีศาจนับล้านล้านตัวก าลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องเวหา!
เมื่อสมุนปักษาน้อยเห็นว่าเจ้านายของตนเองปลดปล่อยพลังอิทธิฤทธิ์นี้
ออกไป พวกมันก็รู้สึกเบาใจขึ้นมากเพราะมันรู้ว่านี่คือพลังอิทธิฤทธิ์ที่
แข็งแกร่งมากที่สุดของปักษาน้อย ซึ่งได้ผลพวงมาจากการดื่มโลหิตมาเป็น
เวลายาวนานหลายปี ฉะนั้นการจะกลืนกิน อู่ อวี้ นั้นเป็นเรื่องง่ายมาก
ในเวลานี้เสาสวรรค์ชมพูทวีปดูราวกับสวรรค์ที่ก าลังบดขยี้ท าลายพื้นพสุธา
ชั่วขณะที่มันก าลังตวัดฟาดลงมานั้น เสาสวรรค์ก็ขยายใหญ่ขึ้น จนทวีความ
น่าสะพรึงกลัวเข้าไปอีก! สวรรค์ชมพูทวีปที่ดูเสมือนดังภูผาอยู่แล้ว ก็ขยาย
ใหญ่ขึ้นในชั่วพริบตา จนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลายพันจั้ง! แล้วทันใดนั้น
เสาค ้ายันสวรรค์ซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬารเป็นอย่างยิ่ง ก็ถูกตวัดฟาดอัด
กระแทกเข้าใส่ปีศาจจ านวนหลายร้อยล้านตัว ขณะที่การโจมตีทั้งสองก าลัง
ปะทะ ร่างกายของปักษาน้อยก็สั่นเทา
บึ้ม!!!!
สุรเสียงดังสนั่นในครั้งนี้ ก้องกัมปนาทยิ่งกว่า การโจมตีของตราประทับมังกร
เหยียนหวงถึงสามเท่า เสาสวรรค์ชมพูทวีปตวัดฟาดลงสู่เบื้องล่างโดยไม่มี
แนวโน้มว่าจะหยุดแม้แต่น้อย ปีศาจจ านวนนับล้านตัวถูกบดขยี้ท าลายลง
อย่างต่อเนื่อง และแล้วปักษาน้อยก็ถูกเสาสวรรค์ชมพูทวีปฟาดอัดกระแทก
จมสู่พื้นธรณีอีกครั้ง!
นี่ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะทันทีที่เสาสวรรค์ชมพูทวีปตวัดฟาดโจมตีอัด
กระแทกลงสู่พื้นธรณี มันไม่ใช่การระเบิดครั้งใหญ่ แต่ปรากฏเป็นผลกระทบ
รูปแบบอื่นแทน โดยมีเสาสวรรค์ชมพูทวีปเป็นแกนกลาง ชั่วพริบตานั้นเอง
พื้นดินหลายร้อยลี้ก็กลายเป็นทะเลวังวนสีด าอันแสนเชี่ยวกราก ภายใน
กระแสวังวนขนาดใหญ่ได้แผ่กลิ่นอายแห่งห้วงอเวจีออกมาอย่างบ้าคลั่ง และ
นี่คือกลิ่นอายของเทพมาร!
ภาพฉากที่ปรากฏขึ้นนี้มากเพียงพอที่จะท าให้ปีศาจหวาดกลัวจนต้องคุกเข่า
อีกทั้งพวกมันยังสามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ท่ามกลางกระแสวังวนสี
ด าอันเชี่ยวกราก มีโครงกระดูกมากมาย ภูตผีวิญญาณอาฆาตแค้น และ
สัตว์อสูรรูปลักษณ์แปลกประหลาดจ านวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมา
ยกตัวอย่างเช่นบางตัวมีหนวดยาวรุงรังน่าขยะแขยง หรือไม่ก็ดูคล้ายคลึงกับ
อสูรชมพูทวีป บริเวณปากขนาดใหญ่ของพวกมันเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต ดู
แล้วน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง เสมือนดั่งการรวมความน่าสะพรึงกลัวทุก
สรรพสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ มาไว้ในวังวน แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกว่า หากข้ามผ่าน
กระแสวังวนนี้ เขาจะสามารถไปยังห้วงนรกอเวจีหมื่นชั้นได้จริง ๆ !
สิ่งมีชีวิตอันน่าสยดสยองที่ปรากฏในกระแสวังวนทมิฬมีจ านวนมากมาย
มหาศาล พวกมันทั้งหมดดูเดือดดาลบ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่ง เหล่าสัตว์นรก
ปรากฏขึ้นภายใต้การสยบของเสาสวรรค์ชมพูทวีป ซึ่งอยู่ในทิศทางของ
ปักษาน้อย ถ้า อู่ อวี้ ต้องการสังหารปักษาน้อย เขาสามารถปลดปล่อยสัตว์
อสูรเหล่านั้นออกไปกลืนกินปักษาน้อยได้ในทันที หรือไม่ก็ฉุดกระชากมันลง
สู่นรก บัดนี้ปักษาน้อยถูกเสาสวรรค์ชมพูทวีปก าราบจนสิ้นฤทธิ์อย่างหมดจด
มันไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายได้แม้แต่น้อย กระท าได้เพียง
นอนรอความตาย บางทีความทุกข์ทรมานและความสังเวชที่มันพบเจอ
อาจจะน่าสะพรึงกลัวมากเกินไป จนสามารถได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของ
มัน ดังก้องออกมาอย่างหวาดกลัว
พวกปีศาจที่อยู่ด้านนอกเมื่อเห็นภาพดังกล่าว ก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างสุดขั้ว
หัวใจ จ้องมอง อู่ อวี้ ด้วยอาการตกตะลึงตาค้าง แม้ว่ายามนี้ปักษาน้อย
ก าลังอยู่ในสภาพน่าอเนจอนาถอย่างที่สุด แต่พวกมันก็ไม่หาญกล้าเหยียบ
ก้าวเข้าไป เพราะสัตว์นรกเหล่านี้ดูน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือพลังของสวดส่งอเวจีหมื่นชั้น เมื่อ อู่ อวี้ ได้สัมผัสกับตัวเอง เขายังรู้สึกว่า
มันทรงพลังร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
พลังของมันสามารถสังหารปักษาน้อยได้ แต่เขาไม่ต้องการให้เลยเถิดไปถึง
ขั้นฆ่าแกงกัน ดังนั้นเขาจึงสั่งให้เสาสวรรค์ชมพูทวีปย่อขนาดหดเล็กลงอย่าง
รวดเร็ว พร้อมกับห่อหุ้มกักขังล่างของปักษาน้อยในสภาพน่าสังเวชไว้
จากนั้นมันก็ถูกยกขึ้น
เมื่อเสาสวรรค์ชมพูทวีปถูกยกขึ้นจากพื้น กระแสวังวนสีด าขนาดใหญ่ก็ค่อย
ๆ หดตัวลง แต่เหล่าสัตว์อสูรประหลาดแลวิญญาณแค้นทั้งหลายก็พยายาม
ตะเกียกตะกายกรีดร้องอย่างไม่ยินยอม พวกมันต้องการลากปักษาน้อยลง
ไปด้วย แต่ไม่สามารถออกมาจากกระแสวังวนทมิฬได้
“ผนึก!”
แล้วทันใดนั้นในส่วนปลายของเสาสวรรค์ชมพูทวีป ก็บังเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างฉับพลัน ปรากฏเป็นปากขนาดใหญ่ กลืนกินร่างปักษาน้อยที่อยู่ใน
สภาพบาดเจ็บสาหัสไว้ภายใน หลังจากนั้นร่างของมันก็ถูกกักขังไว้ภายใน
เสาสวรรค์ชมพูทวีปอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงส่วนหัวเท่านั้นที่โผล่ออกมา
ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ หากมันไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็ไม่มีทางที่ปักษา
น้อยจะหลุดจากการควบคุมของ อู่ อวี้ ไปได้อย่างแน่นอน
ปักษาน้อยตกอยู่ในก ามือของเขาอย่างสมบูรณ์
——————–