กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1172: เทพปีศาจมังกรคราม
อย่างไรก็ตามเขตแดนมังกรมัจฉาค่อนข้างมืดมิดเงียบเชียบราวกับความตาย
ส่วนบริเวณใกล้ ๆ อาณาเขตดังกล่าว อู่ อวี้ พบว่าไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต
เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้หรือรบกวนเทพปีศาจมังกร
ศักดิ์ฐานะของเทพปีศาจเทียบเท่ากับจักรพรรดิโบราณในชมพูทวีปโลกธาตุ
เมื่อปีศาจพวกนั้นกล่าวถึงเทพปีศาจ พวกมันก็แสดงท่าทางหวาดกลัว แล้ว
พูดขึ้นด้วยน ้าเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ถ้าวัดจากน ้าเสียงและ
ท่าทางของพวกมันแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะเกรงกลัวมากกว่าเคารพจากใจจริง
โดยเฉพาะปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ความหวาดกลัวได้ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจ
ของมัน
อย่างไรก็ตามต่อให้เป็นปีศาจปักษาสมุทรโลหิต ก็ไม่สามารถท าอันใดกับ อู่
อวี้ ได้ ซึ่งป่านนี้มันคงก าลังตามหาเขาแทบพลิกแผ่นดิน แต่ก็ยังไม่พบเห็น
แม้แต่เงาของเขา
อู่ อวี้ เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตแดนมังกรมัจฉาอย่างเงียบ ๆ เขาใช้เนตรเพลิง
ตรวจสอบเส้นทางทั้ง 6 เขาจึงตัดสินใจไปยังเส้นทางที่เป็นส่วนลึกของเขต
แดนมัจฉามังกร
เมื่อเขาเคลื่อนตัวเข้ามาในส่วนลึกก็พบว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดและ
ล ้าลึกอย่างที่สุด ไร้ซึ่งแสงสว่างใด ๆ อันที่จริงก็นับเป็นสภาพแวดล้อมที่
เหมาะสมยิ่งส าหรับ อู่ อวี้ เพราะเขาเองไม่ต้องการแสงสว่าง ไม่เช่นนั้นเทพ
ปีศาจมังกรครามอาจจะพบเจอเขาได้
เขาเดินหน้าต่อไป เขาก็พบว่าในท้องมหาสมุทรแห่งนี้มีพลังวิญญาณ
หนาแน่นมากยิ่งขึ้น ฉะนั้นเขาจึงรีบมุ่งหน้าต่อไป
เขาไม่รู้ว่าเข้ามาลึกมากแค่ไหน ทันใดนั้นเขาก็แลเห็นก้นเหวลึกตรงหน้า ใน
ก้นเหวลึกแห่งนี้มีแสงสว่างเรืองรองอยู่ร าไร อู่ อวี้ จึงมุ่งไปยังจุดที่มีแสงสว่าง
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เนตรเพลิงตรวจสอบสถานการณ์โดยรอบ พบว่าที่มาของ
แสงดังกล่าวก็คือ ‘หินปีศาจบรรพกาล’
มันถูกตั้งไว้ยังส่วนลึกของก้นมหาสมุทร บริเวณรอบ ๆ ของมันไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต
ทุกสรรพสิ่งดูเงียบสงัดราวกับความตาย บนผลึกหินปรากฏภาพที่เปลี่ยนไป
มา แล้วสิ่งนี้สามารถยืนยันได้ว่ามันคือหินปีศาจบรรพกาล
“ เทพปีศาจมังกรครามไม่ได้อยู่ที่นี่เช่นนั้นหรือ? หรือว่าช่วงเวลาแห่งการฆ่า
ผ่านพ้นไปแล้ว ดังนั้นมันก็เลยออกไปหาความหฤหรรษ์อยู่ด้านนอก? ” อู่ อวี้
เดา
ด้วยเพราะสถานการณ์ยังไม่แน่ชัด เขาเลยไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าใกล้หิน ถึง
กระนั้นก็พยายามเฝ้าสังเกตการณ์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังคงใช้เนตรเพลิง
ส ารวจตรวจตราสถานการณ์โดยรอบ แต่ก็ยังไม่เห็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใด
ๆ
” ไม่เห็นมีอะไรเลย หรือเทพปีศาจมังกรครามก าลังซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ไม่น่าใช่
มันไม่น่าจะรอดพ้นจากเนตรเพลิงไปได้ ”
หลังจากเฝ้ามองดูมาสักพักใหญ่ ๆ เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าเทพปีศาจมังกร
ครามอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงมุ่งหน้าไปที่หินปีศาจบรรพกาลด้วย
ความเร็วปานสายฟ้า!
นับเป็นระดับความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
” ไม่ถูกต้อง ”
เขารู้สึกว่าสภาพแวดล้อมเงียบเชียบเกินไป
ขณะที่พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูงล ้า และยังไม่ทันได้แตะสัมผัสกับหิน
ปีศาจบรรพกาลเลยด้วยซ ้า ทันใดนั้นก้นมหาสมุทรอันเงียบสงัดสงบก็บังเกิด
พายุรุนแรงขึ้น ผืนแผ่นดินใต้ท้องทะเลก าลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับ
สวรรค์และปฐพีก าลังพลิกกลับตาลปัตรถล่มพังทลายลง อีกทั้งยังสามารถได้
ยินเสียงภูผาและก้อนศิลาจ านวนนับไม่ถ้วนจากก้นมหาสมุทร ระหว่างนั้น
เขาก็มองไปยังเป้าหมาย แต่พบว่าบัดนี้หินปีศาจบรรพกาลไม่รู้ว่าหายไป
ไหน!
ภายใต้ความวุ่นวายอันดุเดือด อู่ อวี้ สามารถกระโดดออกไปโดยใช้เมฆา
ตลบฟ้าได้ทุกเมื่อ หลังจากที่ได้รู้ตัวว่านี่เป็นกับดักเขาจึงรีบหลบหนีออกไป
อย่างเร็วที่สุด
แล้วทันใดนั้นมหาสมุทรโดยรอบ ๆ ก็ค่อย ๆ สงบลง
ดูเหมือนว่ายามนี้พื้นดินโดยรอบของก้นทะเลได้หายไปแล้ว น ้าทะเลไร้
สิ้นสุดลึกลงไปคือความมืดมิด แม้แต่แสงของหินปีศาจบรรพกาลก็หายไป
แม้สภาพแวดล้อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ อู่ อวี้ ก็หาได้ตื่นตระหนกแต่
อย่างใดไม่ เขามองไปรอบ ๆ อย่างสงบแล้วถามว่า ” ข้าอยู่ที่ใด? ”
เหตุผลที่ถามเช่นเพราะรู้สึกว่าตนเองก าลังถูกกักขัง
” เจ้าอยู่ในท้องของข้าน่ะสิ ” ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงอันแผ่วเบาแหบแห้ง
ของชายชราผู้หนึ่ง
” ก้นสมุทรแห่งนี้คือปากของเจ้าเช่นนั้นหรือ ข้าไม่เห็นรู้สึกเลย ” อู่ อวี้ จ าได้ว่า
เขาเข้ามาในร่องลึกใต้สมุทร แต่แล้วทุกอย่างก็พลิกกลับตาลปัตร จนตัวเขา
ม้วนกลิ้งเข้ามาในต าแหน่งนี้
” ผิดแล้ว … นับตั้งแต่ที่เจ้าก้าวลงมาในเขตแดนมังกรมัจฉา เจ้าก็มาอยู่ใน
ปากของตัวข้าแล้ว ในเขตแดนมังกรมัจฉากว่าครึ่งหนึ่งเป็นร่างกายของข้า ”
เทพปีศาจมังกรครามกล่าวอย่างภูมิใจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก
เขาพยายามระมัดระวังตัวอย่างมาก แต่ร่างกายของปีศาจตัวนั้นกว้างใหญ่
เกินไปจริง ๆ กลายเป็นว่าเขาเดินเข้ามาในปากของมันมานานแล้ว จนมา
เห็นหินปีศาจบรรพกาลเขาจึงรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย ทว่าปัจจุบันเขาก็ถูก
มันกลืนกินลงท้องเป็นที่เรียบร้อย ไม่แปลกใจที่เขาถูกพลิกคว ่าพลิกหงาย
เช่นนี้
เทพปีศาจมังกรครามแตกต่างจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิต อู่ อวี้ รู้สึกว่า
เทพปีศาจตัวนี้ค่อนข้างอิสระมีความสุข ฉะนั้นน่าจะหารือกันได้
เขาจึงถามว่า ” เทพปีศาจดูเหมือนท่านจะวางกับดักรอข้าอยู่ที่นี่นานแล้ว ไม่
ทราบว่ามีผู้ใดบางคนมาแจ้งข่าวท่านเช่นนั้นหรือว่าข้าก าลังมาที่นี่? ”
เทพปีศาจมังกรคราม หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” หึ ๆ เจ้าฉลาดมาก ถูกต้องแล้ว
… ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตบอกว่าเจ้าจับบุตรชายของเขาไปเป็นตัวประกัน
เพื่อแลกเปลี่ยนกับหินปีศาจบรรพกาล ตอนนี้เขาก าลังติดตามไล่ล่าเจ้าจน
แทบจะพลิกแผ่นดินหา ถ้าหากว่าข้าแจ้งข่าวกับเขาว่าเจ้าอยู่ที่นี่ รับรองว่า
เขาจะต้องให้รางวัลข้าอย่างงามแน่นอน ”
ดูเหมือนปีศาจปักษาสมุทรโลหิต จะโกรธเขามากทีเดียว
อู่ อวี้ หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ข้าว่าค่าตอบแทนที่ปีศาจปักษาสมุทรโลหิตจะ
มอบให้ เทพปีศาจอาวุโสอย่างท่านคงไม่ใส่ใจเหลียวแล ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่
พูดคุยอันใดกับข้ามากนัก ”
เมื่อเทพปีศาจมังกรครามได้ยินเช่นนั้น มันจึงเปล่งเสียงหัวเราะ ” ฮ่า ๆ ๆ ใช่!
ข้าไม่อยากให้เรื่องของเจ้าไปถึงหูของมัน ข้าได้ยินว่าเจ้ามีกุญแจพิภพปีศาจ
บรรพกาล แล้วข้าก็รู้ว่าเจ้าต้องการหินปีศาจบรรพกาล ดังนั้นข้าจึงต้องการ
เจรจากับเจ้า ข้ารับรองว่าจะเป็นการเจรจาที่บริสุทธิ์ยุติธรรม และเจ้าจะต้อง
ได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน ”
เทพปีศาจมังกรครามก าลังล่อลวง อู่ อวี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ฮ่า ๆ ๆ เช่นนั้นผู้
อาวุโสเชิญกล่าวรายละเอียดมาได้เลย ”
เทพปีศาจมังกรครามกล่าวว่า ” ข้อตกลงของพวกเรานั้นง่ายมาก ข้าปกป้อง
หินปีศาจบรรพกาลนี้มาเป็นเวลานานแล้ว ข้ายินดีที่จะมอบมันให้เจ้า แต่
ก่อนหน้านั้นเจ้าต้องเปิด ‘ประตูพิภพเซียนกระบี่’ ให้ข้าเข้าไปก่อน เมื่อ
ข้อตกลงบรรลุผลเสร็จสิ้น เจ้าก็จะได้ก าไรเต็ม ๆ ”
อู่ อวี้ ฟังข้อเสนอเทพปีศาจมังกรครามอย่างเงียบ ๆ
ก่อนอื่นเขาสามารถยืนยันได้ว่าหินปีศาจบรรพกาลของที่นี่ เป็นโลกใหม่จริง
ๆ และมันก็เชื่อว่า ‘พิภพเซียนกระบี่’
เขาไม่รู้ว่าโลกที่ว่ามันจะสวยงามเพียงใด ยกตัวอย่างเช่น พิภพดารา , พิภพ
เทพสงคราม และ ชมพูทวีปโลกธาตุ
เมื่อได้ยินค าสองค าว่าเซียนกระบี่ รู้สึกได้เลยว่าที่นั่นจะต้องมีผู้คนมากมาย
มุ่งเน้นไปที่วิถีแห่งกระบี่ เฉกเช่นดังนิกายเซียนซูซัน
เมื่อได้ยินข้อเสนอ มันท าให้เขารู้ว่าสามารถครอบครองพิภพเซียนกระบี่ได้
อย่างง่ายดายมาก เขาเพียงแค่ท าตามข้อตกลงโดยการส่งเทพปีศาจไปที่
พิภพเซียนกระบี่
จากข้อเสนอเห็นได้ชัดว่าเทพปีศาจมังกรคราม หาได้สนใจรางวัลของปีศาจ
ปักษาสมุทรโลหิต ด้วยเพราะมันมีความคิดเป็นของตนเอง
อู่ อวี้ ถามว่า ” อยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาลก็ดีอยู่แล้ว เหตุใดผู้อาวุโสถึงคิดจะ
ออกจากที่นี่? ”
เทพปีศาจมังกรครามยิ้มอย่างขมขื่นแล้วตอบกลับ ” หลังจากที่ข้าฝึกฝนมา
บ าเพ็ญเพียรมาจนถึงระดับเทพปีศาจ ปรากฏว่าการบ าเพ็ญตนของข้าหาได้
คืบหน้าขึ้นแต่อย่างใด ราวก็กับว่ามันได้มาถึงขีดจ ากัดแล้ว อีกทั้งช่วงเวลา
แห่งการฆ่ายังถือเป็นหายนะครั้งใหญ่ พ่อแม่พี่น้องญาติสนิทมิตรสหายที่
คลุกคลีคุ้นเคยต่างต้องตกตายจบชีวิตในช่วงเวลานี้มานานหลายปีแล้ว มัน
ท าให้ข้ารู้สึกเกลียดชังโลกนี้อย่างที่สุด เจ้าบอกว่าที่นี่ก็ไม่เลวงั้นหรือ หึหึหึ …
เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดพวกเราถึงหวงแหนหินปีศาจบรรพกาลราวกับ
เป็นสมบัติล ้าค่าที่สุดในชีวิต เพราะว่าพวกเราต้องการไปอยู่ที่อื่น ต้องการจะ
หลีกหนีจากช่วงเวลาแห่งการฆ่าของที่นี่ หลังจากได้เห็นภาพที่ปรากฏบน
ก้อนศิลา เพราะอย่างน้อย ๆ ที่นั่นก็ไม่มีช่วงเวลาแห่งการฆ่า ”
ค าตอบของเทพปีศาจมังกรครามคล้ายกับราชินีปีศาจกุหลาบ
” เจ้าก็แค่ให้ข้าไปในที่ที่อยากไป ไปที่ไหนก็ได้ขอให้ข้าหลุดพ้นจากพิภพ
ปีศาจบรรพกาลก็เพียงพอ ตัวข้านั้นมันน่าสมเพชเกินไปต่อให้ข้ามีเวลา
มากมายนับไม่ถ้วน แต่ก็ไร้ซึ่งความหมาย ”
ค าพูดของมันราวกับก าลังอ้อนวอนรอให้ อู่ อวี้ ตอบรับ
อู่ อวี้ ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วก็ส่ายศีรษะพร้อมกล่าวว่า ” ขอกล่าวตามตรง
ในสายตาท่านพิภพปีศาจบรรพกาลอาจเป็นสถานที่โหดร้ายไร้ความปรานี
แต่ส าหรับผู้ที่มาจากโลกอื่นมันเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมมาก ในพิภพอื่น พลัง
ฟ้าดินมิได้หนาแน่นมากมายเท่ากับที่นี่ โดยเฉพาะที่นี่มีเทพปีศาจถึง 8 ตน
แต่ที่อื่นมีแค่เพียงตนเดียวเท่านั้น แตกต่างกันเพียงช่วงเวลาแห่งการฆ่า
เท่านั้น ”
เทพปีศาจมังกรคราม ส่ายหัวกับกล่าวว่า ” เจ้ายังไม่เข้าใจ ทางออกเดียวของ
พวกเราก็คือ พิภพเทพปีศาจ เจ้าก็น่าจะรู้พวกเราทั้ง 8 เป็นเทพปีศาจแท้ ๆ
แล้วเหตุใดถึงต้องมาจมปลักอยู่ที่นี่ นั่นเป็นเพราะพวกเราไม่สามารถไปยัง
พิภพเทพปีศาจได้ยังไงล่ะ ในหลายปีมานี้ พวกเราเฝ้ามองผู้คนในโลกอื่น
กลายเป็นเทพปีศาจ อีกทั้งยังสามารถไปสู่พิภพเทพปีศาจได้อีกด้วย ”
” พิภพเทพปีศาจ? ”
ตอนที่เขาอยู่ในชมพูทวีปโลกธาตุ อู่ อวี้ ก็เคยได้ยินสถานที่นี้มาบ้าง ดูเหมือน
มันจะคล้ายกับวังสวรรค์และนรกอเวจี แต่มันน่าจะมีขนาดเล็กมาก แล้วที่นั่น
ก็คือเป้าหมายของเทพปีศาจ ว่ากันว่าหากปีศาจได้บ าเพ็ญเพียรจนถึงระดับ
เทพปีศาจแล้ว ปีศาจตนนั้นจะสามารถไปสู่พิภพเทพปีศาจได้
ด้วยเหตุนี้พวกปีศาจจึงต้องการไปยังสถานที่ที่เรียกว่าพิภพเทพปีศาจนั่นเอง
” ข้อตกลงเช่นนี้มันง่ายมากส าหรับเจ้า ” เทพปีศาจมังกรคราม กล่าวด้วย
น ้าเสียงอ่อนโยน
ด้วยเพราะมันรู้สึกว่า อู่ อวี้ ชักจะเริ่มโอนอ่อนผ่อนตามแล้ว
อู่ อวี้ ยังคงส่ายศีรษะแล้วกล่าวไปตามตรงว่า ” ข้าขอกล่าวตามตรง จิตใจ
ของข้ายังคิดระแวงเพราะข้ากับท่านยังไม่ได้รู้จักสนิทชิดเชื้อกัน ข้าไม่รู้ว่า
ท่านเป็นเทพปีศาจดีหรือชั่ว ไม่รู้ว่าท่านจะร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
หากข้าพาท่านไปที่พิภพเซียนกระบี่ ข้าไม่รู้ว่าพอถึงที่นั่นแล้วท่านจะไป
อาละวาดท าให้โลกแห่งนั้นพังทลายลงหรือไม่ ไม่รู้ว่าท่านจะคิดครองโลก
หรือไม่ แล้วถ้าเกิดท่านไปฆ่าผู้คนมากมายจนล้มตายเกลื่อนกลาด ตราบาป
ดังกล่าวก็คงจะอยู่ในใจข้า ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะข้าไม่รู้จักอุปนิสัยใจคอ
ที่แท้จริงของท่าน แม้ว่าข้อเสนอของท่านจะดูเรียบง่ายน่าสนใจ แต่เมื่อนึกถึง
ผลที่ตามมาข้าไม่สามารถพาท่านไปได้จริง ๆ ”
เทพปีศาจมังกรครามยังคงเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เมื่อได้ยินเสียงที่ อู่ อวี้ กล่าว เทพปีศาจมังกรครามก็ตกตะลึง ในฐานะผู้ที่มี
ศักดิ์เป็นเทพปีศาจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า อู่ อวี้ มันกลับพูดขึ้นด้วยน ้าเสียง
ละล ่าละลักว่า ” ข้าขอร้อง หรือจะให้ข้าสบถสาบานอย่างไรกับเจ้าก็ได้ ข้าขอ
เอาชีวิตเป็นเดิมพันว่าข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกอื่น ข้าต้องการจะไปที่พิภพ
ปีศาจเพียงเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้าขอสาบานให้ฟ้าผ่าตายหากข้าผิดสัจจะ
หรือไม่คอยเฝ้าจับตาดูข้าก็ยังได้? ”
ดูเหมือนเทพปีศาจมังกรครามอยากจะออกไปจากที่นี่มากจริง ๆ บางทีถ้ามัน
เป็นมนุษย์ป่านนี้มันคงคุกเข่าอ้อนวอน อู่ อวี้ แล้ว
“ ต่อให้ข้าไปคอยจับตาดูเจ้าก็ไร้ประโยชน์ หากเจ้าต้องการบดขยี้ท าลายโลก
นั้นขึ้นมาจริง ๆ ข้าหรือจะหยุดยั้งเจ้าได้? ” อู่ อวี้ เพียงแค่ต้องการเห็นโลกอื่น
ไม่ได้คิดว่าจะไปอยู่ที่นั่น ฉะนั้นการจะพาเทพปีศาจเหล่านี้ด้วยจึงค่อนข้าง
เป็นเรื่องเสี่ยงมากเกินไป และเขาก็ไม่จ าเป็นต้องรับความเสี่ยงถึงขนาดนั้น
ดังนั้นต่อให้อีกฝ่ายจะมีข้อเสนอที่น่าเย้ายวนใจ แต่ส าหรับเขาคงไม่พร้อมที่
จะตอบรับ
แม้เทพปีศาจมังกรครามจะพยายามอ้อนวอนง้องอนสักเพียงใด แต่ถูก
ปฏิเสธไม่เลิกรา ส่งผลให้ครั้งนี้มันตอบกลับมาด้วยโทสะว่า ” ในเมื่อจับมือ
กันร้อยครั้ง เทียบกับดื่มสุราร่วมจอกกันครั้งเดียวไม่ได้ พูดจาดี ๆ กับเจ้า
ต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์! เจ้าคงลืมไปแล้วเสียกระมัง ว่าเพลานี้เจ้าอยู่ในท้อง
ของข้า ซึ่งก็เท่ากับว่าเจ้าอยู่ในการควบคุมของข้าด้วย ในเมื่อขอดี ๆ พูดดี ๆ
เจ้าก็ยังปฏิเสธ เช่นนั้นข้าจะแย่งชิงมาจากเจ้าเอง และไปจากที่นี่ด้วยก าลัง
ของตนเอง! ”
บางทีนี่อาจเป็นตัวตนที่แท้จริงของมันก็เป็นได้?
อู่ อวี้ รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายตรงข้ามก าลังจะโจมตีตนเอง เทพปีศาจมังกรคราม
ไม่ได้ท าเพียงแค่กลืนกินเขาลงมาในท้องเท่านั้น แต่เห็นได้ชัดว่ามันก าลังใช้
แก่นพลังชีวิตศักดิ์สิทธิ์กับเขา
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่าง อู่ อวี้ นั้นเตรียมพร้อมรับมือมาตั้งแต่ไก่โห่แล้ว
ดังนั้นเขาจึงประสานร่างกับเมฆาตลบฟ้าแล้วกระโดดตีลังกาทะลุมิติออก
จากท้องมันโดยตรง
——————