กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1173: หุ่นเชิดตัวสุดท้าย
อู่ อวี้ ไม่ได้รู้สึกกังวลใจแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าปีศาจปักษาสมุทรโลหิตจะรู้ดีว่า
เขามีความรวดเร็วในการหลบหนีมากเพียงใด แต่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเขามี
ความสามารถที่จะหลบหนีจากสถานที่กักขังพันธนาการต่าง ๆ ได้ทั้งหมด
ซึ่งก็เสมือนกับเทพปีศาจมังกรคราม ที่ไม่คาดคิดว่าเขาจะมีความสามารถ
ดังกล่าว
อู่ อวี้ รู้ดีว่าหลังปฏิเสธขอเสนอครั้งสุดท้าย เทพปีศาจมังกรครามจะต้อง
โมโหแล้วคิดสังหารเขาเพื่อแย่งชิงรับกุญแจไปแน่
ในฐานะที่เป็นเทพเจ้าปีศาจ การถ่อมตนจริงใจที่พยายามแสดงออกต่อ อู่ อวี้
มันเกินขีดจ ากัดแล้ว
ในที่สุดมันก็หมดความอดทน ซึ่งทั้งหมดนี้คือการทดสอบความอดทนของ อู่
อวี้ ว่ามันจะเป็นอันตรายต่อสรรพชีวิตต่าง ๆ หรือไม่
อู่ อวี้ ซักไซ้ไล่เลียงมัน ทั้งหมดก็เพื่อทดสอบอารมณ์ของเทพปีศาจมังกร
คราม ปีศาจมังกรครามเป็นเสมือนดั่งปลาวาฬยักษ์ที่นอนอ้าปากอยู่ใน
มหาสมุทร กินกุ้งและปลาที่ผ่านไปผ่านมาเป็นอาหาร ต่างกันเพียงแต่ไม่ได้
กินกุ้งปลาที่เป็นสัตว์ทะเล แต่กินกุ้งปลาที่กลายเป็นปีศาจแล้ว
ถึงแม้นิสัยใจคอของมันจะไม่ได้โหดเหี้ยมอ ามหิตเช่นดั่งปีศาจปักษาสมุทร
โลหิต แต่มันก็หาได้แลเหลียวสรรพชีวิตอื่นใดนัก
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ยอมตกลงกับข้อเสนอดังกล่าว
หลังออกมาจากท้องของเทพปีศาจมังกรคราม เขาก็ยังคงอยู่ในเขตแดนมังกร
มัจฉา ถ้ามองจากด้านบนจะเห็นเงาขนาดใหญ่มหึมาอยู่ด้านล่าง ซึ่งเห็นได้
ชัดว่ามันคือเทพปีศาจ ฝ่ายตรงข้ามอยู่ในสภาพโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ด้วยเหตุ
นี้ อู่ อวี้ จึงไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด พร้อมรีบเร่งทะยานขึ้นเหนือระดับน ้า โดย
ไม่สนอะไรทั้งสิ้น มิฉะนั้นแล้ว น ้าทะเลเหล่านี้ คงได้กักขังเขาเอาไว้แน่
” เมื่ออยู่ในท้องของข้าแล้ว แต่เจ้ากลับหลบหนีไปได้ นับว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ !
แต่อย่าได้คิดว่าจะหลบหนีจากนี้จากเงื้อมมือของข้าไปได้! ”
อันที่จริงหลังจาก อู่ อวี้ ออกมามันก็ยังซุกซ่อนตัวอยู่ภายในนั้น แต่ไม่รู้ว่าเขา
จะสามารถหลบหนีออกจากทะเลได้อย่างรวดเร็ว จนพุ่งทะยานขึ้นมาสูงถึง
หมู่เมฆ มันก็ตัดสินใจไล่ติดตามเขา เมื่อเขามองลงมาด้านล่างเขาก็ต้องตก
ตะลึงอย่างแท้จริง เพราะใต้พื้นน ้ามหาสมุทรมีเงาของอสูรขนาดยักษ์ปรากฏ
ขึ้น!
เป็นเสมือนดั่งสัตว์อสูรยักษ์แห่งท้องมหาสมุทร!
ร่างกายของมันเสมือนจระเข้และคล้ายกับกิ้งก่าขนาดใหญ่ ส่วนตัวของมันมี
เกล็ดหนาสีด าทมิฬราวกับน ้าหมึกคล้ายเกล็ดมังกร แต่ตรงส่วนหัวของมันกับ
ใหญ่กว่ามังกรเทวะจริงมาก ๆ อันที่จริงคงต้องบอกว่าตรงส่วนหัวของมันมี
ขนาดใหญ่กว่า 1 ใน 3 จากความยาวทั้งหมดของมัน โดยเฉพาะเวลามันอ้า
ปาก ราวกับว่าปากอันใหญ่ยักษ์ของมันสามารถกลืนกินทั้งทวีปได้เลยทีเดียว
แม้กระทั่งเกาะขนาดใหญ่ยังทวีปปีศาจทายาททักษิณ ก็ดูเหมือนมันจะ
สามารถกลืนกินเข้าไปได้
นี่ไม่ใช่อสูรชมพูทวีป แต่เป็นปากที่มีเขี้ยวแหลมคม
นี่คือเทพปีศาจมังกรคราม!
คงกล่าวได้เพียงอย่างเดียวว่ามันเป็นปีศาจที่มีขนาดใหญ่มากจริง ๆ
เวลานี้มันก าลังโกรธเคืองเป็นอย่างมาก ในหัวใจท่วมท้นไปด้วยจิตสังหาร
แห่งการฆ่าฟัน บัดนี้มันได้พุ่งเป้าไปที่ อู่ อวี้ ถึงแม้ว่าเขาก าลังลอยคว้างอยู่
เหนือท้องเวหา ซึ่งส าหรับมันแล้ว สามารถไขว่คว้าตัวเขาได้ เพียงแค่เอื้อมขา
ขึ้นไปเท่านั้น
พอหลบหนีออกจากท้องของมันมาได้ ด้วยภาพปัจจุบันที่เขาเห็นยิ่งท าให้ อู่
อวี้ รู้สึกหวาดกลัวเทพปีศาจตนนี้มากขึ้นกว่าเดิม เขาก้มหัวลงมองผ่านม่าน
เมฆาแล้วกล่าวว่า ” อันที่จริงเจ้าอย่าได้คิดมากจนเกินไปเลย ในโลกที่ข้าจาก
มา มีเทพเซียนปกปักษ์ดูแลอยู่ซึ่งก็คือบิดาของข้า จากมุมมองของข้าฝีมือ
ของเขาเหนือกว่าเจ้าอย่างน้อยสิบเท่า ถ้าเจ้าไป ก็อาจถูกเขาสังหารทิ้งเอาได้
”
การที่เขาเอาเรื่องบิดามากล่าวอ้าง เพราะรู้ว่ามังกรครามจะต้องกริ่งเกรง
บารมีของบิดาอย่างแน่นอน อย่างน้อยเวลานี้โอกาสที่จักรพรรดิโบราณจะ
เป็นบิดาตัวจริงของเขา ก็มีมากถึง 95 ในร้อยส่วน
อย่างไรก็ตามเทพปีศาจมังกรครามยังคงตอบกลับมาอย่างโกรธเกรี้ยวว่า ”
อย่าเอาบิดามาขู่ให้ข้ากลัว ข้าไม่กลัวแม้แต่น้อย! เก่งกว่าสิบเท่างั้นรึ ถ้า
เช่นนั้นก็บอกให้มันเข้ามาได้เลย! ”
” หมายความว่าหากเจ้าไปยังโลกอื่น เจ้าก็จะท าลายโลกนั้นจนพังพินาศไม่มี
เหลือใช่หรือไม่? เจ้าเป็นเทพปีศาจในโลกนี้มานานแล้ว แต่ไม่ใช่ปีศาจที่
ส าเร็จกลายเป็นเทพปีศาจในโลกอื่น แล้วเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะ
สามารถไปที่พิภพเทพปีศาจได้? ” อู่ อวี้ กล่าว
” เช่นนั้นหรือ? ในเมื่อเจ้าเป็นคนมารบกวนท าให้พวกเรามีโทสะก่อน! แล้ว
เหตุใดเราต้องไปอ้อนวอนขอร้องเจ้าอีก! ข้าจะบอกอะไรให้เจ้ารู้ไว้อย่าง การ
ที่เจ้าไปหาเรื่องกับเทพปีศาจตัวใดตัวหนึ่ง ปีศาจตนนั้นก็จะกระจายข่าวให้
เทพปีศาจทั้ง 8 ได้รับรู้ แล้วข่าวคราวของเจ้าก็แพร่กระจายไปตั้งนานแล้ว
เทพปีศาจทั้ง 8 รู้การมีอยู่ของเจ้า แล้วเทพปีศาจที่เหลือก็ไม่ต้องการให้เจ้าได้
ครอบครองผลึกหินปีศาจบรรพกาลได้อีก หรือต่อให้เจ้าหลบหนีจากเงื้อมมือ
ของพวกเราไปได้ แต่เจ้าก็จะไม่มีโอกาสได้ครอบครองเห็นปีศาจบรรพกาล
อย่างที่ใจหวัง เพราะพวกเราจะเอามันไปหลบซ่อนไว้เป็นอย่างดี แล้วสักวัน
หนึ่งเจ้าก็ต้องกลับมาตามหามันอีก ซึ่งก็หมายความว่าเจ้าจะต้องมาหาพวก
เรา! และยอมร่วมมือกับเรา! ”
อู่ อวี้ ไม่คาดคิดว่าพวกมันจะกลมเกลียวเป็นน ้าหนึ่งใจเดียวกันเยี่ยงนี้
ความสัมพันธ์ดังกล่าวท าให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ในตอนแรกเขาหลงคิดว่าพวกมันจะเก็บซ่อนความลับเรื่องตัวเองเอาไว้ไม่
แพร่งพรายบอกใคร
เห็นได้ชัดว่าหลังจากปีศาจปักษาสมุทรโลหิตได้พลาดท่าสูญเสียหินปีศาจ
บรรพกาลไป ท าให้มันโกรธจัดจนบอกเรื่องราวของเขาให้แก่เทพปีศาจอีก 7
ตนได้รับรู้
“ แปลกใจล่ะสิ! นั่นเพราะเจ้าหลงลืมบางอย่างไป เจ้าลืมไปว่าพวกมันมี
ความปรารถนาเดียวกัน นั่นก็คือการออกจากพิภพปีศาจบรรพกาล นับจากนี้
พวกมันทั้ง 8 จะตามหาเจ้าต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินก็ตามที เมื่อถึงตอนนั้น
พวกมันก็จะสังหารเจ้าทิ้งเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แล้วค่อยฉกชิงกุญแจมาเป็น
ของตนเอง บางทีหลังจากนี้พวกมันทั้ง 8 อาจจะต้องต่อสู้เข่นฆ่ากัน แต่ก็
ไม่ใช่เรื่องของเจ้าอีกต่อไป! ”
หมิงซวงสาธยาย
” อืม … ก็น่าจะเป็นอย่างที่เจ้าว่า ”
ถ้าหากเทพปีศาจทั้งแปดมันร่วมมือกันจริง ๆ อู่ อวี้ จะต้องปวดเศียรเวียน
เกล้าอย่างแน่นอน ซึ่งเขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย การครอบครองหิน
วิญญาณปีศาจก็จะยากขึ้นตามล าดับ
” ข้าอุตส่าห์ให้โอกาสเจ้า แต่เจ้ากลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดีราวกับมันเป็นเพียง
ขยะ ถ้าเช่นนั้นก็ตายเสียเถอะ! ”
เทพปีศาจมังกรครามรีบทะยานออกจากมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว เมื่อร่าง
ขนาดยักษ์ของมันต้องกระทบกับแสงตะวัน ท าให้ผู้พบเห็นรู้สึกราวกับว่ามัน
คือเกาะขนาดยักษ์ก าลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องเวหา ช่างเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัว
เสียนี่กระไร
อู่ อวี้ รู้ว่าตอนนี้เขามีโอกาสไม่มากนัก ไม่สามารถรั้งรออยู่ที่นี่ได้แล้ว ด้วย
เหตุนี้ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะจับตนเอง จึงรีบหลบหนีออกมาอย่างรวดเร็ว ซึ่ง
มันท าให้เทพปีศาจมังกรครามพบว่า อู่ อวี้ มีความเร็วสูงล ้ายิ่ง ต่อให้ตัวมันที่
เป็นถึงเทพปีศาจ ก็ไม่อาจค้นหาร่องรอยของเขาได้แม้แต่น้อย
” นี่มันพลังอิทธิฤทธิ์อันใดกัน ราวกับว่ามันสามารถหายไปจากโลกนี้ได้ในชั่ว
พริบตา! ”
เทพปีศาจมังกรครามกล่าวด้วยน ้าเสียงหดหู่ระคนตกใจ
มันมองไปตามที่ทิศทางที่ อู่ อวี้ จากไป ด้วยดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยเปลว
เพลิงแห่งโทสะ
เนิ่นนานหลายปีแล้วที่มันไม่ได้ฮึกเหิมบ้าคลั่งถึงเพียงนี้
หลังจากนั้นไม่นานนัก อู่ อวี้ ก็กลับมาบนผืนบกอีกครั้ง
” หากเทพปีศาจทั้งแปดร่วมมือกัน การที่เจ้าจะกลับไปเอาหินศิลาปีศาจ
บรรพกาลคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป คราวนี้พวกมันจะต้องวางกับดักรอเจ้า
อยู่อย่างแน่นอน แล้วคราวนี้เจ้าจะเอาเช่นไรต่อไปเล่า? ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” จะท าอันใดได้อีกเล่า? นอกจากปล่อยเวลาให้
เรื่องมันซาลง อย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรอยู่แล้ว อย่างน้อยปัจจุบันข้า
ก็มีผลึกหินซึ่งเป็นประตูสู่ชมพูทวีปโลกธาตุอยู่ในครอบครองเป็นที่เรียบร้อย
เท่ากับว่าเวลาของข้ายังมีถมเถ สามารถใช้มันถ่วงเวลากับพวกเทพปีศาจได้
อีกอย่างข้าก็ยังไม่รีบไปพิภพอื่นตอนนี้ สิ่งส าคัญที่สุดก็คือการยกระดับพลัง
ฝีมือ เราคงต้องใจเย็น ๆ รอให้ฝีมือเหนือกว่านี้ก่อนก็ยังได้ แต่ไม่รู้ว่าทางนั้น
จะใจเย็นเหมือนกับข้าหรือเปล่าเนี่ยสิ พวกมันทั้ง 8 อาจจะอดใจรอไม่ไหว
บางทีมันอาจจะคิดว่าข้าได้ออกจากพิภพแห่งนี้แล้ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็ยิ่ง
กังวลกันเข้าไปใหญ่ ”
” มันก็จริงอย่างที่เจ้าว่า ถ้าเช่นนั้นก็อย่าไปสนใจเรื่องเล็ก ๆ อย่างเจ้าเทพ
ปีศาจน้อยเหล่านี้ ทิ้งมันไปซะให้หมด ฮ่า ๆ ๆ! ” หมิงซวงหัวเราะอย่าง
ครื้นเครง
อันที่จริงมังกรครามมันตัวใหญ่มาก แต่นางกับกล่าวว่ามันเป็นแค่ไอ้ตัวจิ๋ว
หลิว …
ต่อมา อู่ อวี้ ก็กลับมาที่วิหารจิตเทวะพูดคุยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ
หนานซาน หวางเยว่
“ สุดยอดไปเลยแหะ มีพิภพมากมายอยู่ในโลกแห่งนี้ ซึ่งน่าสนใจเสียยิ่งกว่า
พิภพปีศาจบรรพกาลซะอีก ที่นี่มีแต่พวกปีศาจอยู่กัน ไร้ซึ่งสิ่งปลูกสร้าง
บ้านเมืองใด ๆ จนข้าเบื่อจะแย่แล้ว ” เย่ซีซี กวาดตามองไปรอบ ๆ หน้าก็รู้สึก
ไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะไม่ว่านางจะมองไปทางไหนก็พบเจอกับภูเขาสัน
ทรายที่แห้งแล้ง
” พิภพดารา , พิภพเทพสงคราม , พิภพเซียนกระบี่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าแต่ละ
พิภพที่ท่านกล่าวมา การฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรของพวกเขาแตกจากเราอยู่บ้าง
เล็กน้อย มันช่างน่าสนใจเสียจริง ๆ แต่พลังฟ้าดินในพิภพปีศาจบรรพกาล
นั้นหนาแน่นมากที่สุด เหมาะส าหรับการฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรเป็นอย่างยิ่งแล้ว
อีกทั้งยังมีคู่แข่งมากมายที่สามารถพัฒนาตนเองได้ ”
” แค่พวกเราฝึกฝนให้หนักมากกว่านี้ ต่อให้พวกมันยกโขยงกันมาก็รับมือได้
ฮ่า ๆ ๆ ” อู่ อวี้ หัวเราะ
“ ข้าไม่ยอมฝึกฝนกับเจ้าเด็ดขาด เดี๋ยวผิดผีเอา ตัวข้าจะต้องฝึกฝนกับสาว
น้อยน่ารัก เป็นอาหารตาอาหารใจเนี่ยแหละแนวทางของข้า ฮ่า ฮ่า!” หนาน
ซาน หวางเยว่ หัวเราะ
“ หึ! คอยดูเถอะ สักวันหนึ่งข้าจะต้องฝีมือเหนือกว่าท่าน เมื่อนั้นข้าจะทุบตี
ท่านให้ฟันร่วงจะหมดปากไปเลย! ”
ภายในวิหารจิตเทวะครื้นเครงสนุกสนานเป็นอย่างมาก อู่ อวี้ ได้พบอู่หยูแล
เฟิงซัวหยาอีกครั้ง การฝึกฝนบ าเพ็ญตนของทั้งสอง ราบรื่นเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะ อู่หยู หลังจากที่นางได้รู้เรื่องว่ายังมีอีกโลกหนึ่ง ยิ่งท าให้นางตั้งใจ
ฝึกฝนบ าเพ็ญเพียร เพื่อจะได้ช่วยเหลือ อู่ อวี้ ได้บ้างไม่มากก็น้อย
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาณาจักรฝึกตนของ อู่ อวี้ ได้รับผลกระทบจาก
ประสบการณ์ภายนอกที่พบเจอ ท าให้พื้นฐานฝึกตนในระดับค้นหาเต๋าของ
เขา ยกระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งจักรพรรดิโบราณเทศนาเต๋า และ คนยักษ์ทองค า
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงตัดสินใจที่จะยกล าดับบ าเพ็ญตนอีกครั้ง
อย่างไรเสียหากอยู่ในเจดีย์ล่องก าเนิดเขามีเวลามากถึงห้าเท่า
หลังจากพูดคุยกับ หนานซาน หวางเยว่ อยู่สักพัก จากนั้นไม่นาน เขาก็เข้าสู่
เจดีย์ล่องก าเนิด
ในเวลาเดียวกันเทพปีศาจทั้งแปดก็ก าลังตามหาเขาแทบพลิกแผ่นดิน แต่
เป็นเพราะพิภพปีศาจบรรพกาลนั้นกว้างใหญ่มาก ฉะนั้นการที่พวกเทพ
ปีศาจจะตามหาเขาพบจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อู่ อวี้ อยู่ภายในเจดีย์ล่องก าเนิด มุ่งเน้นเรียนรู้ศึกษาเกี่ยวกับวงเวทย์ , กลั่น
สกัดโอสถ , รู้แจ้งในเต๋า ค่อย ๆ เรียนรู้ท าความเข้าใจเพิ่มขึ้นทีละขั้นตอน
และความอดทนเป็นสิ่งส าคัญที่สุด
ตอนนี้ค่อนข้างเชื่องช้าน่าเบื่อส าหรับ อู่ อวี้ เขาจะต้องศึกษาตรวจสอบให้
ละเอียดถี่ถ้วน ทบทวนความคืบหน้าอย่างรวดเร็วที่มีมาก่อนหน้านี้ เติมเต็ม
ช่องว่างที่ขาดหายไปบางส่วน แล้วเริ่มแตกยอดย่อยพัฒนาไปสู่แนวทางใหม่
ๆ นี่คือการตระหนักรู้ของขั้นค้นหาเต๋า เขาจะต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไปทีละ
ขั้นตอน และเริ่มก้าวหน้าบ้างนิดหน่อยแล้ว
ช่วงเวลานี้ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดราวกับความตายและเวลาที่ค่อย ๆ
ผันผ่านไป
ชั่วพริบตาเขาใช้เวลาอยู่ภายในเจดีย์ล่องก าเนิดประมาณเกือบห้าสิบเดือน
แล้ว ซึ่งเท่ากับประมาณสี่ปีด้านนอก
ตลอดเวลาที่เขาอยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล อู่ อวี้ ได้เผชิญหน้ากับ
ประสบการณ์มากมาย จนบรรลุถึงขอบเขตค้นหาเต๋า ช่วงเวลาสี่ปีที่ผ่านมา
ท าให้การรู้แจ้งและความเข้าใจของเขาตกตะกอน จนทะลวงฝ่าเข้าสู่ระดับ
สามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 2
ซึ่งถ้าค านวณเวลาตั้งแต่เขามาถึงพิภพปีศาจบรรพกาล จวบจนถึงปัจจุบัน
เวลาจริงได้ล่วงเลยผ่านมาเกือบปีแล้ว
เขาจ าได้ว่าให้ค ามั่นสัญญากับลั่วผินไว้ว่าเขาจะไปพบนางปีละครั้ง
ตลอดปีนี้จักรพรรดิโบราณไม่ได้ตามหา อู่ อวี้ เลย เท่ากับว่าสถานการณ์
ยังคงปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คาดว่าอีกหนึ่งปีลั่วผินน่าจะเข้าใกล้การเป็นเซียนอมตะมากขึ้น
อู่ อวี้ ก าลังเตรียมที่จะไปที่วังมังกรสี่สมุทร ทว่าช่วงเวลาดังกล่าวจักรพรรดิ
โบราณอาจจะท าอันตรายต่อเขาได้ ถ้าหากเขาปรากฏตัวออกไปแบบสุ่มสี่
สุ่มห้า ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่นัก และถึงแม้ว่า อู่ อวี้ ยังคงอยู่อีกโลก
ใบหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงคิดถึงนางทุกเช้าค ่า เพราะไม่ได้ยินข่าวคราวของนาง
เลย
บางทีนางอาจจะอยากพบเขาเช่นกัน
เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็รู้สึกว่าจักรพรรดิโบราณ ไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรให้
เขา จักรพรรดิโบราณอาจจะพยายามฝึกฝนเพื่อให้ อู่ อวี้ กลายเป็นเหมือน
เขา
ครั้งหนึ่งจักรพรรดิโบราณเคยบอกว่าเวลาจะสามารถพิสูจน์ได้ทุกอย่าง
ในหนึ่งปีที่ผันผ่านมานี้ ท าให้เขาได้พิสูจน์อะไรมากมาย
แต่ไม่ว่าอย่างไรเข้าระวังตัวเอาไว้ก่อน และก่อนที่เขาจะกลับชมพูทวีป
โลกธาตุ เขาจะต้องท้าทายหุ่นเชิดในเจดีย์ล่องก าเนิดเสียก่อน มังกรเทวะ
ทองค ามีฝีมืออยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 9 ฉะนั้นหุ่นเชิดตัว
ต่อไปที่เขาจะต้องท้าทาย พื้นฐานฝึกตนของมันจะต้องอยู่ในระดับสามภัย
พิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 และเขาก็สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่ามันกลายเป็นหุ่นเชิด
ตัวสุดท้ายหรือไม่?
ถ้าไม่ใช่ เขาก็อยากจะรู้ว่าจะมีหุ่นเชิดระดับเทพเซียนอยู่หรือไม่?
ซึ่ง อู่ อวี้ คิดว่าไม่น่าเป็นไปได้
เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากเขาท้าทายหุ่นเชิดตัวสุดท้ายที่อยู่ภายใน
เจดีย์ล่องก าเนิด
ก่อนหน้านี้เขาสามารถเอาชนะปักษาน้อยที่มีฝีมืออยู่ในระดับ สามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 10 ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหุ่นเชิดที่มีความแข็งแกร่งอยู่
ในระดับเดียวกับปักษาน้อย โดยที่เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก่อนหน้านี้หนึ่งระดับ
ดังนั้นเขาจึงพึ่งพาเพียงร่างต้นอย่างเดียว
ยามนี้เขาพร้อมแล้ว
————————