กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1175: วังมังกรสี่สมุทร
ส่วนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนั่นก็คือ เขาสามารถพาผู้อื่นเข้ามา
ภายในเจดีย์ล่องก าเนิดได้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้นอกจากเจดีย์ล่องก าเนิดจะไม่ให้คนอื่นเข้ามาแล้ว ยังขับไล่
บุคคลภายนอกออกไปในทันที
ในปัจจุบันถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะยังไม่ได้ท าพันธสัญญากับเจดีย์ล่องก าเนิดอย่าง
สมบูรณ์ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเจดีย์ล่องก าเนิด
ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนจะมีข้อก าหนดบางประการ เกี่ยวกับระดับของอาณาจักร
จิตเทวะ ซึ่งถ้าหากเขาพาคนนอกเข้ามาในนี้เขาจะต้องแบกรับแรงกดดัน
บางอย่าง
อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้ว่าท าไมเหมือน แต่ถ้าให้คาดเดาเขาคงต้องบอกว่า หาก
น าพาคนนอกเข้ามาฝึกฝนบ าเพ็ญเพียรอยู่ในนี้ เพลิดเพลินไปกับเวลา 10
เท่า จะท าให้ตัวเจดีย์ล่องก าเนิดแบกรับภาระมากเกินไป
เป็นไปได้ว่าหากให้คนอื่นเขามา การรักษาระดับเวลา 10 เท่าของเจดีย์ล่อง
ก าเนิด จะยากล าบากขึ้นเท่าตัว แต่ถ้ามีคนหนึ่ง ความยากล าบากก็จะ
เพิ่มขึ้นไปอีก 2 เท่า
ถ้ากล่าวถึงศาสตราเต๋าอีกระดับหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ศาสตราเซียนหรือเจดีย์
วิญญาณบรรพกาลของจักรพรรดิโบราณ ดูเหมือนว่าการพาคนจ านวนมาก
เข้าไป จะท าให้มันไม่ได้รับแรงกดดันใด ๆ
อู่ อวี้ รู้สึกว่านี่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเวลาที่เพิ่มขึ้น
การที่เวลาเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างมาก
ทว่าหลังจากที่ อู่ อวี้ ท้าทายเสร็จสิ้นจนบังเกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มัน
ท าให้เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
และผู้ที่มีความสุขมากที่สุดก็คือ หนานซาน หวางเยว่ กับเย่ซีซี พวกเขาริษยา
อู่ อวี้ มานานแล้วที่มีเวลาถึง 5 เท่า
แม้พวกเขาจะพยายามไล่ตาม อู่ อวี้ มากเพียงใด แต่ทุกครั้งที่ อู่ อวี้ เข้าไป
ฝึกฝนโดยได้เวลา 5 เท่า พวกเขาก็ถูกทิ้งห่างอีกครั้ง
ฉะนั้นเมื่อได้ยินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หนานซาน หวางเยว่ ก็ระเบิดเสียง
หัวเราะแล้วกล่าวว่า ” ในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างข้าเสียที! ”
ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ อู่ อวี้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะไปหาลั่วผินที่วังมังกรสี่สมุทร แต่
ครั้งนี้เขาไม่ได้เอาเจดีย์ล่องก าเนิดติดตัวไปด้วย เขาทิ้งเจดีย์ล่องก าเนิดเอาไว้
กับร่างกลืนสวรรค์ ให้ หนานซาน หวางเยว่ และเย่ซีซีฝึกฝนบ าเพ็ญตน
ส าหรับอู่หยูและเฟิงซัวหยา พวกเขาทั้งสองไม่ต้องการเวลามากนัก ประการ
ที่สองถ้าพวกเขาเข้าไปเจดีย์ล่องก าเนิดอาจจะไม่สามารถฝึกฝนบ าเพ็ญตน
ในนั้นได้ อันที่จริง อู่ อวี้ ยังรู้สึกว่าการให้ หนานซาน หวางเยว่ กับเย่ซีซีเข้าไป
ฝึกฝนบ าเพ็ญตนอยู่ในนั้น เวลาข้างในยังไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่นัก
แต่อย่างน้อยถ้าหากเจดีย์ไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้ที่ 10 เท่า ก็อาจจะ
ลดลงมาเหลือซักประมาณ 8 เท่า ทั้งหมดนี้เป็นแค่การอนุมาน ฉะนั้นจึงยังไม่
แน่ชัดเท่าไหร่นัก
ถึงกระนั้นก็สามารถช่วยเหลือทั้งสองได้มากทีเดียว
” เจ้าแน่ใจหรือว่าจะกลับไปที่ชมพูทวีปโลกธาตุ? ” หนานซาน หวางเยว่ ถาม
อู่ อวี้ ยิ้มแล้วกล่าวว่า ” ในไม่ช้าก็เร็วข้าก็ต้องกลับไปอยู่ดี ไม่สามารถซ่อน
ตัวอยู่ที่นี่ได้ตลอดไปหรอก ”
” อืม … อันที่จริงจักรพรรดิโบราณก็ดูห่วงใยเจ้าอย่างมาก ความเป็นไปได้ที่
เขาจะโป้ปดก็เหลือแค่ไม่กี่ส่วนเท่านั้น ” หนานซาน หวางเยว่ เป็นคนที่ไม่เชื่อ
ใจจักรพรรดิมากที่สุด แต่หลังจากเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปนานแล้ว ก็ยังไม่มี
อะไรเกิดขึ้น จักรพรรดิโบราณยังคงท าตามค าสัญญาเหมือนเช่นเคย ฉะนั้น
เขาจึงคิดว่าตนเองอาจจะคิดมากเกินไป
” ถ้าจักรพรรดิโบราณมีเจตนาไม่ดีจริง คงจะกักขังตัวข้านานแล้ว ไม่เสี่ยงให้
ข้าไม่อยู่ในพิภพปีศาจบรรพกาล ”
หลังจากเวลาล่วงเลย และได้เห็นการแสดงออกของจักรพรรดิโบราณ ท าให้
แต่ละคนรู้สึกเชื่อใจจักรพรรดิโบราณมากขึ้น ไม่ได้เป็นเหมือนเช่นดั่งตอนแรก
ที่พวกเขาหวาดกลัว
“ บางทีเราก็แค่คิดไปเอง ”
อันที่จริงแล้ว อู่ อวี้ ได้ลองเปิดใช้ผลึกหินประตูชมพูทวีปโลกธาตุแค่เพียงครั้ง
เดียวเท่านั้น และดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สิ่งส าคัญก็คือเขารู้สึกคิดถึงคะนึงหาลั่วผินเป็นอย่างมาก
เพราะเขาได้ให้สัญญากับนางไว้
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงเปิดประตูพิภพปีศาจบรรพกาลกลับสู่ชมพูทวีปโลกธาตุ
ตอนนี้เขามาปรากฏการณ์ตัวอยู่เหนืออาณาจักรโบราณเหยียนหวง
ในเวลานี้เขาก าลังกวาดตามองอาณาจักรที่อุดมสมบูรณ์รุ่งเรืองอย่างที่สุด
นครอันมั่งคั่งใหญ่โตเต็มไปด้วยผู้คนแออัดหนาแน่น ทุกหนทุกแห่งในโลกนี้ดู
เจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งซึ่งแตกต่างจากพิภพปีศาจบรรพกาลที่แสนแห้งแล้ง
เขาได้ยินผู้คนมากมายยังคงร้องตะโกนขนานนามจักรพรรดิอวี้ ดวงตาเต็มไป
ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
อู่ อวี้ ตัดสินใจกลับมาที่นครเทวะก่อน ซึ่งตอนนี้หลายคนก็เริ่มสังเกตเห็นการ
ปรากฏตัวของเขา ทันทีที่ได้เห็นพวกเขาเหล่านั้นก็คุกเข่าลงกับพื้นส่งสุรเสียง
สรรเสริญนานา
วังเริญรมณ์ แลราชวังหมื่นเซียน
อันที่จริงต่อให้ อู่ อวี้ จะอยู่หรือไม่อยู่ที่นี่เขาก็ยังคงว่างมากเช่นกัน ซึ่ง
แตกต่างจากจักรพรรดิอารามสวรรค์ที่ดูเหมือนจะยุ่งเอามาก ๆ เขามีราชกิจ
และสิ่งต่าง ๆ มากมาย ด้วยอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่เขาสามารถจัดการทุกอย่างได้
อย่างเป็นเป็นระเบียบเรียบร้อย
“ ในที่สุดจักรพรรดิอวี้ก็ออกจากการปิดด่าน ไม่ทราบว่าครั้งนี้พระองค์
ตัดสินใจเลือกเหล่าสนมแล้วหรือไม่ หรือพระองค์จะเดินทางไปที่วังมังกรสี่
สมุทร? ” จักรพรรดิอารามสวรรค์ไต่ถาม
หลังจากที่ อู่ อวี้ กลับมาเขาก็อยากให้ อู่ อวี้ เลือกนางสนม อันที่จริงตลอด
หนึ่งปีที่ผ่านมานี้ มีข้อมูลเกี่ยวกับนางสนมมากมายเป็นภูเขาเลากา แต่ละ
องค์นางรูปโฉมงดงามเป็นอย่างยิ่ง เป็นสตรีเพริศพริ้งมาจากทั่วทุกแห่งหน
ของโลกใบนี้ เฝ้ารอคอยให้เป็นที่โปรดปรานของ อู่ อวี้ และเหล่าขุนนาง
มากมายที่ต้องการพึ่งพาบุตรหลานของตนเอง
เนื่องจาก อู่ อวี้ มีใจรักใคร่ลั่วผิน ท าให้จักรพรรดิอารามสวรรค์ไม่กล้าเลือก
สนมให้โดยพลการ
อู่ อวี้ รู้ดีว่าเขาเพียงเอ่ยออกไปประโยคเดียวเท่านั้น และในอีกไม่กี่วัน
หลังจากนี้ ราชวังหมื่นเซียนก็จะเต็มไปด้วยโฉมสะคราญ ที่ถูกคัดเลือกมา
จากทั่วทุกมุมโลกชมพูทวีปโลกธาตุ
แต่เป้าหมายของเขามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือไปที่วังมังกรสี่สมุทร
ดังนั้น อู่ อวี้ จึงกล่าวว่า ” ข้าต้องการไปที่วังมังกรสี่สมุทร ”
จักรพรรดิอารามสวรรค์รีบกล่าวอย่างรวดเร็ว ” เดี๋ยวกระหม่อมจะจัดหา
องครักษ์เหยียนหวงไปพิทักษ์พระองค์ด้วย ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือ
ฝีไม้ลายมือของแต่ละคนไม่ได้น้อยกว่าเผ่าพันธุ์มังกรแต่อย่างใด ”
อู่ อวี้ ส่ายศีรษะแล้วกล่าวว่า ” ไม่ต้อง ข้าจะไปเพียงล าพัง ”
จักรพรรดิอารามสวรรค์กล่าวอย่างกังวลว่า ” จักรพรรดิอวี้คงจะไม่ทราบ ใน
ความเป็นจริงการแต่งงานของเผ่าพันธุ์มังกรเป็นอะไรที่พิเศษอย่างมาก ทาง
นั้นค่อนข้างกังวลเรื่องการขยายเผ่าพันธุ์ และหลีกเลี่ยงสายเลือดผสม ฉะนั้น
มังกรตัวไหนมีสายเลือดผสม จะไม่สามารถเข้าไปอยู่ในวังมังกรสี่สมุทรได้
จากที่ข้าเห็นในครั้งล่าสุด นอกจากเจ้ามังกรสี่คาบสมุทรแล้ว มังกรตัวอื่นดูไม่
ค่อยพอใจพระองค์นัก … ”
” ข้ารู้ … แต่เจ้าคิดว่าข้าหวาดกลัวพวกนั้นงั้นหรือ? ” อู่ อวี้ ยิ้ม
จักรพรรดิอารามสวรรค์ตกตะลึง ดูเหมือนยามนี้ อู่ อวี้ จะมีความมั่นใจเป็น
อย่างมากดังนั้นเขาจึงไต่ถามว่า ” จักรพรรดิอวี้พระองค์แน่ใจแล้วจริงเหรอ?”
อู่ อวี้ กล่าวว่าตอบ ” แน่ใจสิ ถ้าข้ายกโขยงกันไป ฝั่งนั้นยิ่งคิดว่าข้าไม่ให้
เกียรติเข้าไปใหญ่ อีกอย่างข้าไม่ได้คิดจะไปหาเรื่องพวกเขา แต่ข้าต้องการ
พิสูจน์ตัวเอง ให้พวกเขายอมรับข้าจากใจจริง ”
จักรพรรดิอารามสวรรค์พยักหน้าแล้วพูดว่า ” มันก็จริงอย่างที่ท่านกล่าว ถ้า
เช่นนั้นขอให้จักรพรรดิอวี้โปรดระวังตัวด้วย ”
หลังจากพูดคุยกับจักรพรรดิอารามสวรรค์เป็นที่เรียบร้อย อู่ อวี้ ก็ออกจาก
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง โดยใช้เมฆาตลบฟ้าควบคุมทิศทางไปยังวัง
มังกรทั้งสี่แห่ง
วังมังกรสี่สมุทรถูกปิดซ่อนไว้อย่างมิดชิด ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถพบได้
อาจเป็นเพราะในครั้งล่าสุดที่เขาได้ติดต่อกับลั่วผิน ได้แจ้งต าแหน่งให้เขา
ทราบเป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นเขาจึงหาต าแหน่งได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความเร็วของเมฆาตลบฟ้า ท าให้เขาเดินทางได้รวดเร็วกว่าลั่วผินที่
กลับไปยังวังมังกรสี่สมุทรในครั้งล่าสุด
กล่าวตามตรงครั้งสุดท้าย ที่เขาให้นางกลับไปยังวังมังกรสี่สมุทร อู่ อวี้
ค่อนข้างเป็นห่วงนางมาก
แต่โชคดีที่นางกลับมาอย่างปลอดภัย
อีกทั้งเขาต้องการท าให้นางประหลาดใจ เขาจึงไม่ได้บอกกล่าวนางก่อน และ
จะไม่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนางสนมให้นางฟัง
ในอดีตเผ่าพันธุ์มังกรเทวะสี่คาบสมุทร เคยยิ่งใหญ่อยู่ในทิศบูรพาและทิศ
อาคเนย์มาก่อน แต่พอบังเกิดหายนะครั้งใหญ่ท าให้วังมังกรทั้ง 3 ถูกท าลาย
เหลือเพียงวังมังกรทางทิศบูรพาเท่านั้น นับจากนั้นวังมังกรทางทิศบูรพาได้
ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น วังมังกรสี่สมุทร กล่าวได้ว่าเผ่าพันธุ์มังกรเทวะที่แข็งแกร่ง
ทั้ง 4 ได้มารวมตัวกันอยู่ที่ก้นมหาสมุทรของทิศบูรพา
อันที่จริงต าแหน่งของวังมังกรสี่สมุทรอยู่ค่อนข้างห่างจากทางทิศตะวันออก
ของทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งพอสมควร
ดังนั้นในครั้งนี้ อู่ อวี้ จึงต้องเดินทางผ่านทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง
ระหว่างการเดินทางไปหาลั่วผิน เขาไม่ได้แวะลงไปที่อาณาจักรบูรพาเยว่อู่ ,
นิกายกระบี่สวรรค์ , นิกายเซียนซูซัน และนครจักรพรรดิเพลิง ดูเหมือนว่า
จอมจักรพรรดิจะอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งเขาตั้งใจจะแวะในขากลับ
เขายังคงจดจ าได้ดีมากเจ้านครจักรพรรดิเพลิง เพื่อก าจัดบรรพชนมารกลืน
สวรรค์ถึงขนาดยอมสละชีวิตของตนเอง
ไกลออกไปทางทิศบูรพา ยังเห็นหมู่เกาะตงหยางทั้ง 4 เขายังจดจ าการต่อสู้
ระหว่างตัวเขากับจักรพรรดิมารได้
ในความเป็นจริงทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง เป็นสถานที่ที่เขากับลั่วผินได้มีภาพ
ความทรงจ าเกี่ยวข้องกันมากมาย
เขาข้ามทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้ง มุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางตะวันออก เข้าสู่
อาณาเขตมหาสมุทรเดินทางลัดเลาะผ่านเส้นทางมากมาย ด าดิ่งลงสู่ใต้
ทะเลลึก จนพบถ ้าแห่งหนึ่ง เมื่อทะลุผ่านถ ้า เขาก็รู้สึกว่าตนก าลังเข้าสู่อีก
โลกหนึ่ง กระแสน ้าของที่นี่ค่อนข้างนิ่งสงบ แสงตะวันประกายเจิดจ้าสว่าง
ไสวเป็นอย่างยิ่ง โลกทั้งใบเป็นสีน ้าเงินและสีขาวช่างน่าประทับใจอย่างมาก
หลังจากมาถึงที่นี่เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังฟ้าดินอันหนาแน่นใกล้เคียงกับ
อาณาจักรโบราณเหยียนหวง ซึ่งแตกต่างจากทวีปแห่งทวยเทพตงเสิ้งที่แห้ง
แล้งเหลือคณานับ
วังมังกรสี่สมุทรอยู่ในโลกนี้
แน่นอนว่าสถานที่ของถูกปิดกั้นด้วยวงเวทย์คุ้มกันหนาแน่นร้ายกาจ แม้แต่
จักรพรรดิโบราณก็ยังไม่สามารถล่วงล ้าเข้าไปได้
ดังนั้น อู่ อวี้ ท าแค่เพียงหาวงเวทย์ดังกล่าวนั้นให้เจอ เขาก็จะรู้ว่าวังมังกรสี่
สมุทรอยู่ที่ใด
เขาค้นหาอย่างระมัดระวัง เดินหน้าต่อไปในโลกอันกว้างใหญ่นี้
หลังจากค้นหาอยู่พักหนึ่ง เขาก็พบว่าพื้นที่ใต้มหาสมุทรแห่งนี้ค่อนข้างพิเศษ
เป็นอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าเขาพยายามตามหามากเท่าไหร่ก็ยิ่งไร้ผล แต่เมื่อ
เขามาถึงทิศทางหนึ่ง เขาก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากด้านล่าง และ
บริเวณที่เขาก าลังยืนอยู่นั้นมีพลังฟ้าดินล้นทะลักเป็นอย่างมาก พลังฟ้าดิน
ทั้งหมดของที่นี่มาจากต าแหน่งดังกล่าว ดังนั้น อู่ อวี้ จึงคาดเดาว่าที่นี่น่าจะ
เป็นทางเข้าสู่วังมังกรสี่สมุทร
เขารีบหยิบยันต์สื่อสารออกมาแล้วเขียนข้อความส่งไป เพียงชั่วพริบตายันต์
แผ่นนั้นก็หายไปต่อหน้าต่อตาพุ่งลงสู่ท้องมหาสมุทร นี่คือยันต์สื่อสารแบบ
พิเศษที่ลั่วผินให้กับเขาไว้ แต่ถ้าเป็นยันต์สื่อสารชนิดอื่น ๆ แล้ว จะไม่
สามารถข้ามผ่านสถานที่แห่งนี้เขาไปได้
นับแต่วันนั้นจนถึงวันนี้วันเวลาผันผ่านไป 1 ปีแล้ว วันนี้เป็นวันที่ อู่ อวี้
ออกมาจากเจดีย์วิญญาณบรรพกาล และในวันต่อมาโชคชะตาเขาก็
เปลี่ยนแปลงไปราวกับได้ทะยานขึ้นสู่สวรรค์ เพราะเขากลายเป็น
จักรพรรดิอวี้ โดยไร้ผู้ใดสนับสนุน
” ข้ามาหานางเช่นนี้ นางน่าจะดีใจและมีความสุขเป็นอย่างมาก ”
อู่ อวี้ รอคอยให้นางเปิดประตูออกมาต้อนรับกันเอง
แต่แล้วก็ต้องแปลกใจ เมื่อเขารออยู่นานสองนาน แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มันท าให้เขานึกไปถึงค าพูดของจักรพรรดิอารามสวรรค์ ว่าการที่เขามาที่นี่
ด้วยตนเองจะต้องถูกขัดขวางอย่างแน่นอน
การที่ลั่วผินยังไม่ปรากฏตัวเช่นนี้ แสดงว่าต้องมีผู้ใดบางคนก าลังขัด
ขวางทางรักของพวกเขาทั้งสอง
ในระหว่าง อู่ อวี้ ก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น ฉับพลันก็ได้ยินเสียงของชายชราคน
หนึ่งดังขึ้น ” วังมังกรสี่สมุทรไม่ต้อนรับแขกกรุณากลับไป เจ้ามังกรของเราไม่
ต้องการพบเจ้า ”
หลังจากได้ยินเสียงของชายชราดังกล่าว อู่ อวี้ ก็สามารถคาดเดาได้ทันทีว่า
มันเป็นผู้ใด มันผู้นี้น่าจะเป็นชายชรามังกรซวิ่นเมเปิ้ล
อู่ อวี้ ยิ้มและไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
แล้วทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงอึกกระทึกครึกโครมดังมาจากด้านใน อู่ อวี้ รู้ได้
ทันทีว่าจะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาทั้งสอง
มีใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาใดสามารถสั่นคลอนจิตใจของพวก
เขาทั้งสองได้
ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดพวกเขาทั้งสองได้
ฉะนั้นเขาจึงรอคอยนางอย่างอดทน
หลังจากนั้นไม่นานนัก มหาสมุทรด้านล่างก็เปล่งประกายแสงหลากสี
ระยิบระยับ ดูงดงามอลังการเป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้นเขาก็สามารถพบเห็นโลก
อันกว้างใหญ่อยู่ด้านใน
อู่ อวี้ รีบเข้าไปอย่างรวดเร็ว ชั่วขณะที่เขาผ่านเส้นทางนั้น เขาก็รู้สึกว่าตน
มิได้ลงสู่ก้นมหาสมุทร แต่เป็นความรู้สึกของการเหยียบก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง
แน่นอนว่าสิ่งที่ขัดขวางเขาไว้ก็คือ ค่ายกลของวังมังกรสี่สมุทร ดูเหมือนกลุ่ม
ม่านเมฆาหลากสีสัน จะปกปิดโลกด้านหน้าของไว้
———————–